“ฮันนี่! แขนคุณมัน!”
เมื่อแซนนี่เห็นแขนขวาของดอนที่ค่อยๆหลุดออกจากกัน มันทำให้เธอใร้องออกมาจนหน้าถอดสี ถึงแม้ปกติจะซีดอยู่แล้วก็เถอะ
ที่แขนของดอนขาดมันมีปัจจัยอยู่สี่อย่าง ปัจจัยที่หนึ่ง แผลฉกรรจ์ที่ถูกกัดลึกจนถึงกระดูก ปัจจัยสอง ถูกเผาไหม้จากภายนอกด้วยเปลวไฟของเดรกอัคคี ปัจจัยที่สาม การเผาไหม้จากภายในที่ดูดซับพลังเวทย์ไฟด้วยความสามารถจากการกลายพันธ์ ปัจจัยที่สี่ แรงกระแทกครั้งล่าสุดที่รุนแรงจนทำให้เดรกกระเด็นถอยหลังได้ในหมัดเดียว
“โอ้แย่ละ…”
ดอนมองแขนของตัวเองที่กำลังตกลงสู้พื้นดินด้วยท่าทางที่เรียบเฉยไม่ได้แสดงอาการวาดวิตกอะไร แต่ภายในใจนี่ว้าวุ่นเลยทีเดียว หากถูกตัดแขนขาดด้วยดาบธรรมดาก็ยังพอมีทางที่จะต่อมันให้กลับเป็ดังเดิม แต่นี่มันถูกเผาทั้งภายนอกและภายใน ทำให้เส้นประสาทบริเวณนั้นตายไปจนหมด
“พวกเราต้องรีบไปช่วยแล้ว!”
“อย่าเข้ามา!”
เดเวนตัดสินใจเข้าไปช่วยตอนที่ตอนนี้เหลือแขนเพียงข้างเดียวต่อสู้กับเดรกให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย พวกเขาทั้งหมดจึงพุ่งออกมาจากที่ซ่อนเพื่อเข้าไปเป็กองหนุน แต่ก็ต้องหยุดนิ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงสั่งห้ามของดอนพร้อมกับกางแขนข้างเดียวออกเป็สัญญาณมือว่าห้ามเข้ามาอีกที
ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาอ่อนแอแล้วจะมาถ่วงแข้งถ่วงขาของดอน แต่เขาคิดเพียงแค่ว่าพวกนั้นแข็งแกร่งไม่พอที่จะหยุดมันได้ มันเลยไม่ต่างจากวิ่งเข้าไปมันบดขยี้อย่างง่ายดายราวกับทิ้งขยะให้ถูกประเภท
ฮึ๊บ!
ดอนสูดลมหายใจเข้าไว้เต็มปอดแล้วพุ่งเข้าไปใส่เดรกอีกครั้ง ซึ่งมันหันหลังหวังฟาดหางใส่ดอนที่เข้ามาใกล้ โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นจะเป็ผลร้ายต่อตัวมันเอง
เมื่อหางของมันเกือบประชิดตัว เขาจึงะโเอียงตัวเอาขารับหางของมันเอาไว้แล้ววิ่งเข้าหาตัวมันโดยใช้เหวี่ยงของมันเป็แรงโน้มถ่วงในแกนนอน และปล่อยหมัดซ้ายที่กำสนับมือแน่นใส่หน้าของมันด้วยแรงทั้งหมดที่สามารถชกออกไปได้
อ๊าก!
มันร้องออกมาด้วยความเ็ปและหัวของมันที่เหวี่ยงไปตามแรงปะทะ สร้างความมึนเมาให้มันได้เป็อย่างมาก
“ก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า ★!”
ดอนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมีเสียงปลิ๊งและดาวสีเหลืองโผล่ออกจากที่ไหนก็ไม่ทราบเมื่อได้เห็นเดรกมันดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นเพราะความเ็ป
ก๊อบๆ!
“แขนเดียวก็ใส่เดี่ยวได้โว้ย”
เขาเดินเข้าไปหามันพร้อมกับสะบัดคอซ้ายทีขวาทีจนเกิดกระดูกลั่นดังออกมาให้คนอื่นได้ยิน โดยภายในหัวก็มีแผนง่ายๆคือการยำไอ้เดรกที่อยู่ตรงหน้าไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะยอมเป็ลูกน้องของเขา
หากมันมีความสามารถในการอ่านความคิดมันคงพยายามหนีมากกว่าเลือกเผชิญหน้ากับไอ้กิ้งก่าวิปริตผิดธรรมชาติอย่างที่มันกำลังทำอยู่
“จะสู้หรอ? ไหวรึป่าว~”
เขาพูดออกมาด้วยความสนุก เพราะมันอึดพอที่จะทนหมัดแบบสุดแรงของเขาได้ แถมตอนนี้มันก็ตั้งท่าเตรียมพุ่งเข้าใส่แม้ว่าโอกาสชนะมันไม่ได้มากกว่าครึ่งด้วยซ้ำ แต่แววตาของมันยังเต็มไปด้วยโทสะและความมุ่งมั่นในการโค่นผู้รุกรานที่เข้ามาหามันอย่างไม่รู้ทุกข์ร้อน
โฮก!
มันคำรามเสียงดังสนั่นเพื่อขู่ขวัญผู้รุกรานที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่ามันจะไม่ได้ผลก็ตาม ก่อนกระโจนเข้าใส่ดอนด้วยความเร็วที่ขัดแย้งกับขนาดตัวของมัน แต่จู่ๆมันก็หยุดไปกลางคันแล้วหันหลังวิ่งกลับไปอย่างสุดกำลัง
“หนีไปไหนล่ะเห้ย!”
ดอนที่เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามไปทันที ใครจะไปคิดว่าไอ้ร่างกายที่ใหญ่โตขนาดนั้นจะวิ่งได้ไวขนาดนี้
‘บ้าอะไรวะน่ะ’
เมื่อมาถึงสถานที่ที่เดรกนั่นหยุดเคลื่อนไหว มันก็ทำให้ดอนพบกับไข่ขนาดใหญ่เท่าตัวของเขาพร้อมกับเดรกที่นั่งลงเอาหัวเข้าไปใกล้ไข่ใบนั้นพร้อมกับส่งพลังเวทย์ของมันเข้าไป แต่เพราะการสู้ก่อนหน้านี้ มันจึงอ่อนกำลังลง และพลังเวทย์ที่เดิมทีไม่เพียงพออยู่แล้วกลับถูกใช้ออกไปอย่างไม่ยั้งคิด ทำให้ตอนนี้มันกำลังรู้สึกทรมาณจากการสูญเสียพลังเวทย์ในอัตราที่มันไม่สามารถรับได้ไหว
“แกกำลังทำอะไร!?”
ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ทำให้ดอนเข้าไปใกล้ไข่ใบนั้นแล้วยื่นมือซ้ายแบบกึ่งแบมือออกไป ทำให้เดรกตัวนั้นใเพราะมันไม่รู้สึกตัวว่ามีตัวอะไรเข้ามาใกล้เนื่องจากกำลังจดจ่ออยู่กับการโอนถ่ายพลังเวทย์
“หุบปากแล้วทำต่อไปเถอะน่า คิดว่าแกเหลือพลังเวทย์มากพอรึไง?”
ดอนหันไปต่อว่าคุณแม่เดรก(?)ตัวนั้นก่อนจะส่งพลังเวทย์ของตนออกไป ร่างกายที่อยู่ในสถานะเผาไหม้ค่อยๆกลับมาในสภาพเดิมอย่างช้าๆ เช่นเดียวกับแผลที่แขนขวา เืที่ควรไหลออกมาั้แ่ก่อนหน้านี้ค่อยๆไหลออกมาเป็สายลงสู่พื้นดิน แต่เ้าตัวก็ยังไม่ได้ให้ความสนใจมันแต่อย่างใด
แกร๊ก~ แกร๊ก~
ไข่ขนาดใหญ่เริ่มสั่นไหวเมื่อมันได้รับพลังเวทย์เข้าไปเป็จำนวนมาก ไม่นานมันก็เกิดรอยร้าวขึ้นพร้อมกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่กำลังดันเปลือกไข่ออกมา
“ปะป๊า มะม้า”
เมื่อลูกเดรกตัวน้อยคลานออกมาจากเปลือกไข่ได้สำเร็จ มันจึงมองไปที่ดอนและเดรกตัวใหญ่ที่อยู่ห่างกันไม่มากสลับไปมาอย่างไร้เดียงสา และร้องเรียกทั้งสองด้วยเสียงเล็กๆของมัน
หะ!?
ทั้งสองรู้สึกช็อคทันทีเมื่อได้ยินลูกเดรกตัวน้อยร้องเรียกออกมาอย่างนั้น เดรกสาวช็อคที่ลูกของเธอเรียกไอ้คนที่ไอ้คนที่ทำร้ายเธอว่าพ่อ ส่วนดอนก็ช็อคที่ตัวเองพึ่งออกมาจากบ้านมาได้ไม่นานก็มีเมีย แถมตอนนี้กลายเป็ว่ามีลูกแล้วด้วย
“ไม่ๆๆลูกจ๋า ไอ้บ้านี่ไม่เหมาะที่จะเป็ปะป๊าของหนูหรอกนะ”
เดรกสาวบอกลูกของเธอแล้วส่ายหน้าไม่หยุดจนคอแทบหลุดออกมาพร้อมกับชี้นิ้วไปทางดอนที่ยืนเอ๋ออยู่
“ใช่ๆๆ ฉันไม่เหมาะเป็พ่อของเธอนะเ้าหนู”
ดอนที่ได้สติแล้วก็ใช้มือซ้ายชี้หน้าตัวเองแล้วพูดออกมาด้วยหน้าตาเอ๋อๆเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านี้
ปะป๊า!
ไม่ปล่อยให้ยืนมึนอยู่ถอยๆ ลูกเดรกตัวน้อยก็ะโเข้าไปเกาะตัวดอนจนเ้าตัวใช้แขนที่ข้างเดียวประคองเอาไว้ไม่ใช้ร่วงหัวทิ่มดินแล้วก็หลับไปทั้งๆแบบนั้น
“เอ่อ… จะเอาไงต่อ?”
ดอนนั่งลงพร้อมหันไปถามเดรกสาวโดยมีลูกของพวกเขา(?)เกาะแน่นไม่ยอมปล่อย
“เราต้องคุยกันให้รู้เื่แล้วล่ะ…”
แล้วทั้งคู่ก็ต้องมานั่งปรับความเข้าใจกัน จะให้สู้กันต่อตอนนี้มันก็คงไม่ทันแล้
ว และรอจนกว่าพวกที่เหลือจะมาถึงเพราะดอนไปไหนไม่ได้แล้วจากการเสียเืและพลังเวทย์ที่มากเกินไป