นนท์ออกเก็บเส้นปรานัโกลาหลที่จำศีล และสมุนไพร ทั้งเมล็ดแห้งของต้นไม้แห่งชีวิตทั่วป่าลึกลับ
นนท์ถึงกับแปลกใจเพราะเส้นปรานโกลาหลที่นนท์ทำการผนึกนั้นมากมายนับหมื่นเส้น
" เส้นปรานัโกลาหลของป่าลึกลับมากมายยิ่งนัก สงสัยเป็เพราะเศษแก่นจักรวาลเป็แน่ " นนท์พึมพำ
" ได้เวลากลับแล้ว " นนท์เร่งกลับไปยังเมืองวิหค์
" ทำไมจึงชื่อเมืองวิหค์ " นนท์พึมพำ
" แล้วทำไมปรานัโกลาหลจึงรั่วไหลออกจากเส้นปรานมากขนาดนี้ " นนท์เดินไปยังรูปสลักวิหค์ กวาดตามองผ่านเนตรั
" กระดูกเทพทิ่มแทงอยู่ที่เส้นปรานัโกลาหล จึงทำให้ปรานัรั่วไหลออกมา " นนท์พึมพำ
" ทำไมเส้นปรานจึงไม่ตาย " นนท์เพ่งหาคำตอบอยู่นาน
" เป็เพราะอักขระเทพนี่เองที่รักษาเส้นปรานไว้ " นนท์พยักหน้า
" คงมิต้องทำอะไร " นนท์เดินไปยังร้านค้าสินแร่แล้วกว้านซื้อสินแร่มากมาย
" คุณชายท่านมาแล้ว " นนท์ยกยิ้มให้กับพยักงานคนเดิม
" เ้ายิ้มให้ข้าเช่นนี้หมายความว่าเช่นไร " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย รอสักครู่ ข้าจะไปตามผู้ดูแล " นนท์พยักหน้า
" คารวะคุณชาย " นนท์ประสานสองมือให้ผู้ดูแล
" คุณชาย หากท่านมีหญ้าห้าเถาที่้าจะขาย ทางหอโอสถยินดีที่จะรับซี้อ " นนท์พยักหน้าอย่างช้าๆ
" ท่านจะให้ข้าต้นละเท่าใด " นนท์เอ่ยถาม
" หากหญ้าห้าเถาอายุหมื่นปี ทางหอโอสถยินดีจ่ายให้ท่านต้นละห้าล้านผลึกปรานสรรพสิ่ง " นนท์ทำทีครุ่นคิด
" ข้ามีอยู่ร้อยต้น และข้า้าต้นละสิบล้านผลึกปรานสรรพสิ่ง " นนท์มองยังผู้ดูแล
" คุณชาย ท่านล้อข้าเล่นรึอย่างไร ท่านก็รู้ว่านั่นคือราคาขายของมัน " นนท์ยกยิ้ม
" ผู้ดูแล ท่านต้องเข้าใจ บรรพชนของข้าเพียรดูแลหญ้าห้าเถาเหล่านี้ถึงหมื่นปีกว่าจะทำการเก็บเกี่ยวได้ ท่านก็รู้ว่าต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ และต้องต่อสู้กับกิเลสในใจมากเพียงใด ที่จะข่มใจมิเก็บเกี่ยวมันก่อนถึงเวลาหมื่นปี " ผู้ดูแลพยักหน้า
" ข้าเพิ่มให้ท่านเป็เจ็ดล้านห้าแสนก้อนต่อหญ้าหนึ่งต้น ท่านว่าเช่นไร " นนท์ทำทีครุ่นคิด
" เอาเช่นนี้ ท่านจ่ายให้ข้าตามที่ท่าน้า และท่านต้องให้เตาหลอมโอสถใบนั้นแก่ข้า " นนท์มองยังเตาหลอมโอสถสีดำทมึน
" เตาใบนั้นข้าขายอยู่ที่ราคายี่สิบห้าล้านผลึกปราน " ผู้ดูแลถึงกับคิดหนัก
" ผู้ดูแล หากท่านขายหญ้าห้าเถาได้หมด ท่าสามารถทำกำไรได้ถึงสองร้อยยี่สิบห้าล้านผลึกปรานเชียวนะ ท่านมีกำไรมากมายยิ่งนัก " นนท์ยกยิ้ม
" ได้ ตามที่ท่าน้า " นนท์ยกยิ้ม แล้ววาดมือเรียกหญ้าห้าเถาหมื่นปีออกมาร้อยต้น
" ผู้ดูแล หญ้าห้าเถาร้อยต้นอยู่ในแหวนมิตินี้ " นนท์ส่งแหวนมิติให้ ผู้ดูแลส่งจิตเข้าไปในแหวนมิติ พลางพยักหน้า
" คุณชาย นี่คือผลึกปรานสรรพสิ่งเจ็ดร้อยห้าสิบล้านก้อน และเตาหลอมโอสถสีดำใบนั้น " นนท์ส่งจิตเข้าไปในแหวนมิติ
" นี่คือรายชื่อสมุนไพรที่ข้า้า " พนักงานขายเร่งไปจัดสมุนไพรให้อย่างรวดเร็ว
" ผู้ดูแล สมุนไพรเหล่านี้ท่านคิดเท่าไร " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชาย ถือเป็น้ำจิตน้ำใจจากข้า " นนท์ยกยิ้ม
" เสร็จธุระแล้วข้าต้องขอตัว " นนท์ประสานสองมือ แล้วโยนหินปรานให้พนักงานขายหมื่นชั่ง
" ขอบคุณคุณชาย " พนักงายขายโค้งหัวให้กับนนท์ นนท์เร่งไปยังท่าเทียบเรือเหาะแล้วจากไปในทันที
" เหตุใดจึงสังหรณ์มิดี " นนท์พึมพำ
" จะเกิดอะไรขึ้นที่ใด " นนท์ครุ่นคิด
" ที่โลกั น่าจะปกป้องตนเองได้ โลกเพลิงทมิฬก็มิน่าวิตก " นนท์ผินกายกลับมองยังโลกวิหค์
" เหตุใดจึงมีหมอกควันและเปลวเพลิง " นนท์เร่งเรือเหาะกลับไปยังโลกวิหคเพลิงอย่างรวดเร็ว
" เกิดอะไรขั้น " นนท์กวาดตามองทั่วเมืองวิหค์
ตำหนักน้อยใหญ่ต่างภินท์พัง หมอควันฝุ่นฟุ้งกระจายทั่ว ทั้งผู้คนมากมายล้มตายเกลื่อนกลาด
นนท์มองยังเด็กๆที่กำพร้าบิดามารดานั่งร้องไห้เรียกหาบิดามารดาตนที่ข้างศพ ทั้งเหล่าผู้คนมากมายยังพิกลพิการแขนขาขาดสะบั้น ชายชราหลายคนต่างมองเหม่อไร้ซึ่งสติสตัง มองแล้วเป็ภาพที่ะเืใจและหดหู่ยิ่งนัก
" มันถึงกับสังหารมิเลือก " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
นนท์เดินมายังรูปสลักวิหคเพลิงที่แตกละเอียด " มันเอากระดูกเทพไปแล้วรึ " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" ผู้ดูแล เกิดอันใดขึ้น " นนท์เอ่ยถามผุ้ดูแลที่ร่างแหลกเหลวนอนหายใจรวยริน
" คุณชาย " น้ำเสียงอันแ่เบาเปล่งออกมา เห็นได้ชัดว่าพลังใกล้ดับสูญ นนท์เร่งส่งปรานแห่งชีวิตเข้ารักษาร่างของผู้ดูแลหอโอสถ
" ขอบคุณคุณชาย " นนท์พยักหน้า
" เกิดสิ่งใดขึ้นรึ " นนท์เอ่ยถาม
" หลังจากที่ท่านจากไปมินาน ได้มีราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ผสานอักขระเทพทำลายเมืองและยังนำเอากระดูกเทพไปด้วย " นนท์พยักหน้า
" แล้วมันเป็ผูใด " นนท์เหม่อมองออกไปยังซากเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยสวยงาม
" มันชื่อว่า เอ้อหลางอัน มันมาจากโลกข้างเคียงชื่อว่าวิหคเพลิง " นนท์พยักหน้า
" เวลานี้มันอยู่ที่ใด " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชายมันไปแล้ว " ผู้ดูแลเอ่ยตอบ
" มันไปที่ใดรึ " นนท์เอ่ยถาม
" ข้าได้ยินมันพูดคุยกับสมุนของมันว่าจะไปยังโลกั แห่งจักรวาลปฐมภูมิ " นนท์พยักหน้า
" พวกมันจะไปที่นั่นทำไมรึ " นนท์เอ่ยถาม
" ที่โลกั มีศิลานทีเทพมันจะไปชิงเอา " นนท์พยักหน้า
" ข้าจะช่วยรักษาผู้คน " นนท์ลอยตัวขึ้นสูง แล้วปลดปล่อยปรานแห่งชีวิต หมอกปรานสีเขียวแผ่กระจายปกคลุมทั่วโลกวิหค์
" ขอบคุณนายท่าน " ผู้คนมากมายต่างค้อมหัวให้นนท์
" พวกเ้าเร่งรักษาตัวเองเถิด " นนท์เรียกเรือเหาะออกมาแล้วเร่งจากไปในทันที
" ไอ้ชั่ว " นนท์พึมพำ แล้วเร่งทำการดูดซับพลังจากบ่อน้ำสรรพสิ่ง
" ถึงแล้ว " นนท์บังคับเรือเหาะทะยานออกจากอุโมงค์มิติ นนท์บังคับเรือเหาะไปยังท่าเทียบเรือเหาะ
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ " นนท์พยักหน้า แล้วเดินเข้าเมืองไป
นนท์มิได้บอกกล่าวแก่ผู้ใดในเื่ที่เอ้อหลางอันจะบุกมายังโลกั
นนท์มิอาจล่วงรู้ได้เลยว่าเอ้อหลางอันนั้นหยั่งรู้อักขระเทพได้มากน้อยเพียงใด เพื่อมิเป็การประมาทนนท์เข้าสู่การปิดตนในทันที
" คงต้องใช้หญ้าแสงเทพแล้ว " นนท์ดูดซับปรานจากหญ้าแสงเทพแล้วทำการหยั่งรู้อักขระเทพ
" ตูม " เสียงะเิดังขึ้นที่ตันเถียน นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น
" ขั้นย่อยที่สี่ อักขระเทพตัวที่สิบสองก็สมบูรณ์แล้ว " นนท์กำหมัดสองข้างเพื่อวัดพลัง
" พลังกายประมือกับราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ได้แล้ว หากผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังก็แข็งแกร่งขึ้นอีกสามขั้น " นนท์พึมพำ
" สองปีแล้ว ยังมิมาอีก " นนท์ส่ายหน้า แล้วเร่งฝึกตามรูปแบบที่กำหนดไว้
นนท์เข้าใช้ทั้งด่านิญญาอสูร ด่านฝึกกาย ดูดซับพลังจากบ่อน้ำสรรพสิ่ง และหยั่งรู้อักขระเทพ นี่เป็สิ่งที่ทำให้การทะลวงขั้นพลังนั้นสมบูรณ์ที่สุด และนนท์ได้ให้ยอดยุทธโลกัฝึกตามวิธีนี้
" มาแล้วรึ ให้ข้ารอตั้งสามปี " นนท์พึมพำ
การฝึกหนึ่งปีหลังสุดนั้น แม้นว่านนท์จะสามารถทะลวงขั้นพลังได้ แต่นนท์ก็เลือกที่จะมิทะลวง เพราะนนท์้ารักษาสถานะที่แข็งแกร่งที่สุด หากทะลวงขั้นพลังแม้นว่าขั้นพลังจะสูงกว่าเดิม แต่หากเทียบกับขั้นที่ต่ำกว่าแต่อยู่ในสถานะที่สมบูรณ์กว่าย่อมได้เปรียบในการต่อสู้มากกว่า
ทอดสายตามองออกไปในห้วงมิติ
" ครืน " เรือเหาะราวสิบลำลอยลำผ่านม่านหมอกมิติ นนท์จับจ้องมองยังเรือเหาะเ่าั้
" ราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ร้อยยี่สิบเอ็ดคน มิมีผู้ใดหยั่งรู้อักขระเทพได้เลย คงจะมีเพียงชายผู้นั้นที่หยั่งรู้อักขระเทพได้สองตัว " นนท์พึมพำ แล้วทะยานร่างไปยังห้วงจักรวาล
" ผู้มาเยือนเป็ผู้ใด " นนท์ลอยตัวกลางห้วงจักรวาลใช้สองมือไพล่หลังเอ่ย
" ไอ้หนูมิใช้กงการใดของเ้า หากมิอยากตายหลีกไปซะ " ชายผู้หนึ่งเอ่ยไล่
" มันเป็กงการของข้า เพราะข้าคือผู้พิทักษ์โลกใบนี้ " นนท์ตอบ
ศิษย์ตระกูลเอ้อพลันหัวเราะร่วน ชี้นั้วยังมายังนนท์
" เ้านี่นะ เป็ผู้พิทักษ์ของโลกั " นนท์พยักหน้า
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ เกิดอันใดขึ้นรึ " เหล่าผู้าุโต่างทะยานร่างมายังนนท์
" เหตุใดขั้นพลังของโลกัจึงสูงนัก " เหล่าศิษย์ของตระกูลเอ้อพลันเหงื่อตก
" ราชันย์สูงสุดสมบูรณ์ถึงร้อยกว่าคน "
" ท่านเ้าตระกูลทำเช่นใดดีขอรับ "
" หึ เพียงแค่นี้พวกเ้าก็กลัวแล้วรึ " เอ้อหลางอันตวาดเหล่าศิษย์
" ฆ่าพวกมันให้สิ้น " เอ้อหลางอันชี้นิ้วไปยังยอดยุทธโลกั
" ฆ่ามัน " เหล่าผู้าุโ และศิษย์ของตระกูลเอ้อทะยานร่างออกจากเรือเหาะ
" ครืน " ปรานสังหารแผ่กระจายออกกว้าง ห้วงมิติพลันบิดเบี้ยว นนท์พยักหน้าให้เหล่าผู้าุโโลกั
" ปกป้องโลกของพวกเรา " เหล่าผู้าุโทะยานร่างเข้าห้ำหั่นกับเหล่าตระกูลเอ้อ
นนท์มองการต่อสู้ของทั้งสองฝั่ง แม้นว่าผู้าุโของโลกัจะทะลวงขั้นพลังมิถึงปี แต่ด้วยการฝึกในรูปแบบของนนท์ จึงทำให้เหล่าผู้าุโของโลกันั้น มิได้ด้อยไปกว่าเหล่าผู้าุโของตระกูลเอ้อแต่อย่างใด ทั้งยังเหนือชั้นกว่าด้วยซ้ำ
การปะทะกันใช้เวลายาวนานถึงหกวัน จนในที่สุดเหล่าผู้าุโตระกูลเอ้อจึงปราชัย
" ดี " นนท์วาดมือผนึกกายจิตของเหล่าผู้าุโตระกูลเอ้อไว้แล้วเก็บร่างเ่าั้เข้าในแหวนมิติ
" ไอ้สาระเลว " เอ้อหลางอันลอยตัวออกมาจากเรือเหาะ
" ท่านพ่อตาาา นอกจากขัา ก็มีเพียงท่านที่ประมือกับไอ้แก่นี่ได้ " พ่อตาาาพยักหน้า
" เ้ากับข้า " พ่อตาาาทะยานร่างเข้าหาเอ้อหลางอัน
" ดี มีแต่พวกมิกลัวตายทั้งนั้น " เอ้อหลางอันผสานอักขระเทพทันที
" วิ้ง ร่างทองพันจั้งพลันปรากฎขึ้น นนท์พยักหน้า
" คิดว่าเ้าผู้เดียวรึที่ทำเช่นนี้ได้ " พ่อตาาาผสานอักขระเทพบ้าง
" วิ้ง " ร่างทองพันจั้งปรากฎขึ้น
" ตาย " เอ้อหลางอันฟาดฝ่ามือเข้าใส่ในทันที พ่อตาาามีหรือจะกลัว ฟาดฝ่ามือเข้าต้านในทันใด
" ตูม " ร่างทั้งสองเหยียดถอยหลัง พ่อตาาายกยิ้ม ฟาดฝ่ามือสีทองเข้าหาเอ้อหลางอัน
" เปรี้ยง " เสียงะเิดังทั่วห้วงจักรวาล ร่างทองแซ่เอ้อถึงกับตะลึง ผินกายกลับเร่งทะยานร่างไปยังเรือเหาะหวังจะใช้เรือเหาะเป็ที่กำบัง
" เ้าจะหนีไปที่ใด " นนท์วาดมือส่งกรงอักขระเต๋าเข้าครอบร่างทองแซ่เอ้อไว้
" ตูม " ฝ่ามือสีทองฟาดเข้าใส่กรงอักขระเต๋า แรงะเิแผดกว้างไปไกลนับพันหมื่นลี้ พ่อตาาาถึงกับเหงื่อตก เพราะมิเคยคาดคิดเลยว่าพลังของอักขระเทพจะรุนแรงถึงเพียงนี้
นนท์พยักหน้าอย่างพึงพอใจกับความแข็งแกร่งของพ่อตาาา " ท่านพ่อตา เวลานี้ใต้อักขระเทพตัวที่สามมิมีผู้ใดสู้ท่านได้แล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น
" จริงรึ " พ่อตาาาเหมือนจะยังมิเชื่อสักเท่าใด
" ลูกเขยข้า เ้าหยั่งรู้อักขระเทพได้กี่ตัวแล้วรึ " พ่อตาาาเอ่ยถาม
" สิบสองตัว " เอ้อหลางอันถึงกับตื่นตะลึง
" สิบสองตัว " เหงื่อกาฬหลั่งไหลจนชุดเนั้นเปียกชุ่มทั้งตัว
" นายท่าน นายท่านโปรดเมตตา ข้าเอ้อหลางอันสำนึกผิดแล้ว ท่านจะให้ข้าทำสิ่งใดเพื่อไถ่โทษข้าเอ้อหลางอัน จะยินยอมทำตามทุกสิ่ง " นนท์ส่ายหน้า
" ผู้แซ่เอ้อ เ้ารู้ความผิดของเ้ารึไม่ ก่อนนี้เ้าได้ไปยังโลกวิหค์แล้วลงมือปล้นชิง และทำลายโลกวิหค์จนย่อยยับ แล้วเ้ายังคิดจะมาปล้นชิงศิลานทีเทพของโลกัอีก " เอ้อหลางอันขยับกายคุกเข่าสองข้าง
" ข ข้าถูกสมุนของข้าชักนำให้ข้าทำสิ่งที่มิอาจอภัย " นนท์ชี้นิ้วยังทะเลความรู้ของเอ้อหลางอัน
" ในความทรงจำของเ้า มิใช่อย่างที่เ้ากล่าว เป็ที่เ้า้าแย่งชิงกระดูกเทพของโลกวิหค์ แต่ก็อย่างว่า คนเราเมื่อความโลภเข้าครอบงำแล้ว แม้นจะมีผู้ใดทัดทานหรือห้ามเช่นไรก็มิฟัง " นนท์ถอนหายใจหนัก
" โทษของเ้าจะถูกตัดสินสินโดยผู้คนแห่งโลกวิหค์ " นนท์วาดมือผนึกกายจิตของเอ้อหลางอันไว้แล้วเก็บร่างลงในแหวนห้วงมิติ
" ส่วนพวกเ้า มาอยู่รวมกันยังเรือเหาะลำเดียว " นนท์วาดมือส่งวงแหวนแห่งเต๋าเข้าครอบเรือเหาะไว้ แล้วเร่งกลั่นแก่นต้นกำเนิดของศิษย์ตระกูลเอ้อทั้งล้านคน
" นี่คือบทลงโทษของพวกเ้า เมื่อพวกเ้ากลับไปยังโลกวิหคเพลิง ข้าอยากให้พวกเ้าออกจากตระกูลเอ้อเสีย เข้าใจรึไม่ " เหล่าศิษย์ตระกูลเอ้อพยักหน้า
" กลับไปยังโลกของพวกเ้า " นนท์วาดมือกางแท่นเคลื่อนย้ายค่ายกล แล้วส่งเรือเหาะของศิษย์ตระกูลเอ้อลอยกลับยังโลกของตน นนท์พยักหน้าให้เหล่าผู้าุโ เหล่าผู้าุโต่างทะยานร่างเข้าไปในเรือเหาะอีกเก้าลำ เพื่อตรวจดูแหวนมิติที่เหล่าศิษย์ตระกูลเอ้อทิ้งไว้ก่อนจากไป
" ผู้าุโทุกท่าน ข้าจะพาไอ้เลวนี่ไปรับโทษยังโลกวิหค์ ใ้ห้ทุกท่านกลับไปฟื้นฟูพลังก่อนเถิด " เหล่าผู้าุโทะยานร่างกลับยังโลกั
นนท์เรียกเรือเหาะออกมาแล้วเร่งไปยังโลกวิหค์ในทันที
" พี่น้องน้องโลกวิหค์ทุกท่าน ข้านำโจวนนท์ได้นำเอา ปีศาจที่ทำลายโลกของทุกท่านมาให้พวกท่านตัดสินโทษแล้ว " นนท์กวาดตามองยังเหล่าผู้คนที่เจ็บแค้นเพราะการสูญเสียคนที่ตนรัก
" แต่เวลานี้ ขั้นฝึกของมันยังสูงนัก พวกท่านจึงมิอาจทำอันใดมันได้ " นนท์ยกยิ้ม แล้วเร่งกลั่นปรานสรรพสิ่งจากแก่นต้นกำเนิดของเอ้อหลางอัน
" เวลานี้ขั้นพลังของมันลดลงมาอยู่ที่จ้าวโลกาแล้ว พวกท่านลงโทษมันตามที่้าเถิด " นนท์ปล่อยร่างของเอ้อหลางอัน
เหล่าผู้คนมากมายต่างฟาดฝ่ามือเข้าใส่เอ้อหลางอันอย่างหนักหน่วง
" ไอ้สาะเลว หากข้าตาย โลกวิหค์และโลกัจะต้องพินาศ " เอ้อหลางอันร้องะโออกมา เสียงะโทำเอาฝูงชนพลันหยุดมือ
" ไอ้แก่ จะตายอยู่แล้วยังกล้าขู่ข้าอีกรึ " นนท์เดินเข้าเอ้อหลางอัน
" ข้าคงมิรอให้ ผู้าุโสูงสุดของตระกูลเ้ามาถึงดอก " เอ้อหลางอันฉุกคิดขึ้นได้ว่านนท์นั้นหยั่งรู้อักขระเทพถึงสิบสองตัว
" ข้าจะไปเคาะประตูบ้านของเ้า แล้วมอบของขวัญให้ด้วยตัวข้าเอง " เอ้อหลางอันน้ำตาพลันร่วงรินอย่างมิอาจหักห้ามได้
ความเสียใจถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง เพราะความดื้อรั้นมิยอมฟังผู้ใด จึงกลับกลายเป็ว่าตนเองชักนำหายนะมาสู่ตระกูล
นนท์พยักหน้าให้เหล่าฝูงชนโลกวิหควิหค์ และแล้วเวลาสุดท้ายของชีวิตกก็มาถึง นนท์มองยังแววตาของเอ้อหลางอัน
เสมือนแววตานั้นร่ำร้องคร่ำครวญให้ปราณีต่อตระกูลของตน นนท์พยักหน้าเบาๆ เอ้อหลางอันพลันหลับตา ปรากฎรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก แล้วิญญาของเอ้อหลางอันพลันแตกดับสูญสลายตลอดกาล