อย่า อย่าได้เข้าใจออมเล็ตผิดเด็ดขาด... คิดหวังว่าจะได้ฟังน้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานเรียกแด๊ดดี้รีบกลับบ้านนะเหรอ ฝันกลางวันหรือไง พี่ไข่เจียวคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินอยู่นะ!
ถึงพ่อบ้านจะโป๊ะแตกแต่พี่ไข่เจียวไม่โป๊ะแตกหรอกนะ เพราะพี่น่ะมันนักคีพลุคมืออาชีพ เดี๋ยวจะทำให้ดู!
“แด๊ดดี้รีบกลับบ้านนะ” น้ำเสียงเอ่ยราบเรียบนิ่งติดจะเ็าและไร้อารมณ์ขั้นสูงสุดเปิดโหมดใช้งานพร้อมทางกายภาพใบหน้าหวานตายด้านไร้อารมณ์ขั้นสูงสุดด้วยเช่นกัน พูดเสร็จกดตัดสายการพูดคุยยื่นไลท์เบรนคืนให้ลิลลี่ที่ยังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพร้อมทั้งฌอนและคิโด้
เนี่ยดู... ดูพี่ไข่เจียวเป็ตัวอย่าง!
ออมเล็ตตวัดสายตานิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหวมายังร่างของคุณพ่อบ้านทั้งสามคนที่กำลังคุกเข่าเรียงกันเลย เหล่าคุณพ่อบ้านไม่รู้ด้วยเหตุพวกเขาพลันรู้สึกถึงความรู้สึกอันบางเบาอย่างหนึ่งเป็กระแสกดดันที่จับต้องััไม่ได้แต่ชวนกายสั่นระริกน้อยๆ
ภายในใจอยากจะร้องไห้โฮอย่างไม่สมกับวุฒิภาวะฐานะที่แท้จริงของตนจริงๆ... ไหนใคร ไหนใครบอกว่าคุณชายสามอังศุมาลินบ้านพิชิตไชยศรีเป็ไร้ความสามารถไง นี่อะไรแค่มองนิ่งๆแค่นี้ก็ทำให้คนตื่นคนสั่นขนาดนี้แล้ว คุณชายสามอังศุมาลินไม่ใช่ง่ายๆเลยนะ!
“คุณชาย...” ลิลลี่กำลังคิดเรียบเรียงเหตุผลในการอธิบายอย่างเป็ทางการเพื่อเรียกความเชื่อถือจากคุณชายสามอังศุมาลินว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนจะพูดอย่างไรดี กับคุณชายคนนี้บอกเลยว่าลิลลี่กลัวๆเกร็งๆเกรงๆอย่างไรไม่ทราบสาเหตุ... ฉะนั้นงั้นขอเริ่มจากความรักความห่วงใยจากครอบครัวก่อนเลยละกัน
“ท่านจอมพล ท่านพันโทและท่านดอกเตอร์ต่างก็เป็ห่วงคุณชายมากนะครับ... เพียงแต่ทุกท่านแค่แสดงออกไม่เก่งเท่านั้นจึงดู เอ่อ จึงดูเหมือนไม่สนใจไปบ้าง แต่จริงๆแล้วทุกท่านรักใคร่และเป็ห่วงคุณชายมาก”
“ฉะนั้นคุณชายอย่าโกรธทุกท่านเลยนะครับ”
ลิลลี่พูดมาถึงตรงนี้ทั้งฌอนและคิโด้ก็พยักหน้าพร้อมกันอย่างเห็นด้วย ในเื่การอธิบายเหตุผลลิลลี่มักจะเป็ผู้ให้เหตุผลได้ดีที่สุดหน้าที่นี้จึงต้องเป็ของลิลลี่ไปโดยปริยาย ส่วนพวกเขาทั้งสองคนก็ตามนั้น!
“แล้วก็อย่าโกรธพวกเราด้วย... ข้าวไข่เจียวอร่อยๆมากเลยนะครับ พวกผมไม่เคยได้ทานอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยครับ”
แถยังไงจนสีข้างโคตรถลอกแต่ยังทำหน้าเฉยๆเหมือนไม่รู้เื่อยู่ได้... ก็นี่แหละครับถามคุณลิลลี่ ลาสเวสเขาเลย!
เพราะเมื่อออมเล็ตได้ฟังอยากขอ How to เกี่ยวกับการเชื่อมโยงประโยค้าด้วยว่าไอ้อย่าโกรธพวกเรามันไปเกี่ยวอะไรกับข้าวไข่เจียวอร่อยมากวะ!?
นี่ไม่ใช่แค่คนบ้านนี้แล้วที่ไม่ปกติขนาดคนที่เข้ามาพักมาใกล้ชิดกับคนบ้านนี้ก็จะไม่ปกติตามหรือเปล่าเนี่ย ดีนะที่พี่ไข่เจียวโคตรปกติเลย!
“คุณชายครับ...”
ออมเล็ตนั่งหันหลังให้เหล่าพ่อบ้านแอบกลอกตาหน้านิ่งน้อยๆ พอเหอะี้เีจะฟังนายแถต่อแล้ว เขาเอ่ยตัดบทเปลี่ยนเื่ “จะซื้อของ”
“ได้เลยครับ ในเครือข่ายดวงดาวมีแพลตฟอร์ม ‘จีเอสมาร์เกตออนไลน์(GS Market Online - (GS : Galaxy Star))’ ขายทุกอย่างั้แ่ของพื้นดินสากกะเบือยันเรือรบอวกาศสูงสุด ไม่มีพรีออเดอร์ให้รอนานจนรากงอกมีแต่พร้อมส่งทั่วราชอาณาจักรดวงดาว สะดวก มีมาตรฐาน ปลอดภัย ว่องไวมากครับ!”
ลิลลี่จะพูดมากร่าเริงสดใสเกินไปหรือเปล่า? เล่นอธิบายยาวขนาดนี้นึกว่าทำงานให้จีเอสมาร์เกตมากกว่าสถาบันการแพทย์ซะอีก แต่เอาเถอะมีคนแบบนี้ลิลลี่สักคนก็ดีเื่นี้จะได้มีคนพูดมากหน่อย... ออมเล็ตคิดแล้วเลิกคิดเื่อื่นก่อน
“ไปถามใครจะกลับบ้านบ้าง?”
สำหรับมื้อเย็นนี้ออมเล็ตเข้าครัวอีกครั้ง... ท่ามกลางสายตาเปล่งประกายระยิบระยับของเหล่าคุณพ่อบ้านทุกคน เดิมคุณพ่อบ้านใหญ่อย่างราเชนไม่ควรมาอยู่ที่ตรงนี้ด้วยซ้ำก็ยังมาอยู่ ณ ที่นี้ด้วยอย่างพลาดไม่ได้
สายตาแต่ละคนนี้เปล่งประกายระยิบระยับเชียวนะ... ได้ๆ เดี๋ยวได้ระยิบ ‘ระยับ’ แน่!
ครั้งแรกที่พบการแนะนำตัวของเหล่าคุณพ่อบ้านผนวกกับการเป็นักเขียนผู้มีจินตนาการล้ำเลิศ เขาก็พอเดาแต่แรกแล้วว่าฐานะเื้ัของทั้งสามคนไม่ธรรมดา ทว่าพอเื่มันมาโป๊ะแตกเร็วขนาดนี้ก็อดเคืองๆนิดหน่อยไม่ได้
น้องไข่เจียวไม่โกรธหรอก แต่พ่อกับพี่กล้าเอาคนมาวางข้างกายให้จับตามองน้องเหรอ น้องงอนนะ โดน... โดนแน่ ให้มันรู้กันไปว่าไผเป็ไผ!
เพราะมะระไทยความขมไม่เป็รองใครในโลก เอ้ย ผิดนี่นา มะระดาวโลกความขมไม่เป็รองใครในดวงดาว!
เชี่ยเอ๊ย... ขมครับ
ขมมาก! มะระดาวโลกขมมาก มะระโลกอนาคตนี่มันเพิ่มเลเวลความขมขึ้นตามกาลเวลาหรือยังไงกันวะขมจนจะอาเจียนแล้วพ่อจ๋า!
“คุณชายครับ น้ำแร่ครับๆน้ำแร่” ฌอนที่อยู่ใกล้รีบหยิบน้ำมาให้คุณชายสามอังศุมาลินเมื่อเห็นใบหน้าหวานล้ำตายด้านนั้นบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความขมสุดฤทธิ์ของพืชมะระั์ที่เพียงแค่แตะปลายลิ้นก็ขมปี๋ติดคอปรี๊ดขึ้นสมองแล้ว
“เกลือๆ เอาเกลือมา” ออมเล็ตรีบรับน้ำแร่มาดื่มๆดับความขมพร้อมหันมากล่าวเสียงสั่นๆอย่างหน้าชากับพ่อบ้านที่ใกล้ที่สุด รับเกลือมาอย่างรวดเร็วรีบเทผสมกับน้ำแร่แล้วเขย่าๆให้เข้ากันดื่มน้ำเกลือนั้นเพื่อตัดความขมของมะระดาวโลกนี่ทันที
ออมเล็มต้องคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินนะ… แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวอ่ะ ไม่หายขมเลย ให้ตายเถอะพองนี่แหละ พองเอ๊ยแม่เช็ด!
ห้ามหยาบมากกว่านี้แล้วออมเล็ต ต้องคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินเข้าไว้แต่กับความขมของมะระดาวโลกนี้ไม่ไหวอ่ะ น้ำตาจะไหล... ขมจนน้ำตาจะไหลแล้วอ่ะ
“ควรมีเทอร์มอมิเตอร์วัดความขมของมะระั์...”
มีก็บ้าแล้วป่ะ ขนาดยุคศตวรรษที่ 21 ยังไม่มีเลย ออมเล็ตก็พูดไปงั้นแหละ พูดลอยๆอ่ะ
เอาละกลับมาที่เื่ราวปัจจุบันก่อนว่าความขมนี้น้องออมเล็ตได้แต่ใดมา… เริ่มจากว่าเขาแค่อยากเสก(ทำ)อาหารไทยจากเมนูมะระขมๆเพื่อทุกคนนี่แหละ แต่ว่าใครจะคิดว่านอกจากขนาดพืชที่ใหญ่มากๆกว่าเดิมแล้วความขมของเ้ามะระั์นี่ยังจะวิวัฒนาการไปไกลตามกาลเวลาด้วย
รสชาติความขมจัดชนิดที่ว่าแช่ล้างน้ำเกลือแล้วลวกไปสามรอบสี่รอบแล้วยังคงขมปี๋ขึ้นสมองขนาดนี้อ่ะ... โอ๊ย แค่คิดก็เหมือนความขมติดคอจะอาเจียนอีกรอบน้ำตาจะไหลพรากๆ
“คุณชายครับมะระนี่... มะระด้วยรสชาติที่ ‘ขม’ ปกติแล้วไม่นำมาประกอบอาหารมนุษย์นะครับ”
ฌอนมีความรู้ในเื่พืชพอสมควรจึงขยับก้าวมาข้างหน้าถืออาสาชี้แจงอธิบายให้คุณชามสามอังศุมาลินฟัง ยิ้มนุ่มนวลอย่างเอ็นดูกับใบหน้าน่ารักของคุณชายเมื่อสักครู่พร้อมกับทุกคนที่มีดีใจมากและมีความสุขเสมอเมื่อคุณชายสามพยายามที่จะทำอะไรใหม่ๆบ้าง... โดยเฉพาะทำอาหาร
หลังจากที่สังเกตมาคุณชายสามค่อนข้างมีปฏิกิริยาที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติเมื่ออยู่ในห้องครัว เวลาประกอบอาหาร และเวลารับประทานอาหารที่ตนประกอบเอง... ฝีมือการทำอาหารของคุณชายยิ่งไม่ต้องพูดถึงนี่อาจจะเป็พร์ที่ไม่เหมือนใครของคุณชายสามอังศุมาลิน
“มะระเป็พืชชนิดพิเศษครับ เราใช้ในส่วนผสมทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์เสียส่วนใหญ่ ไม่ได้นำมารับประทานเองครับ จะรับประทานก็มีแต่... เหล่าสัตว์บางชนิด
ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์วิวัฒนาการมีสัตว์บางอย่างชอบรสขมมากครับ ยิ่งขมยิ่งดีจึงมีการวิจัยเพิ่มความขมของมะระขึ้นเรื่อยๆอยู่่หนึ่ง ความขมของมะระมีส่วนช่วยให้การวิวัฒนาการพลังของสัตว์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นหรือเติบโตขึ้นจึงกลายเป็อาหารหลักของพวกมันน่ะครับ”
อ้อ นี่กำลังด่าเขาว่าเอาพืชอาหารสำหรับสัตว์มาประกอบอาหารให้คนกิน?
“มะ—มะไม่ใช่อย่างที่คุณชายคิดนะครับ”
“คุณชายทำอะไรก็ต้องออกมาดีและอร่อยแน่นอนครับ”
อื้ม คิโด้อยู่เป็...
‘มะระั์’ คือตัวหลัก แม้ว่าจะพกความขมชวนบรรลัยปวดตับปวดไตมากแค่ไหนแต่ออมเล็ตก็ยังคงมุ่งมั่นแน่วแน่ไม่เปลี่ยนเมนู... หึๆ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าใครจะกลับบ้านบ้างหลังจากที่ให้ลิลลี่ไปสืบถามมา
สำหรับมื้อใหญ่จัดหนักนี้พ่อกับพี่จะต้องจดจำรสมือน้องพร้อมรสขมๆของมะระั์นี้ให้ขึ้นใจแน่!
ในส่วนวัตถุดิบส่วนผสมอื่นๆออมเล็ตก็ได้จัดเตรียมการไว้เรียบร้อยสำหรับมื้อใหญ่หลายคนด้วยความรวดเร็วของเหล่าคุณพ่อบ้านทั้งหลาย งั้นเริ่มกันเลยนะสำหรับเมนูแรกที่พี่ไข่เจียวขอนำเสนอเลยคือ...
“แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ” ออมเล็ตพูดพลางหยิบส่วนวัตถุดิบของเมนูที่เริ่มทำอันดับแรกมา ที่เขาเริ่มจากแกงจืดมะระยัดไส้เพราะขั้นตอนค่อนข้างหลายอย่างดีที่มี... อืม พ่อบ้านจะมาเป็ลูกมือช่วยเขาไหวไหมนะ?
แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ— เตรียมวัตถุดิบโดยมีมะระั์ หมูสับ กระดูกหมู น้ำซุปกระดูกหมู วุ้นเส้น เห็ดหอม แครอทหั่นเป็ชิ้น กระเทียม พริกไทย รากผักชี และเครื่องปรุงรสต่างๆ
เริ่มโดยก่อนหน้านี้เขาทำน้ำซุปกระดูกหมู 1 หม้อไว้แล้วง่ายๆคือ นำกระดูกหมูไปล้างแล้วต้มน้ำทิ้ง 1 ครั้งก่อน แล้วนำกระดูกหมูที่ต้มครั้งแรกมาใส่หม้อ เติมน้ำ ต้มต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง เติมเกลือเล็กน้อย แค่นี้ก็ได้น้ำซุปอร่อยๆง่ายๆแล้ว
นำมะระมาผ่าเป็ท่อนยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ควักไส้ข้างในออกกับขูดตรงขาวๆออกเพราะมีส่วนทำให้มะระขมเช่นกันแล้วล้างทำความสะอาดมะระ
นำกระเทียม พริกไทย และรากผักชีมาตำให้ละเอียดแล้วนำหมูสับมาคลุกเคล้าต่อให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำมันหอยจากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากันดี นำวุ้นเส้นแช่น้ำให้นิ่มแล้วตัดเป็เส้นสั้นๆนำมาคลุกกับหมูสับปรุง จากนั้นค่อยนำหมูปรุงรสไว้แล้วมายัดใส่ในมะระ กดอัดยัดไส้เข้าไปให้แน่นๆเน้นๆ
เสร็จแล้วจึงเริ่มทำแกงจืดมะระยัดไส้หมูสับเลย เริ่มต่อจากตั้งน้ำซุปกระดูกหมูให้เดือด จัดใส่กระดูกหมูลงในหม้อ ใส่เห็ดหอม ใส่แครอท ใส่มะระยัดไว้หมูสับวุ้นเส้นลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย จากนั้นปิดฝาแล้วเปิดไฟค่อนข้างอ่อน ต้มต่อจนกว่ามะระจะสุกนุ่ม เรียบร้อยตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ
[Tips: ส่วนการทำมะระยัดไส้มีวิธีต่อทำให้มะระหายขมนะเช่นการนำไปแช่น้ำเกลือ 10-15 นาทีก่อนนำไปต้มแล้วค่อยนำมายัดไส้ค่ะ แต่ที่ออมเล็ตไม่ทำเพราะอยากให้ขม เข้าใจกันเนอะ]
กลิ่นหอมฉุยแบบฉบับตำรับแกงจืดมะระยัดไส้หมูสับฝีมือโดยออมเล็ตเองส่งกลิ่นหอมทั่วทั้งห้องครัวไม่พอยังเล็ดลอดออกข้างนอกอีกด้วย สีสันหน้าตาของแกงจืดมะระยัดไส้หมูสับร้อนๆน่ารับประทานมาก น้ำซุปสีใสร้อนๆน่ายกซดทั้งกลิ่นหวานหอมน้ำซุปกระดูกหมูสูตรพิเศษยิ่งเพิ่มความเป็เอกลักษณ์ของแกงจืด มะระั์ถูกต้มสุกจนเปื่อยหนานุ่มกำลังพอดีอัดแน่นด้วยไส้หมูสับวุ้นเส้นล้นๆ มีเนื้อกระดูกหมู เห็ดหอม แครอทเพิ่มเข้ามาพร้อมทั้งกลิ่นหอมพริกไทยและรากผักชีที่เพิ่งใส่ลงไปยิ่งส่งกลิ่นหอมชวนเรียกหา... ท้องร้องโครกครากบอกว่ากระเพาะ้าสิ่งนี้
พี่ไข่เจียวขอบอกเลยว่าอร่อยแน่... แต่พี่ไม่ชิมครับ!
“น่าจะมีซุปก้อนจะได้ง่าย”
อืม พูดลอยๆอีกแล้วครับ... ซุปก้อนไง ซุปก้อนอ่ะ ซุปก้อนแบบคะ - นอ - ออร์ อ่ะ!
งดงาม... ในยามที่คุณชายสามอังศุมาลินประกอบอาหารในห้องครัวนั้นคือภาพที่งดงามมาก ใบหน้าหวานล้ำตราตรึงใจและดวงตาสีทองสุกสกาวเปล่งประกายแห่งพลังชีวิต น้ำเสียงที่เอ่ยเกี่ยวกับอาหารแสดงออกถึงความรู้สึก ร่างเล็กอ้อนแอ้นเคลื่อนไหวคล่องแคล่วท่วงท่าไหลลื่นเป็ธรรมชาติชวนน่าหลงใหล
นอกจาก่เวลาที่คุณชายสามอังศุมาลินอยู่ในห้องครัวจะแสดงออกต่างจากเวลาปกติแล้วอาหารที่คุณชายสามประกอบขึ้นยังวิเศษมากด้วย!
“คุณชายเก่งมากครับ น่าทานมากครับ” ราเชนประกบฝ่ามือกุมขึ้นกล่าวชมคุณชายสามอังศุมาลินอย่างให้กำลังใจทั้งดีใจมากที่คุณชายสามเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นและขอให้ดีขึ้นเรื่อยๆ หากคุณผู้หญิงที่ล่วงลับไปแล้วทราบจะต้องดีใจมากแน่
เขายิ้มน้ำตาคลอซึ้งๆไม่สนใจหรอกว่าอาหารที่ประกอบนั้นจะมาจากมะระั์พืชอาหารเลี้ยงสัตว์ แค่คิดว่าคุณชายสามทำออกมาก็ต้องดีและอร่อยน่ารับประทานอยู่แล้ว!
“อะเอื้ออก” มองหน้ากันเองแล้วเสียงกลืนน้ำลายแทบจะพร้อมเพรียงกันของเหล่าคุณพ่อบ้าน... ไม่ต้องเอ่ยกล่าวสิ่งใดก็น่าเข้าใจกันนะ ดวงตาทุกคนจับจ้องมองไปที่พืชสีเขียวมะระั์พลางสลับกับมะระั์ยัดไส้ในหม้อที่มีควันลอยฉุยๆส่งกลิ่นหอมทรมานกระเพาะท้องไส้ หันกลับมามองหน้าแล้วกลืนน้ำลายหนืดเชียว
ทำไมพืชมะระั์เ้าแห่งความขมปี๋อาหารหลักของสัตว์เลี้ยงถึงได้.... สามารถทำให้มะระั์นั่นชวนน่ารับประทานขนาดนี้ ฮือ อยากคุกเข่าสักการะคุณชายสาม!
เมนูต่อไป... ออมเล็ตนิ่งคิดก่อนตัดสินใจเลือกเป็เมนูมะระต้มๆตุ๋นๆเน้นซดน้ำซุปเครื่องผักแน่นหน่อยที่ไม่ใช่่เจก็ทานได้นะ วิธีทำก็ง่ายด้วย
“มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่”
มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่— เตรียมวัตถุดิบโดยมีมะระั์ ผักกาด(ดองแล้ว) เต้าหู้ เห็ดออรินจิ เห็ดหอม เต้าซี่ น้ำมันพืช และเครื่องปรุงรสต่างๆ
นำมะระมาล้างควักไส้ข้างในออกจากนั้นหั่นเป็ชิ้นพอดีคำ แล้วเริ่มโดยการตั้งน้ำให้เดือด ใส่ผักกาดดองลงต้มและตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำเตรียมไว้ จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนใส่เต้าหู้ลงทอดให้เหลืองแล้วค่อยตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่เห็ดหอมลงผัดให้หอมเสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ ใส่เห็ดออรินจิลงผัดให้สุกเสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ ใส่ผักกาดดองลงไปผัดก่อนจากนั้นตามด้วยเต้าหู้ทอด เห็ดหอม และเห็ดออรินจิผัดทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่เต้าซี่ เติมน้ำเปล่าแล้วต้มไปเรื่อยๆ เขาเลือกเติมน้ำเปล่าให้มากหน่อยพร้อมเครื่องปรุงรสเพราะเน้นซดน้ำซุป
ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อน ใส่มะระลงไปผัดจนสุก ตักลงไปผสมกับผักกาดดองที่ต้มรอไว้ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและผงปรุงรสเห็ดหอม ต้มต่ออีกประมาณ 30 นาที ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ
กลิ่นหอมเครื่องตุ๋นน้ำซุปร้อนๆลอยโชยขึ้นมาทันทีไม่ปรานีกระเพาะเลย มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่าย(ผักกาดดอง)และเต้าซี่(ทำมาจากถั่วดำผ่านกระบวนการหมักกับเกลือ)ให้รสชาติเค็มๆมันๆมีกลิ่นหอมเล็กน้อยผสมเคล้ากับกลิ่นหอมและรสชาติน้ำผัดจากเต้าหู้ เห็ดหอม เห็ดออรินจิ มะระ ผักกาดดองและเครื่องปรุงรสรวมกัน พอต้มตุ๋นจนได้ความนิ่มตามชอบเครื่องแน่นน้ำซุปน่าลิ้มลองมาก... ท้องไส้ปั่นป่วนบอกว่ากระเพาะ้าสิ่งนี้
พี่ไข่เจียวขอบอกเลยว่าอร่อยแน่... แต่พี่ไม่ชิมครับ!
กลิ่นหอมหวนรูปลักษณ์หน้าตาของอาหารจากมะระทั้งสองอย่างน่ารับประทานมากทว่าเมื่อเหลือบมองพืชมะระั์แล้วออมเล็ตรู้สึกหน้าชาไหล่สั่นๆพลันรสขมคล้ายจะยังติดในลำคออยู่ ไม่ไหวอ่ะยังไงก็ไม่มีทางชิมแน่นอน ต่อให้หน้าตาออกมาดูดีน่ารับประทานมากแต่เื่รสชาติเขามั่นใจว่า... อร่อย(ขม)แน่นอน เพราะเขาตั้งใจมากให้พ่อกับพี่ได้จดจำ!
คิดถึงตรงนี้แล้วออมเล็ตก็เริ่มอารมณ์ดีจินตนาการถึงรีแอคชั่นของพ่อกับพี่ไว้ล่วงหน้ายิ่งใหญ่มากอยากยิ้มกว้างรอดู ทว่าติดที่การแสดงออกทางกายภาพของคุณชายสามอังศุมาลินกลับมีเพียงยกหยักมุมปากเล็กน้อยเท่านั้น…
สำหรับมื้อใหญ่ออมเล็ตซื้อมะระมาเยอะจึงคิดเมนูมะระต่อไป...
พ่อกับพี่รีบกลับบ้านนะมะระรออยู่~~
-----------------------------
ภาพประกอบ

แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ

มะระตุ๋นเกี่ยมฉ่ายและเต้าซี่
Talk
ฮือออ เป็ตะเอ็นดูยัยน้อนไข่เจียววว ฮือออ อยากบีบๆ ยัยน้อนนน
ใคร ใครบอกว่าพี่ไข่เจียวเสียงอ่อนเสียงหวานเรียกพ่อกลับบ้าน เสียงนั้นมีไว้แค่ตอนอารมณ์ดีสุดๆ เท่านั้นแหละ ส่วนตอนนี้เหรอ.. พ่อกับพี่กล้าเอาคนมาวางข้างกายจับตามองน้องเหรอ หึหึ มะระรออยู่!
‘แด๊ดดี้รีบกลับบ้านนะ’ ออมเล็ตคือดับฝันดับฟีลลิ่งดาเมจอ้อนๆ ที่อิฉันจินตนาการหมดกัน น้องเอ๊ย ฮือ เอ็นดู ตกลงพ่อควรรีบกลับบ้านหรือไม่ควรรีบกลับบ้านนะแต่ยังไงก็เถอะ... มะระรอพ่ออยู่นะ
ส่วนเทอร์มอมิเตอร์วัดความขมกับซุปก้อนก็คือน้องพูดลอยๆ เฉยๆ (ยัยน้อนเอ๊ยยย พี่รองต้องมาหาน้องแล้วป่ะ555)
คืออยากให้ทุกคนจินตนาการถึงมะระของเราที่วิวัฒนาการอัพไซต์อัพโคตรบิ๊กเลเวลความขม มันต้องขมขนาดไหนอ่ะที่น้องอยากหาเทอร์มอมิเตอร์มาวัดอ่ะ (ไรท์ เอ่อ 555 พ่อกับพี่โชคดีนะ)
มันคือมื้อใหญ่ฉะนั้นเมนูมะระยังมีต่อน้า เชิญทุกท่านไปต่อด้วยกันจ้ะ... รอดูปฏิกิริยาของคนบ้านพิชิตไชยศรีเ้าพ่อ DNA หน้าตายไร้อารมณ์เมื่อได้พบกับเมนูมะระของน้องออมเล็ต แต่ถ้าเื่ชิมพี่ขอบายเลย!
น้องออมเล็ตเมื่อลองชิมมะระั์... คีพลุคไว้ๆๆ คีพลุคไว้ลูก!
