ความอดทนของผมสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แบบในเวลาเที่ยงคืนตรง ท้องฟ้านอกหน้าต่างมืดสนิทมีเพียงแสงดาวสลัวเลือนราง ลมอุ่นพัดผ่านยอดไม้พัดพาเอาความเหน็บหนาวจางๆ เข้ามาในห้องนอน
ผมจ้องมองโทรศัพท์มือถือที่เงียบงันไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับจากยัยตัวแสบฝั่งตรงข้าม ความเป็ห่วงปนความกระวนกระวายใจร้อนรุ่มจนผมไม่อาจข่มตานอนหลับลงได้เลยตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมา
ผมตัดสินใจก้าวเท้าเดินลงบันไดบ้าน ถือกุญแจสำรองของบ้านข้าวหอมที่พ่อแม่ของน้องฝากฝังไว้ให้ดูแลบ้านในยามที่พวกเขาไม่อยู่ ผมก้าวข้ามกำแพงปูนเตี้ยกั้นรั้วบ้าน เสียบกุญแจไขเปิดประตูบานเลื่อนกระจกชั้นล่างของบ้านสีขาวเงียบเชียบอย่างเบามือที่สุด ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทำเอาผ้าม่านด้านล่างพริ้วไหว กลิ่นแป้งเด็กหอมสะอาดคุ้นเคยจางๆ ลอยมาแตะจมูก
ผมก้าวเดินขึ้นบันไดไม้ชั้นสองอย่างเชี่ยวชาญ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า ท่ามกลางความมืดสลัวและเงียบงันภายในบ้านสีขาว เดินมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอนของข้าวหอม ลองบิดลูกบิดประตูก็พบว่าล็อกสนิท ผมจึงเสียบกุญแจสำรองอีกดอกไขเปิดมันอย่างแ่เบาแล้วก้าวขาเดินเข้าไปข้างในห้องนอนสีขาวสะอาด
ร่างเล็กกะทัดรัดของข้าวหอมกำลังนอนขดกอดตุ๊กตาหมีม้วนตัวกลมดิบอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา แสงจันทร์สลัวฉายผ่านหน้าต่างระเบียงเข้ามาสาดส่องดวงหน้าหวานใสยามนอนหลับสะดุ้งตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู
"พะ... พี่ธันวา! เข้ามาได้ยังไงครับ!"
ข้าวหอมเบิกตากว้างตาแป๋วด้วยความใสุดขีดลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงดึงผ้าห่มปิดหน้าอก
"พี่ถือกุญแจสำรองที่พ่อแม่เธอฝากไว้ครับข้าวหอม... และพี่มาเพื่อทวงถามคำตอบว่าทำไมเราต้องหลบหน้าพี่ตลอดทั้งวันครับ"
ผมพูดเสียงทุ้มต่ำดุเข้มเรียบขรึม ก้าวเดินจ้ำอ้าวเข้าไปทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียงหนานุ่มของน้องจนฟูกเตียงยุบฮวบลงตามน้ำหนักตัวของผม ร่างสูงใหญ่ของผมโน้มตัวกักร่างบางไว้ภายใต้เงาร่างบึกบึน
ข้าวหอมสีหน้าตื่นตระหนกลนลาน พยายามขยับตัวถอยหนีไปชิดมุมเตียง แต่ผมกลับไวขยับตัวตามเข้าไปคว้าข้อมือเรียวบางของน้องยึดตรึงไว้กับฟูกเตียงหนานุ่มอย่างรวดเร็ว กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขน
"ผม... ผมไม่ได้หลบหน้าครับพี่ธันวา! ผมแค่ติดรายงานกลุ่มค่ำๆ จริงๆ นะครับ..."
ข้าวหอมตอบเสียงสั่นระรัวหลบสายตาคม
"โกหกไม่เนียนเลยครับเด็กดื้อ... ติดรายงานกลุ่มแต่สถานะแชทขึ้นออนไลน์ออนไลน์ตลอดเวลา แถมเมื่อกี๊พี่ยังเห็นเธอยืนจ้องมือถือกดลบข้อความหน้าห้องแชทพี่อยู่เลย... กลัวพี่ดุ หรือเขินเื่วันนั้นจนไม่กล้าสู้หน้าพี่ครับ หืม?"
ผมกระซิบถามเสียงพร่าต่ำข้างแก้มเนียน ค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปากแทบจะชนแก้มกลมสีชมพูระเรื่อที่กำลังร้อนฉ่าลามต่ำลงไปถึงซอกคอขาวระหง
"ฮื้อ... พี่ธันวา... ปล่อยผมก่อนครับ... ผมอาย..."
น้องครางอุทธรณ์เสียงแ่เบาร้องขอน้ำตาคลอเบ้าตาชวนน่ารังแก
---
หัวใจในอกซ้ายของผมเต้นรัวหน่วงโครมครามรวดเร็วจนหายใจไม่ทั่วท้อง ััอุ่นผ่าวจากร่างกายกำยำบึกบึนของพี่ธันวาที่ทาบทับโอบกอดกักขังผมไว้บนเตียงนอนช่างเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ความร้อนจากผิวกายอุ่นของเขาและกลิ่นน้ำหอมสะอาดปนกลิ่นบุรุษเพศสะอาดลอยฟุ้งเข้ามาสะกดประสาทจนผมอ่อนระทวยไร้แรงต้านทาน
"พี่ไม่ได้มาเพื่อฟังคำแก้ตัวครับข้าวหอม... ดื้อหลบหน้าพี่แบบนี้ต้องโดนทำโทษนะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำลึกที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาเอ่ยขึ้น ก่อนที่เรียวปากหนาอุ่นจัดจะบดเบียดจูบกระหน่ำลงมาบนริมฝีปากบางของผมทันทีอย่างเฉียบขาด
จูบของพี่ธันวาในค่ำคืนนี้ช่างเร่าร้อนดุดันและบีบคั้นอารมณ์รักหนักหน่วงกว่าครั้งแรก ปลายลิ้นร้อนของเขาแทรกซอนเข้ามากวาดชิมความหวานชุ่มฉ่ำภายในโพรงปากของผม บดเบียดเน้นย้ำความรู้สึกรักใคร่อย่างบ้าคลั่งจนผมต้องครางเสียงสั่นระริกอื้ออึง ยื่นแขนสั่นเทาไปโอบกอดรัดรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อเป็หลักยึดในห้วงพายุสิเน่หา ร่างกายของผมเบียดชิดกับอกกว้างของพี่ธันวาจนรู้สึกร้อนระอุราวกับเปลวไฟ
ฝ่ามือหนาอุ่นร้อนของพี่ธันวาเลื่อนซุกซนเข้าไปใต้สาบเสื้อนอนบางเบา ลูบไล้ผิวกายเนียนระเรื่อผ่านแผ่นหลังบางและเอวคอดกิ่วอย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยน้ำหนักบีบเน้น ััเนื้อแนบเนื้อจุดประกายไฟรักที่โหมกระพือให้ช่องท้องของผมสั่นะเืปั่นป่วนอย่างรุนแรง นิ้วหัวแม่มือหนาไล้เล็มผ่านจุดยอดอกสีหวานปัดป้องจนกายบางแอ่นสะท้านครางเครือเบาหวิว
พี่ธันวาค่อยๆ ขยับตัวรั้งดึงกางเกงนอนของผมลงช้าๆ ฝ่ามือหนาััแกนกายแกนกลางความแข็งแกร่งตื่นตัวของผมใต้ผ้าห่มผืนหนา ทันทีที่โดนนิ้วอุ่นรูดรั้งลูบไล้อย่างมีชั้นเชิงและอ่อนเบาเน้นย้ำ ััเสียวซ่านลื่นไหลทำให้ช่องท้องสะท้านเกร็ง ผมร้องครางสั่นเครือซบใบหน้าหวานร้อนผ่าวเข้ากับซอกคออุ่นสะอาดของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนพี่ธันวาสั่นสะท้านสะทึกตัวตามไปด้วย
"ฮะ... พี่ธันวา... ผมรักพี่... อย่าดุผมเลยนะครับ..."
ผมหลุดปากสารภาพออดอ้อนเสียงสั่นระริกตาปรือฉ่ำจากััวาบหวาม
"พี่รักเราครับข้าวหอม... ไม่ได้ดุครับ พี่แค่หวงเธอมากที่สุดเท่านั้นเอง..."
พี่ธันวากระซิบตอบเสียงพร่าแหบต่ำ ก่อนจะเร่งจังหวะฝ่ามือปรนนิบัติดึงรั้งอารมณ์รักของผมให้พุ่งทะยานสูงขึ้นเฉียดฟ้า ััร้อนแรงวาบหวามปนเปความหวานล้ำครางสะท้านสลับริมฝีปากที่ประกบจูบเน้นย้ำกันตลอดเวลาจนกระทั่งความเสียวซ่านลึกซึ้งพุ่งแตะปลายทางสูงสุด ร่างกายบางของผมเกร็งสะท้านสุดตัว ปลดปล่อยสายธารแห่งรักสีขาวอุ่นร้อนออกมาจนเต็มฝ่ามือหนาของเขาอีกครั้ง นอนหอบหายใจรัวเร็วหมดสิ้นกำลังกายคาอ้อมกอดแสนแกร่งที่โอบอุ้ม
---
ผมก้มมองใบหน้ายามหอบกระเส่าตัวสั่นน้อยๆ ของข้าวหอมที่พิงนอนหมดสภาพอยู่บนอกกว้างของด้วยความรู้สึกเอ็นดูและรักใคร่ ความกังวลใจเื่น้องจะหลบหน้าหรือกลัวผมเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นใจแสนหวาน
ผมคว้ากระดาษทิชชู่และผ้าชุบน้ำอุ่นมาค่อยๆ เช็ดทำความสะอาดตามนิ้วมือและผิวกายน้องอย่างประณีตและสุภาพที่สุด จัดการดึงสวมเสื้อนอนและกางเกงนอนของข้าวหอมให้กลับมาอยู่ในสภาพเรียบร้อย
ผมเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำอุ่นที่วางอยู่หัวเตียง ค่อยๆ ประคองตัวข้าวหอมให้ลุกขึ้นจิบรดน้ำเพื่อชดเชยน้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายพลางเอื้อมมือหนาไปทาบหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายอย่างประณีตด้วยความหวงแหน
"ตัวอุ่นขึ้นนิดหน่อยนะครับ แต่อุณหภูมิไม่สูง... นอนพักผ่อนนิ่งๆ นะครับเด็กดี"
ผมบ่นน้องเบาๆ ด้วยความอ่อนโยนรักใคร่เสมือนดั่งดวงใจของผมเอง
ข้าวหอมกอดเอวหนาของผมไว้แน่นซุกหน้าเข้าหาแผงอกอุ่นไม่ยอมปล่อย ราวกับกลัวว่าเมื่อลืมตาผมจะหายตัวไปจากเตียงนอนของน้อง
"เลิกหลบหน้าหลบตาพี่ได้หรือยังครับยัยตัวแสบ หืม? คราวหน้าคราวหลังห้ามโกหกว่าติดเรียนเพื่อหลบหน้าพี่อีกนะ รู้ไหมว่าพี่ทรมานใจและเป็ห่วงเราแค่ไหน"
ผมดุบ่นน้องน้ำเสียงนุ่มทุ้มแสนอ่อนหวานลูบศีรษะเบาๆ
"รู้... รู้แล้วครับพี่ธันวา... ผมไม่ได้อยากหลบหน้าพี่ธันวานะครับ... แค่มันเขินจนทำตัวไม่ถูกเฉยๆ ครับ... พ่อแม่ผมรู้เข้าต้องดุผมแน่เลย... แล้วก็ ต่อไปผมจะขอเปลี่ยนล็อกประตูบ้านใหม่แล้วด้วย! พี่ธันวาชอบแกล้งไขกุญแจเข้ามาแบบนี้ผมตั้งตัวไม่ทันเลยครับ"
ข้าวหอมบ่นงุบงิบป้อมแก้มป่องประจบทำเอาผมหัวเราะชอบใจสะท้านอกลูบหัวแก้มใสด้วยความเอ็นดู
"เปลี่ยนสิครับข้าวหอม... ต่อให้เธอเปลี่ยนใหม่ พ่อแม่เราก็ต้องส่งกุญแจดอกใหม่มาให้พี่ถือแทนอยู่ดีแหละครับ หรือถ้ายัยตัวแสบจงใจดื้อกั้นไม่ให้พี่เข้าหาจริงๆ พี่ก็คงต้องถือวิสาสะลักพาตัวเธอไปขังไว้กินข้าวนอนเตียงเดียวกันที่บ้านพี่แทนแล้วล่ะครับ ดีไหมครับหืม?"
ผมแกล้งยิ้มเ้าเล่ห์ดุใส่ขู่น้องให้หายดื้อดึง
"บะ... บ้าเหรอพี่ธันวา! พูดจาอะไรน่ารักน่ากลัวขนาดนั้นเล่าครับ! ผมไม่ใช่สิ่งของที่จะให้พี่อุ้มไปขังไว้ไหนตามใจชอบได้ซะหน่อย"
ข้าวหอมดุผมแก้มแดงแจ๋แต่ก็ขยับหัวทุยหนุนซุกอกผมแน่นขึ้นอย่างยินยอมพร้อมใจ
นอกหน้าต่างกระจก สายฝนปรอยๆ ยามเที่ยงคืนเริ่มตกลงมาเบาๆ ช่วยลดอุณหภูมิภายนอกให้เย็นสบายชุ่มฉ่ำชื้นแฉะ กลิ่นไอดินอุ่นๆ ผสมกลิ่นดอกมะลิจากสวนหลังบ้านลอยโชยมาจางๆ ยิ่งขับเน้นให้ััทางกายภายในอ้อมกอดอบอุ่นใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวบนเตียงนอนหนานุ่มของเราดูอุ่นระอุ ปลอดภัย และแสนวิเศษที่สุดในโลกชานเมืองนี้
ผมขยับกระชับวงแขนแข็งแรงดึงร่างนุ่มนิ่มของข้าวหอมเข้ามาในอ้อมกอดอกกว้าง พลางค่อยๆ นอนราบลงบนเตียงกว้างนอนเคียงข้างน้อง ขยับดึงผ้าห่มผืนหนามาห่มคลุมประคองร่างกายกันความหนาวเย็นให้สองเราอย่างทะนุถนอม
ผมก้มลงจูบซับที่เปลือกตาที่หลับพริ้มและซอกหูบางของน้องอย่างแสนรักเพื่อส่งเข้านอนสะกดจิตใจ สองมือของเราสอดประสานเกี่ยวกอดแ่าท่ามกลางความเงียบสงบอบอุ่นภายในห้องนอนบ้านเดี่ยวสีขาวหลังนี้ บทลงโทษแสนหวานและบทเรียนบทที่สองในค่ำคืนพายุฝนนี้ช่างงดงามตราตรึงใจ และทำให้ความสัมพันธ์ที่ก้าวลึกซึ้งเหนียวแน่นขึ้นไปอีกระดับ จนไม่มีสิ่งใดหรือระยะห่างใดๆ มาพรากเราสองคนออกจากกันได้อีกแล้วล่ะครับ