ธิดาเทพเจี้ยนถางฟา หรือที่ผู้คนขนานนามว่า "ดอกไม้์แห่งวิหารเจี้ยนถัง" เป็สตรีผู้เลอโฉมและเปี่ยมด้วยปัญญา นางเป็ที่ปรึกษาแห่งวิหาร์ ผู้สามารถหยั่งรู้ชะตาฟ้าและชะตากรรมแห่งยุทธภพ ผ่านความลึกซึ้งของคัมภีร์เทวะและพร์ด้านการพยากรณ์
วันหนึ่ง ในห้องโถงใหญ่ของวิหารเจี้ยนถัง ที่เต็มไปด้วยแสงสว่างนวลตาจากโคมกระดาษข้าว ธิดาเทพเจี้ยนถางฟาได้นั่งสนทนากับ แม่เฒ่าเหว่ยหลาย ผู้าุโสูงสุดของวิหาร์ ผู้ที่เป็ทั้งผู้ปกครองและผู้คุ้มครองประเพณีแห่งตระกูลเหว่ย
"แม่เฒ่าเหว่ย ท่านคงทราบแล้วถึงคำทำนายแห่งข้า ‘ธิดาแห่งเงามืด’ นั้นมิใช่แค่คำลือ นางได้จุติในแคว้นกงเหว่ยแล้ว ข้ากังวลว่าพญามารจะกลับมาทำลายยุทธภพดังที่ข้าได้เห็นในภาพนิมิต"ดวงตาฝ้าฟางของนางเปล่งประกายราวกับเห็นทุกสิ่ง
"ข้ารับทราบทุกถ้อยคำของเ้าเจี้ยนถางฟา... หากแต่ข้าเชื่อว่าชะตาของเด็กผู้นั้นยังมิได้ถูกเขียนจนจบ แม้นางคือธิดาแห่งเงามืด แต่มิได้หมายความว่านางจะนำพาความพินาศเสมอไป"
"แต่ภาพในพยากรณ์ของข้า ทั้งยันต์เทวะที่สูญสิ้น ทั้งั์ที่คืนสู่ฟ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกัน นางคือผู้ปลดปล่อย... แม่เฒ่า ท่านจะปกป้องนางจริงหรือ ทั้งที่รู้ว่านางอาจนำภัยมาสู่แคว้นของท่านเอง?"
"เ้าลืมสิ่งสำคัญไปหรือไม่ เจี้ยนถางฟา? แม้ฟ้าจะลิขิต ชะตากรรมที่แท้จริงอยู่ในมือของผู้ที่เลือก ข้ามิใช่ผู้ปกป้องเด็กนั่นเพราะนางเป็ภัย หากแต่ข้าเลือกที่จะปกป้อง เพราะเชื่อว่านางมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตนเอง"เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างระมัดระวัง
"ในนิมิตของข้า ข้าเห็นเงามืดที่ห่อหุ้มธิดาแห่งเงามืด นางยืนอยู่ระหว่างพญามารไฮ้หลงและยันต์เทวะ แต่ในมือของนางมิได้ถือดาบหรืออาวุธ... หากเป็ดอกไม้์หนึ่งดอก"เลิกคิ้วแ่เบา
"ดอกไม้์... เ้าหมายถึงสิ่งใด?"
"มันอาจหมายถึงโอกาสที่จะฟื้นคืน หรือการทำลายล้างอย่างสมบูรณ์ ตัวข้าเองก็ยังมิอาจตีความได้ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าแน่ใจคือ ธิดาแห่งเงามืดคนนี้... อาจเป็กุญแจสำคัญที่จะปิดผนึกพญามาร หรือเปิดประตูให้เขากลับมา"พยักหน้าอย่างช้า ๆ
"ในเมื่อนางคือกุญแจ ข้าก็จะดูแลกุญแจดอกนี้ให้ถึงที่สุด เจี้ยนถางฟา ชะตาฟ้าหรือคำทำนายอาจเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ทางเดินของผู้คนต่างหากที่ยังมีความหวัง เ้าจะช่วยข้าเฝ้าดูแลนางหรือไม่?"ถอนใจยาวก่อนจะโค้งศีรษะลง
"หากแม้แม่เฒ่าเหว่ยเชื่อมั่นในทางเลือกของนาง เช่นนั้นข้าก็จะเฝ้าดูความเป็ไปจากวิหารเจี้ยนถัง และหวังว่าดอกไม้์ในมือของนางจะมิใช่สัญลักษณ์ของการทำลายล้าง แต่เป็ความงามที่นำพายุทธภพให้พ้นจากเงามืด"
ณ ราชสำนักกงเหว่ย เื่ราวของ ธิดาแห่งเงามืด ได้กลายเป็ตำนานที่หลายคนคิดว่าเป็เพียงเงาของอดีต เมื่อหลายปีก่อน ราชสำนักได้สั่งกำจัดธิดาแห่งเงามืดอย่างเด็ดขาด คำทำนายที่กล่าวถึงนางว่าเป็จุดเริ่มต้นแห่งการล่มสลายของราชวงศ์ทำให้อ๋องผู้ปกครองในยุคนั้นมิอาจนิ่งเฉย ธิดาแห่งเงามืด เคยเป็เพียงเด็กสาวธรรมดาในสายตาของผู้คน แต่ชะตากรรมกลับชักนำให้นางกลายเป็สัญลักษณ์แห่งคำทำนายโบราณที่กล่าวไว้ว่า:
ด้วยความหวาดกลัวต่อคำทำนาย ราชสำนักได้ส่งแม่ทัพและนักฆ่าฝีมือดีล่าตัวธิดาแห่งเงามืด แม้ภารกิจนั้นจะดูเหมือนสำเร็จ แต่ร่องรอยบางอย่างยังคงทำให้คนในยุทธภพสงสัยว่า นางอาจยังมีชีวิตอยู่
หลายปีต่อมา ข่าวลือเกี่ยวกับ ธิดาิหวัง ผู้มีพลังลี้ลับที่เกี่ยวข้องกับคำทำนายเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วแคว้นกงเหว่ย หลายคนเชื่อว่านางคือธิดาแห่งเงามืดที่รอดชีวิตมาได้ และได้เติบโตขึ้นในมุมมืดของแคว้น
เสียงกระซิบกระซาบในหมู่ขุนนางและประชาชนยิ่งทำให้อ๋องสาม ผู้สำเร็จราชการแห่งแคว้นกงเหว่ย ไม่อาจนิ่งเฉย เขารู้ดีว่า หากข่าวลือเหล่านี้กลายเป็จริง ความมั่นคงของแคว้นจะสั่นคลอน อีกทั้งศัตรูจากแคว้นอื่นอาจใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างในการโจมตีแคว้นกงเหว่ย
ในที่ประชุมราชสำนัก อ๋องสามนั่งบนบัลลังก์ ท่ามกลางบรรดาขุนนางและแม่ทัพ เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่
"ข้าไม่สนใจว่าข่าวลือนี้จะจริงหรือไม่ แต่เงามืดนี้ต้องถูกกำจัด หากธิดาแห่งเงามืดยังมีชีวิตอยู่จริง นางต้องไม่รอดจากมือเราอีกต่อไป"
เขาหันไปทางแม่ทัพหลินฟู่ แม่ทัพผู้เป็เหมือนเงาแห่งอำนาจของราชสำนัก แม่ทัพหลินฟู่ ข้าสั่งให้เ้ารวบรวมทีมมือสังหารที่เก่งที่สุด และตามล่าธิดาแห่งเงามืดทันที จงอย่าให้โอกาสใดหลุดมือไป!"
"พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไม่ปล่อยให้ความลับนี้กลายเป็อันตรายต่อแคว้นอย่างแน่นอน" แม่ทัพหลินฟู่กลับไปที่ค่ายทหาร เขาเรียกตัวมือสังหารฝีมือเยี่ยมจากกองกำลังลับ เฉาอิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารในยามราตรี และ กู่เหลียง ผู้ชำนาญด้านพิษ
"ภารกิจนี้สำคัญต่อความมั่นคงของแคว้น พวกเ้าต้องค้นหาธิดาแห่งเงามืดให้พบก่อนที่ศัตรูหรือฝ่ายใดจะล่วงรู้ถึงตัวตนของนาง"
"หากนางยังเด็กหรือไม่ใช่ภัยล่ะ ท่านแม่ทัพจะทำเช่นไร?"เสียงเ็า
"ข้าทำตามคำสั่งของอ๋องสาม หากนางเป็ภัย ข้าจะกำจัดนางเอง"น้ำเสียงหนักแน่น
ข่าวการไล่ล่าธิดาแห่งเงามืดจากราชสำนักกงเหว่ย เริ่มกระจายออกไปในวงกว้าง ฝ่ายต่าง ๆ ในยุทธภพเริ่มเคลื่อนไหว
ขณะเดียวกัน ธิดาิหวัง ผู้ซ่อนเร้นตัวตนในมุมมืดของแคว้นกงเหว่ย ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยไม่ล่วงรู้ถึงชะตากรรมที่แท้จริงของตน นางไม่อาจจินตนาการได้ว่า การดำรงอยู่ของตัวเองกลับกลายเป็จุดศูนย์กลางของความขัดแย้งในยุทธภพ
ใต้เงาแห่งป่าไผ่ นางกำลังพยายามเข้าใจพลังลี้ลับที่มักเกิดขึ้นในตัวเองโดยไม่ตั้งใจ แสงจาง ๆ สีแดงม่วงมักจะล้อมรอบนางในยามโกรธหรือหวาดกลัว มันเป็สิ่งที่นางพยายามเก็บซ่อนมาตลอด
ชายลึกลับผู้สวมเสื้อคลุมสีดำปรากฏตัวอย่างเงียบงัน เขามาพร้อมกับรัศมีที่น่าเกรงขามและสายตาเ็าจนทำให้ทุกคนที่พบเจอรู้สึกกดดัน ในยามที่เขาพูด เสียงของเขาราบเรียบแต่หนักแน่น ราวกับคำทำนายนั้นถูกสลักลงในชะตากรรมของธิดาิหวังเอง
คำพูดนั้นทำให้นางทั้งใและงุนงง แต่ก่อนที่นางจะทันได้ตั้งคำถาม ชายลึกลับเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ชายลึกลับพาธิดาิหวังเดินทางในยามค่ำคืนผ่านป่าเขาอันมืดมิดจนมาถึงที่ซ่อนลับ ซึ่งเป็กระท่อมไม้ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอันห่างไกล ที่นี่ห้อมล้อมไปด้วยม่านหมอกและต้นไม้สูงใหญ่ ราวกับธรรมชาติช่วยปกป้องสถานที่แห่งนี้จากสายตาผู้ล่า
"อยู่ที่นี่ซะ เ้าจะปลอดภัยในเวลานี้" ชายลึกลับกล่าวขณะยื่นผ้าคลุมสีดำให้นาง พร้อมทั้งทิ้งคำแนะนำไว้ว่า อย่าไว้ใจใครง่าย ๆ
เพื่อปกป้องธิดาิหวังและทำลายแผนการของอ๋องสาม ชายลึกลับได้สร้างข่าวลวงว่าธิดาแห่งเงามืดได้หนีไปยัง แคว้นฉีหนี ซึ่งเป็แคว้นศัตรูสำคัญของแคว้นกงเหว่ย เขาปล่อยเบาะแสปลอมเกี่ยวกับการเดินทางของนาง ข่าวลวงนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ราชสำนักกงเหว่ยเชื่อว่านางได้หลบหนีไปยังดินแดนที่ยากจะตามตัว และส่งนักฆ่าไปยังแคว้นฉีหนีจำนวนมากใน่เวลาที่ซ่อนตัว นางเริ่มสงสัยในตัวตนของชายลึกลับและเหตุผลที่เขาช่วยเหลือนาง ทั้งยังเริ่มฝึกฝนพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเองโดยไม่รู้ตัว แม้สถานการณ์ภายนอกจะดูสงบ แต่ในยุทธภพนั้นกลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วน
ราชสำนักกงเหว่ยยังคงส่งคนตามล่านางอย่างไม่ลดละ และแคว้นฉีหนีก็เริ่มระวังตัวจากข่าวลือที่อาจเป็กับดัก ทว่าในเงามืด ธิดาิหวังเริ่มเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของตัวเอง และการตัดสินใจที่นางจะต้องทำในวันข้างหน้า... ข่าวลือเกี่ยวกับธิดาแห่งเงามืดที่ยังมีชีวิตอยู่แพร่กระจายไปทั่วทั้งยุทธภพ ความตึงเครียดระหว่างแคว้นกงเหว่ยและแคว้นฉีหนียิ่งทวีความรุนแรงเมื่อแคว้นฉีหนีเริ่มสงสัยว่าข่าวลือนี้อาจเป็เล่ห์กลจากราชสำนักกงเหว่ยเพื่อแทรกซึมและทำลายแคว้นของพวกเขา
ในขณะเดียวกัน อ๋องสามแห่งกงเหว่ยไม่หยุดที่จะสั่งให้คนตามล่าธิดาิหวังอย่างลับ ๆ ความหมกมุ่นของเขาทำให้แม่ทัพหลินฟู่และเหล่านักฆ่าของราชสำนักต้องออกปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ร่องรอยปลอมที่ชายลึกลับสร้างขึ้นกลับกลายเป็ชนวนที่กระพือไฟาระหว่างสองแคว้น
ในกระท่อมลี้ภัยกลางป่าลึก ธิดาิหวังเริ่มค้นพบเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับตัวตนของนางเอง ขณะที่นางฝึกฝนทักษะเอาตัวรอดและสังเกตธรรมชาติรอบตัว เสียงกระซิบในความฝันก็เริ่มชัดเจนขึ้นทุกค่ำคืน
ธิดาิหวังไม่อาจเข้าใจคำพูดเ่าั้ได้ทั้งหมด แต่ความรู้สึกในใจกลับบอกนางว่า สิ่งที่ชายลึกลับกล่าวไว้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของนางนั้นไม่ได้เป็เพียงคำพูดลอย ๆ ชายลึกลับยังคงติดตามข่าวจากโลกภายนอกอย่างเงียบ ๆ เขาทราบดีว่าราชสำนักกงเหว่ยจะไม่หยุดยั้งง่าย ๆ และในไม่ช้าพวกมันจะค้นพบความจริงเกี่ยวกับร่องรอยปลอมที่เขาสร้างขึ้น หากเป็เช่นนั้น ธิดาิหวังจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
"เ้าไม่มีเวลามากแล้ว ก่อนที่ราชสำนักจะตามเ้าเจอ เ้าต้องเลือกเส้นทางของตัวเอง..."
เขาแนะนำให้นางเดินทางไปยัง หุบเขาวารีลี้ลับ สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ที่พำนักของยอดยุทธผู้ปกป้องยุทธภพในอดีต ที่นั่นอาจมีคำตอบเกี่ยวกับตัวตนและชะตากรรมของนาง แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน
ธิดาิหวังรู้ดีว่าหากนางยังคงซ่อนตัวอยู่ในที่เดิม นางอาจถูกจับหรือทำให้คนรอบข้างต้องเดือดร้อน แต่การออกเดินทางตามคำแนะนำของชายลึกลับก็เสี่ยงเกินไปสำหรับนางที่ยังขาดทั้งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
ขณะที่นางกำลังพิจารณาทางเลือกนั้น เงาของทหารกงเหว่ยก็เริ่มเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ นางรู้ว่าวันที่ต้องตัดสินใจมาถึงแล้ว
ในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว นางหันมองชายลึกลับเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเอ่ยคำที่หนักแน่น "ข้าจะไปหาคำตอบ... และข้าจะไม่หนีอีกต่อไป"
ข่าวลือเกี่ยวกับ ธิดาิหวัง ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในแคว้นฉีหนีกลายเป็ชนวนความตึงเครียดระหว่างแคว้น สถานการณ์ยุทธภพเข้าสู่จุดเดือดเมื่อแคว้นฉีหนีถูกกล่าวหาว่าให้ที่พักพิงแก่ "ธิดาแห่งเงามืด" ซึ่งถูกมองว่าเป็ภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อเสถียรภาพและอำนาจของแคว้นอื่น
แคว้นเชียงเอ๋อซึ่งมีพรมแดนติดกับฉีหนีแสดงความไม่พอใจต่อการปกปิดข้อมูลของแคว้นฉีหนี พวกเขามองว่าการมีตัวตนของธิดาิหวังเป็ภัยร้ายแรงและอาจสร้างหายนะต่อยุทธภพ หากฉีหนีไม่ยอมมอบตัว พวกเขาอาจเข้าร่วมกงเหว่ยเพื่อกดดัน
แคว้นหลงกุยแคว้นหลงกุยยังคงรักษาท่าทีเป็กลาง แต่มีการประชุมลับระหว่างผู้ปกครองแคว้นและเสนาบดี พวกเขารับรู้ว่า หากาปะทุขึ้นจริง หลงกุยจะถูกบีบให้เลือกข้าง
ในราชสำนักกงเหว่ย อ๋องสาม พร้อมด้วย แม่ทัพหลินฟู่ ได้จัดกองทัพทหารกว่าแสนคนเพื่อเตรียมประกาศศึกต่อแคว้นฉีหนี โดยออกคำขาดให้แคว้นฉีหนีส่งตัวธิดาิหวังมอบให้กับกงเหว่ยภายในกำหนดเวลา หากแคว้นฉีหนีปฏิเสธหรือเพิกเฉย าข้ามแคว้นจะปะทุขึ้นอย่างแน่นอน
อ๋องสามยังลอบส่งสายลับและนักฆ่าเข้าสู่แคว้นฉีหนีเพื่อค้นหาตัวธิดาิหวัง ขณะเดียวกันก็ใช้ข่าวลือนี้เป็ข้ออ้างเพื่อสร้างแรงสนับสนุนจากแคว้นพันธมิตรอย่างแคว้นเชียงเอ๋อและแคว้นหลงกุย อ๋องสามเชื่อมั่นว่าการกำจัดธิดาิหวังจะทำให้แคว้นกงเหว่ยกลายเป็ศูนย์กลางของยุทธภพ ความมั่นคงทางอำนาจของกงเหว่ยจะถูกขยายขึ้น และพวกเขาจะสามารถปราบปรามศัตรูในอนาคตได้โดยไม่มีอุปสรรค
แคว้นฉีหนีแคว้นฉีหนีถูกกดดันอย่างหนักทั้งจากภายในและภายนอก ขุนนางบางส่วนเรียกร้องให้ส่งตัวธิดาิหวังเพื่อหลีกเลี่ยงา ขณะที่ขุนนางอีกฝ่ายเห็นว่าการยอมตามกงเหว่ยจะเป็การสูญเสียศักดิ์ศรีของแคว้น แต่ก็ยังตามหาตัวของธิดาิหวังไม่พบสักที
ฝ่ายสนับสนุนกงเหว่ย: เชื่อว่าการส่งมอบธิดาิหวังจะป้องกันหายนะ
ฝ่ายปกป้องธิดาิหวัง: เชื่อว่าเธอคือกุญแจสู่ความสมดุลของยุทธภพ
ในที่สุด แคว้นฉีหนีตัดสินใจจัดการประชุมลับระหว่างผู้ปกครองแคว้นและแม่ทัพเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ พวกเขาเผชิญหน้ากับสองตัวเลือกที่ยากลำบาก
ในขณะที่เสียงกลองศึกดังแว่วไกลจากแคว้นต่าง ๆ และบรรยากาศแห่งความตึงเครียดปกคลุมทั่วแผ่นดิน ธิดาิหวัง นางผู้ซึ่งถูกชะตาลิขิตให้เป็ศูนย์กลางของยุทธภพ ยังคงเฝ้าพิจารณาถึงเส้นทางที่รออยู่เบื้องหน้า
กลางคืนที่สงัด นางนั่งอยู่ริมหน้าผาสูงชัน สายลมพัดเอื่อยพาไอเย็นปะทะใบหน้า ดวงจันทร์ลอยเด่นบนฟ้า สาดแสงนวลลงบนโลกอันมืดมิด ธิดาิหวังหลับตาลงและไตร่ตรองความจริงอันโหดร้ายที่นางไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
"หากข้าหลบซ่อนต่อไป อาจจะปกป้องชีวิตตัวเองได้ แต่ยุทธภพจะลุกเป็ไฟ เพราะความหวาดระแวงของแคว้นต่าง ๆ จะพังทลายทุกอย่าง" เสียงของหัวใจเรียกร้องความกล้าหาญ "หากข้าลุกขึ้นเผชิญหน้า บางทีชะตากรรมอาจเปลี่ยนไป แต่ชีวิตของข้าอาจมิใช่ของข้าอีกต่อไป..."
ความคิดของนางถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคน ชายลึกลับผู้เคยช่วยนางหนีการตามล่าก้าวออกมาจากเงามืด เขามองนางด้วยสายตาจริงจัง และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบาแต่ทรงอำนาจ
"เ้าจะเลือกหนีต่อไป หรือเลือกเป็ผู้กำหนดชะตากรรมของยุทธภพ? ไม่ว่าเ้าจะเลือกเส้นทางใด ข้าจะอยู่ข้างเ้าเสมอ แต่เ้าต้องรู้ว่าความลังเลจะเป็หายนะของทุกสิ่งที่เ้ารัก"
คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวใจของธิดาิหวัง นางเปิดเปลือกตาขึ้น มองเห็นภาพของยุทธภพที่รอคอยคำตอบจากนาง นี่ไม่ใช่เพียงเื่ราวของตัวนางเอง แต่เป็โชคชะตาของแผ่นดินที่เรียกร้องให้นางก้าวขึ้นมา ในที่สุด ธิดาิหวังลุกขึ้นยืน แสงจันทร์สาดส่องลงบนดวงตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
แม่ทัพหลินฟู่ ในชุดเกราะสีดำมันวาวประดับลวดลายัเงิน นำทัพด้วยสายตาเฉียบขาด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ขบวนอาชาเหล็กนับพัน ม้าศึกสีดำขลับส่งเสียงร้องก้อง แผ่นดินสั่นะเืราวกับจะรับรู้ถึงพลังอันมหาศาลนี้ ธงศึกแคว้นกงเหว่ย โบกสะบัดเหนือกองทัพ ด้านหลังเป็เหล่าทหารราบในชุดเกราะประดับลายสลักลึกงดงาม กองพลธนูตั้งแถวพร้อมลูกธนูพันอาบยาพิษ ขบวนทหารเสริมทัพ ในชุดเกราะหนาก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แต่หนักแน่น เมื่อกองทัพเข้าถึงชายแดนระหว่างแคว้น ธงแดงแห่งแคว้นฉีหนี ก็ปรากฏขึ้นเช่นกัน กองทัพป้องกันชายแดนของแคว้นฉีหนีจัดกำลังพลแ่า กองพลทหารม้าสำรวจเส้นทางอย่างรัดกุม พลธนูและพลหอกตั้งแนวบนป้อมปราการหินสูง
แม่ทัพแคว้นฉีหนีส่งม้าเร็วกลับไปยังเมืองหลวงเพื่อรายงานข่าว ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเคร่งเครียดนี้
เสียงดาบที่ถูกชักออกจากฝักส่งเสียงกังวานไปทั่วสนามรบ เสียงโลหะกระทบกันราวกับประกาศถึงการต่อสู้ที่ไม่อาจเลี่ยงได้ เสียงะโปลุกใจจากเหล่าทหารดังก้องสะท้อนบนผืนดินและผืนฟ้า ทุกชีวิตในกองทัพต่างมุ่งมั่นต่อหน้าภารกิจที่อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของยุทธภพ
ลมหนาว ที่พัดผ่านสนามรบไม่ใช่เพียงความเย็น แต่เป็เหมือนเสียงกระซิบของโชคชะตา เตือนให้ทุกคนระลึกถึงผลลัพธ์ที่รออยู่เบื้องหน้า ไม่ว่าจะเป็ ชัยชนะ ที่ยิ่งใหญ่ หรือ ความสูญเสีย ที่ไม่อาจเลี่ยง หลายคนกำมือแน่นบนด้ามดาบ หลายคนหันไปมองธงศึกที่โบกสะบัด ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยทั้งความหวังและความกลัว
แม่ทัพหลินฟู่ ประกาศคำสั่งด้วยเสียงอันทรงพลัง "วันนี้ เราสู้เพื่อกงเหว่ย! เพื่อความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจมีใครเทียบ!" เหล่าทหารต่างเปล่งเสียงะโรับคำสั่ง กองทัพเคลื่อนพลเข้าหาป้อมปราการของแคว้นฉีหนี ทุกย่างก้าวของพวกเขาสั่นะเืผืนดิน
ในป้อมปราการของแคว้นฉีหนี แม่ทัพฉินหลง ยืนอยู่บนหอคอยสูง มองกองทัพของแคว้นกงเหว่ยด้วยสายตาเ็า "พวกเขาอาจมีจำนวนมากกว่า แต่เรามีบ้านเกิดที่ต้องปกป้อง" เขากล่าวเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ยิงธนู! ป้องกันแนวหน้า!"
ลูกธนูพุ่งออกจากป้อมปราการเป็สายยาวเหมือนพายุ หยุดยั้งกองทัพอาชาเหล็กที่กำลังรุกคืบ แต่ทหารกงเหว่ยยังไม่ถอย เสียงดาบปะทะโล่ดังไปทั่วแนวรบ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงาเพื่อแคว้น แต่เป็าเพื่ออุดมการณ์ของทั้งสองฝ่าย
ในเงามืดที่เงียบสงัด ธิดาิหวังยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบหน้าของนางดูสงบนิ่งแต่แฝงด้วยความกังวล เสียงโกลาหลจากสนามรบที่อยู่ห่างไกลยังคงดังมาถึงหูของนาง ราวกับเสียงเรียกจากโชคชะตาที่นางไม่อาจหลีกหนี ดวงตาคู่งามของนางจับจ้องไปยังดวงจันทร์ซึ่งถูกเมฆดำบดบังราวกับสัญญาณเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
"ข้าคือผู้ที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง..." นางพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง รู้ดีว่าคำทำนายที่แผ่ปกคลุมยุทธภพล้วนเกี่ยวข้องกับตัวนาง ไม่ว่าจะเป็การล่มสลายของอาณาจักร หรือการคืนชีพของพญามาร สิ่งเหล่านี้ล้วนชี้นำมาสู่นาง และทางเลือกของนางจะเป็กุญแจสำคัญที่กำหนดอนาคตของ
ยุทธภพทั้งปวง
ธิดาิหวังสูดลมหายใจลึก มือบางของนางแตะที่จี้หยกซึ่งแขวนอยู่บนคอ เป็สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงนางกับอดีตและความจริงที่ยังคงปิดบัง นางรู้ว่าไม่อาจหลีกหนีความจริงนี้ได้ตลอดไป
"ข้าจะเลือกเส้นทางของตัวเอง ไม่ใช่เพราะคำทำนาย แต่เพราะยุทธภพสมควรได้รับโอกาสที่จะอยู่รอดโดยไม่ต้องหลั่งเือีกต่อไป" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ แม้ในใจลึก ๆ จะยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ในชั่วขณะนั้น แสงจันทร์ที่ส่องลงมาบนร่างของธิดาิหวังดูราวกับพลังแห่ง์และเงาแห่งความมืดได้ผสานกัน ความอบอุ่นและเย็นเยียบในเวลาเดียวกันราวกับยืนยันว่านางคือศูนย์กลางของทุกสิ่ง ดวงตาของนางเป็ประกายด้วยความแน่วแน่ที่หาได้ยากในผู้ใด นางเงยหน้าขึ้นมองฟ้าด้วยความสงบในหัวใจ แม้ความหวาดหวั่นจะยังคงอยู่ในส่วนลึก
"ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็เช่นไร ข้าจะก้าวเดินในเส้นทางของข้าเอง" นางกล่าวเบา ๆ กับตนเอง แต่คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับคำปฏิญาณ เส้นทางที่เลือกไม่ใช่เพื่อหลบหนีหรือหลีกเลี่ยง หากแต่เพื่อเผชิญหน้าและนำยุทธภพไปสู่ชะตากรรมที่ดีกว่า
ธิดาิหวังก้าวออกจากเงามืด สู่แสงจันทร์ที่ส่องประกาย นางรู้ดีว่าเส้นทางนี้จะเต็มไปด้วยความทุกข์ยากและการเสียสละ แต่ในหัวใจของนางกลับเต็มไปด้วยความกล้าหาญ นางคือผู้ที่จะเผชิญหน้ากับทั้งคำสาปและพร์ในคราเดียวกันชะตากรรมของแคว้นต่าง ๆ และผู้คนที่เกี่ยวข้องเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว เสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องจากชายแดน เรียกหาอำนาจและความกล้าหาญของนาง เพื่อทำให้บทบาทของ
Ws-Mars
25/12/67