ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
“ผมไปก่อนนะครับป้า’’จางเจิ้นอําลาแล้วเดินออกจากร้านอาหารเหม่ยเหม่ยหลังจากที่ได้ทานอาหารอร่อยๆของป้าเหม่ยสภาพของเขาในตอนนี้ก็เต็มร้อยอย่างถึงที่สุด และพร้อมลุยในทุกสถานการณ์
ระหว่างทางจางเจิ้นก็อดเหม่อลอยไม่ได้ จากที่ฟังป้าเหม่ยมาเหม่ยเยว่ได้ไปอาศัยอยู่ในปักกิ่ง และทํางานเช่นเดียวกับเขา แน่นอนว่าหากเธอมีเวลาเธอจะกลับมาเยี่ยมเยียนครอบครัวเป็บางครั้ง
“เธอนี่กตัญญูแตกต่างกับฉันจริงๆเลยนะ’’จางเจิ้นอมยิ้ม ั้แ่สมัยเด็กแล้ว เพื่อนสาวของเขาคนนี้มีนิสัยกตัญญูรู้คุณอย่างน่าชื่นชม
อย่างไรก็ตามตอนนี้ต่างคนต่างเดินไปยังเส้นทางของตัวเองแล้วดังนั้นจางเจิ้นจึงไม่ได้พบเจอเธออีกเลย
“หากมีโอกาสฉันต้องไปเยี่ยมเยียนเธอสักหน่อย’’จางเจิ้นตัดสินใจ
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจางเจิ้นได้เยี่ยมเยียนทุกๆคนที่เขาสนิทไปมากมายตอนนี้จึงเหลือเพียงคนๆเดียวเท่านั้น
ต้วนหยาง!
เพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา!
“ต้วนหยางไม่อยู่เหรอครับป้า?’’หลังจากที่มาถึงบ้านของเพื่อนสนิท จางเจิ้นก็ต้องเดินคอตกออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะมาผิดเวลา
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะจากไปแม่ของต้วนหยางได้ะโเสียงดังออกมา
“เสี่ยวเจิ้นเธอลองไปร้านอินเทอร์เน็ตแมวอ้วนดู่นี้ป้าเห็นเ้าตัวแสบน้อยแอบไปที่นั่นบ่อยๆ ถามอะไรก็ไม่ตอบไม่รู้ว่ามันเป็อะไรเหมือนกัน ถ้าเธอทําได้เธอพยายามช่วยมันหน่อยก็แล้วกันนะ’’
“ได้ครับป้า’’จางเจิ้นรับปากเสียงดังด้วยรอยยิ้ม อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกลับบ้านไปโดยที่ไม่ได้เจอไอ้เพื่อนสนิทคนนี้
“ร้านอินเทอร์เน็ตแมวอ้วน?หวังว่าฉันจะได้เจอนายนะ ต้วนหยาง!’’ จางเจิ้นคาดหวังและออกเดินทางอย่างรวดเร็ว
สิบนาทีผ่านไป
ร้านอินเทอร์เน็ตแมวอ้วน
จางเจิ้นมองดูภาพตรงหน้าด้วยความคุ้นเคยเขานึกถึงวันวานเก่าๆที่เคยมาที่นี่ ก่อนเผยรอยยิ้มออกมา
“ไอ้แมวอ้วนตัวนั้นก็ยังไม่ตายจริงๆด้วยนะ’’เห็นแมวอ้วนสีขาวขนปุยที่ทางเข้าร้าน จางเจิ้นพลันประหลาดใจ
ท้ายที่สุดเขาเดินเข้าไปข้างในทันที
พริบตาโดยไม่ต้องใช้เวลาอะไรเลย จางเจิ้นพบกับชายหนุ่มที่เขากําลังตามหา
ต้วนหยาง!
จางเจิ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“ต้วนหยาง’’เห็นอีกฝ่ายสวมหูฟังเอาไว้ จางเจิ้นก็สะกิดเบาๆ
วินาทีต่อมาเมื่อชายหนุ่มใส่แว่นคนนั้นหันมา ความประหลาดใจได้ฉายให้เห็นบนใบหน้าของเขา
“เจิ้น?’’
“ใช่เจิ้นเพื่อนของนายกลับมาแล้ว’’ จางเจิ้นหัวเราะเบาๆให้กับความประหลาดใจตรงหน้า
“จางเจิ้นเป็นายจริงๆด้วย!’’ต้วนหยางถอดหูฟังและมองชายหนุ่มขึ้นลงอย่างประหลาดใจอีกครั้ง
“ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็ใครไปได้?มา ออกมาคุยกันข้างนอกดีกว่า!’’ จางเจิ้นยิ้มแล้วเดินออกไปรอข้างนอก
เห็นอย่างนั้นต้วนหยางก็ทําได้เพียงแค่ส่ายหัวและเดินตามไป
…
หนึ่งนาทีต่อมา
“เจิ้นนายกลับมาที่นี่ทําไม ได้ข่าวว่านายได้เข้าร่วมกับบริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งไปแล้วไม่ใช่เหรอ?’’ต้วนหยางถามออกไป
“ซูโจวคือบ้านของฉันทําไมฉันจะกลับมาไม่ได้’’ จางเจิ้นกลอกตาไอ้แว่นนี่ไม่รู้ตลกหรือบ้ากันแน่ถึงได้ถามแบบนี้ออกมา
“จริงสิฉันได้ยินจากแม่ของนายว่านายไม่คอยสบายนี่ เป็อะไรไปล่ะเราเป็เพื่อนกันมีไรบอกกันได้นะ’’ ฉุกคิดขึ้นได้ว่าถูกฝากมา จางเจิ้นก็ถามออกไปเขาจําได้ว่าไอ้เพื่อนของเขาคนนี้ มันไม่ค่อยจะเข้าร้านอินเทอร์เน็ตสักเท่าไหร่ มีบ้างนานๆทีเท่านั้น
ดังนั้นจางเจิ้นจึงสงสัยว่าทําไม่นี้ต้วนหยางถึงได้เข้าร้านอินเทอร์เน็ตบ่อยจนป้าต้วนไม่สบายใจ
“นี่นายไปเจอยายแก่ขี้บ่นนั่นมาแล้วสินะ?’’ต้วนหยางชะงักไปก่อนถอนหายใจยาวออกมา
“เฮ้อเอาเถอะเห็นแก่ที่เราเป็เพื่อนกัน คอยช่วยเหลือกันมาตลอด ฉันจะไม่ปิดบังนาย’’
วินาทีถัดมา
ชายหนุ่มสวมแว่นดูมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าในที่สุด
“เมื่อหนึ่งเดือนก่อนฉันเลิกกับลั่วหลี่แล้วล่ะ’’
“โอ้เป็ไปได้ยังไง นายและเธอรักกันมากนี่ อีกอย่างเธอก็นิสัยดีมากด้วยไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทําให้เธอเลิกกับนายนะ?’’ ได้ยินจางเจิ้นก็อ้าปากกว้างด้วยความประหลาดใจ เขาประหลาดใจเป็อย่างมากที่ทั้งสองคนนี้เลิกกัน
ไม่แปลกใจเลยที่ทําไมต้วนหยางถึงดูไม่เป็ตัวของตัวเองแบบนี้!
จางเจิ้นทราบดีว่าเพื่อนของเขาเป็คนเช่นไรและนิสัยดีแค่ไหน รวมไปถึงลั่วหลี่ด้วย เพราะพวกเขาเองก็รู้จักกันและเข้าใจได้ว่านิสัยของเธอเป็อย่างไร ดังนั้นเขาจึงทราบดีว่าเหตุผลที่ทําให้คนทั้งสองรักกันมันเป็อะไร
จริงๆแล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น!
ทําไมสองคนที่รักกันหวานซะขนาดนั้นถึงได้เลิกกัน?
จางเจิ้นสงสัยและอยากรู้อย่างมากเพราะถ้ามีสิ่งที่เขาสามารถทําได้ เขาก็จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
ห้านาทีผ่านไป
ต้วนหยางได้เล่าถึงเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้จางเจิ้นฟังเขาจึงเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
ความจริงแล้วเป็ไปอย่างที่จางเจิ้นคิดต้วนหยางและลั่วหลี่ไม่ได้เลิกกันเพราะเหตุผลเื่เงินหรือสิ่งนอกกายแต่เป็เพราะครอบครัวของเธอ
หนึ่งเดือนก่อนพ่อของลั่วหลี่ได้รับการเลื่อนตําแหน่งให้เป็ผู้บริหารและทางบริษัทของเขาได้ย้ายเขาให้ไปประจําการที่สาขาอเมริกาเป็การถาวรโดยไม่มีระยะเวลาบอกซึ่งทําให้ครอบครัวของเขาต้องติดตามเขาไปด้วย
ดังนั้นสามวันก่อน ก่อนที่จะออกเดินทางลั่วหลี่จึงบอกความจริงนี้กับต้วนหยาง วันนั้นทั้งคู่เสียใจเป็อย่างมากแต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องเลิกกัน
เลิกกันเพราะระยะทางที่ไกลเกินเอื้อม!
“ไม่เป็อะไรนะนายต้องสู้และยืนหยัดต่อไป’’ จางเจิ้นตบบ่าเพื่อนของเขาและปลอบใจเขาเข้าใจดีว่าความรู้สึกของการถูกบอกเลิกมันเป็เช่นไรดังนั้นความเ็ปที่อีกฝ่ายเผชิญหน้าอยู่ เขาจึงเข้าใจมันเป็อย่างดี
“ฉันเข้าใจดีว่าฉันต้องเดินหน้าต่อไปแต่ทุกๆครั้งที่ฉันคิดถึงมัน หน้าของเธอก็จะลอยเข้ามาตลอดทําให้ฉันรู้สึกเศร้าขึ้นมา’’ต้วนหยางรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกก่อนถอนหายใจออกมา เขาพยายามมากแล้วที่จะลืมเธอแต่เขาก็ไม่สามารถทํามันได้เลย กลับกันทุกๆครั้งที่เขาพยายาม ความรู้สึกนั้นจะยิ่งชัดเจนขึ้น และทําให้เขารู้สึกแย่มากขึ้น
จางเจิ้นไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากมองเพื่อนสนิทของเขาด้วยความเ็ป เขาเข้าใจดีว่ามันเจ็บแค่ไหนจึงรู้ดีกว่าใครๆ ว่าหากตัวเขาไม่ได้โชคดี ถูกดึงเข้าร่วมกับเครือข่ายวิดีโอนานาจักรวาลแล้วก็คงไม่สามารถรู้ได้เลย ว่าเขาจะสามารถออกมาจากอารมณ์โศกเศร้านี้ได้ตอนไหน
แล้วต้วนหยางที่ไม่ได้โชคดีเหมือนเขาล่ะ?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายต้องเจอหนักกว่าเขามากมาย!
“ไปเถอะไปกินข้าวกัน เดี๋ยวเจิ้นเพื่อนของนายคนนี้จะเลี้ยงเอง’’ ท้ายที่สุดจางเจิ้นตัดสินใจทําในสิ่งที่เขาทําได้
ไม่ช้าสองหนุ่มเพื่อนรักก็ได้ไปทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งในเมือง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตา ความมืดมิดก็มาเยือน
“หวังว่าวันนี้คงช่วยเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย’’ ที่บ้าน จางเจิ้นที่กลับมาแล้วยังคงรู้สึกกังวล อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เป็เพื่อนสนิทที่สนิทที่สุดกับเขาและผ่านอะไรหลายๆอย่างมาด้วยกัน เขาจึงอดรู้สึกเป็ห่วงไม่ได้
กระทั่งไม่กี่นาทีต่อมา
โอกาสที่จะสามารถช่วยเพื่อนของเขาได้พลันปรากฏขึ้น
[ยินดีด้วย!ระดับสมาชิกถูกเพิ่มขึ้นแล้ว!]
มองหน้าจอข้อความแสดงความยินดีที่เด้งขึ้นมาความคิดหนึ่งก็แล่นผ่านหัวของเขา
ระบบเพิ่มเพื่อน?
บางทีด้วยระบบนี้อาจสามารถให้ทางออกในเื่นี้ได้!