“พระจันทร์แดง”พลายเอ่ยขึ้นด้วยความกลัว นี่เป็ครั้งแรกที่พลายตื่นกลัวถึงกับตัวสั่นมะลิได้ยินก็รีบวิ่งมาดู ทันทีที่เห็นพระจันทร์แดง น้ำตาของมะลิก็หลั่งไหลออกมา
“ไอ้พลาย ปลดอาคมสายสร้อยข้อมือซะข้ารู้ว่าเอ็งทำได้ แล้วพากันหนีออกจากที่นี่ วิ่งไปทางใต้ของค่ายมวยนี้ตรงไปอย่างเดียว พวกแกจะเจอหอธรรมเข้าไปหลบในนั้นซะ เป็ไปได้เจออะไรก็อย่าปะทะวิ่งไปกำบังกายได้ยิ่งดี รีบไป”ผีนายป่าช้าดูทุรนทุรายเนื้อตัวของเขามีควันคล้ายไอน้ำร้อน พวยพุ่งออกมารอบๆตัวพลายที่เห็นจึงพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่ถูกมะลิดึงรั้งไว้
“เกิดอะไรขึ้น พี่จ้อยเป็อะไร”พลายะโถามด้วยความเป็ห่วง แต่ด้วยถูกมะลิรั้งไว้ จึงเข้าไปหาไม่ได้
“ไม่ต้องห่วงข้ารีบไปก่อนที่สติข้าจะหายไป” ผีนายป่าช้าะโไล่ทิวากรเห็นท่าไม่ดีจึงช่วยมะลิฉุดพลายวิ่งออกจากค่ายมวยไปผีนายป่าช้าที่ตอนนี้มีควันไอน้ำรอบตัวะโด้วยความเ็ปอย่าสุดเสียง
สิ้นเสียงร้อง ควันไอน้ำก็จางหายไปบัดนี้ร่างของผีนายป่าช้าแดงกล่ำ ร่างกายราวกับถูกเฉือนหนังออกมาเผยให้เห็นเส้นเอ็นมัดกล้ามอย่างชัดเจน ใบหน้าที่ไร้ิัดูน่าเกรงขามปนหน้ากลัวกำลังจ้องมองไปยังทางที่พวกพลายวิ่งหนีไป
{{{ วิ่งเข้าไป วิ่งไปให้เร็วที่สุดอย่าให้ข้าตามทันละ 10 9 8 .... }}}
ผีนายป่าช้าเริ่มนับถอยหลังพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูตื่นเต้นและสนุกสนาน
พลาย มะลิ และทิวากรต่างพากันวิ่งอย่างเร็ว โดยไม่สนใจในสิ่งรอบข้างใดๆ เลย แม้ว่าข้างหน้าจะมีเหล่าิญญาและผีร้ายพุ่งเข้ามาแต่ก็หยุดพวกเขาไม่ได้
พลายกำมือร่ายคาถา และตวัดมือออกไปแสงสีขาวก็พุ่งออกจากมือ เมื่อแสงสีขาวพุ่งไปโดนิญญาและผีร้ายเหล่าผีร้ายก็ต่างกระเด็นไปมาและกรีดร้องด้วยความเ็ป
ทิวากรก็ตวัดมีดสั้นในมือไปมา เหล่าิญญาต่างถูกลมที่พัดจากการตวัดมีดสั้นกรีดแทงจนกระเด็นไปและกรีดร้องด้วยความเ็ป
มะลิที่วิ่งไปก็บริกรรมคาถาไปเหล่าิญญาและผีร้ายที่พุ่งเข้าใส่มะลิต่างได้ยินเสียงภาวนาคาถาของมะลิต่างก็กรีดร้องด้วยความเ็ปและพุ่งหลบหนีไป
ทั้งสามวิ่งไปอย่างไม่ลดละจนเรียกได้ว่าคงไม่มีอะไรตามมาได้ทันมะลิพยายามสังเกตสิ่งรอบตัวจนรับรู้ได้ว่าเหล่าิญญาร้ายต่างถอยหนีและค่อยๆ ลดน้อย จนหายไปในที่สุด
“เลี้ยวขวาข้างหน้าเราก็น่าจะถึงหอธรรมแล้ว” มะลิเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจทั้งสามพากันวิ่งไปตามทางที่มะลิบอก เมื่องทั้งสามเลี้ยวไปตามที่มะลิบอกพวกเขาต้องถึงกับหยุดฉงักลงเมื่อด้านหน้าพวกเขาเป็ทะเลสาบขนาดใหญ่ขวางทางพวกเขาอยู่
“ไม่จริงน่า ก็ในแผนที่มัน”มะลิรีบกลางแผนที่ออกดู แผนที่ที่ตอนนี้ปรากฏแผนผังออกมาจนหมดสิ้นและมีเครื่องหมายแสดงถึงจุดที่พวกมะลิยืนอยู่ พร้อมกับมีเส้นทางสีแดงปรากฎออกมาให้เดินตามแต่ทว่าเส้นทางที่ปรากฎออกมานั้นบ่งบอกว่าพวกมะลิวิ่งมาคนละด้านกับเส้นทางที่ระบุในแผนที่
“เราวิ่งมาคนละด้านกับเส้นทางในแผนที่”มะลิรำพึงรำพันออกมา ทำเอาพลายและทิวากรถึงหน้าเสียเลยที่เดียว
“หมายความว่าไงที่ว่าพวกเรามาผิดทางพี่จ้อยหลอกเรางั้นเหรอ” พลายพยายามยื่นหน้าเข้าไปเพื่อมองแผนที่ในมือมะลิแต่เพราะมะลิถือด้วยสองมือห่างจากตัวเล็กน้อยทำให้พลายฉะโงกหน้าเข้ามาแทบจะติดกับใบหน้าของมะลิ
มะลิหันมามองพลายก็พบว่าใบหน้าของพลายห่างจากใบหน้าของมะลิแค่ปลายจมูกเท่านั้นเองลมหายใจของมะลิก็พัดผ่านเข้าไปที่หน้าของพลายอย่างจัง พลายที่รู้สึกเหมือนมีลมเบาๆพัดผ่านใบหน้าของเขา จึงได้หันมามอง ก็พบกับใบหน้าของมะลิที่อยู่เบื้องหน้าเขาจนจมูกแทบจะติดกันทั้งสองต่างนิ่งมองหน้ากันแทบจะไม่ขยับ ทิวากรที่เห็นภาพนั้นตรงหน้าก็กระแอมเหมือนอยากให้พวกเขารับรู้ว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคนที่นี่เสียงกระแอมของทิวากรทำให้ทั้งคู่สะดุ้งและรีบถอยห่างกันออกมาทันที
“เอ่อ คือ ก็ไม่เชิงหรอกทางนี้มันใกล้หอธรรมที่สุดละ หอธรรมอยู่อีกฝากหนึ่งของทะเลสาบนะ” มะลิที่ดูเคอะเขินพยายามหลบตาทุกคนแล้วชี้ไปที่อีกฝั่งของทะเลสาบ ทิวากรหันไปมองตามมือของมะลิแต่พลายกับยืนนิ่งจ้องมะลิทิวากรที่เห็นท่าทางของพลายเป็แบบนั้นก็เข้าไปตบหลับพลายเบาๆ
“นู้น หอธรรมอยู่ทางนู้น นู้น”พลายที่ถูกตบหลังก็หันมาจ้องหน้าทิวากรเขม็ง
“เอ่อกูเห็นแล้ว ไม่ต้องให้มึงมาบอกหรอกไอ้ ห้อง หนึ่ง” พูดจบพลายก็ตบบ่าทิวากรคืน
“อ้าว ไอ้ ห้องสอง มึงจะเอาใช่ไหม”ทั้งสองต่างหันหน้ามาแล้วจับคอเสื้อกันพร้อมจะมีเื่ได้ทุกเมื่อ
“นี่พวกนายก็คิดจะว่ายน้ำข้ามไปเหมือนกันเหรอ”เสียงปริศนาดังขึ้นก่อนที่พลายและทิวากรจะมีเื่กัน
ทั้งสามหันมามองทางเสียงปริศนา
“ทิดโชค”พลายและมะลิเอ่ยขึ้นพร้อมกันเมื่อทั้งสองหันมามองเห็นเด็กหนุ่มคนนั้น จะมีเพียงทิวากรที่ยังงงๆและพูดออกมาเบาๆว่า “ใครวะ”
โชคชัย เด็กหนุ่มผิวสีแทนตัดผมทรงสกินเฮด ด้วยที่พึ่งสึกมาเพื่อเข้าเรียนที่มัจจุราชวิทยาลัย เพื่อนจึงเรียกเขาว่า“ทิดโชค” และด้วยการแต่งตัวของเด็กหนุ่มที่ สวมเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นสวมรองเท้าแตะ ที่ดูจะสบายเกินไปในสถาณะการณ์แบบนี้ ทำให้เห็นร่างกายอันกำยำล่ำสัน เสื้อกล้ามที่สวมนั้นทำให้เห็นมัดกล้ามขนาดใหญ่ หัวไหล่กลมโตสะพานคอที่สวยและได้รูป กล้ามอกที่นูนใหญ่คับแน่นเสื้อกล้ามที่สวมอยู่ แม้จะตัวใหญ่แต่เอวกับขอดเป็วีเชปหน้าท้องเป็ลอนเรียงกันสวยงามเห็นได้ชัดเจนแม้แต่เสื้อกล้ามที่ใส่นั้นก็ปิดไม่ได้และกางเกงขาสั้นก็ทำให้เห็นกล้ามขาที่แน่นใหญ่ของเขา
พลายรีบปล่อยมือออกจากคอเสื้อของทิวากรพร้อมกับปัดมือทิวากรออกจากคอเสื้อของตนเองแล้วรีบเดินไปหาทิดโชคทันที แต่ไม่ทันที่พลายจะเดินไปถึงตัวทิดโชคก็มีคนอีกสามคนโผล่ออกมาจากทางด้านหลังทิดโชค
“วิภู กฤดา” เสียงเรียกของมะลิทำเอาเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่หลบอยู่หลังทิดโชคต่างยิ้มดีใจและวิ่งออกมาหามะลิในทันที โดยเฉพราะเด็กสาวที่ชื่อ กฤดานั้นถึงกับโผกอดมะลิด้วยความดีใจ
“ฮือ มะลิฉันกลัวมากเลยมีผีโผล่มามากมายเลย ใช้อาคมก็ไม่ได้ ฉันกลัวมากเลย ฮือๆ”กฤดาเล่าไปร้องให้ไป มะลิไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่กอดแล้วลูบหลังเบาๆ
“ไอ้ภู กับดา จิตตกกันขนาดนี้เลยเหรอ”พลายหันไปถามกับทางทิดโชคที่ยืนยิ้มดีใจที่เจอเพื่อนๆอยู่
“อื้อ นี่ดีนะที่เราไปเจอเข้ากำลังโดนวิญาณรุมเลย กับนายนี่อีกคน” ทิดโชคดึงตัวชายอีกคนที่หลบหลังเขาออกมา
“นี่เด็กห้องหนึ่งนี่ เห้ย ไอ้ห้องหนึ่งนี่เพื่อนมึงนี่ใช่มะ” พลายหันมาถามกับทิวากรที่ยืนนิ่งจ้องมองพวกเขาเหมือนคนที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดี
“ใครว่ะ”เด็กหนุ่มห้องหนึ่งกับทิวากรต่างเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน สร้างความงุนงงแก่ทั้งพลายและทิดโชคมากที่ทั้งสองคนไม่รู้จักกัน
“มานพใช่ไหม”มะลิเดินเข้ามาทักเด็กห้องหนึ่งคนนั้น โดยที่มีกฤดากอดเดินแขนมะลิแน่นมาด้วย
“ชะชะไช่ มา นพ นั่นชื่อฉัน”มานพตอบตะกุกตะกักด้วย ใปนความกลัว ที่อยู่ดีๆมะลิก็เอ่ยทักมาจากด้านหลังเขาแบบไม่ทันตั้งตัว
“นี่มึงอยู่ห้องเดียวกันหรือเปล่าทำไมไม่รู้จักกัน” พลายหันไปต่อว่าทิวากรที่ยืนงุนงงอยู่ข้างๆ เขาทำเอาทิวากรถึงกับจ้องเขม่น
“ก็คงรู้จักกันแหละ คนหนึ่งก็พึ่งมาถึงวันนี้อีกคนก็โลกส่วนตัวสูงไม่สุงสิงกับใคร” มะลิหันมาอธิบายให้พลายฟัง ทำเอาทิวากรกระหยิ่มยิ้มย่อง ที่มะลิพูดแทนให้ พร้อมกับเดินเข้าไปหามะลิทำท่าเหมือนจะกอดคอมะลิ
“เธอนี่รอบรู้ไปหมดเลยนะ น่ารักจริงๆ”แต่ไม่ทันที่อ้อมแขนของทิวากรจะโอบกอดไหล่ของมะลิ ก็ถูกมือพลายจับไว้ก่อนพร้อมบีบอย่างแรง ทำเอาทิวากรหน้าเสียไปเลย
“ลูกผู้ชายเขาไม่รุ่มร่าม ถึงเนื้อถึงตัวผู้หญิงกันหรอกนะ”พลายจับแขนทิวากรสะบัดออก ทิวากรรู้สึกเสียหน้าอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ ด้วยเจ็บแขนที่ถูกบีบและไม่อยากโดนว่าเป็พวกฉวยโอกาศกับผู้หญิงอีก ได้แต่จ้องหน้าพลายเขม็งเท่านั้น
“หยุดทะเลาะกันก่อนไหม รีบหาทางออกจากตรงนี้ก่อนที่พี่จ้อยจะมาเถอะ” มะลิตัดบทก่อนที่สองหนุ่มจะปะทะกันอีกรอบ
“พี่จ้อย? ใครเหรอ?” กฤดาหันมามองมะลิด้วยความสงสัย ทิดโชคมานพ และวิภูต่างก็มองหากันก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำถามของกฤดา
“ผีนายป่าช้าตาสยามนะ”พลายหันมาบอกไขข้อสงสัย ทำเอากฤดาถึงกับกอดแขนมะลิแน่นมานพกับวิภูก็วิ่งไปเกาะแขนของทิดโชคไว้
“ผีนายป่าช้าเลยเหรอ น่ากลัวจัง”กฤดาเริ่มจะสติแตก ความกลัวเข้ามาครอบงำพวกเขาอีกครั้ง
“งั้นว่ายน้ำข้ามไปกันเถอะพวกนายมาที่นี่ก็จะว่ายน้ำไปเหมือนกันใช่มะ ก็ไปทางนี้มันสั้นที่สุดแล้วนิ” ทิดโชคพูดพลางก็ลากแขนวิภูกับมานพไปยังริมทะเลสาบ
“ทิดโชค คือพวกเราแค่หลงทางมานะไม่ได้กะจะว่ายน้ำไปหรอก” พลายเอ่ยขึ้นก่อนที่ทิดโชคจะกระโดนลงไปในทะเลสาบทำเอาทิดโชคแทบหน้าขมำกับการถูกเบรกไว้อย่างกะทันหันวิภูกับมานพเห็นดังนั้นรีบสะบัดแขนออกจากทิดโชคแล้ววิ่งมาหลบหลังพลายทันทีทำให้รู้ว่าทั้งสองก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของทิดโชค
“ป๊อด เหรอไอ้ห้องสอง” เสียงคำดูถูกดังออกมาจากปากของทิวากรที่ยืนอยู่ข้างๆทำเอาพลายถึงกับหันมามองด้วยความโมโห แต่ทิวากรก็ยิ้มเย้ยให้ ก่อนที่หันไปทางมะลิ
“ไงสาวน้อยผู้รอบรู้ ให้ฉันแบกข้ามไหมเกาะหลังฉันไว้ก็ได้นะ รับรองไม่พาไปจมแน่นอน”ทิวากรพูดพลางทำท่าย่อเพื่อให้มะลิขึ้นขี่หลังของตนพลายเห็นดังนั่นก็เริ่มโมโหหนัก พร้อมจะพุ่งเข้าใส่ทิวากรแต่ไม่ทันที่ทุกคนจะทำอะไรได้ ก็มีบางสิ่งบางอย่างตกลงมาจากฟ้า ลงไปในทะเลสาบจนน้ำพุ่งกระเด็น
{{{ หนีมาได้แค่นี้เองเหรอนึกว่าจะไปได้ไกลกันกว่านี้สะอีก }}} เมื่อน้ำกระจายออกไปจนหมดก็ปรากฏร่างของผีนายป่าช้า ที่สภาพน่าขนลุกขนพอง ยืนอยู่บนผิวน้ำของทะเลสาบทำเอามะลิ พลาย และทิวากร ถึงกับตกตะลึงกับสภาพตอนนี้ของผีนายป่าช้า
ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้นผีนายป่าช้าก็ยกหมัดขึ้นชกไปด้านหน้า เกิดแรงอัดอาการพุ่งเข้าใส่ทิดโชคทิดโชคตั้งสติได้จึงยกแขนสองข้างขึ้นมาประสานไว้เพื่อกันแรงอัดอากาศ แต่แรงอัดอากาศก็ซัดทิดโชคจนกระเด็นกลิ้งไปหลายเมตร
เสียงกรี้ดของกฤดาดังขึ้น มะลิรีบเข้าสวมกอดเพื่อจะปกป้องกฤดาทันทีส่วนวิภูกับมานพถึงกับเข่าอ่อนล้มลงกับพื้น สีหน้าวิตกและหวาดกลัวอย่างมาก ทิวากรรีบหยิบมีดสั้นทั้งสองเล่มของเขาออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับการจู่โจมส่วนพลายนั้นรีบวิ่งไปหาทิดโชคเพื่อดูว่าทิดโชคเป็ยังไงบ้าง
“ทิดโชค เป็ไงบ้าง”พลายเข้าถึงตัวทิดโชค พยามประคองทิดโชคให้ลุกขึ้นนั่ง
“เราไม่เป็ไร”ทิดโชคยันตัวเพื่อจะยืนขึ้นโดยที่พลายก็ช่วยประคองขึ้นด้วย
“ไม่เป็ไรแน่นะ”
“อืม แค่แรงอัดอากาศนิดๆ หน่อยไม่ระคายผิวเราหรอก ไม้เรียวของหลวงตายังแรงกว่านี้หลายเท่าเลย”
ทิดโชคหันมายิ้มให้พลายเพื่อบ่งบอกว่าตนเองนั้นไม่เป็ไรพลายเห็นดังนั้นก็โล่งใจและหันหน้ามาเผชิญกับผีนายป่าช้าอีกครั้งแต่แค่เพียงกระพริบตาเท่านั้น ร่างของผีนายป่าช้าก็หายไปจากที่ยืนอยู่มาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าทิวากรโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ทิวากรถูกผีนายป่าช้าเสยหมัดฮุกเข้าที่บริเวณหน้าท้องทันทีทิวากรถึงกลับกระอักเื และกระเด็นออกมาจนล้มกลิ้งแน่นิ่งไป
ผีนายป่าช้าหันมายิ้มให้พลายก่อนที่จะหายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่ผีนายป่าช้าโผล่มาที่ด้านหน้าของพลายพร้อมกับออกหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของพลายพร้อมกับซัดเข่าไปที่ท้องของพลาย แต่หมัดของผีนายป่าช้ากับถูกหยุดไว้ได้พลายใช้สองมือรับหมัดผีนายป่าช้าไว้ได้ส่วนเข่าของผีนายป่าช้าที่พุ่งมาก็ถูกหยุดไว้ได้ด้วยสองมือของทิดโชค
{{{ ไม่เจอกันแป๊บเดียว พัฒนาขึ้นนิรับหมัดนี้ของข้าได้ }}}
“ก็นิดหน่อยนะพี่จ้อย ผมมันประเภทไม่แพ้ให้กับอะไรเป็ครั้งที่สองหรอกนะ”
{{{ สองมือไม่ว่างแล้วจะเอาอะไรมาหยุดหมัดอีกข้างละ}}} พลายถึงกับตกตะลึงกับคำพูดของผีนายป่าช้าเพราะลืมไปว่ายังมีอีกหมัดเหลืออยู่พลายหันไปมองหมัดอีกข้างที่กำลังพุงเข้าที่ใบหน้าของเขา พลายตอนนี้จึงได้เตรียมใจรับหมัดไว้แล้วแต่ไม่ทันที่หมัดของผีนายป่าช้าจะพุ่งเข้าหน้าของพลาย ผีนายป่าช้าก็รู้สึกร้อนๆที่หัวเข่าข้างที่ถูดทิดโชคกันไว้ ผีนายป่าช้าหยุดหมัด และรีบะโถอยออกมาทันที
ผีนายป่าช้าที่ถอยออกมาตั้งหลักก้มมองที่เข่าของตนก็เห็นว่าเข่าของตนที่ถูกทิดโชคกันไว้เริ่มละลาย เนื้อเริ่มหลุดลุ่ยขาก็ทรงตัวไม่อยู่จนล้มคุกเข่าไป
{{{ พุทธคุณ งั้นเหรอ }}} ผีนายป่าช้าและพลายต่างกันหันมามองทางทิดโชค ทิดโชคตอนนี้ได้ยืนพนมมือไว้และมีแสงออร่าสีทองรายล้อมรอบตัวเขา
“พลายนายไปดูเด็กห้องหนึ่งคนนั้นก่อนเถอะเดี๋ยวทางนี้เราจะกันไว้ให้เอง” พลายจ้องหน้าทิดโชคไม่กระพริบตาแปลกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า
“ไปเร็ว” เสียงะโของทิดโชคทำเอาพลายใและรีบถอยออกไปเพื่อไปดูทิวากรทันที เมื่อพลายออกไปแล้วทิดโชคก็หันกลับมามองที่ผีนายป่าช้าพร้อมยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า
{{{ ไม่นึกว่าจะมีคนบนโลกนี้ที่สามารถฝึกพุทธคุณได้อีกแต่ดูๆแล้ว ก็เป็เพียงเศษเสี้ยวของพุทธคุณเท่านั้นยังไม่สามารถไปถึงแก่นแท้ของพุทธคุณได้เพราะแก่นแท้ของพุทธคุณนั้นสามารถสะลายทุกอย่างแม้แต่กิเลศและความชั่วได้ทันทีแต่นี่แค่เข่าของผีก็ยังสะลายไม่ได้เลย }}} เข่าที่ละลายและหลุดรุ่งของผีนายป่าช้าก็เริ่มสมานและคืนสภาพเดิมทันใดนั้นเองผีนายป่าช้า ก็พุ่งตัวเข้าหาทิดโชคทันที
ผีนายป่าช้าพุ่งมาด้วยความเร็วซัดหมัดตรงเข้าใส่ทิดโชคทันที ทิดโชคที่ยื่นมือข้างหนึ่งออกมานั้นเกิดแสงออร่าสีทองรายล้อมทั่วแขนและฝ่ามือพลันแสงออร่าสีทองนั้นก็ขยายออกเป็แขนและฝ่ามือขนาดใหญ่พุ่งออกมากันหมัดของผีนายป่าช้าไว้ หมัดของผีนายป่าช้าถูกหยุดด้วยออร่าสีทองที่เป็รูปมือขนาดใหญ่ไว้แม้ว่าผีนายป่าช้าจะต่อยเตะแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำอะไรฝ่ามือออร่านั้นได้ ราวต่อยตีกำแพงอยู่ก็มิปาน
{{{ สุดท้ายก็ต้องพึ่งพลังของพุทธเวทสินะขอดูหน่อยสิว่าพุทธเวทของเ้าจะเป็รูปทรงแบบไหน }}} ผีนายป่าช้าถอยออกมาตั้งหลักผีนายป่าช้ากำหมัดแน่น พลันหมัดก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกสองเท่าตัวหมัดที่ใหญ่และหนักจนผีนายป่าช้ายกไว้ไม่ไหว ตกลงกับพื้นจนพื้นแตกกระจายและแล้ว่แขนของผีนายป่าช้าก็เริ่มใหญ่ขึ้น ใหญ่ลามขึ้นเรื่อยๆ จนถึงไหล่ อกลำตัว สะโพก ขา เท้า และหัว ตอนนี้ผีนายป่าช้าตัวใหญ่หนายิ่งกว่าทิดโชคเป็เท่าตัวและสูงเกือบสามเมตร
ผีนายป่าช้าพุ่งใส่ทิดโชคทันที พร้อมกับต่อยหมัดใส่แสงออร่าสีทองรูปมือขนาดใหญ่จนมือแสงออร่านั้นถูกปัดออกไปได้ แต่ผีนายป่าช้าก็ถึงกับกระเด็นถอยออกมาเหมือนมือของทิดโชคถูกปัดออกไปพร้อมกับออร่ารูปมือนั้น จนแทบเสียหลักแต่ทิดโชคก็ยังยันตัวไว้ได้ คราวนี้ทิดโชคใช้สองมือประกบเข้าหากันทันใดนั้นก็ปรากฏออร่ารูปมือขนาดใหญ่ทั้งสองมือ เข้าประกบหากันโดยที่ผีนายป่าช้าอยู่ตรงกลาง ผีนายป่าช้ารีบใช้มือทั้งสองข้างยันไว้ก่อนที่ตนเองจะโดนฝ่ามือั์ตบบี้เฉกเช่นยุงตัวหนึ่งทิดโชคพยายามดันมือให้ประกบเข้าหากันให้ได้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะฝ่ามือออร่านั้นถูกผีนายป่าช้าหยุดไว้ดูเหมือนว่าผีนายป่าช้าก็พยายามพลักมือทั้งสองข้างออกเช่นกัน ทั้งคู่ต่างใช้แรงยื้อกันไว้ตอนนี้คงต้องวัดกันแล้วว่ากำลังใครจะมากกว่ากัน โอกาสก็คงจะมาเป็ของคนๆ นั้น
ทางด้านพลายที่รีบวิ่งไปดูทิวากรเมื่อไปถึงจับทิวากรพลิกดู ก็พบว่าทิวากรใช้มีดสั้นทั้งสองของเขากันไว้ที่หน้าท้อง มีดสั้นถูกต่อยจนแหลกเหลือแต่ด้ามทำให้ทิวากรนั้นแค่จุกๆ ไปเท่านั้น ไม่าเ็อะไรมาก
“ใช้มีดกันเอาได้ก็ไม่รีบลุกมาช่วยกันนะ สำออยเหรอ” พลายตวาดใส่ทิวากรที่นอนนิ่ง ราวกับคนสลบไปเงื้อมือทำท่าจะตบหน้าทิวากร แต่ทิวากรก็จับมือของพลายไว้ก่อนที่จะถูกชก
“เอ่อๆ ก็คนมันจุกให้พักตั้งตัวกันหน่อยสิ” ทิวากรลืมตาขึ้นจ้องพลาย แล้วสะบัดมือพลายออกไปแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แต่ทิวากรก็ยังมีท่าทีที่ยังเจ็บๆ อยู่หน่อยๆ
“ก็กูคิดว่ามึงจะรับมือได้ที่ไหนได้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากกู”
“ช่วยอะไรกูแค่มาดูว่ามึงตายแล้วยังเหอะ ถ้าตายกูก็จะได้ฝังให้ แต่ถ้าไม่ตาย กูก็จะสงเคราะห์ช่วยเหลือพามึงไปหลบในที่ปลอดภัยให้”
“ไม่ต้องเลย มึงนั่นแหละพาสาวๆกับพวกสติแตกนั่นไปหาที่หลบเหอะ เกะกะกู ทางนี้กูจัดการเอง” ทิวากรผลักพลายออกไปพร้อมกันชันตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะส่งสายตาเชิงดูถูกให้พลายแต่พอทิวากรหันไปทางผีนายป่าช้าเท่านั้นแหละ ก็ต้องตกตะลึงตาค้างจนพูดอะไรแทบไม่ออก
“นั่นมันอะไรวะ”คำพูดเดียวที่ออกมาจากปากของทิวากร ทำเอาพลายถึงกับยิ้มเยาะ และตบบ่าทิวากรเบาๆ
“ไม่ไหวก็ไปหาที่หลบก่อนนะน้องที่นี่ปล่อยให้พวกมืออาชีพเก่งๆ เขาจัดการเอง” พลายพยายามจะดันตัวทิวากรให้ถอยหลบไปแต่ทิวากรก็เดินผลักพลายให้ออกจากตนเอง
“เชอะ ใครจะไปกลัวว่ะพวกนั้นคิดว่ามีของใหญ่อยู่คนเดียวงั้นเหรอ” ทิวากรหยิบด้ามมีดสันอันหนึ่งขึ้นมาแล้วร่ายอาคมกำกับพร้อมกับวิ่งพุ่งเข้าไปหาผีนายป่าช้าทันที
ระหว่างที่วิ่งไปนั้นมีดสั้นที่เหลือแต่ด้ามกลับเริ่มมีใบมีดงอกขึ้นมา ทิวากรขว้างมีดขึ้นไปบนฟ้า พลันมีดก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนขนาดจะเท่ากับผีนายป่าช้าทิวากระโขึ้นไปใช้สองมือแบกมีดเล่มโต ทุ่มใส่ผีนายป่าช้าทันที
ผีนายป่าช้าเห็นดังนั้นก็เค้นพลังจนพลักมือออร่าั์นั้นถอยออกไปแล้วก็ะโอับเปอร์คัดใส่มีดเล่มั์ จนมีดแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆแต่หมัดก็ยังไม่หยุ่ดพุ่ง เสยเข้าปลายคางทิวากรเต็มๆ จนหงายหลังกลางอากาศเลยทีเดียว
่จังหวะที่ทิวากรหลายหลังล้มไปพลายที่พุ่งมาจากด้านหลังทิวากร เตะเข้าที่ก้านคอผีนายป่าช้าเต็มๆแต่ผีนายป่าช้าไม่สะทกสะท้านใดๆ เลย จับขาอีกข้างของพลาย เหวี่ยงพลายลงไปกับพื้นพลายและทิวากร ลอยละลิ่วลงพื้น ก่อนที่ทั้งคู่จะกระแทกลงพื้น ทั้งคู่ได้ม้วนตัวตั้งหลักลงถึงพื้นอย่างปลอดภัยทั้งคู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงด้ายสายสิญจน์ ผีนายป่าช้าพึ่งสังเกตเห็นว่าที่แขนทั้งสองข้างของเขามีด้ายสายสิญจน์พันอยู่
พลายและทิวากรดึงด้ายสายสิญจน์อย่างแรง ด้วยที่ผีนายป่าช้าไม่ทันตั้งตัวจึงถูกกระฉากลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
“ทิดโชคจัดการเลย”
เสียงของพลายะโดังขึ้น ทิดโชคได้ยินก็กวาดมือมาประกบกันอีกครั้งครั้งนี้ผีนายป่าช้าไม่ได้ตั้งตัวขณะที่ลุกขึ้นยืนก็ถูกออร่าฝ่ามือั์ตะปบเข้าเต็มๆ ร่างของผีนายป่าช้าถึงกับห่อย่นติดกับฝ่ามือที่ประกบกันทุกคนต่างเห็นสภาพผีนายป่าช้าอย่างชัดเจนเนื่องด้วยออร่าฝ่ามือั์นั้นโปรงใสจนเห็นภายในชัดเจน
ทิดโชคหลับตาลงและสวดมนต์ พลังแห่งพุทธคุณก็ไหลไปตามออร่าที่ออกมาจากตัวของทิดโชคไหลไปจนถึงมือที่ตะปบผีนายป่าช้าไว้ ผีนายป่าช้าเริ่มกรีดร้องอย่างเ็ปพร้อมกับเนื้อตัวเริ่มละลายและหลุดลุ่ยโดยเฉพราะที่แขนของผีนายป่าช้าละลายและหลุดรุ่ยเร็วที่สุดเมื่อปลายมือหลุดลุ่ยไปจนหมดแทนที่จะเห็นกระดูกโผล่ออกมาแต่สิ่งที่เนื้อหนังอันน่าขยะแขยงหุ้มอยู่นั้นกลับกลายเป็ดาบเล่มงาม
เมื่อเนื้อหนังของผีนายป่าช้าหลุดลุ่ยจนหมดแทนที่จะสลายไป แต่ผีนายป่าช้ากับยืนอยู่ในสภาพ และขนาดเช่นเดิมก่อนหน้านี้แต่ร่างกายแขนขากลับมีสภาพเหมือนมีชุดเกราะนักรบสมัยโบราณผสานกันเป็เนื้อเดียวกัน แลดูน่าเกรงขามปนสะพรึง พร้อมกับถือดาบสองมือเล่มงามอยู่ในมือทั้งสองข้าง ผีนายป่าช้าตะวัดดาบทั้งสองเล่มออกไป เพียงการตวัดดาบก็ทำเอาทิวากร พลาย และทิดโชค ต่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นโดยเฉพราะทิดโชคที่ถึงกับออร่าแตกกระจายหายไป
“พวกนายระวังนะความสามารถที่ยิ่งกว่าหมัดมวยของพี่จ้อยคือเพลงดาบ เขาคือขุนศึกไร้พ่ายเมื่อเขาจับดาบ พวกนายอาจตายได้นะ” เสียงของมะลิะโเตือนพวกเขา ทำเอา ทิดโชคทิวากร และพลาย ต่างตกตะลึง ทั้งสามหันมามองหน้ากัน และหันไปมองที่ผีนายป่าช้า ที่ตอนนี้เขากลับยืนนิ่งใบหน้าที่นิ่งเรียบ ไร้ความรู้สึก จ้องมองพวกเขาตาไม่กระพริบ