*ความเดิมตอนที่แล้ว *
“ปีศาจไร้ลักษณ์... มันคงตามเสียงเ้ามา เร็วกว่าที่ข้าคาดคิดไว้ เราช้าไม่ได้แล้ว ” ชายแปลกหน้าพูดขึ้นมาพร้อมกับทำสีหน้าวิตก อย่างเห็นได้ชัดซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนหน้านี้ ได้อย่างผิดสังเกตเขาบังคับบังเหียนม้าให้ออกเดินทางต่อในทันที
ส่วนฟินยังคงใและมีอาการช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซึ่งอีกเพียงเสี้ยววินาที เล็บของปีศาจก็จะถึงลูกกระเดือกฟินแล้ว
“ … เป็ยังไงสมใจเ้าหรือยังริคฟิน เลิกคิดว่าข้าเป็โจรชั่วเสียที ถ้าเ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็จงเก็บแรงเก็บเสียงของเ้าเอาไว้เมื่อถึงที่หมายเสียเถอะ !!! และข้า !! คือ อีรอน !!! ”
เมื่อฟินได้ยินว่าชายแปลกหน้าผู้นี้คือ อีรอน มันก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่าฟินเคยได้ยินจากกิเซล่าว่า เมื่อนานมาแล้วครั้งสมัยาเผ่าพันธ์ ผู้ที่ปกป้องดินแดนเอลฟ์ และผู้ที่ปลูกต้น Kallente คือเหล่าผู้วิเศษ ที่เรียกตัวเองกันว่า อีรอน แต่นั้นก็ยังทำให้เขาสับสนเข้าไปอีกว่าอีรอน จะมีธุระสำคัญอะไรกับเขา
“ ...เ้าจะเป็อะไรมันก็เื่ของเ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ นะโว้ย ข้าจะกลับบ้าน !!!! ข้าจะกลับไปหาแม่ข้า !!!”
อีรอนหยุดม้าและลงจากม้าทันที เขาเดินเข้ามาหาริคฟินค่อยๆก้มหน้าและขยับหน้าของเขาเข้ามาใกล้หน้าของริคฟิน เขาพูดกระซิบเบาๆที่ข้างหู ซึ่งมันทำให้ริคฟินรู้สึกจักกะจี้ชอบกล
“ เอาไว้ถึงที่หมายแล้วข้าจะบอกเ้าแล้วกันนะริคฟิน แม่ของเ้านะยังปลอดภัยดี แต่ถ้าเ้ายังไม่ยอมหยุดแหกปากละก็ แม่ของเ้าก็จะไม่ปลอดภัยแน่ๆ และ ข้าก็จะปล่อยเ้าอย่างที่เ้า้า…….แล้วก็ปล่อยให้พวกปีศาจมารุมกินลูกกระเดือกเ้าเสียดีไหม ”
อีรอนเดินกลับขึ้นม้าและออกเดินทางต่อ
“เอื้อก….”
ริคฟินพูดอะไรไม่ออกเมื่ออีรอนพูดเสร็จเขากลืนน้ำลายลงคอไปเอื้อกใหญ่ๆ
….
…
..
.
.
..
…
….
“หยุดดดด”
เสียงของอีรอนเขาดึงบังเหียนเพื่อหยุดม้า ซึ่งทำให้ริคฟินตื่นขึ้น
“ฟ้ามืดแล้วคืนนี้เราจะพักกันที่นี่ ถ้าเ้าตื่นแล้วก็ลงมาจากม้าแล้วมาช่วยข้าหาฟืนก่อกองไฟ ” อีรอนสั่งให้ริคฟินลงมาจากม้าเพื่อมาช่วยเขาก่อกองไฟ
“ ขอโทษนะเ้ามัดมือมัดเท้าข้าอยู่ ข้าจะลงจากม้าไปยังไงไม่ทราบ ” ริคฟินฉุนเฉียวเพราะเขาโดนมัดมาตลอดทาง
“ ถ้าเ้ามีปัญญามากพอ เ้าน่าจะเห็นว่าข้าไม่ได้มัดปมไว้ข้าแค่ทำให้แน่ใจว่าเ้าจะไม่ขัดขืน ใดื้นหนีลงจากม้าไปเสียก่อน ”
ริคฟินก้มมองดูเชือกที่มัดมือของเขาไว้ซึ่งมันก็เป็อย่างที่อีรอนว่าไว้จริงๆ
“แล้วทำไมเ้าพึ่งจะมาบอกเอาตอนนี้ละวะฮะ ปั้ดโธ่!!”
ริคฟินกลบเกลื่อนด้วยความโมโหใส่อีรอนเล็กน้อย เขาลองแกะเชือกที่มือด้วยปาก ซึ่งสามารถแกะเชือกออกมาได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับะโลงจากหลังม้า
“ที่นี่คือที่ไหน” ริคฟินถามด้วยความสงสัย
“ เขตชายแดน Kallente ตะวันออกเฉียงใต้ ”
ทวีป Kallente อยู่ทางทิศเหนือสุดของ Borgrimmar world ซึ่งเป้นดินแดนที่อยู่ตรงกลางทางตอนเหนือระหว่างดินแดนต้องห้ามของพวก Orc ทางทิศตะวันตก และทวีปHolza ของมนุษย์อยู่ทางทิศตะวันออก
“ เลิกถามแล้วมาช่วยข้าหาฟืนก่อกองไฟสักที ่กลางคืนแถบนี้อากาศมันจะเย็นลงมากจะทำให้เ้าไม่สบายและทำให้การเดินทางต้องช้าลง ”
ริคฟินหยุดถามแล้วก็เดินหาเศษกิ่งไม้เพื่อเอามาก่อกองไฟ แต่ยังไงเขาก็ยังอดคิดสงสัยไม่ได้อยู่ดี
ว่าอีรอนคนนี้มีธุระสำคัญอะไรขนาดนั้น ถึงขนาดต้องลักพาตัวออกจากเมืองมาขนาดนี้
“ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าข้าจำไม่ผิด นี่ข้ากำลังจะข้ามไปดินแดน Holzaของพวกมนุษย์อย่างนั้นหรือ ” ริคฟินคิดในใจ
…
..
.
..
...
“ Firentos ”
อีรอนพูดขึ้นมาพร้อมกับเอาไม้เท้าจี้ไปที่เศษกองไม้ที่เขาหามา และไฟก็สว่างวาบขึ้น จากกองไม้ก็กลายเป็ กองไฟที่ให้ความอบอุ่นกับพวกเขาในค่ำคืนนี้
ริคฟินยังคงยืนคิดไม่ตกอยู่รอบๆกองไฟกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น อากาศก็เริ่มเย็นลง ป่ารอบๆจากตอนกลางวันมันเป็สีเขียวดูสบายตา ตอนนี้ก็เริ่มมืดสนิทมองอะไรแทบไม่เห็น เสียงรอบๆก็มีแต่เพียงเสียงของกองไฟที่กำลังลุกโชน และความสว่างที่มาจากกองไฟเพียงเท่านั้น
“ ถ้าเ้าไม่อยากหนาวตายก็จงเลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วก็เข้ามาผิงไฟตรงนี้ซะ”
ริคฟินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเดินเข้ามานั่งผิงไฟข้างๆอีรอน เขายังคงคิดสับสนกับอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งเื่นิมิตร เื่ของอีรอน แล้วก็เื่ของปีศาจไร้ลักษณ์ อีรอนหยิบขนมปังออกมาจากผ้าคลุม เขาแบ่งครึ่ง และยื่นให้กับริคฟิน
“กินซะ”
“เ้าจะพาข้า..”
“เ้าเห็นนิมิตรนั่นแล้วใช่ไหม ??”
ริคฟินอึ้งไปพักนึงหลังจากที่เขาเป็คนถามมาตลอดทางตอนนี้เขาจะได้เป็ตอบบ้างแล้ว
“นิมิตร ?!? ”
“ตอนที่แม่ของเ้าชี้ให้เ้ามองดูแสงประกายจากต้น Kallente เ้าเห็นอะไร”
ริคฟินเงียบไปสักพักนึง และเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเห็น ฝูงของพวกOrc ที่ค่อยๆผุดขึ้นมาจากผืนดิน อสูรร้ายตัวใหญ่เขี้ยวยาวเขายาว ัั์ตัวสีดำ ตาสีเขียว ที่ทั้งตัวมันมีแต่เืของเหยื่อมันไปทั่วทั้งตัว พวกมันส่งเสียงร้องที่ดังกึกก้องไปทั้งหัวของริคฟิน ซึ่งเขาจำมันได้อย่างดี
“ใช่ข้าเห็น!!”
“ Morgrim warlock ”
“ท่านว่าอะไรนะ ?!? ”
“กับสัตว์เลี้ยงของมัน Dune(ดูน) ัั์สีดำ ตาสีเขียว ผู้ใดที่โดนมันพ่นเปลวเพลิงกรดผู้นั้นจะสลายหายไปกับตา หรือแม้แต่บ้านทั้งหลังก็หายไปในไม่กี่วินาทีกองทัพของมันบดขยี้ทัพมนุษย์และทัพเอลฟ์เสียย่อยยับในศึกแรก ”
“ เื่าข้ายังพอเข้าใจนะ แต่ว่าบ้าสิ 555555 มอกงมอกริมอะไรบ้า 55555 ข้าไม่ใช่เด็กนะ แล้วข้าก็ไม่ได้ง่วงข้าไม่้าให้ใครมาเล่านิทานก่อนนอนให้ข้าฟัง 55555555 ับ้าอะไรพ่นกรดได้ด้วย 5555 ข้าไม่คิดว่าอีรอนจะมุกขำนิทานหลอกเด็กพวกนี้ด้วยนะเนี่ย 555555 แล้วนี่มันสมัยไหนแล้ว 300กว่าปีแล้ว นะ จะไปมีได้ยังไงมังกงัอะไรนั่นนะ….ใครจะไปเชื่อเื่พวกนี้มันก็แค่นิทานก่อนนอนที่พวกผู้ใหญ่ชอบเล่าให้เด็กฟังก่อนนอนเท่านั้นแหละข้าว่าตอนนั้นข้าคงจะง่วงแล้วก็หลับไปมากกว่า”
ริคฟินนึกขึ้นได้ว่ากิเซล่าก็เคยเล่านิทานเกี่ยวกับัที่สามารถพ่นกรดได้ ให้ริคฟินฟังเมื่อครั้งเขายังเป็เด็ก เขาคงคิดว่าในตอนนั้นเขาคงจะง่วงแล้วก็หลับไปตอนที่อยู่ในงานแล้วก็เผลอฝันเื่แบบนั้นขึ้นมา
“แล้วที่เ้าเจอเมื่อตอนกลางวัน เ้าคิดว่ามันใช่เื่นิทานก่อนนอนหรือนิทานหลอกเด็กหรือไม่ ”
“......”
ริคฟินหยุดขำและเริ่มฉุกคิดขึ้นได้ ว่าสิ่งที่เขาเจอมาทั้งวัน นั่นไม่ใช่นิทานหลอกเด็กอีกต่อไป สีหน้าเขาเริ่มเคร่งเครียดขึ้น อย่างเห็นได้ชัด
“อีรอนนั่นคือชื่อจริงของท่านหรือ” ริคฟินเปลี่ยนเื่คุยทันที เพราะเขาก็ยังไม่เชื่อสนิทใจว่าสิ่งที่เขาเจอจะเป็เื่จริงหรือเขาแค่กำลังฝันอยู่ เขาเปลี่ยนสรรพนามจาก เ้าเป็ท่าน เพราะเขาเริ่มสนใจในสิ่งที่อีรอนพูดขึ้นมาบ้าง
“อีรอน คือชื่อเรียกของผู้มีพลังวิเศษ ชื่อจริงของข้าคือ ทอวา ”
“แล้วทำไมหน้าตาของท่านถึงเหมือน...”
“ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้า และข้ารู้ว่าเ้าสะกดรอยตามพวกเรามานานแล้วจงแสดงตัวออกมาก่อนที่เ้าจะไม่มีโอกาส ” ทอวาตัดบทริคฟิน และลุกขึ้นหันไปทางพุ่มไม้ข้างกองไฟ
“ ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว ข้าหลงทางกับครอบครัวข้า ได้โปรดช่วยข้าด้วย….. ” เด็กสาวชาวเอลฟ์อายุน้อยตัวสะบักสะบอม มีแผลทั่วไปทั้งตัวเหมือนกับไปหนีอะไรมาสักอย่าง เธอยกมือทั้งสองข้างเดินออกมาจากพุ่มไม้ แล้วก็ฟุบลงตรงหน้า ทอวา