ณคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์โมเดิลที่มั่งคั่งทันสมัยและโอ่อ่าสมฐานะตระกูลดังเ้าของธุรกิจสายการบินระดับชาติที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วทั้งเอเชีย
ภายในห้องโถงรับแขกที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราทันสมัยนั้น ชายหนุ่มผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขของบ้านกำลังนั่งจิบกาแฟสำหรับเช้าวันหยุดอยู่ที่โซฟาตัวยาวพร้อมกับแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดในมือซึ่งถือได้ว่าเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว
ภานุ สีหราชเมธีชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงสง่าและงดงามราวเทพบุตร วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเนื้อดีสีขาวสะอาดตาเนื่องจากวันนี้เป็วันครบรอบการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของบิดาและมารดาอันเป็ที่รักยิ่งโดยเขากับแม่นมพร้อมด้วยสาวน้อยที่เขาหลงรักั้แ่เยาว์วัยนั้นจะไปเยี่ยมท่านที่สุสานในแถบชานเมืองด้วยกันทุกปี
“พวกเราพร้อมแล้วค่ะพี่นุ”
เสียงหวานคุ้นหูที่เอ่ยเรียกชายหนุ่มนั้นทำให้มือแกร่งที่กำลังสาละวนกับการััเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตไปมาต้องหยุดชะงักและหันไปมองด้วยรอยยิ้มชอบใจจนปิดไม่มิด
“ครับ... งั้นเราไปกันเลย” ภานุตอบพร้อมทั้งขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยที่ดวงตาคมเข้มนั้นไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานของคนเรียกเลยแม้แต่น้อย
สายป่าน จันทราทิพย์ เป็ชื่อของเธอสาวน้อยน่ารักที่บิดาและมารดาของเขารับอุปการะเอาไว้ั้แ่ตอนเล็กๆเธอเป็หลานของนมอิ่มที่กำพร้าพ่อแม่เหมือนกับเขาแต่ต่างกันตรงที่เธอถูกทอดทิ้งั้แ่อายุยังน้อยนักนมอิ่มจึงต้องรับภาระเลี้ยงดูเอาไว้เพราะไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว
เขาหลงรักเธอั้แ่ครั้งยังเป็เด็กๆซึ่งตอนนั้นเขาและเธอรวมถึงน้องชายของเขาเคยวิ่งเล่นด้วยกันในบ้านหลังนี้พวกเราสามคนมีความสนิทสนมกันมากเสมือนเป็พี่น้องที่คลานตามกันมา นั่นอาจเป็เพราะการเล่นด้วยกันตามประสาเด็กๆจึงทำให้พวกเราสนิทกันได้เร็วขึ้น และเขาก็หลงรักเธอมากขึ้นทุกวันเช่นกัน
“พี่นุจ้องหน้าป่านทำไมคะ” สายป่านที่กำลังประคองนมอิ่มซึ่งเป็ยายของเธอนั้นเอ่ยถามขึ้นมาอย่างนึกสงสัยในท่าทีของชายหนุ่มที่เธอนับถือเสมือนดั่งพี่ชายแท้ๆ
“นั่นสิคะคุณนุ นมเห็นจ้องอยู่ตั้งนานแล้วไม่ขยับไปไหนสักที” นมอิ่มที่ยืนดูอยู่ด้วยเอ่ยสัมทับอีกแรงทำไมนางจะไม่รู้ว่าเ้านายหนุ่มนั้นคิดอย่างไรกับหลานสาวเื่นี้ทั้งนางและคุณพิมพ์ผกามารดาของชายหนุ่มต่างก็รู้กันดีแต่เพราะตอนนั้นทั้งสองคนยังเป็เด็กพวกผู้ใหญ่จึงได้แต่รอเวลาแล้วคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆเท่านั้น
“เปล่าครับนม ผมแค่รู้สึกว่าวันนี้สาวน้อยของผมสวยกว่าทุกวันน่ะครับก็เลยมองเพลินไปหน่อย” ภานุแก้ตัวยิ้มๆแอบส่งสายตากรุ้มกริ่มเล็กน้อยไปให้หญิงสาวที่เขาพูดถึงก่อนจะขยับเท้าออกมาจากบริเวณโซฟารับแขกที่เขานั่งอยู่
“พี่นุน่ะ ล้อป่านเล่นอีกแล้วนะคะ” สาวน้อยที่ชายหนุ่มพูดถึงบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงงอนๆเพราะรู้สึกว่าระยะนี้เขามักจะพูดคุยกับเธอในทำนองแปลกๆบ่อยขึ้นจนเธออึดอัดและวางตัวไม่ถูกเวลาอยู่ต่อหน้าเขา
“พี่พูดจริงๆ ครับ... ปะ เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวสายแล้วจะร้อน” ร่างสูงยืนยันคำพูดพร้อมทั้งก้าวเข้ามาแย่งตะกร้าที่มีอาหารคาวหวานและดอกไม้สดจากมือของหญิงสาวมาถือไว้เองจากนั้นก็ขยับมาประคองนมอิ่มที่แขนอีกข้าง
“ค่ะ” สายป่านรับคำเบาๆก่อนจะส่งยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณ
ทั้งสามคนหันมองสบตากันด้วยรอยยิ้มแห่งความอบอุ่นห่วงใยที่ต่างฝ่ายต่างก็มีให้แก่กันมาโดยตลอดไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ล้วนร่วมกันแบ่งปันและช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายของกันและกันให้ครอบครัวของเรานั้นสมบูรณ์พูนสุขเหมือนดั่งแต่ก่อนที่เคยเป็มา...แต่ใครคนหนึ่งในตระกูลสีหราชเมธีนั้นได้ละทิ้งต่อหน้าที่ และเขาก็ค่อยๆห่างไกลออกไปทุกที
บรรยากาศของสุสานที่เงียบสงบท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีซึ่งมีหลุมฝังศพเรียงรายสลับกันเป็รูปเนินเขาน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วอาณาบริเวณอันกว้างไกลจนสุดสายตา
นานๆทีจะมีผู้คนเข้ามากราบไหว้บรรพบุรุษของตัวเองเป็ระยะๆ แต่ก็ไม่บ่อยนักทำให้ที่นี่ดูไม่น่ากลัวแต่ก็ไม่ได้ครึกครื้นจนเกินไป
ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่บนเนินเขาด้านหลังของสุสานนั้นปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดดำพร้อมทั้งสวมแว่นตากันแดดยืนกอดอกในท่าผ่อนคลายแล้วมองลงมาที่สุสานเบื้องล่าง ณจุดใดจุดหนึ่งเหมือนกับว่ากำลังรอคอยอะไรบางอย่างด้วยความตั้งใจ
นาวิน สีหราชเมธีนักบินหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเ้าชายมีรูปร่างสูงใหญ่สมส่วนและแข็งแกร่งดูน่าเกรงขาม ประกอบกับบุคลิกที่ทะมัดทะแมงปราดเปรียว และแฝงไปด้วยความดุดันนั้น ทำให้เขาเป็ที่สะดุดตาของใครหลายคนที่ได้พบเห็นรวมถึงยังเป็หนุ่มฮอตที่สาวๆ ต่างก็หมายปองอยากได้เขามาอีกด้วยเขามาที่นี่ในวันนี้ของทุกปีเพื่อระลึกถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับและทุกครั้งเขาจะมาเพียงคนเดียวโดยที่ไม่มีใครรู้หรืออาจจะเป็เธอที่รู้... แต่เขาก็ทำเป็ไม่สนใจ
ดวงตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่ดำสนิทกำลังจ้องมองกลุ่มคนเบื้องล่างที่หน้าหลุมศพขนาดใหญ่ผู้ชายคนนั้นเขาจำได้ดีนั่นคือพี่ชายเพียงคนเดียวของเขาและหญิงสูงวัยที่มาด้วยนั้นก็เป็แม่นมที่เลี้ยงเขากับพี่ชายมาั้แ่เกิดส่วนสาวสวยคนที่คอยเคียงข้างประคับประคองนมอิ่มไม่ห่างนั้นเขาก็จดจำเธอได้ดีเช่นกันเพราะเขาใช้พื้นที่ในหัวใจทั้งดวงเก็บเธอไว้เพียงผู้เดียว‘สายป่าน’
ผู้หญิงที่เขาคิดถึงมาตลอดและนับวันความคิดถึงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนเขาแทบจะอดทนเก็บไว้ไม่อยู่เธอเป็คนที่เขาเฝ้ารอเพียงแค่ขอให้ได้เห็นหน้าเท่านั้นหญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยงดงามราวกับภาพวาดของศิลปินเอกผิวพรรณนวลเนียนผุดผ่องดุจแพรไหม รูปร่างบอบบางสะโอดสะองน่าทะนุถนอมดวงตากลมโตดูสดใสมักจะเป็ประกายวิบวับทุกครั้งยามที่เธอพบเจอสิ่งถูกใจ จมูกเล็กๆที่โด่งเชิดนั้นบ่งบอกได้ว่าเธอคงจะดื้อรั้นไม่น้อยริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปเป็สีชมพูระเรื่อน่าััทุกสิ่งที่รวมเป็เธอนั้นล้วนน่าหลงใหลจนเขาแทบคลั่งทุกครั้งที่ได้มอง... ‘แต่เขาคงไม่มีสิทธิ์ได้เธออีกแล้ว’ ชายหนุ่มคิดพร้อมทั้งปล่อยลมหายใจออกมาหนักๆด้วยความรู้สึกท้อแท้ในใจจนไม่อาจทนยืนมองภาพตรงนั้นได้นาน
บริเวณเนินเขาด้านล่างภานุยืนสำรวจพื้นที่โดยรอบของสุสานซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าเขียวขจีที่อยู่เบื้องหน้าจู่ๆหัวใจดวงแกร่งก็รู้สึกวูบโหวงขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อเห็นว่าอาณาเขตของสุสานนั้นกว้างไกลออกไปทุกทีนั่นแสดงว่าในแต่ละปีจะมีผู้คนล้มตายเป็จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ชายหนุ่มยืนทอดสายตามองไปรอบๆก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หญิงสาวในดวงใจซึ่งเธอก็กำลังทำคล้ายๆ กับเขาแต่ต่างกันตรงที่เขามองบรรยากาศโดยรอบแต่เธอกลับมองเฉพาะเจาะจงอยู่ที่จุดเดียวจนน่าสงสัย
“มองอะไรอยู่หรือครับน้องป่าน” ภานุเอ่ยถามหญิงสาวที่ดูเหมือนเธอกำลังจ้องมองอะไรบางอย่างบนเนินเขาซึ่งเป็ต้นไม้ใหญ่
“เปล่าค่ะ... ป่านคงตาฝาด” ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคนข้างๆเรียกถามอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะหันมายิ้มน้อยๆให้เขาแล้วเอ่ยปฏิเสธเพื่อตัดปัญหาที่ค้างคาใจออกไป
“หืม ยังไงครับ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นอย่างใช้ความคิด
“เอ่อ... ป่านเห็นเหมือนมีคนยืนมองพวกเราอยู่ที่ใต้ต้นไม้นั่นน่ะค่ะ”สายป่านตัดสินใจบอกพลางชี้มือไปที่เนินเขาที่เห็นอยู่ไกลๆให้ชายหนุ่มได้ดู
“อืม ก็ไม่เห็นมีใครนี่ครับ ให้พี่พาขึ้นไปดูไหมจะได้แน่ใจ” ภานุมองตามที่หญิงสาวชี้ แต่ก็ไม่พบใครหรือสิ่งใดที่ผิดปกติเขาจึงเอ่ยชวนเผื่อว่าเธอจะอยากขึ้นไปดูใกล้ๆ
“ไม่เป็ไรค่ะ คงเป็เงาของกิ่งไม้แถวนั้นมากกว่าน่ะค่ะ” เสียงหวานบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจนักแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองบนเนินเขานั้นอีกครั้งก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มข้างกายเพื่อให้เขาคลายความกังวล‘หรือเขาจะเจาะจงให้เธอเห็นเพียงคนเดียวนะ’ สายป่านพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยความไม่เข้าใจ
“ครับ... งั้นพี่ว่าเรากลับกันเถอะ แดดเริ่มร้อนแล้ว” ภานุพูดพร้อมทั้งยื่นแขนข้างหนึ่งเข้าไปโอบที่เอวบางของหญิงสาวเพื่อแสดงความห่วงใย
“ค่ะ” สายป่านตอบรับสั้นๆแล้วขยับตัวออกจากวงแขนของเขาเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าชายหนุ่มชักจะเข้าใกล้เธอมากเกินไปแล้ว
ทั้งสองเดินมาหยุดบริเวณที่นมอิ่มนั่งอยู่จากนั้นก็ช่วยกันเก็บข้าวของใส่ตะกร้าให้เรียบร้อยก่อนที่ภานุจะเป็ฝ่ายเข้าไปช่วยประคองแม่นมของเขาให้ลุกขึ้น
“มาครับนม ค่อยๆ ลุกนะครับ”
“เฮ้อ... คนแก่ก็แบบนี้แหละ จะลุกจะนั่งทีต้องให้ลำบากคนอื่นไปด้วย”นมอิ่มบ่นออกมาอย่างไม่จริงจังนักแล้วขยับตัวตามแรงโอบประคองของชายหนุ่มที่นางเลี้ยงมากับมือั้แ่ยังเล็กส่งผลให้เ้าของวงแขนอมยิ้มนิดๆ แล้วตอบออกไปอย่างหยอกล้อ
“ไม่ลำบากหรอกครับนม ตอนผมเด็กๆ นมก็จับผมลุกๆ นั่งๆตั้งหลายครั้งกว่าผมจะเดินได้แบบนี้” ภานุพูดพลางค่อยๆขยับเท้าก้าวออกไปข้างหน้าโดยที่แขนข้างหนึ่งโอบกอดแม่นมเอาไว้ส่วนแขนอีกข้างยื่นไปจับมือบางของสายป่านให้เดินไปด้วยกันและนั่นทำให้หญิงสาวต้องเดินเคียงข้างเขาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“คุณนุก็ช่างปลอบใจคนแก่นะคะ” นมอิ่มพูดยิ้มๆก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อนึกถึงชายหนุ่มอีกคนที่นางเลี้ยงมา
“เอ... ว่าแต่คุณวินติดต่อมาบ้างหรือเปล่าคะ นมทั้งคิดถึงทั้งเป็ห่วงจริงๆจากบ้านไปเป็สิบๆ ปีแล้ว ไม่รู้ป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้าง” ผู้สูงวัยถามขึ้นมาด้วยนึกเป็ห่วงและคิดถึงอีกฝ่ายอย่างสุดหัวใจ
ซึ่งคำถามนี้เองทำให้หัวใจดวงน้อยของสายป่านเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ก่อนที่ดวงตาหวานจะเหลือบขึ้นไปมองที่เนินเขานั้นอีกครั้งแล้วหันกลับมาตั้งใจฟังคำตอบของคนที่กำลังจับมือเธออยู่เพราะเขาเป็คนเดียวที่ติดต่อกับผู้ชายคนนั้นได้
“ตอนนี้นายวินได้เป็นักบินสมความตั้งใจของเขาแล้วล่ะครับแต่ยังไม่ยอมกลับมาอยู่เมืองไทยสักที” ภานุตอบเสียงเรียบแล้วแอบถอนหายใจบางๆในตอนท้าย เขาเองก็เป็ห่วงน้องชายอยู่ไม่น้อยแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ใช่เด็กๆที่เขาจะไปบังคับขู่เข็ญอะไรได้อีกแล้ว
สายป่านอมยิ้มออกมานิดๆเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มที่เธอแอบชอบนั้นสบายดีและเขาก็ทำความฝันของตัวเองสำเร็จแล้ว...แต่เขาคงลืมเธอไปแล้วสินะ เพราะขนาดตอนที่เขาจะไปเขายังไม่เคยบอกลาเธอเลยสักคำ ‘คนใจร้าย’ หญิงสาวต่อว่าอีกฝ่ายอยู่ในใจก่อนจะนึกไปถึงผู้ชายชุดดำที่เธอเห็นบนเนินเขาเมื่อครู่นี้
เธอสังเกตเห็นว่าเขามักจะอยู่ตรงนั้นทุกครั้งที่เธอมาที่นี่และดูเหมือนว่าเขาจะมีจุดประสงค์เดียวกันกับพวกเธอด้วยหญิงสาวไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่านั่นคือเขา ผู้ชายใจร้ายที่จู่ๆก็ทิ้งเธอไปอย่างไม่ไยดีคนนั้น ถึงแม้จะไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าใช่เขาหรือเปล่าแต่ความรู้สึกบางอย่างในใจมันบ่งบอกว่าต้องเป็เขาแน่ๆพี่วินของเธอ... พี่วินที่คอยหาของเล่นมาให้เธอสารพัดชวนเธอออกไปวิ่งเล่นที่นั่นที่นี่และเขาก็เข้ามานั่งอยู่ในหัวใจของเธออย่างที่ไม่ทันตั้งตัวอีกด้วย
“คุณวินเธอคงจะเสียใจและยังทำใจไม่ได้กระมังคะ แต่นมว่าการหนีไปอยู่ตามลำพังแบบนั้นมันจะยิ่งทำให้โดดเดี่ยวอ้างว้างและยิ่งทำใจได้ยากมากขึ้นไปอีกนะคะ”นมอิ่มพูดความคิดของตัวเองออกมาด้วยความรู้สึกเป็กังวล
“ครับนม... ผมก็คิดแบบนั้นตอนนี้ผมก็พยายามชวนเขาให้กลับมาอยู่บ้านเราเร็วๆจะได้มาช่วยกันดูแลงานที่บริษัทด้วย ส่วนผมจะได้แต่งงานแต่งการมีครอบครัวสักที”
ภานุบอกความในใจออกมาอย่างไม่ปิดบังมันถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะพูดเื่นี้กับนมอิ่มให้เป็เื่เป็ราวสักทียิ่งปล่อยเอาไว้นานวันเข้าเขาก็ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี มันหวั่นไหวแปลกๆเมื่อนึกถึงชีวิตคู่ของเขากับหญิงสาวข้างกาย... ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่รู้ตัวว่าต้องแต่งงานกับเขา
คำพูดของภานุทำให้สองสาวต่างวัยหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเขาพร้อมกันอย่างอึ้งๆกับสิ่งที่ได้ยิน โดยเฉพาะนมอิ่มที่มีสีหน้าฝืดฝืนและจืดเจื่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“คุณนุ...” นมอิ่มครางออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความใและคาดไม่ถึง...ทำไมนางจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร จะว่าดีใจก็ไม่ใช่ เสียใจก็ไม่เชิงนางแค่ไม่อยากฝืนใจหลานสาวเท่านั้นเองและอีกอย่างนางก็ยังไม่เคยพูดคุยเื่ทำนองนี้กับหลานสาวคนสวยเลยสักครั้ง
ส่วนคนที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไรนั้นออกจะมึนงงและรู้สึกแปลกใจมากกว่าเพราะตลอดเวลาเธอไม่เคยเห็นว่าพี่ชายของเธอคนนี้จะสนใจผู้หญิงคนไหนเลยสักคน ‘วันๆ พี่นุก็ทำแต่งานจนแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อนด้วยซ้ำแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน’
“นมครับ... ผมน่ะ 30 แล้วนะครับจะให้ผมรอไปถึงเมื่อไรกัน” ภานุเอ่ยย้ำถึงความตั้งใจของตัวเองอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแม่นมของเขามีท่าทีลังเลเหมือนไม่แน่ใจ
“เอ่อ... แต่นมว่า...”
“งั้นเดี๋ยวเราค่อยไปคุยกันต่อที่บ้านนะครับนม ปะ ขึ้นรถกันเถอะ” เสียงเข้มรีบขัดออกมาเพื่อเป็การตัดบทพร้อมทั้งเปิดประตูรถด้านหลังแล้วค่อยๆ ประคองส่งผู้าุโเข้าไปนั่งข้างในอย่างนุ่มนวลจากนั้นก็หันมาเปิดประตูฝั่งข้างๆคนขับให้กับหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้เขารู้สึกหวงแหนเธอขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณค่ะ” สายป่านยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถด้วยอาการเกร็งๆเพราะรู้สึกไม่ชินกับสายตาหวานหยดของชายหนุ่มที่เธอรักเสมือนพี่ชายแท้ๆ ‘พี่นุมองเธอแบบนี้อีกแล้ว ทำไมระยะนี้เขาทำตัวแปลกๆ กับเธอบ่อยจัง’หญิงสาวคิดแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
เมื่อส่งสองสาวต่างวัยขึ้นรถเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็เดินอ้อมมาประจำที่ของตัวเองจากนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนรถออกไปด้วยหัวใจที่ยังนึกเป็กังวลกับเื่ที่ยังคุยกับนมอิ่มค้างเอาไว้เขายังไม่อยากให้เ้าสาวในอนาคตของเขาเกิดความสงสัยไปมากกว่านี้เพราะดูจากแววตาของเธอแล้วท่าทางจะงุนงงอยู่ไม่น้อยทีเดียว
นาวินขยับออกมาจากต้นไม้ใหญ่ซึ่งเขาใช้เป็ที่หลบซ่อนตัวเพื่อมองดูทุกๆการกระทำของคนในครอบครัวที่เขาจากมาเกือบสิบปี
ภานุพี่ชายของเขานั้นช่างสูงสง่าและดูภูมิฐานเหมาะสมกับตำแหน่งท่านประธานใหญ่อย่างไม่มีที่ติจริงๆ ส่วนแม่นมที่เขารักนั้นท่านดูชราภาพตามวัยและวันเวลาที่ผ่านไปแต่ท่านก็ยังดูแข็งแรงและคงจะสุขสบายดีเพราะดูจากรอยยิ้มเวลาที่ท่านพูดคุยกับสองหนุ่มสาวตรงหน้า
จู่ๆ หัวใจดวงแกร่งก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาจนแทบยืนไม่อยู่เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขาหลงรักกับพี่ชายของตัวเองสนิทสนมกันมากกว่าทุกครั้งที่เขาเคยเฝ้ามองในทุกๆปีซึ่งวันนี้การกระทำของคนทั้งคู่เปรียบเสมือนคู่รักที่กำลังอยู่ใน่หวานชื่นดื่มด่ำกับน้ำผึ้งพระจันทร์ก็ไม่ปาน‘พวกเขาคงบอกเื่นั้นกับเธอแล้วสินะ’
“เธอรักพี่นุอย่างนั้นหรือสายป่าน... เธอลืมฉันไปแล้วหรือไงกันนะ... ใช่สิคนอย่างฉันจะไปสู้อะไรกับพี่นุได้ล่ะฉันก็แค่นักบินเกเรที่ไม่เอาไหนแถมยังเห็นแก่ตัวทอดทิ้งทุกคนไปอีก”
เสียงเข้มพูดออกมาลอยๆ อย่างคนสิ้นหวัง ก่อนจะสาวเท้าลงไปยังสุสานที่เป็หลุมฝังศพของคนที่เขาเคารพรักสุดหัวใจชายหนุ่มย่อตัวลงคุกเข่าแล้ววางดอกกุหลาบช่อใหญ่ในมือลงตรงหน้าแท่นที่เป็ป้ายชื่อของท่านทั้งสองก่อนจะปล่อยให้น้ำตาที่เกิดจากความว้าเหว่เดียวดายค่อยๆรินไหลอาบสองแก้มสากที่ดูคมเข้มได้รูปสมวัยของเขา
ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่ที่นี่และระลึกถึงบุพการีผู้ล่วงลับอยู่หลายชั่วโมงจนกระทั่งบ่ายแสงแดดที่เริ่มร้อนแรงสาดส่องกระทบผิวกายของเขาจนรู้สึกแสบร้อนไปหมดเพราะนานมากแล้วที่เขาไม่เคยต้องเผชิญกับอากาศร้อนๆ แบบนี้ร่างสูงจึงลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ยี่ห้อดังที่ราคาเหยียบล้านต้นๆของเขา ก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็วสูงอย่างที่เขาชื่นชอบและชำนาญ
นาวินกลับมาที่คอนโดหรูใจกลางเมืองที่เขาซื้อไว้หลังจากทำงานในอาชีพนักบินได้หนึ่งปีเต็มที่ประเทศกาตาร์ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้มาประเทศไทยบ่อยนักแต่เขาก็พยายามจะเข้ามาพักที่นี่ทุกครั้งที่ต้องบินผ่านและแน่นอนว่าเขาไม่เคยคิดจะย่างกายกลับไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ร่างสูงเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนด้วยอาการเหนื่อยล้าเพราะไม่เคยชินกับสภาพอากาศก่อนจะรีบเปิดแอร์และสลัดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนเกือบหมดจากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่มตรงกลางห้องอย่างหมดสิ้นเรี่ยวแรง
วันนี้เขารู้สึกหดหู่ท้อแท้อย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกเศร้าหมองเสียใจจากการสูญเสียคนที่ตัวเองรักเริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจากที่มันเคยหายไปแล้วใน่ระยะเวลาหนึ่งจู่ๆ เื่ราวในอดีตก็หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดปานสายน้ำที่เชี่ยวกราก
“คุณแม่แต่งตัวสวยจังเลยครับ” นาวินเด็กหนุ่มในวัยย่าง 15 ปีเข้าไปสวมกอดมารดาอันเป็ที่รักวันนี้คนเป็แม่แต่งตัวสวยกว่าทุกวันจนผิดปกติแต่เขาก็ชอบและอยากให้เป็แบบนี้ทุกวันเลยยิ่งดี
“อืม... ปากหวานจริงนะลูกชายของแม่” พิมพ์ผกาที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวอมยิ้มเล็กน้อยแล้วดึงบุตรชายคนเล็กเข้ามาหอมที่หน้าผากฟอดใหญ่อย่างแสนรัก
“แล้วคุณแม่จะไปไหนหรือครับ”
“วันนี้เป็วันครบรอบแต่งงานจ้ะคุณพ่อของลูกก็เลยจะพาแม่ออกไปทานข้าวข้างนอกบ้าน” คนเป็แม่ตอบด้วยรอยยิ้มเอียงอายเพราะไม่คิดว่าคนเป็สามีจะชวนเธอออกไปดินเนอร์มื้อค่ำกันสองต่อสองในวัยเกือบเกษียณอายุแบบนี้
“ว๊าว! มิน่าล่ะ คุณแม่ถึงแต่งตัวสวยเชียว” เด็กหนุ่มแสดงอาการตื่นเต้นดีใจพร้อมทั้งพูดชมมารดาไม่หยุด
“คุณแม่ครับ” จู่ๆ เสียงเข้มของภานุบุตรชายคนโตของบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะสองแม่ลูกที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข
“อ้าวนุ เพิ่งทำรายงานเสร็จหรือจ๊ะ มานั่งพักกับแม่ก่อนสิลูก” พิมพ์ผกาตบที่เบาะนุ่มข้างๆตัวคนละฝั่งกับบุตรชายคนเล็กที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเพื่อเป็การเชิญชวนให้บุตรชายคนโตเข้ามานั่งด้วย
“เอ่อ... ผมมีเื่อยากจะปรึกษาคุณแม่น่ะครับ” ภานุเหลือบมองคนเป็น้องนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยกับมารดาด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อยจนคนเป็แม่รู้สึกว่าบุตรชายคนโตนั้นต้องมีเื่ที่เป็ความลับและอยากคุยกับเธอเพียงลำพังแน่ๆ
“ได้สิจ๊ะลูก งั้นเดี๋ยวไปคุยกับแม่ที่ห้องหนังสือดีกว่านะ” ว่าจบคนเป็แม่ก็หันไปสบตากับบุตรชายคนเล็กเป็เชิงขอตัวพร้อมด้วยรอยยิ้มอบอุ่นจากนั้นก็ขยับลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านหน้าบุตรชายคนโตเพื่อไปที่ห้องหนังสืออย่างที่บอกไว้
“ขอบคุณครับคุณแม่” ภานุพนมมือไหว้ขอบคุณมารดาแล้วค่อยๆสาวเท้าตามท่านไปติดๆ
นาวินมองการกระทำของพี่ชายอย่างมึนงงแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงมีเื่ส่วนตัวจริงๆที่อยากปรึกษาคนเป็แม่หรือไม่ก็คงมีเื่อะไรให้ท่านช่วยซึ่งเขาก็ไม่ชอบวุ่นวายกับเื่ของคนอื่นอยู่แล้วแม้จะเป็พี่ชายแท้ๆ ก็เถอะ ‘ชวนน้องป่านออกไปปั่นจักรยานเล่นดีกว่า’ เด็กหนุ่มเปรยกับตัวเองเบาๆพลางนึกถึงสาวน้อยวัย 10 ขวบที่เป็หลานของนมอิ่มซึ่งปกติเขากับเธอมักจะออกไปวิ่งเล่นด้วยกันเป็ประจำทุกวันอยู่แล้ว
ผ่านไปเพียงครู่นาวินก็กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งด้วยอาการหงุดหงิดเล็กๆเพราะสาวน้อยสายป่านยังทำการบ้านไม่เสร็จ ดังนั้นเขาจึงต้องกลับมารอที่นี่ก่อนร่างสูงขยับลุกนั่งๆ นอนๆ อยู่หลายครั้งด้วยความเบื่อหน่ายกับการรอพลันสายตาคมก็เหลือบไปเห็นนมอิ่มเดินหายเข้าไปในห้องหนังสือที่มีคุณแม่และพี่ชายของเขากำลังคุยธุระกันอยู่ความรู้สึกเบื่อหน่ายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที
ไวเท่าความคิดนาวินลุกพรวดแล้วตรงดิ่งไปที่หน้าประตูห้องนั้นอย่างรวดเร็วและนับว่าเป็ความโชคดีของเขาที่ประตูปิดไม่สนิทมันจึงเป็ช่องว่างแง้มออกมาแค่พอมองเห็นทำให้เขาได้ยินสิ่งที่คนข้างในพูดคุยกันบ้างถึงแม้จะไม่ชัดเจนนักแต่ก็พอจับใจความได้
“นมอิ่มจะว่ายังไงจ๊ะ ถ้าฉันจะขอหมั้นหนูป่านให้กับตานุน่ะ” พิมพ์ผกาพูดเสียงนุ่มแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นและตั้งใจจริง
“เอ่อ นมคิดว่ามันยังเร็วเกินไปนะคะคุณผกา สายป่านยังเด็ก...แกคงยังไม่ได้คิดถึงเื่แบบนี้และอาจจะไม่เข้าใจก็ได้ค่ะ” นมอิ่มแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกไปด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“แต่ผมรักน้องป่านจริงๆ นะครับนม” ภานุบอกย้ำความรู้สึกของตัวเองให้กับผู้ที่ถือได้ว่าเป็ตัวแทนของหญิงสาวที่เขาหลงรักเพราะคิดว่าอีกฝ่ายยังคงคลางแคลงใจและไม่เชื่อมั่นในตัวเขา
“ค่ะคุณนุ นมรู้ค่ะ แต่หลานสาวของนมน่ะสิคะจะรักจะชอบคุณนุหรือเปล่าอันนี้นมก็ไม่แน่ใจนะคะ” นมอิ่มตัดสินใจพูดออกไปตามตรง...เื่ของหัวใจจะบังคับกันก็ไม่ได้ชีวิตทั้งชีวิตหากต้องมายึดติดกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักมันจะมีความสุขได้อย่างไรจะว่านางเห็นแก่ตัวหวงหลานสาวของตัวเองก็เถอะ
“อืม นั่นสิลูก ที่นมอิ่มพูดก็ถูกนะรอให้น้องโตกว่านี้อีกหน่อยดีกว่าไหมแล้วเราค่อยมาคุยเื่นี้กันอีกที” พิมพ์ผกาเห็นพ้องคล้อยตามผู้สูงวัยอย่างเห็นดีเห็นงามเพราะเธอเองก็ไม่อยากบังคับฝืนใจใคร
“แต่คุณแม่ครับ ผมรักน้องจริงๆ นะครับ” เสียงเข้มยังคงยืนยันแม้ภายในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดก็ตาม
“แล้วน้องล่ะ รักชอบในตัวลูกเกินกว่าที่เป็อยู่หรือเปล่า” คนเป็แม่ย้อนถามตรงๆ ด้วยต่างก็รู้เห็นกันอยู่ว่าเด็กๆทั้งสามคนสนิทสนมกันเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมามากกว่าจะเป็คู่รัก และคนที่ต้องเ็ปก็คือบุตรชายของเธอถ้าอีกฝ่ายเห็นเขาเป็แค่พี่ชายเท่านั้น
“ผม... ผมไม่แน่ใจครับแต่ต่อไปนี้ผมจะพยายามทำให้น้องป่านมองผมในแบบผู้ชายคนหนึ่งให้ได้” ภานุอึกอักในตอนแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็หนักแน่นขึ้นเมื่อพูดถึงสิ่งที่ตัวเองหมายมั่นเอาไว้
“แต่ต้องไม่ใช่การบังคับหรือไปวุ่นวายกับความเป็ส่วนตัวของน้องนะลูกขอให้น้องมีเวลาได้คิดได้ตัดสินใจเองบ้าง” พิมพ์ผกาถอนหายใจเบาๆแล้วกล่าวเตือนบุตรชายอย่างใจเย็นเธอเข้าใจดีว่าเด็กในวัยนี้ค่อนข้างใจร้อนแล้วเวลาอยากได้อะไรก็ต้องให้ได้ดั่งใจแต่เื่นี้มันรีบร้อนกันไม่ได้จริงๆดังนั้นเธอจึงต้องพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบให้มากที่สุด
“ครับคุณแม่ ผมจะไม่บังคับน้อง ผมสัญญา แต่...ต่อไปนี้นมจะต้องเปิดทางและไม่กีดกันผมกับน้องป่านนะครับ”
“นมไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอกค่ะ ถ้าหลานสาวของนมกับคุณนุจะรักชอบกันจริงๆนมก็ยินดีค่ะ” ผู้าุโให้คำมั่นแม้ในใจจะแอบหวั่นอยู่บ้างก็ตามที
“แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้นะลูก ห้ามทำอะไรเกินเลยกับน้องเด็ดขาดยังไงก็ต้องให้น้องเรียนจบและบรรลุนิติภาวะก่อน” พิมพ์ผกาย้ำเตือนในสิ่งที่ทั้งเธอและนมอิ่มเป็กังวลซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราแค่มองตากันก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรนมอิ่มคงเป็ห่วงในสวัสดิภาพของหลานสาวคนสวยไม่น้อยทีเดียว
“ครับคุณแม่...ผมสัญญาว่าจะดูแลน้องในแบบคนรักแต่จะไม่ล่วงเกินหรือแตะต้องน้องจนเกินความเหมาะสมครับ”อีกครั้งที่คนหนุ่มให้คำมั่นสัญญาด้วยความมั่นใจและหนักแน่น
พิมพ์ผกาสบตากับนมอิ่มแล้วอมยิ้มน้อยๆก่อนจะถอดแหวนเพชรวงเล็กที่เธอใส่ติดตัวไว้ตลอดออกมาแล้วส่งให้
“ฉันอยากให้นมอิ่มเก็บแหวนวงนี้ไว้ก่อนถือว่าแทนคำสัญญาของตานุที่มีต่อหนูป่านนะแล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมนมก็ให้หนูป่านสวมใส่แหวนวงนี้เอาไว้”
“ขอบคุณครับคุณแม่” ภานุยกมือไหว้ขอบคุณในความกรุณาของมารดาที่เขาเคารพรัก
“เอ่อ... จะดีหรือคะคุณผกา” ผู้สูงวัยยังคงลังเลเล็กน้อยจนคนจัดการต้องเอ่ยย้ำ
“เอาเป็ว่า ตอนนี้ฉันสู่ขอจับจองหนูป่านเอาไว้เลยก็แล้วกันส่วนอนาคตจะเป็อย่างไรนั้นก็สุดแท้แต่ชะตาจะลิขิตเถอะนะนมอิ่ม”
“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ” นมอิ่มถอนหายใจหนักๆแล้วยื่นมือไปรับแหวนเพชรน้ำงามวงนั้นมาถือไว้อย่างจำยอม
นาวินยืนฟังเื่ราวทั้งหมดด้วยหัวใจที่แตกสลายเขาเพิ่งรู้และยอมรับกับตัวเองว่าเขามีใจรักชอบในตัวสายป่านมากกว่าความเป็น้องสาวแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เขาคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นกับเธอ ที่สำคัญตอนนี้เขาได้รับความพ่ายแพ้ทั้งๆที่ยังไม่ได้ลงแข่งเลยด้วยซ้ำ ‘เธอเป็คู่หมั้นของพี่นุไปแล้ว...สายป่าน เธอมีเ้าของแล้วและคนๆ นั้นฉันก็ไม่สามารถต่อกรอะไรได้เลย’ เด็กหนุ่มคิดในใจด้วยความปวดร้าว ก่อนจะค่อยๆเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบๆ
“พี่วินคะ ป่านทำการบ้านเสร็จแล้วค่ะ เราไปปั่นจักรยานกันเถอะ” เสียงใสๆ ของเด็กสาวร้องทักขึ้นมาทันทีที่เห็นชายหนุ่มที่เธอแอบชอบ
“ฉันไม่ไปแล้ว” นาวินสะบัดหน้าพรืดแล้วทำท่าจะเดินหนีไป...ตอนนี้เขาอยากอยู่คนเดียวมากกว่า
คำเรียกขานแทนตัวเองที่เปลี่ยนไปทำให้คนตัวเล็กยืนอึ้งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะรีบตรงดิ่งเข้าไปคว้าแขนของเขาเอาไว้อย่างคนคุ้นเคย
“อ้าวพี่วินก็ไหนพี่วินบอกว่าถ้าป่านทำการบ้านเสร็จแล้วจะพาไปปั่นจักรยานไงคะ” สายป่านถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจ... ‘แค่เธอขอทำการบ้านก่อนทำไมต้องโกรธกันด้วยนะ’
“ตอนนี้ฉันไม่อยากไปแล้ว เธออยากจะไปไหนก็ไปฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ” เสียงเข้มที่พูดอย่างจริงจังประกอบกับดวงตาคมที่ดูแข็งกร้าวนั้นทำให้สาวน้อยรู้สึกใจหายวาบและนึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาจับใจแต่เพราะความอยากรู้เธอจึงทำใจกล้าเอ่ยถามเขาออกไปตรงๆ
“อะไรกันคะพี่วิน พี่วินเป็อะไร โกรธป่านเื่อะไรคะ” คนตัวเล็กพยายามอ้อนวอนเขาเหมือนที่เคยทำปกติเขาไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผลขนาดนี้นี่นา ถ้าโกรธกันเธอแค่ง้อเขานิดๆ หน่อยๆเขาก็ยอมเล่นกับเธอแล้ว แต่ครั้งนี้เธอชักไม่แน่ใจ
“ปล่อย!” นาวินตวาดเสียงดังลั่นเมื่อหญิงสาวตัวเล็กไม่ยอมปล่อยให้เขาไปหาที่สงบจิตใจอย่างที่้า
“พี่วิน...” อีกครั้งที่เสียงหวานพยายามออดอ้อนมือน้อยๆ ยังคงบีบกำอยู่ที่แขนของเขาอย่างเหนียวแน่น
“อย่ามายุ่งกับฉัน!” คนตัวโตถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะใช้กำลังทั้งหมดที่มีผลักคนตัวเล็กจนหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“โอ๊ย! พี่วิน ผลักป่านทำไมคะ” เด็กสาวที่ลำตัวบอบบางลู่ไถลลงไปกับพื้นถึงกับหลุดปากร้องโอดโอยออกมาทันทีด้วยความเ็ป
นาวินใกับภาพที่เห็นสองเท้าแข็งแกร่งเตรียมจะก้าวเข้าไปดูอาการของเธอแต่ยังช้ากว่าคนเป็พ่อที่รีบสาวเท้าตรงดิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้นตาวิน ทำไมผลักน้องแบบนั้น” ดนัยตะคอกถามบุตรชายคนเล็กพร้อมทั้งปราดเข้าไปดูอาการของเด็กสาวที่นอนกองอยู่กับพื้นอย่างไม่เป็ท่า
“ผมไม่ได้ตั้งใจครับคุณพ่อ” นาวินกัดฟันตอบพลางหมุนตัวเตรียมจะวิ่งขึ้นไปข้างบน
“ไม่ได้ตั้งใจก็ต้องขอโทษน้องสิ” คนเป็พ่อรีบบอกหมายจะตักเตือนให้บุตรชายหันกลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำแต่ผิดคาดเมื่อคนเป็ลูกยังคงสาวเท้าวิ่งขึ้นบันไดไปต่อหน้าต่อตา
“เดี๋ยวตาวิน หยุดเดี๋ยวนี้นะ พ่อบอกให้หยุดไง... ตาวิน!” ดนัยตวาดเสียงดังลั่นด้วยความโกรธจัดในพฤติกรรมของบุตรชายคนเล็กและนั่นทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านแตกตื่นพากันวิ่งออกมาดูด้วยความใ
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณพี่ ตาวินเป็อะไร” พิมพ์ผการ้องถามคนเป็สามีเสียงตื่นและเมื่อเห็นว่ามีคนาเ็เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปดูแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กับร่างบางของเด็กสาวที่กำลังใช้ฝ่ามือน้อยๆลูบแขนลูบขาไปมาเพื่อบรรเทาความเจ็บ
“ดื้อรั้นจริงๆ ไอ้ลูกคนนี้ ดูสิผลักน้องจนล้มหงายหลังแล้วยังจะไม่มาดูไม่มาขอโทษอีก” ดนัยส่ายหน้าอย่างนึกระอาและต่อว่าลูกชายคนเล็กให้ภรรยาฟังอย่างเหลืออดพลางส่งสายตาเป็เชิงขอโทษไปให้นมอิ่มที่เป็ยายของเด็กสาวด้วย
“เอ่อ ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ยัยป่านไม่ได้เจ็บอะไรมากคุณวินเธอคงกำลังอารมณ์ไม่ดีแล้วยัยป่านเข้าไปเซ้าซี้ไม่ถูกจังหวะเอง” นมอิ่มที่เดินเข้ามาดูหลานสาวบอกออกมาเสียงเรียบๆ อย่างเกรงใจก่อนจะจับพลิกดูเรือนร่างบอบบางว่าเ็ปตรงไหนบ้างภายในใจนั้นห่วงแสนห่วงแต่เพราะคิดว่าเด็กๆ คงแค่ทะเลาะกันเล็กๆ น้อยๆเป็เื่ปกติตามประสา เดี๋ยวก็ดีกันเอง
“ป่านผิดเองค่ะคุณยาย คุณท่านอย่าว่าพี่วินเลยนะคะป่านมาเซ้าซี้ให้พี่วินพาไปปั่นจักรยานเองค่ะ” สายป่านพูดเสียงสั่นเครือเพราะพยายามสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่เกิดจากความเจ็บช้ำน้ำใจให้ลงไปที่เดิม
“งั้นเดี๋ยวพี่พาไปเองนะครับ” ภานุบอกเสียงนุ่มพร้อมทั้งเข้ามาจับที่ข้อมือบางของเด็กสาวในดวงใจเอาไว้อย่างอ่อนโยน
สายป่านหันมองสบตากับทุกคนเมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้านอะไรเธอจึงเอ่ยตอบรับคำชวนของชายหนุ่มที่เปรียบเสมือนเป็พี่ชายคนโตออกไป
“ค่ะพี่นุ”
นาวินกลับขึ้นมาบนห้องนอนของตัวเองแล้วคิดถึงเื่ราวที่ได้ยินได้ฟังมาทั้งหมดความเ็ปทำให้เขาบอกกับตัวเองว่าเขาจะไม่ปล่อยตัวให้ใกล้ชิดเธอและจะไม่ปล่อยใจให้หลงรักเธอมากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะสุดท้ายเขาก็ต้องผิดหวังและเป็ฝ่ายพ่ายแพ้อยู่ดีแล้วเขาจะรักเธอไปเพื่ออะไรสู้ให้เกลียดกันไปเลยยังดีเสียกว่า
และในตอนค่ำของวันนั้นเองตระกูลสีหราชเมธีก็ได้รับข่าวร้ายจากทางตำรวจว่าผู้เป็ประมุขทั้งสองได้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำแล้วพลัดตกจากทางด่วนทำให้ท่านเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุอย่างกะทันหัน
ทันทีที่รู้ข่าวร้ายทุกคนในบ้านใจนแทบช็อก โดยเฉพาะกับนาวินเพราะเขาเพิ่งมีปากเสียงกับบิดาก่อนหน้าที่ท่านจะออกไปข้างนอกเขาไม่เคยคิดเลยว่านั่นจะเป็ภาพสุดท้ายที่เขาจะได้พบและได้พูดคุยกับผู้เป็พ่อต่อไปนี้มันคงไม่มีโอกาสให้เขาได้แก้ตัวและปรับความเข้าใจกับท่านอีกแล้วเด็กหนุ่มร้องไห้ฟูมฟายเสียใจจนแทบสิ้นสติประกอบกับความเ็ปจากเื่ที่ได้ยินมาเมื่อตอนเย็นทำให้เขาไม่อาจทนอยู่ในบ้านซึ่งปราศจากคนที่เขารักได้อีกต่อไปเขาจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากมาโดยไม่คิดจะหวนกลับไปที่นั่นอีกเลย
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ใกล้ๆตัวก็ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับอดีตสะดุ้งตื่นจากภวังค์ที่แสนเ็ปแล้วหวนคืนกลับมาในโลกปัจจุบันด้วยอาการมึนงงเล็กน้อยก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วขึ้นมากดรับ
‘นาวินครับ’ เสียงเข้มกรอกลงไปเรียบๆโดยไม่ทันได้ดูเบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอด้วยซ้ำ
[ไม่น่าเชื่อว่าแกจะยอมรับโทรศัพท์จากฉันได้ง่ายดายแบบนี้นะ… นายวิน] ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันน้อยๆเพราะแทบจะไม่มีครั้งใดที่คนเป็น้องจะยอมรับสายจากเขาง่ายๆ เลยสักครั้ง
‘พี่นุ! ถ้าผมรู้ว่าเป็พี่ผมคงไม่รับหรอก’ นาวินใเล็กน้อยกับเสียงที่ได้ยินก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วตั้งสติสวนกลับไปอย่างไม่ค่อยพอใจนักด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก ‘ภานุพี่ชายสุดเฮี๊ยบของเขานั่นเอง’
[นั่นสินะ... แกหลับอยู่เหรอ] ภานุบอกเสียงเรียบก่อนจะถามในประโยคหลังเพราะน้ำเสียงของคนเป็น้องนั้นฟังดูมึนงงแปลกๆตอนที่รับสายจากเขา
‘อืม ก็ทำนองนั้น พี่มีอะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะ ผมมีเวลาไม่มาก’ คนไม่พอใจรีบบอกปัดทันทีเพื่อตัดความรำคาญและตอนนี้สติของเขาก็กลับมาครบถ้วนดีแล้วด้วย
[เมื่อไรแกจะกลับมาอยู่บ้านเราสักที] น้ำเสียงของคนถามนั้นเจือไปด้วยความเอือมระอาน้อยๆเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องพูดประโยคนี้
‘ผมขอยืนยันว่า ไม่มีวันนั้นเด็ดขาด’ นาวินย้ำคำตอบชัดๆด้วยนึกขัดใจกับคำถามของอีกฝ่ายกี่ครั้งกี่หนกันแล้วที่เขาต้องเจอคำถามนี้จากคนเป็พี่ชาย
[แกจะหนีไปถึงไหนกันหะนายวิน] คนปลายสายเริ่มมีน้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นมานิดๆเมื่อได้ยินคำตอบที่เขาไม่้า
‘ผมก็ไม่ได้หนีนี่ครับคุณลุงสมภพก็รู้เื่ทุกอย่างไม่ว่าผมจะทำอะไรอยู่ที่ไหน’ นาวินตอบกลับอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก
[ถ้าแกไม่ได้หนีอย่างที่ปากว่าจริงๆ ละก็แกควรจะกลับมาอยู่บ้านของเราได้แล้ว]
‘ผมไม่... ’
เสียงเข้มของนาวินที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธนั้นต้องถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีเมื่อเจอคำพูดต่อไปของคนเป็พี่
[อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าตอนนี้แกอยู่ที่ไหนอย่าให้ฉันต้องพาคนไปลากคอแกออกมานะนายวิน] ภานุกัดฟันขู่เสียงกร้าวบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นและนั่นก็ทำให้คนฟังหมดความอดทนเช่นกัน
‘นี่มันจะมากไปแล้วนะพี่นุ พี่สั่งให้คนติดตามผมเหรอ’ นาวินกระชากเสียงถามด้วยความโกรธจัดเขาไม่เคยคิดเลยว่าคนเป็พี่จะก้าวล้ำความเป็ส่วนตัวของเขาถึงเพียงนี้
[ก็ไม่เชิง... แต่ฉันจำเป็ต้องทำ เพราะว่าฉันเป็ห่วงแก… นายวิน] ปลายสายตอบเสียงตึงๆ อย่างเหลืออด
จากนั้นทั้งสองต่างก็พากันนิ่งงันไปเพียงครู่ก่อนที่คนเป็พี่จะเป็ฝ่ายเอ่ยคำถามต่อไป
[แกรู้ใช่ไหมว่าวันนี้วันอะไร]
‘ผมรู้ และก็ไม่เคยลืมด้วย’
[งั้นอีกเื่ที่แกควรจะรู้และควรจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจก็คือนมอิ่มเขาคิดถึงและเป็ห่วงแกมาก]
ภานุบอกย้ำกับน้องชายเป็เชิงตักเตือนเพราะพวกเราสองพี่น้องไม่เคยถูกสั่งสอนให้ลืมบุญคุณคน
‘นมอิ่ม... ’ นาวินครางเรียกชื่อแม่นมที่เลี้ยงตัวเองมาั้แ่เกิดด้วยเสียงอันแผ่นเบาเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...เขาเกือบลืมผู้มีพระคุณคนสำคัญไปเสียสนิท ทั้งๆที่เขาเองก็รักและคิดถึงท่านอย่างสุดหัวใจเช่นกัน
[ใช่... หวังว่าแกคงไม่ได้ลืมผู้มีพระคุณคนนี้นะ เพราะนั่นเท่ากับว่าแกเป็คนที่ใช้ไม่ได้และเนรคุณที่สุด...เอาเป็ว่าเย็นนี้ฉันต้องเจอแกที่บ้านเข้าใจไหมนายวิน] คนปลายสายพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะกดวางไปทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ จากคนดื้อรั้นอีก
นาวินปล่อยลมหายใจออกมาแรงๆ อย่างคนคิดหนัก ก่อนจะนึกทบทวนถึงประโยคสุดท้ายของคนเป็พี่ที่มันยังดังก้องอยู่ในห้วงความคิดทุกๆขณะ นมอิ่ม... แม่นมที่เลี้ยงเขาดั่งมารดามาั้แ่เกิดตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามัวแต่คิดชิงชังโกรธเกลียดและคิดถึงแต่เื่ของตัวเองจนลืมนึกถึงพระคุณของท่านไปเสียสนิท...‘เขาช่างเป็คนที่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ’
“ถึงเวลาแล้วสินะ ที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงสักทีรวมถึงเื่ของเธอด้วย... สายป่าน” ชายหนุ่มพึมพำบอกกับตัวเองเหมือนเป็การตัดสินใจจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนไปบนเตียงกว้างอีกครั้งด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายใจไม่นานก็เผลอหลับไปในที่สุด‘ชีวิตของเขาต่อจากนี้คงต้องปล่อยให้โชคชะตาเป็ผู้นำทางก็แล้วกัน’
.......................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee ...และ... ธัญวลัย
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^