คำพูดทิ้งะเิของเ้าหญิงทำให้ชาฝรั่งเย็นชืดกระจายอยู่ในอากาศ
เมื่อกี้เด็กคนนี้พูดว่าไงนะ? เค็คคอน (แต่งงาน)? เค็คคอน (รอยเื)? อ๊ะ เค็ทโต (ดวล) สินะ “หนูรู้สึกอยากดวลกับท่านโมจิซึคิ โทยะที่อยู่ตรงนี้ค่ะ” อืม ไม่เข้าใจเลยแฮะ
“......ขอโทษนะช่วยพูดอีกทีได้ไหม ยูมิน่า”
“ก็บอกว่าหนูรู้สึกอยากแต่งงานกับท่านโมจิซึคิ โทยะ ที่อยู่ตรงนี้ค่ะ ท่านพ่อ”
“แหมๆ”
เ้าหญิงยูมิน่าพูดซ้ำเหมือนเดิมอีกครั้งตามคำพูดขององค์าาราชินียูเอลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ าาจึงเบิกตากว้างมองไปยังลูกสาว
ทางดยุคเองก็ใล่ะมั้งสายตาถึงได้มองสลับไปมาระหว่างพี่ชายกับหลานสาว
“เหตุผลคืออะไรล่ะ?”
“ค่ะมีเื่ที่ช่วยเหลือท่านพ่อไว้ก็จริงอยู่......แต่ท่านโทยะคือผู้ที่สามารถมอบรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างได้ค่ะทั้งท่านอาอัลเฟรด ท่านชาร์ลล็อต เขาช่วยมอบความสุขให้กับทุกคนนิสัยเองก็น่าพอใจมากด้วย หนูอยากเดินเคียงคู่ไปกับคน ๆนี้ชั่วชีวิต......เป็ครั้งแรกที่หนูมีความคิดแบบนั้นเลยค่ะ”
“......งั้นรึ......ถ้าลูกพูดแบบนั้นล่ะก็ ไม่มีอะไรที่ต้องคัดค้านแล้ว ขอให้มีความสุขนะ”
“ท่านพ่อ!”
“รอออเดี๋ยวก่อนนน!”
ผมยกมือขึ้นมาตัดบทสนทนาระหว่างพ่อลูกถ้าไม่แทรกขึ้นมาตรงนี้ล่ะก็ ได้เกิดเื่ยุ่งยากขึ้นแน่ ไม่สิมันยุ่งยากเกินพอไปเรียบร้อยแล้วนี่หว่า!
“คือว่านะเดินเื่กันตามใจชอบแบบนี้ผมก็ลำบากใจอยู่นะครับ!”
“โอ้ขอโทษนะ ท่านโทยะ ก็ด้วยเหตุนี้ล่ะ ขอฝากลูกสาวด้วยละกัน”
“ไม่ใช่ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่! มันแปลกนะ! าา คุณมันแปลกเกินไปแล้ว!”
ผมรู้ตัวดีว่าดันไปเรียกาาว่าคุณ เข้าซะได้ แต่ผมก็ไม่สนใจเื่นั้นแล้วเพราะมันเกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเราเลยนะ!
“จะให้เ้าหญิงของอาณาจักรหนึ่งมาแต่งงานกับคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้มันดีแล้วเหรอครับ!ที่จริงอาจจะเป็คนชั่วสุด ๆ เลยก็ได้นะครับ!”
“เื่นั้นไม่มีทางพลาดหรอกเพราะยูมิน่ายอมรับแล้ว อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่คนชั่วแน่ ๆเพราะเด็กคนนั้นสามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘แก่นแท้’ ได้น่ะ”
หา? รับรู้ถึง “แก่นแท้” ได้?หมายความว่าไง?
“ยูมิน่ามี‘เนตรมาร’ อยู่น่ะ มันมีพลังที่สามารถมองทะลุถึงพื้นนิสัยของคนอื่นได้ ก็นะมันเป็ของที่คล้าย ๆ กับลางสังหรณ์ แต่กรณีของยูมิน่าน่ะ ยังไม่เคยมองพลาดเลยนะ”
ดยุคช่วยอธิบายให้หมายความว่าสามารถตรวจสอบและบอกได้ง่าย ๆ เลยว่าเป็คนดีหรือคนชั่ว
สินะ? ออดอายนั่นมีพลังแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอถ้าเป็คนอย่างเอิร์ลบัลซ่า ต่อให้เป็ผมก็รู้อยู่หรอกว่าเป็คนชั่วแต่ถ้าความสามารถนั้นเป็เื่จริงล่ะก็ คงไม่โดนชายโฉดล่อลวงหรอกมั้ง
โดนเ้าหญิงคนนั้นบอกว่าเป็คนดีก็ไม่ได้รู้สึกแย่หรอกแต่เื่นั้นกับเื่นี้มันคนละเื่กัน
“......ที่สำคัญเ้าหญิงยูมิน่าอายุเท่าไหร่ครับ?”
“เพิ่งจะเต็มสิบสองปีน่ะ”
“มันยังไวเกินไปสำหรับแต่งงานไม่ใช่เหรอ......!”
“ไม่หรอกคนของเชื้อพระวงศ์น่ะ ส่วนใหญ่จะเลือกคู่แต่งงานกันก่อนอายุสิบห้าซะอีก อย่างฉันเองยังแต่งกับภรรยาตอนอายุสิบสี่เลย”
อึกเพราะเป็ต่างโลกสินะ ขณะที่ผมกำลังทำหน้าราวกับคนเป็แมงกินฟันแขนเสื้อโค้ทของผมก็โดนจับหมับ
“ท่านโทยะไม่ชอบฉันเหรอคะ......?”
เ้าหญิงยูมิน่ามองผมด้วยดวงตาอันเศร้าสร้อยเดี๋ยว แบบนั้นมันผิดกฎนะ! ขี้โกงนี่นา!
“ง่า......ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แต่ว่า......”
พูดให้ถูกคือผมยังไม่รู้จักคุณถึงขนาดตัดสินได้ว่าชอบหรือไม่ชอบอ่ะนะ
“ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ!”
ยูมิน่าเผยรอยยิ้มอันสดใส......น่าร๊าก ไม่ใช่สิ!
เอาไงดี? จริง ๆก็ไม่มีปัจจัยที่จะทำให้เกลียดเด็กคนนี้อยู่เลยแล้วผมเองก็ยังไม่มีคนที่ชอบอยู่ด้วยสิ ทางพ่อแม่ก็ยอมรับอย่างเป็ทางการแล้วแถมไม่ต้องเดือดร้อนเื่ค่าครองชีพด้วยมั้งเนี่ย อ้าว? ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธเลย?
ไม่สิ!การแต่งงานคือสุสานของชีวิต! พี่ชายที่เป็ลูกพี่ลูกน้องบอกมาแบบนั้นนี่นา!
พี่ชายแต่งงานไปแล้วแต่อยู่ ๆ ก็หย่าร้างกันภายในสามปี ถึงจะไม่รู้สาเหตุก็เถอะต่อมาก็ถูกไล่ออกจากบ้านที่ซื้อมาเพราะหนี้ที่ภรรยาไปก่อเอาไว้หลังจากนั้นก็ยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูราคาแพงสำหรับลูกที่ไปอาศัยอยู่ในที่ห่างไกลตลอดแต่ว่าดูเหมือนอดีตภรรยาจะเอาเงินส่วนนั้นไปใช้แต่กับเื่ของตัวเองตามใจชอบนี่สิพอถึงงานรวมญาติตอนปีใหม่ ทุกคนก็จะมาคอยรินเหล้าปลอบใจพี่ชายกัน
ใบหน้าของพี่ชายที่เหน็ดเหนื่อยกับเื่นั้นแม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังนึกขึ้นมาในหัวได้อยู่เลย
ดีล่ะผมจะบรรลุวิถีขุนนางโสด! ถึงจะไม่ใช่ขุนนางก็เถอะ!
“......ที่บ้านเกิดของผมผู้ชายที่ยังไม่ถึงสิบแปดกับผู้หญิงที่ยังไม่ถึงสิบหกจะไม่สามารถแต่งงานได้น่ะครับแล้วผมก็ยังไม่รู้เื่ของเ้าหญิงเท่าไหร่ด้วยเื่แต่งงานก็ไม่เคยคิดถึงมันเลยครับ”
“คุณโทยะอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ?”
“สิบห้าครับถึงอีกไม่นานจะสิบหกแล้วก็เถอะ”
ผมตอบคำถามของราชินียูเอลไปแบบนั้นถ้าจำไม่ผิด อีกประมาณสองเดือนก็น่าจะถึงวันเกิดของผมแล้วล่ะ ถึงจะไม่มั่นใจว่าวันที่มันตรงกับโลกทางโน้นรึเปล่าก็เถอะ
“ก็หมายความว่าจัดพิธีแต่งงานในอีกสองปีให้หลังก็ได้สินะคะจนกว่าจะถึงตอนนั้นก็ทำความรู้จักยูมิน่าไปด้วยก็ไม่มีปัญหาแล้วค่ะก่อนอื่นก็หมั้นกันไว้ก่อน จะได้มีเวลาให้คุณโทยะคิดด้วยไงล่ะคะ”
ไม่ไม่ไม่ผ่านไปสองปีเ้าหญิงยูมิน่าเพิ่งจะอายุสิบสี่เองไม่ใช่เหรอ! แย่แล้วคุณราชินีคนนี้ก็แปลกเหมือนกัน!
“ท่านโทยะ”
“ก๊าบ!?”
ผมส่งเสียงแปลกๆ เพราะโดนาาเรียก กรณีแบบนี้มัน ช่วยไม่ได้นี่นา!แตกตื่นถึงขนาดที่ตัวเองยังรู้ตัวเลย!
“ใน่สองปีนี้ลองทำความรู้จักกับยูมิน่าดูถ้าถึงตอนนั้นแล้วยังบอกว่าไม่คิดจะแต่งงานเราก็จะยอมตัดใจขั้นแรกก็เอาตามนี้เป็ไง?”
“ครับ......ก็นะถ้าแบบนั้นล่ะก็......”
ก็ยังดีกว่าให้แต่งงานกะทันหันตั้งหลายเท่าล่ะนะถ้าผ่านไปซักพักจนหัวเย็นลงแล้ว อาจจะไปถูกตาต้องใจผู้ชายคนอื่นก็ได้......ยิ่งกว่านั้นก็ต้อง
ถึงจะถามตอบกันไปมากกว่านี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาสินะ......
ผมที่มีความคิดเช่นนั้นจึงยอมรับเื่ที่อีกฝ่ายพูดมา
“ค่อยยังชั่วหน่อยเนอะยูมิน่า ใน่สองปีนี้ต้องกุมหัวใจของคุณโทยะให้ได้นะจ๊ะถ้าถึงตอนนั้นแล้วยังทำไม่ได้ล่ะก็ เตรียมใจถูกส่งไปอยู่โบสถ์ตลอดชีพได้เลย”
“ค่ะ!ท่านแม่!”
“เดี๋ยว!อะไรกันล่ะนั่น!”
ไวเกินไปจริงๆ ด้วย! หนัก! หนักเกินไปแล้ว! อะไรเนี่ยรู้สึกเหมือนโดนปิดผนึกทางหนีจนไม่เหลือเลยซักนิด!
ไหงถึงกลายเป็ว่าถ้าจีบผมไม่ติดเด็กคนนี้ก็จะไม่ได้แต่งงานไปตลอดชีวิตล่ะ? ไปหาคนที่ดีกว่านี้ก็ได้ไม่ใช่เหรอ!
“จากนี้ไปก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะท่านโทยะ”
เ้าหญิงยิ้มอย่างเปล่งประกายผมจึงได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ตอบกลับรอยยิ้มนั้นไปรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของพี่ชายลูกพี่ลูกน้องบอกว่า “อย่าได้เป็เหมือนกับฉันเชียวล่ะ”เลยทีเดียว
“ไปทำอะไรมากันแน่เนี่ยนายน่ะ?”
“เอ่อขนาดตัวผมเองยังไม่รู้เลยเื่มันยังไงกันแน่......”
พอผมกลับมายัง“จันทราสีเงิน” แล้วเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังเอลเซ่ก็พูดขึ้นมาอย่างเอือมระอา
“ท่านโทยะจะแต่งงานหรือเ้าคะ......”
“ใเลยค่ะ......”
ทั้งยาเอะทั้งลินเซ่เองก็ทำหน้าเอือมระอาแล้วเบนสายตาไปยังสาวน้อยที่เกาะแขนซ้ายของผมอยู่
ใช่เธอตามมาด้วยแหละ ท่านเ้าหญิงของอาณาจักรนี้น่ะ
ท่านยูมิน่าเอลเนีย เบลฟาสต์ แหละ
“ยูมิน่าเอลเนีย เบลฟาสต์ ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะทุกท่าน”
ยูมิน่าทักทายแล้วก้มหัวให้ทุกคนอย่างมีมารยาทใบหน้าที่บ่งบอกว่ารู้สึกดีใจอย่างช่วยไม่ได้นี่มัน ทำให้อกของผมหนักอึ้งจริง ๆ
“แล้ว? ทำไมเ้าหญิงถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะเ้าคะ?”
“ค่ะมาใช้ชีวิตร่วมกับท่านโทยะ ตามคำสั่งของท่านพ่อน่ะค่ะเห็นว่าเพื่อฝึกฝนการเป็เ้าสาวด้วย คิดว่าคงต้องขอรบกวนหลาย ๆอย่างเพราะยังไม่ค่อยรู้จักโลกภายนอก แต่ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”