อึก…..
"นี่มัน…" ท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บจิติญญาของไรเซลกำลังล่องลอยเข้าสู่ห้วงวัฏสงสาร
"ชิบหายแล้ว… นี่โดนทุบจนตายเลยเหรอเนี่ย" วินาทีที่จิตรับรู้กระจ่างใส เขารีบดึงสำนึกรับรู้ของตนเองออกจากการเดินทางสู่วัฏสงสารทันที
"ถ้าช้าอีกนิดเดียวคงได้ไปเกิดใหม่สมใจแล้ว รอดตัวไปนะเนี่ยเรา" ไรเซลลูบอกด้วยความโล่งใจ การเดินทางสู่ห้วงวัฏฏะแม้ฟังดูเป็เื่ปกติที่ทุกชีวิตต้องพบเจอ หากแต่สำหรับผู้ที่ฝึกฝนพลังจิตที่มีััรับรู้ดีกว่าคนทั่วไปแล้ว มันนับเป็ความทรมานอย่างหนึ่ง
เนื่องว่า.. ขั้นตอนชำระิญญาก่อนกลับไปเกิดนั้นทรมาณอย่างสุดแสน เป็ความทรมานที่รับรู้ได้แต่ไม่อาจขัดขืนใดๆ การลืมเลือนสิ่งต่างแม้ฟังดูไม่น่ามีปัญหาซักเท่าไหร่ แต่หากเป็คนผู้หนึ่งที่มีความทรงจําอันแสนสำคัญต่อบุคคลอันเป็ที่รักแล้ว มันคือความทรมานที่มากกว่าทุกสิ่ง
ในจำนวนดวงแสงมากมายที่ล่องลอยสู่วังวนสีเทาเบื้องหน้า ไรเซลนับเป็ผู้เดียวที่ยังมีรูปร่างเหมือนอย่างมนุษย์อยู่ เนื่องเพราะนี่เป็ส่วนหนึ่งของเส้นทางฝึกฝนพลังจิตเรียกว่า 'ิญญาทิพย์'
"ตำหนักิญญาก็ยังไม่น่ามองเหมือนอย่างเคย" ไรเซลลอยตัวอยู่ท่ามกลางดวงแสงหลากสี ในเส้นทางที่เหล่าดวงแสงเคลื่อนไปนี้ จุดสิ้นสุดจึงจะอยู่ที่ตำหนักิญญา แม้ว่าจะเรียกตำหนักแต่รูปลักษณ์กลับไม่ได้โอ่อ่าใหญ่โตเหมือนอย่างชื่อของมัน มันมีพื้นเล็กจ้อยเพียง 3-4 เมตรเท่านั้น ลักษณะคล้ายกับกระท่อมไม้หลังน้อยไม่มีสิ่งใดโดดเด่น มีสีดำสนิท เมื่อตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของวังวนวัฏฏะสีเทาอันกว้างใหญ่ มันช่างเป็ภาพที่ดูแปลกตานัก
"รีบไปดีกว่า อยู่ที่นี่นานไปน่าจะไม่ดีเท่าไหร่" ไรเซลไม่ได้หยุดอยู่ชื่นชมภาพเบื้องหน้านานนัก เขารีบกลับตัวเพื่อหนีออกจากที่แห่งนี้โดยเร็วที่สุด
"คิดว่าข้าไม่เห็นเ้ารึไง"
ทันทีที่หมุนตัวจะเริ่มขยับกายนั้น เสียงแหบแห้งน่าขนลุกก็ดังขึ้น ผนึกการเคลื่อนไหวใดๆ ของทุกสรรพสิ่งทันที เหล่าดวงแสงนับหลายล้านล้านดวงพร้อมใจกันหยุดนิ่งอย่างพร้อมเพรียง
"เฮือก!" ไรเซลสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด แม้ว่าร่างที่อยู่ตรงนี้จะเป็ิญญาแต่อากัปกิริยาทุกอย่างยังคล้ายคลึงกับร่างมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่
ฟิ้ว…..
เขาฝืนรั้งพลังงานที่ผนึกเอาไว้พร้อมกับทะยานหนีหน้าตั้ง แม้ต้องเผาผลาญพลังิญญามากมายเท่าไหร่ก็ไม่คิดเสียดายเด็ดขาด
"ปัญญาอ่อนรึไง เ้าโง่" ซุ่มเสียงเสียดแทงบาดลึกเข้าสู่ห้วงดวงจิต ประหนึ่งเข็มแหลมคมนับร้อยนับพันทิ่มแทง
ไรเซลพลันหยุดชะงักร่างกาย สภาพิญญาทิพย์ของเขายามนี้เริ่มหม่นประกายแสง ต่างจากยามแรกที่มาถึงลิบลับ คนพลันล้มตัวคุดคู้ กอดก่ายหน้าอกอย่างน่าสงสาร
"อ๊ากกกกก" เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว ทำให้บรรยากาศที่เคยอึมครึมก่อนหน้านี้กลายเป็สยดสยองทันที
"เลิกแกล้งทำเป็เ็ปเถอะ ครั้งที่แล้วเ้าเล่นลูกไม้กับข้าไปทีนึงแล้ว" เสียงที่ฟังดูเหยียดหยามดูแคลนถูกเปล่งออกมา หากฟังดูเบื้องต้นการพบกันนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับทั้งสองคน
"เจ็บ… อ๊ากกกก!! ข้าเจ็บเหลือนเกิน นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ" ไรเซลพลางร้อง พลางครวญครางโอดโอย ทักษะการแสดงระดับรางวัลออสการ์นั้นหากไม่แสดงมันเวลานี้ เกรงว่าต่อไปคงไม่มีโอกาสใช้แล้ว
"ถ้ายังไม่เลิกกวนข้า รับรองได้เลยว่าเ้าจบไม่สวยแน่" ผิดกับสิ่งที่ไรเซลแสดงออกมา ผู้ที่ร่วมสนทนาด้วยนี้มีแต่ความรำคาญที่เพิ่มเป็เท่าตัว
ฟังน้ำเสียงเหมืิอนกับจับทางตัวเองได้ทุกอย่างแล้ว หากยังหน้าด้านไม่เลิกรา เกรงว่าคงมีเื่ร้ายบังเกิดมากกว่าเื่ดี
ไรเซลล้มเลิกลีลาทุกอย่าง สองมือที่จิกร่างจนแทบจะหลุดออกยามนี้กลับคลายออกอย่างน่าฉงน คนพลันคลายตัวพร้อมเปล่งคำพูดอันน่าเวทนา "ท่านาาิญญาผู้สูงส่ง ข้าน้อยในยามนี้เริ่มทุเลาความเ็ปแล้ว ขอบคุณท่านที่เมตตา" แม้จะเป็ร่างิญญาหากแต่ไม่รู้หยาดน้ำตานั้นมาจากที่ใด น้ำตาหยดน้อยๆ อาบลงเต็มสองแก้ม ขับเน้นให้ท่าทางน่าสงสารของเขายิ่งดูน่าเวทนามากกว่าเดิม
"เหอะ!!" เสียงเค่นเ็าดังขึ้นท่ามกลางห้วงสรรพสิ่งที่กำลังหยุดนิ่ง
" คราก่อนเป็เช่นไร ครานี้ก็ยังเหมือนเดิม อาศัยเพียงละครตบตาของเ้ามิอาจล่อหลอกข้าได้อีกเป็ครั้งที่สอง.. บัดนี้ถึงเวลาแห่งสัญญาของเ้าแล้ว"
าาิญญากล่าวตัดบทโดยมิได้เปิดโอกาสให้ไรเซลได้ต่อรองใด ๆ เลยแม้แต่น้อย ถ้อยคำมากมายที่พยายามกลั่นกรองจนหัวแทบะเิกลับไม่มีโอกาสได้ใช้มัน
" ช้าก่อนท่าน ได้โปรดฟังข้าอธิบายซักเล็กน้อย…. "
".... " าาิญญา
หากมีหัวคิดแม้เพียงเล็กน้อยคนอื่นคงเข้าใจได้ ตัวมันที่เป็าาิญญามา แต่ไหนแต่ไรเพียงออกคำสั่ง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยถาม คำสั่งทุกคำนั้นเปรียบได้กับประกาศิตที่ทุกชีวิตต้องน้อมรับ
ทว่าบัดนี้… กลับมีคนผู้แรกที่กล้าขัดมันเป็ครั้งแรก ประสบการณ์นี้ทำให้ตัวมันรู้สึกสตั้นไปหลายวินาที…
"อะแฮ่ม… ท่านาาผู้ยิ่งใหญ่"
ไรเซลโยนหินถามทางเล็กน้อย เมื่อถือวิสาสะเกริ่นนำออกมาแล้ว แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้ว่าอะไร นี่คงแปลว่ามันสามารถพูดต่อได้กระมัง..
"คราก่อนข้าอาจจะเสียมารยาทไปซักนิดแต่หากเพราะมีเื่จำเป็จริงๆ จึงต้องขออนุญาตท่านซักครา"
"เวลานี้โลกที่ข้าจากมากำลังเข้าสู่วิกฤติ ข้าไม่อาจละทิ้งมันไปได้… แม้ว่าข้าไม่อาจกล้าเรียกตัวเองว่าวีรบุรุษแต่ข้าก็เป็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ข้าอยากปกป้องเอาไว้"
" นั่นไม่ใช่ธุระอะไรของข้า" าาิญญาเอ่ยพลางตัดบทก่อนที่จะพูดต่อ
" ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลต่างมีสิ่งที่รักและอยากปกป้องทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็ตัวเ้า ศัตรูของเ้า หรือแม้กระทั่งสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ยังไม่มีความรู้"
" ตัวเ้าเอาแต่ะโปาวๆ ว่าอยากได้รับโอกาส ในขณะที่คนอื่นๆ ไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขมันด้วยซ้ำ"
"ข้าเคยให้โอกาสกับเ้าไปแล้ว โอกาสที่ไม่เคยมีผู้ใดได้รับ แต่ว่าตอนนี้กลับเป็เ้าเองที่กำลังทำให้โอกาสนั้นสูญเปล่า เ้าคิดว่าทางลัดที่จะเพิ่มพลังของตัวเองเช่นนี้จะสามารถใช้ได้ตลอดไปงั้นรึ? "
ไรเซลส่ายหัว ตัวเขารู้ดีว่ามันเป็การฝืนกฎเกณฑ์มากเกินไปแล้วั้แ่ที่เขาเคยมาที่นี่เมื่อครั้งก่อน การเข้าสู่วังวนวัฏฏะนั้นคือทางลัดในการข้ามขั้นตอนในการสร้างร่างิญญาทิพย์ เมื่อผู้ฝึกพลังจิตกลับสู่ร่างด้วยิญญาทิพย์เมื่อไหร่ ไม่สำคัญว่าร่างกายจะสูญสลายไปแล้ว หากมีเหลือเพียงเศษเสี้ยวก็เป็ไปได้ที่จะฟื้นฟูกลับมาดังเดิม นั่นเพราะเมื่อิญญาทิพย์กำเนิดขึ้น ร่างกายก็เป็เพียงภาชนะใบหนึ่งเท่านั้น
"ข้าไม่ได้กำลังทำลายโอกาสของตัวเอง แต่ข้าไม่มีทางเลือก.. " สายตาไรเซลจมดิ่งสู่ห้วงความทรงจำเมื่อครั้งมาที่นี่ในคราแรก รอยยิ้มเล็กน้อยผุดขึ้นที่มุมปากก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองาาิญญา
"ศัตรูของข้าทรงพลังมากเกินไป ข้าไม่มีโอกาสที่จะชนะแม้ว่าจะทุ่มเทมากเท่าไหร่ก็ตาม ข้ายอมรับผลการกระทำของตนเองและไม่เคยคิดว่าจะไม่จำเป็ต้องสูญเสียสิ่งใด ที่ข้ามาอยู่ต่อหน้าท่านในตอนนี้ เพื่อ้าที่จะแลกเปลี่ยนบางสิ่ง ท่านยินดีที่จะรับฟังหรือไม่"
ประกายดำมืดของาาิญญาผุดขึ้นท่ามกลางดวงร่างที่เลือนลาง "แม้จะไม่อาจเรียกว่าไร้ซึ่งความสนใจในทุกอย่าง แต่ภายในจักรวาลอันกว้างใหญ่กลับมีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่ทำให้ข้าสนใจได้…. เ้า…. คิดว่าสิ่งแลกเปลี่ยนของเ้าจะทำให้ข้าสนใจได้อย่างนั้นรึ??"
ตอบรับท่าทางเหยียดหยันของราชันิญญาไรเซลกลับไม่ได้แสดงอาการใดๆ แม้แต่น้อย มือขวายกขึ้นวางที่ตำแหน่งของหัวใจพลางกล่าว
" แม้ว่าิญญาข้าจะถูกชำระแต่ก็ไม่อาจลบทิ้งตัวตนของข้าไปได้ มีเพียงทำให้ข้าเสียเวลาเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งข้าเชื่อว่าท่านก็ััได้"
"..... "
"สิ่งที่ข้าจะเสนอก็คือการให้ข้าหวนเข้าสู่วัฏฏะดังเดิม ข้าจะยอมรับการชำระและเข้าสู่ห้วงแห่งการถือกำเนิด โดยไม่อาจระลึกความทรงจำ ไม่อาจััถึงตนเองได้อีกจนกว่าจะหมดพันธะสัญญา"
สีหน้าและแววตาของไรเซลฉายแววมุ่งมั่น แม้ว่าจะผิดจากสิ่งที่้าแต่สำหรับเขาเื่ของโลกเวลานี้สำคัญที่สุด
าาิญญานิ่งเงียบ คิดไม่ถึงเลยว่าไรเซลจะยอมทุ่มเทขนาดนี้ ตัวาาิญญานั้นก็เปรียบเสมือนเทพองค์หนึ่ง มันนั้นััได้ั้แ่แรกแล้วว่าไรเซลมีวัตถุพิเศษที่ทำให้ฝืนวัฏสงสารได้ แม้จะฝืนชำระิญญาก็ทำได้เพียงให้ไรเซลลืมตนเองไปได้ชั่วครู่เท่านั้น ไม่อาจฝืนกระทำการใดมากไปกว่านี้ได้อีก
"แม้ว่าข้อเสนอของเ้าจะน่ารำคาญไปบ้างแต่ข้าก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้มีสิ่งแปลกปลอมเกิดขึ้นภายในห้วงวัฏฏะแห่งนี้ ข้า… จะยอมรับข้อเสนอของเ้า"
"ฟู่ว.." ไรเซลถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าราชันิญญาจะสนใจข้อเสนอนี้หรือไม่ เพียงแต่นี่คงเป็ทางเดียวแล้วที่สามารถทำได้
" ข้าจะไม่รอเ้าครบอายุขัยในภพชาตินี้ จงบอก.. เวลาที่เ้า้าแก่ข้า" ราชันิญญาเอ่ย
" 20 ปี ข้าขอเพียงเท่านี้" ไรเซลพูดพลางยกนิ้วสองนิ้ว
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าที่เลือนลางของาาิญญาพลางกล่าว "ไม่คิดว่าจะขอเพียงเท่านี้ ข้าล่ะอุตส่าห์เตรียมข้อเสนอไว้ล่วงหน้ามากมาย น่าเสียดายจริงๆ"
" เ้าต้องเข้าสู่วัฏฏะสงสาร 7 ภพชาติแลกกับการที่เ้าจะมีชีวิตต่อไปได้อีก 20 ปี"
"หาาา" ไรเซลผงะ ข้อแลกเปลี่ยนนี้ชัดเจนว่าไม่ยุติธรรมเลยซักนิด
"ท่านนนนนน… ท่านจะหน้าเืเกินไปแล้ว" ไรเซลพูดพลางขบฟันแน่น
" ประเสริฐ!! มีข้อแลกเปลี่ยนให้กลับไม่สนใจ เช่นนั้นก็แล้วไปเถอะ" ตอบรับกิริยาของไรเซลาาิญญาตบหน้าขาดังป้าบพลางกล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
"ท่าน!" ไรเซลกันฟันแน่น แม้จะมองออกว่านี่แค่แกล้งตบตาแต่ตัวไรเซลเองกลับไม่มีสิทธิ์เสียงที่จะต่อรองแม้แต่น้อย เขาเข้าใจดีว่าหากไม่รับโอกาสนี้เอาไว้คงเป็ไปไม่ได้ที่จะกลับไปแล้วแน่นอน
"ตกลง!!" ไรเซละโก้อง
"หึหึหึ" าาิญญาหัวเราะในลำคอพลางหยิบตะเกียงขึ้นมาใบหนึ่ง "นี่คือตะเกียงิญญา เมื่อทำพันธะสัญญาข้าจะฝังมันลงในิญญาของเ้า เมื่อใดก็ตามที่ครบกำหนดเวลามันจะมอดดับและพาเ้าเข้าสู่ห้วงวัฏฏะดังเดิมโดยที่เ้าไม่อาจต่อต้านแม้ว่าจะเติบโตจนยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม มันคือสิ่งที่เ้าไม่อาจหลุดพ้นเป็เวลา 7 ชาติภพ"
ไรเซลมองตะเกียงสีเทาด้วยแววตาที่แน่วแน่พลางขยับเข้าไปจนััมัน ความเย็นยะเยียบแผ่ออกมาภายในร่างิญญาของเขา " ข้าไรเซลขอทำพันธะสัญญากับราชันิญญา ภายใน 7 ชาติภพข้าจะเข้าสู่ห้วงวัฏฏะโดยที่ไม่มีการหลีกหนี แม้ว่าข้าจะผ่านการหลุดพ้นหรือไม่ในชาตินั้นก็ตาม เพื่อแลกเปลี่ยนกับเวลาในการมีชีวิตต่อจากนี้อีก 20 ปี"
าาิญญามองมาที่เบื้องรอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อเห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยวของไรเซล " ข้ายอมรับ"
พริบตาที่สัญญาเสร็จสมบูรณ์แสงไฟบนตะเกียงพลันสว่างวาบ มันหลอมรวมเข้าไปในร่างไรเซลก่อนที่ไฟจะลุกโชน
ฟึ่บบ..
ร่างไรเซลเลือนหายไปจากตำหนักิญญาพร้อมกับแสงสว่างที่มอดดับลง
.
.
.
.
ผ่านไปเนิ่นนานภายในห้วงสีเทาสุดไพศาลสุ้มเสียงไพเราะที่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่เหนื่อยล้าก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ
"ข้าขอโทษจริงๆ เวลามีเหลือไม่มากแล้ว…."
.
.
.