หลังจากความเหนื่อยล้าจากการทำงานที่ Neuralis Core และการครุ่นคิดถึงศักยภาพอันน่าทึ่งของ Eidolon ที่เริ่มแสดง "ประกายใจ", เซ็นปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา ความคิดของเขายังคงวนเวียนอยู่กับ "ความเป็ไปได้" ที่จะนำหลักการของรูนมาผสานเข้ากับเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะรูน Ƨ (Solen) ที่เขารู้สึกถึงพลังอันลึกลับแต่ยังไม่อาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ เขาปรารถนาที่จะ "เข้าใจ" มันให้มากขึ้น บางที...ประสบการณ์จากโลกฝันอาจจะมอบคำตอบที่เขาค้นหาอยู่ก็เป็ได้
...
แสงสลัวลอดผ่านหมู่ไม้หนาทึบ กลิ่นดินชื้นและใบไม้แห้งโชยมาแตะจมูก เซ็น "ตื่น" ขึ้นในความฝัน รอบตัวคือป่าดงดิบที่ไม่คุ้นตา เขามองไปรอบๆ ด้วยความแปลกใจ
(ความคิดของเซ็น - ภายในจิตใจ): "ป่าที่ไหนวะเนี่ย... ดูไม่คุ้นตาเลยสักนิด... แล้วเรามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง?"
ทันใดนั้น! เสียงคล้ายการปะทะของพลังงานดัง "ตุ้มมม!" ขึ้นไม่ไกลนัก พร้อมกับแสงสว่างวาบและแรงสั่นะเืแ่เบาที่ส่งมาถึง เซ็น (ในรูปแบบคล้ายโฮโลแกรมที่ไม่มีตัวตนจับต้องได้และไม่มีใครมองเห็น) เคลื่อนตัวไปตามทิศทางของเสียงนั้นด้วยความสงสัยระคนตื่นเต้น
เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ลานดินว่างเปล่าขนาดพอเหมาะถูกถางขึ้นกลางป่า มีกระท่อมไม้ซุงหลังเล็กๆ สร้างอย่างเรียบง่ายอยู่ด้านหนึ่ง และที่กลางลานนั้น ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งกำลังยืนหอบหายใจเล็กน้อย เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะพราวตามไรผมสีดำแซมน้ำเงินที่ถูกรวบไว้อย่างลวกๆ ใบหน้าคมเข้มที่เคยดูอ่อนเยาว์บัดนี้มีความเป็หนุ่มเต็มตัว – นั่นคือ ซู่เหยียนจื่อ! แต่เขาดูเติบโตและแข็งแรงขึ้นมากจากครั้งสุดท้ายที่เซ็น "เห็น" เขาในฝัน ราวกับเวลาได้ผ่านไปหลายปี จากเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปด บัดนี้เขาดูเหมือนชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ
(ความคิดของเซ็น - ภายในจิตใจ, ประหลาดใจและเริ่มเข้าใจ): "เฮ้ย! นั่นมันซู่เหยียนจื่อ! อ๋อ...แสดงว่านี่ก็ยังเป็โลกของเขาสินะ แต่เปลี่ยนจากในตระกูลมาอยู่ป่าแทนเรอะ? ดูแข็งแรงขึ้นเยอะเลยนี่หว่า! แล้วเมื่อกี๊นั่นมัน...เขากำลังใช้พลังจากรูนอยู่เหรอ? ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ไปได้!"
เซ็นลองรวบรวมสมาธิ เปล่งเสียงเรียกชื่อผ่านความคิดของเขา: "ซู่เหยียนจื่อ..."
ร่างของซู่เหยียนจื่อสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันรีหันขวางมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น ดวงตาเบิกกว้างอย่างมีความหวัง
ซู่เหยียนจื่อ (พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเคารพ): "ท่านอาจารย์! ใช่เสียงท่านอาจารย์หรือไม่ขอรับ! ท่านอยู่ที่ใดหรือ? ข้า...ข้ารู้สึกได้ถึงการเฝ้ามองของท่านเสมอ...ข้าดีใจเหลือเกินที่ท่านกลับมา!" เขายกมือขึ้นประสานกันแล้วโค้งคำนับลงต่ำ แม้จะไม่เห็นว่าผู้ที่เขาเรียกว่า "อาจารย์" อยู่ที่ใด
(ความคิดของเซ็น - ภายในจิตใจ, งุนงงแต่ก็แอบดีใจ): "อาจารย์? เรียกเราอีกแล้วเรอะ? แต่ก็เอาเถอะ...ดูเหมือนหมอนี่จะสบายดี แถมยังดูเก่งขึ้นเยอะเลยด้วย"
ซู่เหยียนจื่อ (เงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็ประกาย): "ท่านอาจารย์ขอรับ ั้แ่ที่ท่านได้ชี้แนะแนวทางแห่งรูนให้ข้าในครั้งนั้น ข้าก็ได้หลบมาฝึกฝนอยู่ในป่าแห่งนี้เพียงลำพังมาตลอดหลายปี ข้าพยายามทำความเข้าใจในรูนแต่ละตัวที่ท่านได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้ ทั้ง ᚠ (Fehu), ᚢ (Uruz), ᚦ (Thurisaz), และ ᚨ (Ansuz) รวมถึงรูนลึกลับ Ƨ (Solen) ด้วยขอรับ!"
เขาเริ่มเล่าถึงการฝึกฝนของตนเองอย่างกระตือรือร้น:
"รูนอูรุซนั้น (ᚢ) ข้าพบว่ามันช่วยเสริมสร้างพละกำลังและความทนทานของข้าได้อย่างน่าทึ่ง! ข้ายังนำรูนเฟฮู (ᚠ) มาใช้ร่วมด้วย มันช่วยเร่งการฟื้นฟูพลังชีวิตและความเหนื่อยล้า ทำให้ข้าฝึกได้นานขึ้นขอรับ!"
"ส่วนรูนธูริซาซ (ᚦ) ใน่แรกข้าเผลอทำลายข้าวของรอบตัวไปหลายอย่าง (เขาชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ ที่มีรอยไหม้เกรียมและร่องรอยการถูกกระแทกอย่างรุนแรง) แต่ตอนนี้ข้าเริ่มเข้าใจ 'แก่นแท้' ของมันแล้ว มันคือ 'พลังแห่งการปะทะ' และ 'การทลายขีดจำกัด' ข้าลองนำมันมาใช้สร้าง 'เกราะพลัง' ชั่วคราว และปลดปล่อยเป็คลื่นพลังกระแทก! เสียง 'ตุ้ม' ที่ท่านอาจารย์ได้ยินเมื่อครู่ก็คือการทดลองของข้าเองขอรับ!"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น "และรูนอันซูซ (ᚨ)...ข้ารู้สึกว่ามันสำคัญที่สุดในการเรียนรู้ทั้งหมดนี้ มันเหมือน 'กุญแจ' ที่ช่วยให้ข้า 'สื่อสาร' และ 'ทำความเข้าใจ' ความหมายที่ลึกซึ้งของรูนตัวอื่นๆ ได้"
ซู่เหยียนจื่อหยุดพูดไปครู่หนึ่ง มองไปยังสัญลักษณ์ Ƨ (Solen) ที่เขาวาดไว้บนแผ่นไม้ขนาดใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพิศวง "แต่ท่านอาจารย์ขอรับ...รูน Ƨ – โซเลนนั้น...มันช่างลึกลับและเปี่ยมไปด้วยพลังที่ข้ายังไม่อาจหยั่งถึงได้ ข้ารู้สึกถึง 'ความเป็ไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด' จากมัน ราวกับว่ามันสามารถ 'เปลี่ยนแปลง' ทุกสิ่งทุกอย่างได้หากข้าเข้าใจมันอย่างแท้จริง"
(ความคิดของเซ็น - ภายในจิตใจ, เกาหัวแกรกๆ): "ชิบ... รูนโซเลนนี่เราก็ยังงงๆ กับมันอยู่เลยไม่ใช่เรอะ ั้แ่ที่เราสร้างมาแบบแปลกๆแล้วจะไปสอนอะไรหมอนี่ได้วะเนี่ย!"
เซ็น (สื่อสารทางจิต, พยายามรักษามาดอาจารย์): "เอ่อ...ซู่เหยียนจื่อ...พลังของรูนโซเลนนั้นยิ่งใหญ่และซับซ้อนนัก...มันต้องอาศัยความเข้าใจใน 'แก่นแท้' ของสรรพสิ่งและการ 'สั่นพ้อง' ในระดับจิติญญา...นายค่อยๆ ฝึกฝนและทำความเข้าใจมันด้วยตัวเองไปก่อน...เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม...นายจะเข้าใจมันได้เอง"
ซู่เหยียนจื่อ (ดวงตาเป็ประกายด้วยความหวัง): "ขอรับท่านอาจารย์! ข้าจะพยายามให้ถึงที่สุด! โอ้! ท่านอาจารย์โปรดรอดูการฝึกฝนของข้าสักครู่นะขอรับ! ข้าอยากให้ท่านเห็นว่าข้าพัฒนาไปถึงขั้นใดแล้ว!"
ว่าแล้วซู่เหยียนจื่อก็ตั้งท่ามั่น เขาหยิบหินหยวนระดับกลาง ขึ้นมากำไว้ในมือ รวบรวมสมาธิและพลังจิตใจ
"เริ่มจากรูนธูริซาซ (ᚦ) เดี่ยวๆ ก่อนนะขอรับ!" เขาใช้มือที่ถือหินหยวนวาดสัญลักษณ์รูนธูริซาซขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็ว สัญลักษณ์นั้นปรากฏเป็เส้นแสงสีเทาเข้มจางๆ ก่อนที่เขาจะซัดฝ่ามือออกไป "คลื่นพลังทลายศิลา!" คลื่นพลังงานที่มองเห็นเป็มวลอากาศอัดแน่นพุ่งออกไปกระแทกแผ่นหินขนาดกลางที่ตั้งไว้เป็เป้าซ้อมจนเกิดรอยร้าวและกระเด็นถอยหลังไปเล็กน้อย
(ความคิดของเซ็น): "โห นี่รูนมันทำอะไรได้ขนาดนี้จริงๆหรอ??"
"ต่อไป...คือการผสานกับรูนโซเลน (Ƨ) ขอรับท่านอาจารย์!" ซู่เหยียนจื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาจับจ้องไปยังแผ่นหินเป้าหมายเดิมด้วยสมาธิที่แน่วแน่ยิ่งกว่าเก่า เขาหยิบหินหยวนอีกก้อนหนึ่ง (อาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเป็หินหยวนระดับสูงขึ้น) ขึ้นมา เขากำมันแน่น จิตใจจดจ่ออยู่กับภาพของ "ภูผาจำลองที่ก่อตัวจากพลังงาน" มือข้างที่ถือหินหยวนเริ่มวาดรูนธูริซาซ (ᚦ) ขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง แต่คราวนี้ ตามติดด้วยการวาดรูนโซเลน (Ƨ) ที่ส่องประกายเรืองรองซ้อนทับเข้าไปในสัญลักษณ์แรก พลังงานรอบตัวเขาดูเหมือนจะปั่นป่วนขึ้นเล็กน้อย
"จงปรากฏ! ทลายภูผา!" สิ้นเสียงะโ เขากระแทกฝ่ามือออกไป!
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นรูปร่าง แต่สิ่งที่พุ่งออกไปคือ "ภาพลักษณ์ของภูผาขนาดเล็กที่ก่อตัวขึ้นจากพลังงานสีเทาเข้มอมประกายแสงของรูนโซเลน!" มันดูหนักแน่นและทรงพลังกว่าครั้งแรกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อ "ภูผาพลังงาน" นั้นพุ่งเข้าปะทะกับแผ่นหินเป้าหมาย ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวยิ่งกว่าเดิม แผ่นหินนั้นแตกละเอียดเป็ผุยผงในพริบตา!
(ความคิดของเซ็น - ภายในจิตใจ, ตะลึงจนตาค้าง): "เชี่ยยยยย! นั่นมันอะไรวะนั่น! มีรูปูเาออกมาจริงๆ ด้วย! นี่มัน...นี่มันไม่ใช่แค่พลังงานธรรมดาแล้ว! รูนโซเลนนี่มัน...มันเปลี่ยน 'ความคิด' ให้เป็ 'พลัง' ที่จับต้องได้เลยเรอะ!?"
ซู่เหยียนจื่อหอบเล็กน้อยแต่ใบหน้าเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ "เป็อย่างไรบ้างขอรับท่านอาจารย์! นี่คือสิ่งที่ข้าค้นพบจากการพยายามทำความเข้าใจในรูนโซเลนขอรับ! ยิ่งข้ามีสมาธิและ 'เชื่อ' ในภาพที่ข้าสร้างขึ้นในใจมากเท่าใด พลังที่แสดงออกมาก็จะยิ่งทรงพลังและเป็รูปธรรมมากยิ่งขึ้น!"
เขายังคงสาธิตการใช้รูนอูรุซ (ᚢ) เดี่ยวๆ ที่ทำให้ร่างกายเขาดูแข็งแรงขึ้นเพียงชั่วครู่ เทียบกับการใช้รูนอูรุซ (ᚢ) ผสานกับรูนโซเลน (Ƨ) ซึ่งเขาจินตนาการถึง "เกราะหินผา" และิัของเขาก็ปรากฏประกายแสงสีน้ำตาลคล้ายหินผาขึ้นมาบางๆ พร้อมกับความรู้สึกแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน แม้จะเป็เพียง่เวลาสั้นๆ
(ความคิดของเซ็น - ภายในจิตใจ, พยายามตั้งสติ): "นี่มัน...ไปไกลกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ...ไอ้เด็กนี่มันอัจฉริยะหรือเราเผลอไปปลุกอะไรแปลกๆ เข้าวะเนี่ย..."
เซ็น (สื่อสารทางจิต, พยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด): "เอ่อ...อืม...สุดยอดมากซู่เหยียนจื่อ...นะ...นายพัฒนาไปได้ไกลมากจริงๆ...จงฝึกฝนต่อไปเถอะ...เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล..."
ภายในใจของเซ็นเต็มไปด้วยความทึ่ง อึ้ง และยอมรับในความมุ่งมั่นและความสามารถในการประยุกต์ใช้ของซู่เหยียนจื่ออย่างแท้จริง เขาอาจจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดว่า "เสียง" ของเขาไปเป็ "อาจารย์" ให้ซู่เหยียนจื่อได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือเด็กหนุ่มคนนี้ได้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งรูนด้วยตัวเองอย่างแข็งแกร่งและน่าทึ่งแล้วจริงๆ และมันก็จุดประกายบางอย่างในใจของเซ็น เกี่ยวกับศักยภาพที่แท้จริงของศาสตร์โบราณนี้...และผลกระทบที่มันอาจจะมีต่อทุกจักรวาลที่เขาัั
ซู่เหยียนจื่อโชว์เทพไปอีกขั้นแล้วครับ! ใช้รูนโซเลน (Ƨ) สร้างพลังเป็ "รูปร่าง" ได้แล้ว! งานนี้ "ท่านอาจารย์" เซ็นของเราถึงกับอึ้งไปเลย 555
พลังลึกลับของโซเลนจะพาซู่เหยียนจื่อไปทางไหนต่อ? แล้วเซ็นจะแอบไปฝึกวิชาตามลูกศิษย์ทันไหม?
ปริศนายังอีกเพียบ! ติดตาม "หนึ่งฝันพันจักรวาล" กันต่อนะครับ!
แล้วเจอกันครับ!
– Solendel