เช้าที่อากาศสดใส นันทิชาเดินลงบันไดมา กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเธอคือคนแรกที่ตื่นก่อนใครในบ้าน เธอจึงเดินตรงไปยังตู้เย็นหยิบดูอาหารที่มีเหลือไม่มากนัก แต่พอที่จะทำอาหารเช้าได้เล็กน้อยเพื่อรองท้อง สิ่งที่พอทำได้น่าจะเป็นข้าวต้มกุ้ง เธอยืนคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเตรียมเดินออกไปซื้อวัตถุดิบอีกเล็กน้อยยังร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักเท่าไหร่นัก เมื่อได้วัตถุดิบที่ต้องการเรียบร้อยหญิงร่างบางจึงเริ่มลงมือทำตามสูตรของป้านา ควันโชยฟุ้งหอมไปทั่ว พร้อมกับพระอาทิตย์ที่กำลังทอแสงไม่แรงมากนัก เพียงครู่หนึ่งสมาชิกทุกคนก็ทยอยเดินลงมา อาจแปลกใจเล็กน้อยที่ยังพอมีอาหารเช้าไว้ให้ได้รับประทาน เพราะต้องรีบออกเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อเตรียมงานหมั้นที่ใกล้เข้ามาเต็มที
“ขออีกชามได้ไหมทิชา” เสียงคนอวบซดอาหารคำสุดท้ายเสร็จ เรียกร้องดังโหวกเหวกขึ้น
“พอได้แล้วพริม ถ้าคุณทานอีก ผมจะไล่คุณออกตรงนี้เลย” ทีภพเริ่มโมโหที่คนอวบไม่เคยเชื่อฟังเขา ทั้งที่เขาหวังดีอยากให้เธอมีสุขภาพที่ดี
“พริมแค่ล้อเล่นเองค่ะ ทำไมคุณทีต้องโกรธขนาดนั้นคะ เลือดลมเดินไม่ดีหรือคะ” หญิงร่างอวบยังมีแก่ใจหัวเราะคิกคักไม่มีท่าทีสลด พลอยให้ทุกคนที่นั่งฟังกลั้นขำไม่ได้ แทนคุณแทบจะสำลักอาหารไม่คาดฝันว่าลูกน้องของทีภพ จะซัดเพื่อนเสียอยู่หมัดเช่นนี้ แต่ก็เก็บอาการไว้ได้ทัน พร้อมเหลือบมองไปยังม่านฟ้าที่มีท่าทีไม่ต่างจากเขา
ทุกคนต่างจัดเตรียมสัมภาระของตนเพื่อเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ รถของทีภพและพริมเคลื่อนตัวออกไปก่อน แทนคุณยังคงง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าใบใหญ่อยู่ หลังจากตรวจทานดีแล้วจึงพากันขึ้นรถ ชายหนุ่มเอื้อมไปรัดเข็มขัดให้กับม่านฟ้าเช่นเคย พร้อมกับส่งยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น ก่อนปรับกระจกมองหลังให้มองเห็นคนที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลัง เขามองเธอผ่านกระจก ก่อนที่นันทิชาหันไปสะดุดพอดี สายตาหญิงสาวมองเขานิ่ง แต่เขากลับจ้องเธอเขม็ง นันทิชาสับสนเล็กน้อยก่อนจะนึกได้ว่าตนเองยังไม่ได้รัดเข็มขัดตามที่เขาเคยสั่งเอาไว้เมื่อคราวก่อน มือน้อยๆ จึงค่อยๆ ขยับตัวรัดเข็มขัดเรียบร้อยก่อนหันมองเขาในกระจกอีกรอบ สายตาดุคู่นั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มออกมา
“คุณทีโกรธพริมหรือคะ นั่งเงียบเชียว” หญิงร่างอวบหันไปถามเจ้านาย เมื่อรถแล่นออกมาได้สักระยะแต่ไม่มีคำพูดแม้สักคำออกจากปากเขา ทีภพยังคงนิ่งเฉยเสมือนไม่ได้ยินคำถามของหญิงสาวร่างอวบ
“ดูท่าจะโกรธจริงแฮะ” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง
“คุณทีคะ พริมขอโทษค่ะ ถ้าพริมทำหรือพูดอะไรไม่ดีออกไป ทำให้คุณไม่พอใจ” หญิงสาวเริ่มมีท่าทีรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง หลังจากเห็นทุกเรื่องที่เขาทำเป็นเรื่องล้อเล่นมานาน พยายามงอนง้อเจ้านาย
“แต่คุณอย่าทำเป็นไม่สนใจพริมแบบนี้สิคะ พริมรู้สึกไม่ชอบเลย” คนตัวใหญ่แต่ใจไม่ใหญ่อย่างทีภพ ตอบสนองโดยการเริ่มเหลือบมองด้วยหางตาเล็กน้อย หากแต่ยังคงไม่เอ่ยปากพูดอะไร
“พริมขอโทษนะ” เสียงออดอ่อนของหญิงร่างอวบทำให้คนนิ่งเริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบ
“ที่คุณรับปากผม คุณยังจำได้ใช่ไหม” หญิงสาวรีบหันมาหาเขา แววตาเป็นประกายพลางยิ้มกว้าง
“จำได้สิคะ”
“นับแต่นี้ไป เวลาว่างของคุณคือการออกกำลังกาย”
“ว่าแล้วเชียว ยายพริมเอ๊ย รับปากอะไรโง่ๆ ไว้ งานเข้าแกแล้วล่ะ” เธอนึกพึมในใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง เมื่อเรื่องวกเข้ามาพันรอบตัว
“เวลาว่างผมจะพาคุณออกกำลังกายเอง ถ้าปล่อยให้คุณลดน้ำหนักเอง ก็ไม่มีวันเห็นผล ดูคุณไม่จริงจังเอาเสียเลย” สิ้นเสียงคำของทีภพ หญิงร่างอวบเบิกตาโพลงขึ้นมาทันที
“คุณทีจะไปออกกำลังกายเป็นเพื่อนพริมจริงหรือคะ พริมพึ่งรู้นะคะว่าพริมมีเจ้านายใจดีขนาดนี้” หญิงสาวยิ้มด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“เวลาออกกำลังกายคุณทีถอดเสื้อด้วยไหมคะ” ดวงตาหล่อนเป็นประกายแวววาว ในสมองนั้นหาใช่เรื่องอื่น นอกจากนึกถึงกล้ามแน่นๆ ของเขา
“ถึงจะเหนื่อยเสียหน่อย แต่อย่างน้อยก็มีอาหารตาได้เชยชม มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีกพริมเอ๊ย!” ความคิดโลดแล่นเข้ามาในสมอง พร้อมสายตาหยาดเยิ้มจ้องมองทีภพ ในความโชคร้ายมักจะมีความโชคดีซ่อนอยู่เสมอ พลางเลื่อนสายตาลงมาจ้องมองที่ท้องด้านล่างของชายหนุ่ม นึกทะลุผ่านเสื้อของเขามองเห็นกล้ามแน่นๆ เนื้อขาวๆ โอ้มายกอด!
“คิดอะไรเพ้อเจ้ออีกล่ะ ถึงมองลงไปแบบนั้น” คนหนุ่มทำลายภาพจินตนาการของหญิงสาว คนอวบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางตวัดตาขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“รู้ทันตลอด” หญิงสาวเหลือบมองไปหาชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะทำไม่รู้ไม่ชี้หันกลับมามองตรงไปยังถนน
เมื่อรถแล่นมาถึงบ้านหลังใหญ่ของแทนคุณ เขาจัดการย้ายกระเป๋าของคู่หมั้นกลับไปใส่รถของเธอ ที่จอดทิ้งไว้เมื่อวันก่อน ป้านาและน้อยวิ่งเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง ชุลมุนกันอยู่พักใหญ่กว่าทุกอย่างจะเข้าที
“งั้นม่านขอตัวกลับก่อนนะคะแทน ต้องไปคุยรายละเอียดงานหมั้นกับคุณพ่ออีก”
“ขับรถดีๆนะม่าน” แทนคุณยกมือลาว่าที่คู่หมั้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันหน้าไปประจบกับรอยยิ้มของนันทิชาที่ยืนยิ้มส่งให้กับม่านฟ้าเช่นเดียวกัน หญิงสาวยืนรอรถของม่านฟ้าขับลับออกไป ก่อนจะหันหน้าเข้าตัวบ้าน
“พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวด้วยนะ” คำสั่งของแทนคุณทำให้นันทิชาหยุดเดินแล้วหันหน้ากลับมา
“คะ” ร่างบางได้ยินไม่ชัดเจนนัก
“พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเลือกชุด สำหรับงานหมั้นผมกับม่าน” ชายหนุ่มย่างเท้าเข้ามาหาเธอ จ้องมองเข้าไปยังดวงตากลมโตแสนสวยคู่นั้น เพื่อเน้นย้ำอีกครั้ง หญิงสาวจะพยักหน้ารับแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ก่อนที่แทนคุณจะเดินเลี่ยงเข้าบ้านไป