เมื่อว่ายเปียว เริ่มลุกขยับตัว เต็มไปด้วยรอยเื าแ จากกระแสลมเฉียบคม ส่งผลให้เสื้อผ้าอาภรณ์เขาขาดวิ่น เป็ ริ้วๆ
พอขยับขาหัก กลับเข้าที่ เดินได้ดีขึ้น
กร๊อบ! “อุย เจ็บวุ้ย!”
ซึ่งก่อน่รุ่งสางยามเช้าตรู่จะมาเยือน…ว่ายเปียว มั่นใจว่าไม่มี ‘สัตว์อสูร’ รอลอบกัด แอบโจมตีจากด้านหลัง
เขาจะแบกตะกร้าไม้ไผ่สาน กลับโรงครัวทันที กระนั้นก็ใช้เวลาเดินทางไปนานพอสมควร
ครั้นว่ายเปียว ส่งมอบ ‘เห็ดพิษสยบจิต’ ภายในตะกร้าไม้ไผ่สาน
หัวหน้าพ่อครัว เหลิน แววตาลึกล้ำชายวัยกลางคน ยังแทบไม่อยากเชื่อ ที่เห็นสภาพว่ายเปียว ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เต็มไปด้วยรอยคราบเืตนเอง
กลับมา แบบมีชีวิต เช่นนี้จากสภาพอีกฝ่าย ที่เอ่ยเสียงอ้ำอึ้ง พูดไม่ออก
ครั้นส่งขวดหยกขาว มีเม็ดยา3เม็ด ออกไปให้ว่ายเปียว “นะ…นี่ของเ้า!”
พ่อครัว เหลิน เอ่ยพ่นประโยคไล่หลัง ออกไปหาเด็กหนุ่ม กำลังเดินจากไปอีกครั้ง “เ้าหนู คงจะเจอเื่ยากลำบาก มาไม่น้อยเลย ซินะ?”
ซึ่งอย่างไร เขาต้องขอบคุณ ว่ายเปียว ที่สร้างความคาดหวัง ภารกิจ เห็ดพิษสยบจิต ครั้งนี้สำหรับเขาไม่น้อย จริงๆ ที่เชื่อมั่นตัวขอทาน
ขณะว่ายเปียว โบกมือไล่หลัง เดินกะเผลกจากไป เขาก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา ที่คิดกับตนเอง ‘ไม่ช้าการตายของไท่เฟิง จะต้องรู้ ออกไปทั่วแน่
“รีบกลับห้องก่อนแล้วกัน!”
ณ เรือนพักศิษย์สายนอก ว่ายเปียวที่ล้างเนื้อล้างตัวจากลำธารขึ้นมา ศิษย์ที่เตรียมตื่นเช้าไปทำงาน ยังมองมาที่เขาด้วยสายตา โง่งม แปลกๆ ชอบกล
เมื่อรับรู้กลิ่นอายที่เปลี่ยนไปของว่ายเปียว “ขอทาน หรือว่ามันจะทะลวงขั้นพลังแล้วกัน?”
ศิษย์สายนอกอีกคนรีบกล่าวสำทับด้วยความมั่นใจ “สภาวะรับรู้ปราณพลัง ของข้าเองก็ััได้… ต้องไม่ผิดแน่”
“อืมๆ” เมื่อรอบมองว่ายเปียว ขึ้นบันไดพันขั้น ไป ก็จะมีเสียงถากถางดังขึ้นเล็ดลอดไรฟัน “ชิ! ก็แค่ขั้นแรกเริ่มก่อกำเนิด มีอะไร ให้น่าภูมิใจนักหนา”
ว่ายเปียว หยุดฝีเท้า จู่ๆ ก็จะฉีกยิ้มออกมากว้าง ‘ซึ่งเหมือนว่าการทะลวง เข้าสู่ขอบเขตขั้นที่3 พรวดเดียวของเขา จะยังเป็ความลับ ของเขาต่อไปซินะ’
เมื่อว่ายเปียวพยายาม เก็บปราณพลังในร่างของเขาไว้ จะยักคิ้วขึ้นเล็กๆ
“เ้าขอทานนี่ได้ยิน ยังจะยิ้มอีก!” ที่พวกศิษย์พี่ ทำท่าง้างมือ คล้ายจะตบฉาดสั่งสอนแล้ว
ว่ายเปียว หัวเราะ แก้เขิน “ฮ่าๆ ศิษย์พี่ ให้ข้าดีใจหน่อยก็ไม่ได้”
“อ่า อ่า ข้าไปไม่กวนแล้ว ไม่กวนแล้ว” ขณะเห็นพวกเขา ไม่พอใจว่ายเปียว กันยกใหญ่
…แม้แต่ตอนว่ายเปียว เอาแผ่นป้ายประจำตัวหลินเอ๋อร์ไปคืน เด็กสาววัยกำลังโต ยังจ้องมองขอทาน ด้วยสายตาลึกล้ำ แปลกๆ
“ข้านึกว่าต้องไปเอาป้ายประจำตัวของข้าใหม่เสียแล้ว”
ซึ่งประโยคที่นางพ่นออกมา ราวกับเห็นสถานการณ์ โหดร้ายของว่ายเปียวเมื่อคืน เกือบจะตายตก อย่างไรอย่างนั้น
ว่ายเปียวสะอึกในลำคอ เล็กๆ อึก! อึก! “ข้าก็เอามาส่งเ้าแล้วนี่ไง!”
ก่อนจะรีบเข้าห้องของเขาไป…ที่บ่นงึมงำกับตนเอง
“ดวงตาของหลินเอ๋อร์ ราวกับจะมองทะลวงร่างข้าได้ อยู่แล้ว นางบ้า นี่เกือบทำให้ข้ากลัว จริงๆ แล้วนะ”
“หรือว่านางจะรู้ ข้าเลื่อนขั้นพลัง ก่อกำเนิดที่แท้จริงของข้า ไม่ได้อยู่ขอบเขตที่1กัน… คงไม่หรอกกระมัง?” ระหว่างว่ายเปียวกำลังคิดกับตนเอง เขาก็ส่ายหัวไม่ใส่ใจ
ตราบใดที่หลินเอ๋อร์ ไม่เอาเื่ของเขาไปแพร่งพราย
ทว่าการกลับมาของว่ายเปียว จี้จิ่งเทียนบิดี้เี…จากทิศทางห้องศิษย์ผู้มาก่อนอีกด้าน เขาหรี่ตา แทบไม่ใส่ใจ ขอทานตัวน้อยด้วยซ้ำ ที่มองอีกฝ่าย เป็เหมือนคนตายไปแล้ว
ก่อนจี้จิ่งเทียน ออกคำสั่งส่งป้าซือ ออกไปช่วยงานไท่เฟิงอีกแรง “เ้าพาคนของเรา ไป อย่าให้พลาดภารกิจครั้งนี้ เชียว”
ป้าซือ รับคำสั่ง คำกำชับอย่างหนักแน่น ก็พาคนของเขาไปทันที
…ทว่า ไม่นาน ป้าซือ กลับมา คล้ายสายตาเหม่อ ลอย เหมือนไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน เมื่อรับรู้ข่าว เห็ดพิษสยบจิต ภารกิจเสร็จสิ้น ของถูกส่งเข้าไปหาศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่งแล้ว
ซึ่งอยู่ใน่การรักษาพิษงูมายากลืนกินปราณจิต ของศิษย์พี่ใหญ่ ลู่เฉิน ควันเห็ดพิษถูกกลั่นโดยผู้าุโ ส่งให้ภายในห้องปรากฏสิ่งชั่วร้าย ทำลายปราณจิต…อย่างโเี้
ข่าวคราวการรักษา เริ่มดำเนินการ แพร่งพรายออกไปด้านนอก ส่งผลให้ศิษย์พี่อันดับ2 เฉียนกวงจิน เดือดดาล ถ้วยชาในมือ ถูกบีบรัด เกิดเสียงแตกดัง โป๊ะ! ที่ชากระเด็นสาดกระจาย
“ไอ้เ้า จี้จิ่งเทียน มันทำงานอย่างไร ถึงปล่อยให้เห็ดพิษสยบจิต ปรากฏรวดเร็วขนาดนี้ ช่างทำงานเสียของฝึกฝน จริง พวกโง่เง่า พวกนี้”
ศิษย์พี่ เฉียนกวงจิน คิดแล้วก็สงบใจไว้ก่อน อย่างไรพิษงูมายากลืนกินปราณจิตของสำนักอาชา ก็ยังไม่ใช่ อะไร ที่จะขจัดออกไปได้ง่ายดายขนาดนั้น เขาเคยได้ยินมาก่อน “ใจเย็นเข้าไว้ข้า..อย่างไรอีกฝ่าย ก็น่าจะปราณจิตเสียหายไม่น้อย”
อีกด้าน เรือนพักศิษย์สายนอก
คล้ายจะเกิดความยุ่งวุ่นวาย เมื่อ จี้จิ่งเทียน มองป้าซือ กลับมาบอกกล่าว มันได้ยินเื่เห็ดพิษสยบจิต มันเองยังแทบไม่อยากเชื่อ สิ่งที่ได้ยิน
แล้วยิ่งได้ยิน คนที่เคลียร์ภารกิจสำเร็จ เป็ว่ายเปียว ขอทาน ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา
จี้จิ่งเทียน ยิ่งเดือดดาล เป็ฟืนเป็ไฟ ก่อนใจเย็นลง ที่ลดลมหายใจกระชั้นชิด ของเขา ลง ช้าๆ “รอไท่เฟิง กลับมารายงานก่อน ค่อยว่ากัน”
ขณะหลายคนพยักหน้า ปล่อยให้เวลาผ่านไปก็ เหมือนจะไม่มีวีแว่ว ไท่เฟิงจะปรากฏตัวเลย
“คุณชายจี้จิ่งเทียน” ป้าซือ จู่ๆ กล่าวออก ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เมื่อเห็นตอนนี้ หน้าตาอีกฝ่ายมืดทะมึนเป็อย่างมากแล้ว “บางทีไม่แน่ ไท่เฟิง อาจจะตายตกไปแล้วก็เป็ได้!”
ขณะพวกเขารออีกฝ่ายมาร่วมจะ2ชั่วยามแล้ว เริ่มคิดเตลิดไปไกล
“เ้าอย่าพูดจาเหลวไหล ไอ้เด็กว่ายเปียว ตัวเหม็น ที่พึ่งจะทะลวงขั้นก่อกำเนิดขอบเขตที่1 ได้ อย่างไรก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ จะสังหาร ไท่เฟิง อย่างแน่นอน”
ป้าซือ หัวเราะใจดีสู้เสือ เหอะๆ ที่ได้ยินว่า ขอทาน มันเลื่อนขั้นพลังแล้ว ‘หากเป็ว่ายเปียวจัดการไท่เฟิง ขั้น5 ของก่อกำเนิดได้จริง’
มันที่อยู่ขั้น5 เองก็จะไปเหลืออะไร จึงหนาวๆ สั่นๆ ตัวขึ้นมาบ้าง ที่มองไปยังห้องว่ายเปียวที่ได้พักใน่นี้
ด้านในห้องของว่ายเปียว เขาพอได้ยินเสียงพูดคุย กับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนกลับจากที่ทำงานอยู่บ้าง
“ซึ่งด้านนอกกำลังวุ่นวาย เลยซินะ” แต่เขาหาได้ใส่ใจ ที่กำลังทดลอง ยาลูกกลอนพื้นฐาน เข้าไปภายในขวดหยกวิเศษ
ซึ่งเม็ดยาที่เขาได้มาแต่ละเม็ด ว่ายเปียว เริ่มเอาออกมาวางเรียง เม็ดยาที่ใส่เข้าไปหนึ่งชั่วยาม
เห็นได้ชัดเจน จากกระแสพลัง ของเม็ดยาโอสถ ถูกกระตุ้นเข้มข้นขึ้นมาหนึ่งเท่าตัวเชียว
ส่วนเม็ดที่สอง กินเวลาใส่ขวดเกือบ 2ชั่วยาม ความสามารถ การกระตุ้นของยาโอสถ ก็พุ่งขึ้นสูงไปถึง3เท่าตัว อย่างน่าใ ที่เขากวาดตามองดู ก้อนกลมๆ เขียวๆ อย่างพิจารณา
แล้วเก็บมันลงขวดยาปกติ
ส่วนเม็ดยาที่ 3 ปล่อยไว้เกิน 5ชั่วยาม ความสามารถ กระตุ้นเม็ดยาเข้มข้น เกินระดับไปมากโข พุ่งขึ้นสูงไปถึง4เท่าตัว น่าจะเป็ขอบเขตสูงสุด ที่ขวดหยกวิเศษกระตุ้น ฤทธิ์สรรพคุณ ความรุนแรงเม็ดยาสูงสุด ขึ้นมาได้แล้ว
ว่ายเปียว ยังรู้สึกว่าการกระตุ้น 4เท่าตัวน่าจะรุนแรงเกินไป สำหรับเขาตอนนี้ จริงๆ
เมื่อจดจำตอนกินเม็ดยาอัดอากาศ ร่างกายว่ายเปียว เหมือนยังจำความเ็ปนั้น ไม่จางหาย
มันร่ำร้องว่า หากมีอีกครั้ง ร่างกายของเขาต้องพังทลาย ลง จริงๆ แน่
ว่ายเปียว สันนิษฐานได้ทันที ขวดหยกนี่ น่าจะฆ่าสังหาร ศิษย์ที่รู้ความลับ มานักต่อนักเป็ที่แน่นอน
“แต่ว่า ขวดหยกวิเศษนี่ มันก็เหมาะกับข้า จริงๆ ไม่ใช่หรือไง?” ว่ายเปียว ที่ร่างกาย ทนทานกว่าปกติ รับฤทธิ์ยาโอสถระดับ4เท่า เข้าไป แล้วร่างไม่ะเิ
อดไม่ได้จะเผยความภูมิใจ เล็กๆ เขาเองก็พอเคยได้ยินเื่กายาประหลาด ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ‘ไม่แน่บางที เขาก็อาจจะมีมันก็เป็ได้’