เด็กหนุ่มกระโจนเข้าหาหนูั์อย่างรวดเร็ว กระบี่สีดำที่พี่สาวของเขาหลอมขึ้นมาส่งเสียงหึ่งๆกรีดกรายผ่านอากาศวาดคมกระบี่เข้าหาขาของมัน
“ เคร้ง “ ราวกับกระบี่สีดำฟันลงที่เหล็กแขนทั้งข้างของเขาพลันสะท้าน
“ อือ “ ปราบร้องคำรามลั่น
เขามองยังรอยที่ขาของมัน กระบี่สีดำเชือดหนังของมันออกเป็รอยยาว ที่เกิดเสียงขึ้นเมื่อครู่ก็เพราะว่ากระบี่สีดำฟันถูกกระดูกของมัน
เด็กหนุ่มพยักหน้าช้าๆ แลกระโจนเข้าใส่หนูั์
หนูั์ร้องคำรามลั่นแลวาดขาหน้าของมันลงยังเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
เขาใช้ท่าร่างเงา์หลบหลีกกรงเล็บหนูั์ออกด้านข้างแลฟันกระบี่สีดำลงยังเส้นเอ็นของขาหน้าที่ฟาดลงมา
“ เคร้งง “ เสียงกระบี่สีดำฟันลงยังกระดูกของหนูั์
“ โฮก “ มันร้องะโลั่นเพราะาแที่เกิดขึ้น
ปราบมิรอช้ำกรโจนเข้าหาอย่างรวดเร็ว เขาใช้เงา์หลบหลีกกรงเล็บที่ฟาดลงมามุดเข้าใต้ท้องของมันแล้ววาดกระบี่ออกสุดแรง
“ พรวดด “ หน้าท้องที่นุ่มนิ่มของมันฉีกขาดเป็แผลยาว อวัยวะของมันไหลทะลักออกกองที่พื้น
“ ตึง “ ร่างอันใหญ่โตของมันล้มลงที่พื้นแลดีดดิ้นอย่างทรมาน
“ ตายซะ “ เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับมีดบินพุ่งเข้าตัดหัวหนูั์กระเด็นกระดอนไกล
ชายหนุ่มผู้หนึ่งทะยานร่างลงยังซากหนูั์แล้วเก็บร่างของมันไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเหลียวกลับมองเด็กหนุ่มแล้วแสยะยิ้ม “ มันเป็ของกู กูฆ่ามันได้ “ เขาเอ่ย
“ กรอดดด “ เด็กหนุ่มกัดกรามแน่น เขาได้โกรธจัดเพราะหนูั์นั่นเป็ฝีมือของเขา
“ ทำไม มึงไม่พอใจ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ มึงรู้รึไม่ เพราะคนแบบพวกมึงทำให้พวกกูต้องลำบากมาคอยช่วยเหลือ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ไอ้สัตว์ กูไม่ได้ร้องขอให้คนจัญไรอย่างมึงมาช่วย กูกำลังจะฆ่ามันอยู่แล้ว มึงเสือกมาชิงตัดหน้ากู “ ปราบร้องะโลั่น
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ กลุ่มคนที่อยู่บนเครื่องบินต่างส่งเสียงหัวเราะลั่น
“ ไอ้สวะเอ๊ย ทำเป็ปากดี “ กลุ่มคนที่อยู่ในเครื่องบินร้องะโลั่น
ชายหนุ่มคนนั้นะโขึ้นยังเครื่องบิน “ ปากดีขนาดนี้มึงก็กลับเองแล้วกัน “ ชายหนุ่มร้องะโลั่น
“ เชี่ย “ ปราบร้องะโลั่น
เขาสูดหายใจเข้าลึก แล้วเก็บกระบี่สีดำ
“ ไป “ เด็กหนุ่มพุ่งทะยานร่างด้วยเงา์อย่างรวดเร็ว
ราวสามชั่วโมง เด็กหนุ่มนั่งพักผ่อนอยู่ที่ยอดของเสาสูงที่ใช้ขึงสายเคเบิลของสะพานข้ามแม่น้ำ เขากำลังคิดทบทวนการต่อสู้กับหนูั์
“ โชคดีที่หนูั์มันมีขาหน้าสั้น กรงเล็บของมันจึงมิค่อยมีประโยชน์ “ เขาพึมพำ
“ จากนี่ไปยังเมืองคงใช้เวลาอีกหลายวัน “ เขาพึมพำ
“ ทำไมเรียกเครื่องบินแล้วถึงไม่มีใครมารับ “ ปราบพึมพำ
เด็กหนุ่มลองเรียกเครื่องบินอีกครั้ง แต่ก็มิมีเสียงตอบกลับ
“ ฮื่อห์ “ เด็กหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
“ กระดานเหาะ “ เขาพึมพำ
“ หากมีกระดานเหาะก็คงดี “ เขาพึมพำ
หลังจากที่พักฟื้นฟูร่างกายแล้วเสร็จเด็กหนุ่มได้ออกเดินทางต่อ
เด็กหนุ่มเดินทางอย่างทรหดอดทนเขาใช้เวลาไปนานถึงสามวันกว่าที่จะกลับมาถึงที่ประตูเมือง
“ ครืดด “ ประตูบานเล็กเปิดออก
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในประตูบานเล็กอย่างรวดเร็ว หลายคนมองยังเด็กหนุ่มแล้วยิ้ม หลายคนเพียงพยักหน้าเล็กน้อย แต่ทั้งหมดแล้วถือว่าดีอยู่สำหรับเด็กหนุ่ม
“ วิ้ด “ รถไฟฟ้าของสำนักที่สิบสี่จอดต่อหน้าของเขา
“ ไอ้หนู “ ชายชราสงเอ่ย
ปราบยิ้มออกแล้วขึ้นรถไปกับชายชราสงอย่างรวดเร็ว
“ ไอ้สัตว์นั่นชื่อว่าสุพจน์ เป็ลูกของผอ.สุวิทย์เขตสิบสาม “ ชายชราสงเอ่ย
“ มันเพียงระดับสามเท่ากับเอ็ง ไม่ได้มีความเก่งกาจอะไร ที่ขั้นลำดับของมันสูงก็เพราะมันชอบแย่งผลงานของคนอื่น “ สงเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ไอ้สัตว์นรกนี่หากไม่มีพ่อมัน มันคงตายไปนานแล้ว “ ชายชราสงเอ่ย
“ ที่เครื่องไม่ออกไปรับเอ็งเอ็งคงรู้สินะ “ ชายชราสงเอ่ย
“ คงเพราะไอ้สัตว์สุพจน์ใช้อำนาจของพ่อมันสินะ “ ปราบเอ่ย
“ ถูกต้อง “ ชายชราสงเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกอย่างแรง
“ เอ็งอยากังวลไป หากมันรังแกเอ็งมากกว่านี้ ผอ.ยิ่งจะออกหน้าช่วยเอ็งเอง “ สงเอ่ย
ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ รางวัลของผมแลหายไปตั้งเยอะ “ ปราบเอ่ย
“ หนูั์ตัวผู้นั้นประกาศแล้วได้คนละครึ่งกับไอ้สุพจน์ “ สงเอ่ย
“ ได้รึ “ ปราบเอ่ย
“ การต่อสู้ของเอ็งมันถูกถ่ายทอดไปทั่ว ทุกคนรู้ทุกคนเห็นว่าเอ็งล้มหนูั์ลงแล้ว แล้วเอ็งก็กำลังจะตัดหัวของมัน “ สงเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ กระบี่ที่เอ็งใช้มันเป็กระบี่อะไรรึ “ สงเอ่ยถาม
ปราบนำกระบี่สีดำออกมา แลส่งให้ชายชรา
“ มันเป็กระบี่โบราณที่พี่สาวของผมหลอมขึ้น “ ปราบเอ่ย
“ ยอดเยี่ยม แข็งแกร่งเทียบเท่ากระบี่ไทเทเนียม ทั้งยังเบาเท่ากัน ที่สำคัญมีพลังในตัวเอง “ ชายชราสงเอ่ย
“ ก่อนนี้นักล่านิยมใช้อาวุธโบราณต่อสู้ แต่ทำไปทำมากลับกลายเป็ใช้เวลานานเกินไปในการต่อสู้ เมื่อมีอาวุธชนิดใหม่เข้ามาอาวุธโบราณจึงลดความนิยมลง “ สงเอ่ย
“ เอ็งก็เถอะเตรียมอาวุธสมัยใหม่ไว้บ้าง “ สงเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าแล้วเก็บกระบี่สีดำลงไป
เมื่อเขาแลกคะแนนแล้วเสร็จ เขาถูกพาไปสโมสรของนักล่าเขตสิบสี่ เด็กหนุ่มถูกมองราวกับสัตว์ประหลาด หลายคนแทนที่จะยินดีกลับมองเขาอย่างกับศัตรู
“ ลุง มันเกิดอะไรขึ้นทำไมทุกคนมองผมแบบนั้น “ ปราบเอ่ยถาม
“ พวกขี้อิจฉา “ สงเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ กลับดีกว่า “ สงเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
สองสหายต่างวัยออกจากสโมสรอย่างรวดเร็ว
สงมาส่งเด็กหนุ่มที่ห้องพักของสำนักที่สิบสี่
เด็กหนุ่มทิ้งร่างลงแช่น้ำอุ่นในอ่าง เขาคิดถึงเื่ของสุพจน์ “ ทำไมไม่มีใครร้องเรียนมัน “ เขาพึมพำ
“ หรือว่าสิ่งที่มันทำคนใหญ่คนโตมองว่าดี “ เขาพึมพำ
“ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจอย่างแรง
ด้วยความเหนื่อยล้าเขาได้ผล็อยหลับไปอย่างมิรู้ตัว
ห้าวันผ่านไป
เด็กหนุ่มออกจากห้องไปยังหอภารกิจ เขาเลือกเอาภารกิจที่หินกว่าเดิม
“ ภารกิจนี้นำเอาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์จากซากตึกของบริษัทแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ “ เขาพึมพำ
“ คะแนนภารกิจสูงเกินห้ามใจ ตั้งพันคะแนน “ เขาพึมพำ
ปราบรู้ดีว่ากรุงเทพฯเมืองร้างเวลานี้นั้นเต็มไปด้วยอสูรมากมายหลายเผ่าพันธุ์ทั้งยังมีอสูรระดับสองมากมาย เขารู้ดีว่าความอันตรายมีมากเพียงใดทั้งยังอาจไม้ได้กลับ
แต่หากไม่เสี่ยงก็ไม่เติบโต
“ อีกห้านาทีเตรียมเจ็ทแพค “ นักบินเอ่ยผ่านวิทยุ
“ ครับ “ ปราบตอบกลับ
เขาลุกออกจากเก้าอี้แลสวมเจ็ทแพคอย่างรวดเร็ว
“ จำไว้ว่าเจ็ทแพ็คนี้สามารถพามึงกลับไปโคราชได้ อย่าทำมันพัง “ นายทหารท้ายเครื่องเอ่ย
“ ครับ “ ปราบพยักหน้า
“ เตรียม “ เขาร้องลั่น
ปราบสวมหมวกแรงกดดันแลเตรียมตัวะโ
“ ไป “ เขาร้องลั่นแลตบที่หลังของเด็กหนุ่ม
“ ย้ากก “ ปราบร้องลั่นและโออกจากเครื่องบิน
“ แปดหมื่นฟุต “ ปราบร้องลั่น
ความสูงแปดหมื่นฟุตนี้เป็ความสูงในระดับที่ปลอดภัยต่อเครื่องบิน เพราะไม่มีอสูรมีปีกตัวไหนสามารถบินได้สูงขนาดนี้
ปราบดิ่งศีรษะลงมือสองข้างแนบชิดลำตัวขาสองขาหนีบแน่น
“ ฟิ้ว “ ร่างของเขาพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
“ ไอ้หนูนี่บ้าระห่ำยิ่งนัก มันน่าจะใช้เจ็ทแพ็คเพื่อลงอย่างปลอดภัย “ นักบินเอ่ย
“ มันคงดูหนังเยอะไปหน่อย “ นักบินอีกคนเอ่ย
“ ขอให้รอดไอ้หนูเอ๊ย “ นักบินหนึ่งเอ่ย