ครอบครัวรองทั้งหมดพากันเดินกลับบ้านอย่างมีความสุขหลังจากกินไชปิ่งที่คิดว่าอร่อยที่สุดั้แ่เคยกินมาจนอิ่ม ซ่งเอ้อเฉินกำลังคิดว่า
เป็เพราะเขาหิวจัดถึงได้คิดว่าไชปิ่งที่ลูกสาวคนโตทำมาให้มันอร่อยมาก อร่อยจนอยากกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วยหรือว่าจริงๆแล้วมันเป็ไชปิ่งที่อร่อยเพราะลูกสาวเขาเป็คนทำกันแน่
“เสี่ยวหลินวันหลังทำไชปิ่งแบบนี้ให้แม่ของลูกกินอีกนะมัน..เอ่อ ..อร่อยมาก”เขาพูดจบก็กระแอมขึ้นหนึ่งทีใจก็แอบคิดว่าพูดไปแบบนั้นลูกสาวจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็คนเห็นแก่กินหรือไม่ ช่างเถอะๆก็มันอร่อยจริงๆนี่น่า
"ได้สิพ่อ อันที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรมากเลยแตงกวากับผักก็เก็บจากสวนที่น้องเล็กปลูกเองและน้องเล็กกับลูกเป็คนดูแลมาตลอดส่วนเนื้อแห้งก็เป็เนื้อจากส่วนแบ่งจากหมูที่น้องเล็กเลี้ยงอีกนั้นแหละ พ่อกับแม่ทำงานแลกแต้มก็เป็พวกแป้งที่เอามาทำแป้งทอดอย่างไรเล่า
เห็นไหมสิ่งของเหล่านี้เป็สิทธิอันชอบธรรมที่พวกเราควรได้รับทั้งนั้น คนที่ควรอดเพื่อให้ลูกตัวเองได้กินอิ่มคือลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ไม่ใช่หน้าที่ของบ้านรองที่ต้องอดทั้งครอบครัวแบบที่พวกเขาคอยฝังหัวให้เราทำตาม โดยอ้างคำว่ากตัญญูบังหน้าเพื่อเอาเปรียบเรานะพ๊อ…" ซ่งอันหลินเริ่มสาดน้ำลงไปที่หัวใจของผู้เป็พ่ออีกโครมเบ้อเริ่ม
ซ่งเอ้อเฉินฟังแล้วคิดตาม ภาพต่างๆตอนก่อนที่จะมีครอบครัวก็เริ่มผุดขึ้นในความทรงจำทีละนิดทีละนิด..
“ลูกรองกินน้อยๆหน่อยเก็บเนื้อไว้ให้พี่ใหญ่เ้าบ้างพี่ใหญ่จะต้องเป็หัวหน้าครอบครัวในอนาคตต้องกินมากหน่อย พี่ชายคนโตก็เหมือนพ่อจำไว้นะโตขึ้นนอกจากต้องกตัญญูกับพ่อแม่แล้วต้องกตัญญูกับพี่ใหญ่ด้วย”
เสียงคำสั่งสอนของย่าซ่งดังขึ้นเป็ระลอกในห้วงความทรงจำ “เอ๊านี่..เสื้อใส่ต่อจากพี่ใหญ่ไปก่อน ต้องขอบคุณพี่ใหญ่ของเ้านะที่ตัวโตล่ำสันไม่อย่างงั้นเ้าจะได้ใส่เสื้อใหม่เหรอ”
ไม่ว่าเสื้อผ้าหรืออาหารพี่ใหญ่ต้องได้ก่อนและได้มากกว่าเสมอ หากว่ามีน้อยต้องให้พี่ใหญ่อิ่มก่อนเขาผู้เป็น้องค่อยกินตอนหลังก็ได้
แม้จะเคยชินกับพฤติกรรมลำเอียงแบบชอบธรรมที่ย่าซ่งคอยอบรมมาั้แ่เด็ก แต่ลึกๆแล้วใครกันจะยินยอมให้คนอื่นได้เปรียบตัวเองอยู่ตลอดเวลา
มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนเด็กเขาเก็บรังไก่ป่าได้ ด้วยความหิวจึงกินไข่ไปก่อนสองฟองด้วยการเอาห่อใบไม้ฝังดินไว้แล้วก่อไฟไว้้า ไข่สองฟองนี้เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขากินโดยไม่แบ่งพี่ใหญ่ก่อนส่วนไข่ที่เหลืออีก3ฟองเขานำกลับไปบ้านให้กับแม่
พอแม่ซ่งทราบเื่ที่เขาแอบกินไข่ก่อนแค่นั้นแหละ วันนั้นเขาโดนตีแล้วไล่ไปนอนที่ห้องเก็บฟืนข้าวเย็นก็ไม่ตกถึงท้อง ยังดีที่พ่อซ่งยังนึกถึงเขาได้ออกปากพูดให้
“เสี่ยวเฉินยังเล็กเ้าจะไปคาดคั้นอะไรกันนักหนาเล่า แค่ไข่สองฟองจะฆ่ากันให้ตายเลยหรือไง เ้าใหญ่ก็เหมือนกันเป็พี่ต้องดูแลน้องไม่ใช่ให้น้องคอยดูแลแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน”
วันนั้นแม่ซ่งอาละวาดพ่อซ่งด้วยการขู่ฆ่าตัวตาย “ฮือๆๆๆอยู่ไปทำไมกันผู้หญิงน่าสงสารอย่างข้าตายไปเสียก็ดีแล้ว แค่จะอบรมสอนบุตรยังทำไม่ได้น่าน้อยใจนัก”
แม่ซ่งร้องไห้ฟูมฟายเหมือนโลกจะถล่มลงมาซะยังงั้นถือเชือกจะไปแขวนคอ แต่จนใจต้นไม้ใหญ่บ้านตนเองไม่มีจึงไปฟูมฟายใต้ต้นพลับแก่ลูกดกของข้างบ้าน จนพ่อซ่งเลิกใส่ใจที่จะง้อ สักพักนางก็กลับเข้าบ้านมาเหมือนเดิม ต้นพลับของข้างบ้านที่นางจะไปแขวนคอกลับกลายเป็ว่าถูกนางขโมยลูกพลับกลับบ้านตั้งหลายลูก
เช้าของอีกวันพี่ใหญ่ก็ได้กินพลับหวานของข้างบ้าน ส่วนเขากับพ่อได้แต่มองหน้ากันปริบๆ
……………………………………………………..
เดินไปคุยไปไม่นานก็ถึงบ้านตระกูลซ่ง สี่คนพ่อแม่ลูกเข้าไปในบ้าน หลิวหงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดเนื้อเช็ดตัวเพื่อจะเข้าไปช่วยพี่สะใภ้ทำกับข้าวในครัว
เสี่ยวหลันกับเสี่ยวหลินก็ไปล้างเนื้อล้างตัวเพื่อช่วยในครัว ทางเอ้อเฉินเองก็เดินไปห้องเก็บของเพื่อตรวจดูเครื่องมือหาปลา ว่าต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง่นี้เริ่มเข้าฤดูฝนน่าจะมีปลาให้จับไม่มากก็น้อย
….
สามคนแม่ลูกเดินไปห้องครัว แต่…ห้องครัวถูกใส่กุญแจไว้ หืม…อย่าบอกนะว่าจะไม่ให้บ้านเรากินข้าวช่างเป็หมาป่าตาขาวกันจริงๆยายแก่น่าตายนั่นน่าจะอาการดีแล้ว พอดีขึ้นก็แผลงฤิทธิ์ทันทีเลย ซ่งอันหลินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้
หลิวหงหันมามองหน้าลูกสาวคนโต “ไปที่ห้องโถงกันเถอะแม่”
สามคนแม่ลูกเดินมาถึงห้องโถง เห็นครอบครัวลุงใหญ่กับย่าซ่งกำลังกินข้าวเย็นกันอยู่ ซ่งอันหลินก็เดินเข้าไป
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละที่นี่ไม่มีอาหารให้หมาป่าตาขาวอย่างเ้ากับครอบครัว” ย่าซ่งเอ่ยเสียงเหยียบเย็นท่าทางเอาจริง
ในโต๊ะอาหารนอกจากซ่งตงกั่ววันนี้มีซ่งต้าเกินนั่งอยู่ด้วยนี่ท่าจะกลับมาจากในเมืองสิท่า มองไปบนโต๊ะเห็นเนื้อผัดน้ำมันหอยจานใหญ่กับไก่ตุ๋นอีกชาม
"จิ๊ๆๆๆ….ท่านย่าทำให้หลานได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ครอบครัวของหลานเพิ่งกลับมาจากทำงานเพื่อครอบครัวแต่ไม่ให้กินข้าว แบบนี้รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ทารุณโเี้ไร้ศีลธรรมไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว"
“เ้าค่าเอ้ย….พี่ป้าน้าอาพี่น้องหมู่บ้านต้าเจี่ยช่วยเป็พยานให้พวกเราด้วย พวกเราถูกครอบครัวรังแกจนยากจะรับได้แล้ว”
เสียงแหกปากของซ่งอันหลินดังไปแปดบ้านสิบบ้าน พร้อมกับขยิบตาให้กับน้องสาวตนเอง ซ่งซิ่วหลันก็รับมุกร้องไห้โหยหวนประหนึ่งฟ้าจะถล่มลงมาในวันนี้ ทั้งสองคนเดินถอยไปที่ประตูบ้านแล้วนั่งลงร้องไห้คร่ำครวญอยู่ตรงนั้น น้ำตาเทียมน้ำตาจริงถูกผสมปนเปกันจนไม่สามารถแยกออก ผมเผ้าถูกมือตนเองขยี้จนกระเซอะกระเซิงใครไม่รู้เห็นเข้าก็จะดูน่าเวทนา
โดยมีซ่งเอ้อเฉินวิ่งมาดูด้วยความใ “นะ…นี่พวกเ้าสองคนเป็อะไรใครรังแกลูกพ่อ”
ชาวบ้านระแวกนั้นไม่มีทีวีไม่มีมหรรสพให้ได้ดู ฉะนั้นเหตุการ์แบบนี้ของบ้านอื่นเป็เื่ที่น่าดูน่าระทึกใจมากจากหนึ่งเป็สองจากสองเป็สามและเพิ่มเป็ยี่สิบสามสิบในพริบตา โอวว..แม่เ้าสกิลการเผือกเกิดมาเป็ของคู่กันกับการเป็มนุษยชาติ จริงๆ แต่…งิ้วฟรีแบบนี้ใครกันล่ะที่ไม่อยากดู
ไม่นานก็มีคนไปตามผู้นำชุมชนมา
“นังเด็กบ้านังตัวล้างผลาญนี่เ้าสร้างเื่อะไรกัน” เสียงด่าของย่าซ่งดังขึ้นประหนึ่งฟ้าผ่าไม่เสียแรงที่กินอิ่มอยู่ดีที่แท้เก็บแรงไว้เพื่อสิ่งนี้นี่เอง
“คำก็ตัวล้างผลาญคำก็เด็กบ้า พ่อจ้ะพ่อดูเอาเถิดลูกเมียพ่อโดนรังแกเหมือนสัตว์เลี้ยงแบบนี้พ่อทนได้เหรอจ๊ะพ่อจ๋า”
ซ่งเอ้อเฉินขมวดคิ้วหันไปมองหน้าแม่ตนเองเพื่อขอคำตอบ ทันทีที่สายตาขอคำตอบถูกส่งไปหาย่าซ่ง ท่อนฟืนใกล้มือที่อยู่แถวๆนั้นก็ถูกแม่ซ่งคว้ามาแล้วขว้างใส่กลางแสกหน้าของซ่งเอ้อเฉินแทนคำตอบของสายตา..
"พลั้ว!!!!!!!!..หนอยแน่เ้ารองแกกล้ามองหน้าแม่แกแบบนั้นเหรอ เ้าลูกเลวแกเป็คนหรือหมาป่าตาขาวกันแน่ แกกล้า มองหน้าฉันแบบนั้นได้ยังไง"
“กรีสสส….พ๊อ…พ่อ” เสียงหวีดร้องของซ่งซิ่วหลันดังขึ้น ส่วนซ่งอันหลินอึ้งจนลืมร้องไห้ พอได้สติก็อาศัยเหตุการณ์นี้สร้างสถาณการณ์ให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้น
.".."พ่อคะทนเอาหน่อยนะ อย่าให้การโดนตีหัวเสียเปล่าเราต้องอิ่มเราต้องรอด หญิงสาวจอมวางแผนคิดในใจเบาๆ
“โฮ…..ๆๆๆๆๆฮือๆๆๆๆ…ปู่จ๋าปู่ช่วยพวกเราด้วยเถิด พวกเราไม่ไหวแล้วมารับพวกเราไปอยู่ด้วย..โฮ…ฮือๆๆๆ”
เสียงร้องไห้คร่ำครวญไม่ได้ศัพท์ดังขึ้น จำไว้นะถ้าคุณไร้เหตุผลฉันจะไร้เหตุผลยิ่งกว่ายิ่งคุณใจร้ายแค่ไหนฉันยิ่งต้องร้าย กว่า แบบนี้ถึงจะเอาอยู่พวกไร้เหตุผลต้องเจอพวกที่ไร้เหตุผลยิ่งกว่า ซ่งอันหลินถือคตินี้ดำรงชีวิต