ชายหนุ่มทั้งสองล้างมือเปื้อนเืในอ่างทองเหลืองจนสะอาดเช็ดมือจนแห้งแล้วหยิบโอสถออกมาจากขวดยาขนาดเล็กป้อนให้ชินอ๋องก่อนจะพากันออกไปพบคนจำนวนมากด้านนอกยืนแถวกันอย่างเป็ระเบียบอย่างไร้เสียงพูดคุยไหวเซิงรีบขยับเข้ามาด้านหน้าแถวยืนห่างออกไปสองสามก้าวด้วยท่าทางนอบน้อมรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“ท่านหมอ”
“ลูกธนูนำออกมาเรียบร้อยแล้ว”
คล้ายมีเสียงถอนหายใจของใครหลายคนดังขึ้นพร้อมๆกัน
“แต่อาการยังไม่ปลอดภัยคืนนี้ข้าจะอยู่เฝ้าอาการด้วยตนเอง"
“ขอบคุณท่านหมอ ข้าจะรีบจัดที่พักสำหรับท่านหมออีกท่าน”
เสียงะโให้พาไปที่พักดังขึ้นก่อนที่รองแม่ทัพจะสั่งการอย่างอื่นก็มีเสียงของท่านชายหนุ่มชุดน้ำเงินเอ่ยแทรกขึ้นเบาๆ
“ท่านรองแม่ทัพรบกวนท่านช่วยให้คนไปนำหมอทั้งสองท่านที่อยู่ด้านในออกมาด้วยและทำความสะอาดพื้นที่ด้านในให้สะอาดเอ่อ ทันที ในห้องคนเจ็บควรสะอาดตลอดเวลา”
พูดจบชายหนุ่มชุดน้ำเงินก็เดินตามทหารที่นำไปที่พักส่วนท่านหมอชุดขาวเดินกลับเข้าไปในกระโจม สภาพที่ไหวเซิงเข้ามาเห็นในกระโจมคือหมอทหารสองคนนอนกองรวมกันท่าทางหวาดกลัวก่อนหมดสติยังคงอยู่จนสังเกตได้มีเศษซากให้เห็นใต้ร่างด้วยเขาขมวดคิ้วก่อนจะโบกมือให้พลทหารมาพยุงร่างทั้งสองออกไปพลทหารชุดใหม่หลายนายเข้ามาเพื่อทำความสะอาด
“หามออกไปไวๆ ใครก็ได้รีบเข้ามาทำความสะอาดเร็ว”
สองมือของรองแม่ทัพกำลังช่วยทหารที่ตามเข้ามารวบรวมเศษผ้าขาวเปื้อนเืโดยไม่รังเกียจแม้แต่น้อยดูก็รู้ว่า้าให้ภายในกระโจมสะอาดอย่างเร็วที่สุดคนผู้นี้ห่วงใยคนเจ็บอย่างยิ่ง เมื่อเก็บได้หมดก็รีบกำชับให้พลทหารหาอุปกรณ์รีบทำความสะอาดอย่างว่องไว
ไหวเซิงแอบใช้สายตาเหลือบมองท่านหมอชุดขาวที่นั่งมองคัมภีร์ในมือเอียงหน้าจิบชาที่มีไอควันลอยละใบหน้าช่างเหมือนงานศิลปะที่งดงามใช่เป็ชายหนุ่มที่งดงามมากคล้ายรูปปั้นเทพเซียนในวิหารที่เขาเคยพบเห็น
“ท่านหมอ ้าสิ่งใดเพิ่มเติม แจ้งที่ทหารยามหน้ากระโจมได้เลยนะขอรับ”
จนกระทั่งครึ่งชั่วยามผ่านไปทุกอย่างก็เสร็จสิ้นเหลือเพียงคนไข้ที่นอนไร้สติและชายหนุ่มชุดขาว
เมื่อไร้คนรบกวน นางเข้าสมาธิฟื้นฟูพลังิญญาแล้วส่งจิตเข้าไปในแหวนมิติเสี่ยวไป๋ที่ร่างเกือบโปร่งแสงนอนอยู่บนเตียงขนาดเล็กที่ปูด้วยผ้าไหมดูท่าจะเสียพลังิญญาในการประคองจิติญญาของนางและคนเจ็บไปมาก
“ท่านแม่… กายท่านพ่อมีความลับ”
เสี่ยวไป๋ขยับริมฝีปากทั้งที่ตายังลืมไม่ขึ้นนางได้ยินก็อดที่จะดุเด็กน้อยไม่ได้
“ใครพ่อเ้า ไร้สาระจริง เ้าพักรักษาตัวให้ดี”
เสี่ยวไป๋เห็นท่าทางของจิ่วเหมยฮวาก็สงบปากสงบคำกำหนดจิตรักษาตัวอย่างเชื่อฟังนางมองดูเด็กน้อยที่ยอมเชื่อนางแต่โดยดีก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนใจ(เด็กนี่ช่าง…เจอคนรูปงามเข้าหน่อยก็เที่ยวไปเรียกพ่อ) มันน่าตีนักเด็กอย่างไรก็เป็เด็ก
ภายในเวลาเพียงหนึ่งคืนหนึ่งวันที่ต้องเฝ้าดูอาการและฟื้นฟูพลังิญญาเื่เล่าลือว่าท่านหมอในชุดขาวและชุดน้ำเงินสองท่านรักษาชินอ๋องได้ก็ถูกเล่าปากต่อปากจากในค่ายทหารออกไปร้านอาหาร ผ่านเสี่ยวเอ้อร์ไปสู่ชาวบ้าน
“รู้หรือไม่ท่านอ๋องของเราได้รับการรักษาจากหมอเทวดาเชียวนะต้องปลอดภัยแน่นอน”
“ใครบอก เป็เทพเซียนจำแลงกายมาต่างหากระวังเถอะปากจะถูกเย็บไม่มีไว้กินข้าว”
“จะเป็หมอเทวดาหรือว่าเทพเซียนล้วนดีทั้งสิ้นพวกเ้าคิดดูหากท่านอ๋องตายไปใครจะปกป้องพวกเรา โชคดีจริงๆขอให้ท่านอ๋องปลอดภัยหายไวๆ จะได้ขับไล่คนป่าเถื่อนพวกนั้นไปให้ไกลซะที”
“พวกเราไปจุดธูปขอบคุณฟ้าดินกันดีกว่า”
“ไปๆ ข้าไปด้วย”
จากหมอที่ไร้ชื่อเสียงไร้คนรู้จักพูดไปพูดมากลายเป็เทพเซียนกลายร่างเป็ท่านหมอมาช่วยท่านอ๋องให้หายจากการาเ็ได้หรือไม่ก็ว่าท่านชินอ๋องเป็คนดีมีบุญญาธิการเทพเซียนจึงลงมาช่วยทหารภายในค่ายและชายหนุ่มทั้งสองต่างไม่ทราบเื่ราว
รุ่งเช้าอีกวัน ทหารนำสำรับอาหารมาส่ง
“อาหารขอรับ”
“เ้านำกลับไปเถอะ”
“แต่ว่า”
“ข้าไม่ทานอาหาร วางเฉพาะผลไม้ไว้ก็พอ”
จิติญญาเลื่อนระดับขึ้นทำให้ความอยากในอาหารลดน้อยลงการปฏิเสธอาหารกลายเป็การตอกย้ำความคิดเกี่ยวกับเทพเซียนของเหล่าทหารสายตาที่มองมาที่กระโจมของชินอ๋องดูจะร้อนแรงด้วยความฮึกเหิมยิ่งกว่าเก่าเมื่อชินอ๋องมีเทพเซียนคุ้มครองการรบครั้งนี้ย่อมต้องชนะแน่นอน
นางทานเฉพาะผลไม้และผักส่วนจิ่วเอ๋อร์นางยังคงทานปกติและชื่นชอบการทานเนื้อสัตว์เป็อย่างมากสองวันนี้ในกระโจมที่พักของชินอ๋องไม่มีใครเข้ามารบกวนมีเพียงวันแรกที่ชายหนุ่มชุดน้ำเงินมาเพียงชั่วครู่แล้วก็กลับไปพัก
ยามเย็นของวันที่สามท่านหมอชุดขาวที่แสนเ็าให้พลทหารไปเรียกหมอทหารที่ต้องดูแลชินอ๋องเข้ามาทั้งหมด ขวดโอสถออกมาวางเรียงทั้งยังอธิบายด้วยเสียงเรียบๆให้หมอเ่าั้ฟังอย่างใจเย็นพวกหมอทหารกลับหวาดกลัว เกรงว่าจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นยิ่งได้รู้ว่าท่านหมอจะจากไปทิ้งให้พวกเขาดูแลท่านอ๋องพวกตนจะรับความกดดันจากรองแม่ทัพไม่ไหว
“ท่านเซียน พวกข้าขออนุญาตจดบันทึกนะขอรับ รายละเอียดมากมายเกรงว่าจะสับสน”
"หนึ่ง แผลห้ามโดนน้ำโดยเด็ดขาด
สอง ต้องเปลี่ยนสมุนไพรทุกวัน
สามโอสถในขวดเหล่านี้ให้กินตามจำนวนที่เขียนไว้บนใบสั่งยาบนโต๊ะในจำนวนนี้มีทั้งยารักษาแผลและยากำจัดพิษภายในกายท่านอ๋อง"
พูดจบก็กวาดตามองเหล่าหมอทหารที่ฟังอยู่ด้านหน้าไม่เห็นสีหน้าผิดปกติจึงกล่าวต่อไป
“หลังจากนี้เจ็ดวันให้ตัดไหมที่ข้าเย็บแผลไว้ออก”
พอได้ยินว่าต้องตัดไหมแต่ละคนแสดงสีหน้าละอายใจออกมาพวกเขาเป็หมอมาจนอายุปูนนี้แล้วไม่เคยเห็นการรักษาที่ต้องเย็บด้วยไหมอีกทั้งไม่เคยรู้ว่าการตัดไหมต้องทำอย่างไรต่างหันมองหน้ากัน
“ท่านเซียน พวกข้าไม่เคยตัดไหมไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร”
ท่าทางของคนอายุสี่สิบกว่าสี่คนที่ยืนอย่างนอบน้อมสายตาและสีหน้าบ่งบอกความ้าให้ช่วยเหลือคล้ายบอกออกมาว่า“สอนข้าที บอกข้าที ข้าทำไม่เป็”
เป็ความจนใจที่แสดงออกทางร่างกายอย่างชัดเจนนางจึงอธิบายให้ฟังช้าๆเพื่อให้ทั้งหมดเข้าใจตรงกับที่นาง้าทั้งยังวาดภาพให้ดูอีกด้วย
“ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจจะถามก็ถามพรุ่งนี้ข้าสองคนจะไปแล้ว”
ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ติดจะเฉยชาของชายหนุ่มมองไปยังทุกคนที่ยืนล้อมรอบโต๊ะวางโอสถ
“ท่านเซียนท่านถอนลูกธนูออกแล้ว ไม่อยู่ดูผลการกำจัดพิษหน่อยหรือขอรับ”
“ไม่จำเป็ แค่พวกท่านจ่ายยาตรงตามที่เขียนไว้ก็เป็อันใช้ได้”
วันนี้ชายหนุ่มทั้งสองที่ถูกขนานนามว่าท่านเซียนได้บอกกล่าวกับรองแม่ทัพและหมอทหารที่จะดูแลต่อหลังจากที่ทั้งสองจากไปก่อนที่จะเดินทางจากไปคนหนึ่งนั่งชาจิบและชิมขนมรอที่โต๊ะด้านนอกพูดคุยกับรองแม่ทัพส่วนอีกคนหนึ่งก้าวเข้าไปด้านหลังฉากกั้นห้องเพื่อตรวจดูอาการอีกครั้งก่อนออกจากค่ายทหารยังมีชาวบ้านที่ยัง้าความช่วยเหลือด้านการรักษาอีกเป็จำนวนมาก
ชินอ๋องนอนนิ่งบนเตียงยังคงนอนราบผ้าห่มเลื่อนลงไปทำให้มองเห็นสภาพเสื้อชั้นในสีขาวเผยอออกจิ่วเหมยฮวาจึงค้อมตัวขยับสาบเสื้อเปิดออกตรวจดูผ้าพันแผลด้านใน เมื่อดูว่าเรียบร้อยดีจึงดึงเสื้อให้ปิดกระชับผูกผ้ารัดเอวให้แน่นเข้าจู่ๆก็ถูกจับกระชากล้มลงนอน(อยู่ใต้ร่าง) ผมยาวดำของคนตัวโตกว่าตกลงมาปิดระใบหน้าคนที่อยู่ด้านล่างตาเรียวคมเบิกกว้างขึ้นแล้วค่อยกลับสู่ปกติ
ไป๋จินหลงเมื่อครู่ลืมตาตื่นขึ้นมาััได้ว่ามีคนขยับเขยื้อนเสื้อผ้าตนด้วยความใและแปลกใจที่มีคนอยู่เหนือร่างกายตนเองด้วยความหวาดระแวงถึงอันตรายจึงดึงร่างคนที่อยู่้าลงมาแล้วใช้ร่างกายพลิกทับเอาไว้ใช้แขนและข้อศอกกดลำคออีกฝ่ายเอาไว้ร่างกายที่หนาและแข็งแกร่งกดทับคนด้านล่างไว้ทั้งตัวหน้าอกท้องและขาแนบไว้ทั้งตัว ตาคมหรี่ตามองใบหน้าคนที่ตนกดทับไว้เมื่อเห็นได้ชัดเจน ใบหน้านี้ช่างงดงามราวกับเทพเซียนคิ้วเรียวดวงตากระจ่างใสสะท้อนภาพเขาอยู่ในนั้นจมูกรับกับปากเรียวบางผมสีดำกระจายยุ่งเหยิงบนที่นอนของเขาดวงตาที่คราแรกคล้ายใเพียงกระพริบตากลับเป็ไร้อารมณ์แฝงไปด้วยความเฉยชาในสายตาหากตนไม่เห็นใบหูที่ค่อยๆ แดงขึ้นมาต้องเข้าใจว่าเป็คนไร้ความรู้สึกเป็แน่ที่แท้คนใต้ร่างก็มีความรู้สึกอับอาย แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะกลายเป็โกรธเขาจึงค่อยๆขยับกายลงนอนหงายพร้อมเสียงซู๊ดปาก เพราะเจ็บที่แผล
“ข้าเป็หมอ แผลท่านน่าจะปริออกจากกัน อยู่นิ่งๆ”
จิ่วเหมยฮวาใมาก (ถึงแม้รูปกายภายนอกจำแลงเป็ชาย)จู่ๆอ๋องผู้นี้ก็ลืมตาขึ้นมาแล้วมือที่ใหญ่และแข็งแกร่งจับและพลิกนางให้อยู่ด้านใต้ทั้งใช้กายกดนางไว้แม้มีเสื้อผ้ากั้นอยู่แต่นางััได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งทุกสัดส่วน(นางไม่เคยััไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้ แต่เคยอ่านในตำราเรียนและคัมภีร์รวมทั้งประสบการณ์ในชาติที่แล้วที่ได้ดูสื่อด้านเพศสัมพันธ์มาไม่น้อย)ทำให้ร้อนไปทั้งหน้าโชคดีที่คนตัวหนารู้สึกตัวแล้วลงไปจากกายนางฟังจากเสียงที่ครางออกมาคงเจ็บน่าดู ขยับตัวรุนแรงขนาดนั้น แผลอาจจะปริหรือฉีกน่าจะมีเืไหลซึมออกมาแล้ว
คนตัวสูงถูกจับให้นั่งขึ้นมาถูกถอดเสื้อเขาพยายามนั่งนิ่งให้ตรวจ ผิวที่ค่อนข้างแข็งทั้งมีรอยแผลเป็เล็กๆน้อยๆไปทั่วเมื่อมีมือเรียวยาวลูบตามขอบแผลที่หน้าอก ทั้งยังด้านหลังอีกนิ้วมือที่อ่อนนุ่มกำลังลูบไล้ตามิัหลายจุด ตอนนี้เขาได้แต่ก้มหน้าซ่อนแววตาร้อนแรงภายในกายรู้สึกแปลกแปร่ง จนกระทั่งเสื้อคลุมถูกสวมให้อีกครั้ง
“ข้าทำแผลให้ใหม่แล้วระวังการเคลื่อนไหวซักหน่อยไม่เช่นนั้นาแเปิดออกจะทำให้หายช้า ท่านนอนพักเถอะ”
หลังจากส่งโอสถให้คนป่วยกลืนลงไปก็มีเสียงกล่าวขอบคุณเบาๆ ผ่านไปชั่วครู่ชินอ๋องรู้สึกมึนงงหนักที่เปลือกตาจึงหลับไป ก่อนที่จะมีเสียงเดินออกไป
กองทหารฝ่ายเสบียงที่มาถึงหลังจากทั้งสองจากไปเพียงสองวันใน่ที่ชินอ๋องพักฟื้นทหารก็ได้รับเสบียงและยาอย่างเพียงพอ กินอิ่มมีพละกำลังเมื่อชินอ๋องมีอาการดีขึ้น ขวัญและกำลังใจทหารในกองทัพดีขึ้นทันที การรบก็เปิดฉากและพลักดันศัตรูให้ถอยห่างออกไปจากกำแพงเมืองได้ในศึกครั้งแรกระยะเวลาการรบที่ยาวนานทำให้เสบียงกรังฝ่ายศัตรูเริ่มลดน้อยลงอีกทั้งถูกเผาทำลายจากการส่งหน่วยย่อยเข้าไปลอบโจมตี สุดท้ายเพียงสองเดือนศัตรูก็ยื่นหนังสือพร้อมทูตเจรจาสงบศึก
“ท่านอ๋อง ข้าศึกส่งทูตมาขอสงบศึกและเจรจาพะยะค่ะ”
“ให้รองแม่ทัพเป็ผู้เจรจา”
“ให้เกณฑ์ชาวบ้านที่แข็งแรงมาช่วยซ่อมแซมกำแพงเมือง(ชั่วคราว)ใครมาทำให้ลงชื่อเบิกเงินค่าแรงตามวันที่มาทำงาน”
“พะยะค่ะ”
หลังจากซ่อมแซมกำแพงเมืองทหารและขุนนางประจำชายแดนก็ยืนส่งชินอ๋องและกองทัพเดินทางกลับเมืองหลวง ต่อจากนี้ไปเป็หน้าที่ที่ราชสำนักจะส่งคนมาดำเนินการซ่อมแซมและช่วยเหลือชาวบ้านเป็การเดินทางที่ราบรื่นไม่มีอุปสรรคเช่นตอนออกเดินทางแต่อย่างใด
“หม่อมฉัน รายงานพร้อมคืนตราตั้งทางทหารพะยะค่ะ”
“ขอบใจเ้ามากที่ต้องไปลำบากที่ชายแดนได้ยินว่าได้รับาเ็อาการเป็อย่างไรบ้าง”
“เพราะบารมีฝ่าาหม่อมฉันได้รับการรักษาทันจึงรอดกลับมาได้แต่เพราะอาการรุนแรงจึงอยากทูลขออนุญาตหยุดพักรักษาตัวไม่เข้าร่วมการประชุมขุนนางพะยะค่ะ”
“ได้ เราอนุญาตให้ชินอ๋องพักรักษาตัวจนกว่าจะหายดีส่วนทหารทุกคนที่ไปร่วมรบให้รับบำเหน็จรางวัลกันถ้วนหน้าอารักษ์เ้าเขียนไว้แล้วรางวัลจะส่งไปที่ค่ายทหารในภายหลัง”
“พะยะค่ะ”
รัชทายาทและบรรดาเสนาบดีที่ฝักฝ่ายเป็พวกเดียวกันต่างเก็บสีหน้าและแววตามีการพูดเื่การเจรจาและทูตที่เป็ตัวแทนสุดท้ายมีรับสั่งให้รัชทายาทดูแลแทนพระองค์
จวนชินอ๋องในห้องโถง
ไป๋จินหลงในชุดลำลองสีดำปักลายด้วยไหมสีแดงสดด้านข้างมีพ่อบ้านใหญ่หวังลี่ ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามา เด็กรับใช้ (นายทหารคนที่มอบโอสถตอนนี้ได้ขยับเป็เด็กรับใช้ประจำตัวชินอ๋อง)ในชุดสีดำตามเครื่องแบบประจำจวนหยุดยืนเบื้องหน้า
“ข้าน้อยเซิ่นหลาง ขอรับ”
“เ้าคือคนที่ช่วยยื้อชีวิตข้าไว้”
“หามิได้ขอรับ เป็เพราะข้าบังเอิญมีโอสถของท่านเซียนจึงได้มีโอกาสช่วยพระองค์ได้ขอรับ”
“ข้า้าให้เ้ามาช่วยงานข้า ยินดีหรือไม่”
“ยินดีขอรับ”
“จากนี้ไปเ้าคือ หูสือซาน เ้าให้โอสถกับข้าในคราแรกและเ้าก็เป็คนพบและเชิญตัวท่านหมอมารักษาข้าได้ เ้าอยากได้รางวัลเป็สิ่งใด”
“มิได้ขอรับ ข้าน้อยเต็มใจเป็อย่างยิ่งที่ได้รับใช้ท่านอ๋อง ขอรับ”
“ข้าอยากให้เ้าเล่าเื่ทั้งหมดให้ข้าฟังอย่างละเอียด”
“ขอรับเื่เริ่มจากก่อนออกเดินทัพไปชายแดนข้าจำเป็ต้องกลับไปบ้านเพราะท่านพ่อป่วยหนักและได้พบท่านเซียนกำลังรักษาผู้คนในละแวกหมู่บ้านจึงได้มีวาสนารับโอสถมาเก็บไว้กับตัวหนึ่งเม็ดไม่คาดว่าเกิดเหตุร้ายกับท่านอ๋องพวกหมอในค่ายทหารต่างก็ไม่สามารถทำให้อาการถูกพิษและถูกลูกศรยิงได้ข้าจึงนำยานั้นออกมาคิดเพียงว่าอาจทำให้ท่านอ๋องดีขึ้นบ้างพวกหมอทหารเห็นเม็ดโอสถก็บอกว่าเป็โอสถชั้นสูงช่วยระงับอาการได้ชั่วคราวและถ้าหากสามารถเชิญท่านหมอเ้าของโอสถมารักษาได้ท่านอ๋องอาจจะรอดขอรับ”
ไป๋จินหลงฟังหูสือซานเล่าเื่ที่ได้พบกับเซียนทั้งสองก่อนหน้าที่จะเกิดเื่กับตนเองและรายละเอียดต่างๆแต่เขากับรู้สึกว่าอีกฝ่ายข้ามบางรายละเอียดจึงสอบถามอีกหลายประโยค