ตอนที่ 7 โลกใหม่ ร่างใหม่
ดาวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอลุกพรวดขึ้นนั่งและมองไปรอบๆห้อง ก่อนจะถอนใจเสียงดังเมื่อพบว่าตอนนี้เธอยังอยู่ในห้องเดิมสวมชุดจีนกรุยกราย ร่างกายอ้อนแอ้นอรชร
ดวงตากลมโตหันไปเห็นกระจกที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างดาวจึงถลาไปหามัน ภาพเงาของเธอสะท้อนอยู่ในกระจก เมื่อวานเธอไม่ทันได้สำรวจการเปลี่ยนแปลงไปของร่างกายได้เต็มที่เนื่องจากความสับสนและเหตุการณ์ชุลมุนต่างๆที่เกิดขึ้น
เธอมองดูใบหน้าของตนเองที่ตอนนี้เรียวสวยอย่างพินิจพิเคราะห์ผิวเนียนละเอียดจากการถูกปรนนิบัติมาอย่างดีรอยสิวที่เธอเคยมีตอนนี้ไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญมันขาวมากจนเหมือนจะเรืองแสงได้เลยทีเดียว
ดาวแตะไปตามแขนตามขาของตัวเองมือเรียวมาหยุดอยู่ตรงพุงที่เมื่อก่อนมันเคยใหญ่กว่านี้หลายเท่าตอนนี้มันกลับราบเรียบเหมือนไม่เคยรู้จักหมูกระทะมาก่อน ดาวมองตัวเองไปก็ใไป ลูบเนื้อตัวเล็กๆของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างคนเสียสติเธอไม่ชินกับความรู้สึกนี้เลย สรุปว่าเธออยู่ในยุคจีนโบราณจริงๆใช่ไหม?เธอยังไม่อยากจะเชื่อเลย
มือเล็กคว้ากระจกไปนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงส่องแล้วส่องอีกก่อนจะย้อนคิดว่าอะไรทำให้เธอมาอยู่ที่นี่อะไรคือสิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้
‘สร้อยคอ’ใช่แล้วสิ่งสุดท้ายที่เธอแตะนั่นก็คือสร้อยคอราคาสองพันห้าที่เธอได้มาจากคุณป้าปริศนาเธอจำได้ว่าแค่แตะครั้งเดียวเบาๆ เธอก็ วาร์ปมาอยู่ที่นี่ทันทีหากเธอแตะมันอีกครั้ง เธออาจจะกลับไปยังโลกของเธอก็เป็ได้
ว่าแล้วร่างเล็กก็ลุกพรวดขึ้นมา ก่อนจะลงมือค้นข้าวของในห้องของตนเองยกใหญ่ส่งผลให้เกิดเสียงดังขลุกขลักอันเป็ที่แปลกใจของคนในเรือน สาวใช้คนสนิทรีบวิ่งเข้ามาไถ่ถามคุณหนูของเธอด้วยสีหน้าเป็กังวล
“คุณหนูทำอะไรน่ะเ้าคะ?”
หลี่จิ้ง เป็สาวใช้หน้าตาน่ารักที่เติบโตมาในตระกูลหยางเนื่องจากพ่อแม่ของนางฐานะยากจนและมีลูกเยอะ ดังนั้นหลี่จิ้งจึงต้องมาอยู่ที่นี่ั้แ่ยังเด็ก โดยหน้าที่ของเธอคือคอยดูแลคุณหนูหยางลี่ซิงบุตรีของตระกูล อีกทั้งยังค่อยเป็เพื่อนเล่นอีกด้วย ดังนั้นเธอจึงรู้จักนิสัยของคุณหนูของนางดี และนางก็สังเกตได้ว่า ั้แ่คุณหนูของนางฟื้นขึ้นมาก็ดูเหมือนสติจะไม่สมประกอบ เมื่อก่อนคุณหนูเป็หญิงสาวที่มีกิริยามารยาทเรียบร้อยอย่างกุลสตรีชั้นสูงท่วงท่าสง่างามราวหงส์ แต่ตอนนี้ นางกลับกระโดกกระเดก พูดจาไม่ค่อยรู้เื่แถมร่างกายที่เคยอ่อนแอตอนนี้กลับมีกำลังวังชาราวกับม้าศึก
หลี่จิ้งคิดพลางมองคุณหนูของนางที่กำลังดันตู้ไม้หนักๆออกราวกับกำลังมองหาสิ่งของบางอย่างด้านหลัง เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนไม่ตอบเพราะกำลังจดจ่อกับการหาของอยู่ นางจึงตัดสินใจถามออกไปอีกครั้ง
“คุณหนูกำลังหาอะไรอยู่หรือเ้าคะ?”
ดาวหันมาหาสาวใช้ด้วยแววตามีความหวังเธอยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ทั้งๆที่ในใจไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าจะหาสร้อยคอให้เจอ เธอถาม
“สร้อยน่ะสร้อยคอสีแดง มันอยู่ไหนเหรอ?”
“สร้อยคอสีแดงเหรอ...?”สาวใช้ทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว
“ไม่มีหรอกเ้าค่ะไม่มีสร้อยเส้นไหนของคุณหนูที่มีสีแดง เราต่างรู้ว่าอัญมณีสีแดงนั้นหายากจะตายไป”
“แล้วท่านพ่อล่ะมีไหม?”
อีกครั้งที่สาวใช้ส่ายหน้าดาวจึงลงมือหาต่ออย่างคนหัวดื้อ สำหรับเธอแล้ว สร้อยคอเ้าปัญหาเส้นนั้นต้องอยู่ตรงไหนสักที่ไม่คิดเลยว่าสร้อยคอสองพันห้าจะมีฤทธิ์เดชขนาดนี้ แล้วทำไมมันต้องมาสำแดงฤทธิ์กับเธอด้วยทำไมต้องเป็เธอ?
ดาวใช้เวลาครึ่งค่อนวันหาของที่เธอก็ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่อย่างไม่ลดละคนใช้ในบ้านถูกเกณฑ์มาช่วย สมบัติทุกชิ้นถูกรื้อออกมาจนหมด ดาวยังคงหาต่อไป
“ลี่ซิงนี่เ้ากำลังทำอะไร?” ผู้เป็พ่อที่เพิ่งกลับมาจากด้านนอกเอ่ยถามขึ้นด้านหลังของลูกสาวหลังจากที่เห็นว่าทุกคนในเรือนดูวุ่นวายกันไปหมด ดาวจึงหันมาตามเสียงนั้นทันที
การได้เห็นหน้าผู้เป็พ่อทำให้หญิงสาวลืมเื่สร้อยคอไปชั่วขณะเธอจ้องมองเขาด้วยอาการน้ำตาคลออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโผเข้ากอดร่างของชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเหมือนพ่อของเธอทุกกระเบียดนิ้ว
หลังจากเื่วุ่นวายเมื่อวานเธอลืมนึกถึงการมีพ่ออยู่ตรงนี้ไปเสียสนิท อันที่จริง เธอค่อนข้างสับสนกับทุกอย่างรอบตัวเป็อย่างมากในใจของหญิงสาวยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเหตุการณ์น่าเหลือเชื่อทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นกับเธอจริงๆแต่ทุกครั้งที่เธอหันไปรอบกาย ทุกอย่างที่ได้ยิน และทุกครั้งที่สุดลมหายใจเข้าออกเธอก็รับรู้ได้ถึงสถานที่และสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวจึงจำใจต้องเชื่อว่านี่คือของจริง
“ลูกดีขึ้นแล้วรึเ้าดาวน้อยของพ่อ?” ผู้เป็พ่อเรียกชื่อเล่นของเธออย่างอ่อนโยน มือใหญ่ลูบศีรษะของหญิงสาวเบาๆอย่างปลอบประโลม
ชื่อในภาษาจีนของร่างคือ‘ลี่ซิง’ มีความหมายว่า ดวงดาวที่พร่างพรายระยิบระยับซึ่งมันพ้องกับชื่อไทยของเธอ ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น
คำว่า‘เ้าดาวน้อย’ จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน มันทำให้เธอรู้สึกว่าเธอถูกเรียกชื่อของตัวเองอยู่ตลอดเวลาถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่ร่างกายของเธอ ไม่ใช่โลกของเธอก็ตาม
“หนูคิดถึงพ่อจังเลยค่ะ”หญิงสาวฟูมฟายน้ำหูน้ำตาไหล ในขณะที่ยังกอดพ่อไว้ไม่ปล่อย เธอรู้สึกเหมือนว่านี่คือพ่อของเธอจริงๆขนาดกลิ่นกายของเขายังเหมือนพ่อของเธอไม่มีผิด
“เ้าเด็กโง่ พ่อไม่ได้ไปไหนเสียหน่อยเ้าคิดถึงพ่อก็แค่เดินไปหาพ่อที่ห้องเท่านั้น” พ่อกล่าวพลางยิ้มขันในกิริยาท่าทางของลูกสาวพลางใช้มือใหญ่ลูปไปบนศีรษะเล็กๆอย่างเอ็นดู
นิสัยขี้อ้อนแบบเด็กๆนี้หายไปนานแล้วั้แ่ที่ลี่ซิงย่างเข้าสู่วัยปักปิ่นนางมักจะสำรวมกิริยามารยาทและสงวนท่าทีของนางอย่างหญิงสาวตระกูลผู้ดีเสมอ แต่วันนี้นางกลับมาออดอ้อนเขาราวเด็กน้อยไร้เดียงสา ถามว่าน่าแปลกใจหรือไม่? ก็คงตอบว่า ใช่แต่หากถามว่าคนเป็พ่ออยากให้ลูกสาวของตนเองเ็าอย่างที่ผ่านงั้นหรือ?เขาก็คงตอบว่า ไม่
“เ้าดาวน้อยของพ่อ ร้องไห้เป็เด็กไปได้ว่าแต่...นี่เ้ากำลังทำอะไรอยู่รึเหตุใดจึงรื้อค้นสมบัติของตระกูลออกมามากมายเช่นนี้?”
ดาวผละออกจากอกพ่อเธอปาดน้ำตาก่อนจะกล่าวเหมือนได้สติ
“ลูกหาสร้อยคอเ้าค่ะ”
“สร้อยคอรึ?”
“เ้าค่ะ สร้อยคอสีแดง”
ผู้เป็พ่อทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าเบาๆด้วยกิริยาสง่างามที่ดูจะเป็บุคลิกของเขาในโลกนี้
“พ่อไม่รู้เลยว่าเรามีสร้อยคอแบบนั้นด้วยเ้าทำมันหายรึ?”
ดาวส่ายหน้าจนปอยผมที่ยุ่งอยู่แล้วหลุดลุ่ยั้แ่เมื่อวานหลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ร่างกายใต้เสื้อผ้าก็ยังไม่ถูกน้ำเลยจะพูดให้ถูก ห้องน้ำก็ยังไม่ได้เข้าเสียด้วยซ้ำ หญิงสาวกล่าวต่อ
“หนูตามหามันเท่านั้นค่ะหนูอยากกลับบ้าน”
ทั้งผู้เป็พ่อและคนใช้ที่ได้ยินคำพูดนั้นต่างก็งงเป็ไก่ตาแตกั้แ่คุณหนูของพวกเขาฟื้นขึ้นมาจากความตาย ก็ชอบพูดอะไรแปลกๆแถมนิสัยและกิริยาท่าทางก็แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“เอาเถอะค่ะไม่เจอก็ไม่เป็ไร” ดาวกล่าวด้วยใบหน้าเศร้าๆ โดยที่ผู้เป็พ่อมองกิริยานั้นอยู่ตลอดด้วยความที่เขาไม่อยากเห็นลูกสาวเศร้าไปมากกว่านี้ เขาจึงตัดสินใจกล่าว
“อย่าเศร้าไปเลยลูกพ่อเอาอย่างนี้ดีหรือไม่? วันนี้พ่อให้เ้าออกไปเที่ยวเล่นในตลาดได้เ้าอยากจะซื้ออะไร พ่ออนุญาตทั้งหมด”
เมื่อได้ยินคำว่าเที่ยวเล่นดาวก็นึกขึ้นมาได้ว่า ด้านนอกประตูบานใหญ่ของตระกูลนี้มีตลาดอยู่เธอเองก็อยากรู้อยากเห็นว่าโลกที่เธอเพิ่งจะตื่นขึ้นมานี้จะเป็อย่างไร
ว่าแล้ว ดาวก็หันมาหาผู้เป็พ่ออย่างลิงโลดก่อนจะโผเข้ากอดเขาเป็การขอบคุณปากก็พร่ำบอกว่าพ่อของเธอใจดีที่สุดในโลก กิริยาไม่สำรวมแต่น่ารักน่าชังนี้อยู่ในสายของผู้เป็พ่อและคนรับใช้ภายในบ้านถึงจะรู้สึกประหลาดใจกับท่าทาง คำพูด และนิสัยที่แปลกไป แต่พวกเขาก็ชอบเวอร์ชันนี้ของเธอมากกว่าเวอร์ชันที่สุภาพเรียบร้อยแต่เจ็บไข้และจืดชืด
หยางเลี่ยงจิน มองดูลูกสาวคว้าแขนหลี่จิ้งให้พาไปอาบน้ำพลางเจื้อยแจ้วเป็ด้วยภาษาจีนที่ผิดๆถูกๆไม่หยุด เขายิ้มรู้สึกสุขใจที่เห็นดาวน้อยของเขาสดใสถึงเพียงนี้ เขาหวังเหลือเกินว่าการฟื้นขึ้นมาจากความตายของนาง จะนำพาความสุขสมหวังมาสู่นางตลอดไป
*****************************************************
ดาวก้าวเข้ามาในห้องอาบน้ำควันฉุยที่มีถังไม้ขนาดใหญ่อยู่ในนั้นแถมยังมีกลิ่นหอมที่เธอเองก็บอกไม่ถูกว่ามันคือกลิ่นอะไร
“มาเ้าค่ะให้ข้าถอดชุดให้” หลี่จิ้งกำลังจะจับชุดของนายสาวแต่ดาวกลับเบี่ยงตัวหนีเสียก่อน
“เดี๋ยวๆ เธอจะทำอะไร?”
“ข้าจะถอดเสื้อผ้าให้ท่านอย่างไรเล่าเ้าคะอย่างที่ข้าเคยทำ”
“หมายถึงถอดหมดเลยอะเหรอ?”
“อื้ม” สาวใช้พยักหน้าดาวจึงถามต่อ
“แบบว่า...ไม่เหลืออะไรเลยอะเหรอ?”
“อื้ม”
“แบบว่า เห็นหมดเลยอะเหรอ?”
“ใช่เ้าค่ะเหมือนกับที่ข้าเคยทำอยู่เป็ประจำไงเ้าคะ”
ดาวถึงกับตาโต เธอไม่เคยเปิดเผยขนาดนั้นให้ใครเห็นมาก่อนเลยในชีวิตแม้กระทั่งกับมิ้นต์เพื่อนสนิทของเธอก็ตาม และเธอก็คงยอมไม่ได้ที่มันจะเกิดขึ้นตอนนี้ดาวยื่นข้อเสนอ
“เอาอย่างนี้ดีไหม?วันนี้ ฉันจะอาบน้ำเอง เธอไปเตรียมชุดที่สวยที่สุดให้ฉันดีกว่า”
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องแต่หรอกไปเตรียมชุดสวยๆไว้ให้ฉันนะ”
ว่าแล้วดาวก็ผลักสาวใช้ออกไปอย่างไม่ไยดีก่อนจะปิดประตูใส่หน้าทันที เล่นเอาหลี่จิ้งเองก็งุนงงไม่แพ้กัน
ดาวหันมาหาถังน้ำอุ่นใบใหญ่ก่อนจะเริ่มจัดการกับชุดกรุยกรายของตนเอง ตั้งใจจะปลดมันออกเพื่ออาบน้ำเสียทีเพราะเธอก็รู้สึกเหนียวตัวพอสมควร แต่กิริยาที่เธอกำลังทำอยู่ขณะนี้จะเรียกว่าถอดเสื้อก็คงไม่ได้เพราะมันดูทุลักทุเลเสียเหลือเกิน เธอใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะถอดมันออกสำเร็จ ดาวเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อความมั่นใจอีกรอบว่าเธอกำลังอยู่ลำพังก่อนจะจัดการปีนขึ้นไปบนถังไม้
เมื่อปลายเท้าของเธอัักับน้ำอุ่นๆเธอก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวหลับตาลงก่อนจะนึกย้อนไปถึงเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับเธอมือเรียวๆลูบไล้ไปตามร่างกายที่ดูเหมือนจะเป็ของเธอ แต่มันไม่ใช่ของเธอ เ้าของร่างนี้ผอมขาว ตัวเล็ก สเปคหนุ่มๆในยุคปัจจุบันมากๆ หากร่างกายของเธอเป็แบบนี้ในยุคนั้นเธอก็คงสวยไปเบา เสียดายตรงที่ว่า ตอนนี้ เธอแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลี่ซิงคนนี้เลยลี่ซิงตัวจริงนิสัยอย่างไง? ใช้ชีวิตแบบไหน? ทำไมลี่ซิงถึงมีหน้าตาเหมือนกับเธอ? แล้วทำไมทั้งสองถึงมีพ่อที่หน้าเหมือนกันราวกับถอดแบบกันมา
ตอนนี้เธออยู่ในยุคไหน?กษัตริย์ชื่ออะไร? แล้วยังมีคนอื่นที่ข้ามยุคหรือข้ามภพมาเหมือนเธอหรือไม่? คำถามมากมายเต็มหัวไปหมดเธอไม่รู้จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เธอไม่รู้จักใบนี้อย่างไร มันไม่ใช่แค่ปัญหาเื่ภาษาที่พูดกันไม่ค่อยจะรู้เื่แต่มันคือโลกที่เธอแทบจะไม่รู้จักอะไรเลยด้วยซ้ำหากเธอจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปจนแก่ตาย เธอจะทำอย่างไร? แล้วอาแทนที่อยู่ในโลกใบนั้นจะอยู่ได้ไหม? ถึงแม้ว่าเธอจะเคยผ่านปัญหาร้ายๆหลายอย่างในชีวิต แต่ปัญหานี้เธอไม่รู้จะเริ่มแก้ตรงไหนก่อนดี สิ่งเดียวที่เธอทำได้ตอนนี้คือพยายามหาสิ่งที่เธอคิดว่าเป็ต้นเหตุให้พบ และทำตามอย่างที่ให้ซีรี่ส์ทำไม่ลองก็คงไม่รู้
ในขณะที่นั่งหลับตาปล่อยใจไปกับความคิดอยู่นั่นเองดาวก็ลืมตาโพลงขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุยหญิงสาวมองซ้ายมองขวาหาสิ่งที่เธอไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงไหม ‘กระโถน’ เธอกำลังมองหากระโถนเพราะตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกว่าข้าศึกกำลังเข้ามาประชิดแล้ว จะปล่อยในถังน้ำนี้ก็ไม่ได้แถมเธอก็ไล่สาวใช้กลับไปที่ห้องแล้วด้วย ที่นี่เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี?
เมื่อเวลาจวนตัวมาถึงหญิงสาวตัดสินใจใส่เสื้อผ้าตัวเก่าอย่างลวกๆและวิ่งสี่คูณร้อยไปห้องของเธออย่างไวไม่สนใจสายตาของเหล่าคนใช้ในเรือนที่มองเธอเป็ตาเดียว สภาพที่พวกเขาเห็นคือคุณหนูตระกูลหยางกำลังวิ่งด้วยความเร็ว เสื้อผ้าของเธอเปียกปอนมือทั้งสองข้างจับชายเสื้อที่ยังไม่ได้สวมให้เข้าที่ไว้แน่น โชคดีที่คนใช้ที่พบเห็นเธอล้วนเป็ผู้หญิงทั้งสิ้นจึงถือว่าไม่อุจาดมากนัก
ดาวเปิดประตูห้องของเธอจนประตูไม้ทั้งสองฝั่งชนเข้ากับผนังห้องเสียงดังมันดังจนสาวใช้ของเธอที่กำลังเตรียมเสื้อผ้าสะดุ้งโหยงดาวพูดออกมาประโยคเดียวเท่านั้น ประโยคที่ทำให้รู้ว่า เธอคงทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
“สอนฉันใช้ห้องน้ำเดี๋ยวนี้!”
**************************************************
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าดาวจะเรียนรู้การใช้ห้องน้ำรวมไปถึงการสวมเสื้อผ้าที่วุ่นวายพอๆกับตอนตัดเสื้อผ้าใหม่ไหนจะเื่ทรงผมที่ดาวเรียกมันว่า ‘งานฝีมือ’ เธอใช้เวลาไปกับเื่เสื้อผ้าหน้าผมจนเวลาล่วงเลยมาถึงยามสาย
ตอนนี้ดาวและสาวใช้ก้าวผ่านธรณีประตูออกไปสู่ตลาดเป็ที่เรียบร้อยตัวตากลมโตของเธอสอดส่ายไปมา มองโน่นมองนี่อย่างอยากรู้อยากเห็น ขาเรียวใต้กระโปรงกรุยกรายพาร่างเล็กๆของเธอไปข้างหน้าอย่างะโโลดเต้นทุกสิ่งเบื้องหน้าของเธอมันเป็สิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้น ครู่ใหญ่ กว่าเธอจะสังเกตได้ว่าผู้คนที่เดินกันขวักไขว่มองเธอตลอดทางแถมมองด้วยสายตาแปลกๆเสียด้วย
“ทำไมพวกเขามองฉันแบบนั้นล่ะ?” ดาวหันไปถามหลี่จิ้งที่ติดตามมาด้วย
“พวกเขาลือกันว่าคุณหนูฟื้นขึ้นมาจากความตายซึ่งมันเป็เื่ที่พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน”
ดาวในร่างลี่ซิงมองไปรอบๆเธอแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ไม่มีใครมีท่าทางจะหลบสายตาเลยพวกเขาเอาแต่จ้องอย่างเอาเป็เอาตายราวกับเธอเป็ตัวประหลาดอย่างนั้นแหละ ดาวพยักหน้าให้กับคำพูดของหลี่จิ้งสาวใช้คนสนิทจึงกล่าวต่อ
“พวกเขายังลือกันอีกว่า ั้แ่ท่านฟื้นขึ้นมา สติของท่านก็ไม่สมประกอบ บ้างก็ลือกันไปอีกว่าท่านคือิญญาร้ายที่มาสิงสู่ร่างของคุณหนูลี่ซิงเ้าค่ะ”
ดาวถึงกับตาโต เธอไม่ใช่คนไม่สมประกอบแต่อย่างใดแต่ไอ้เื่สิงร่างนั้นเป็เื่จริง เพราะเธอไม่ใช่หยางลี่ซิง ไม่ใช่คนของโลกนี้เธอเพียงแต่ตื่นขึ้นมาในร่างนี้เท่านั้น ส่วนคำว่า ‘ิญญาร้าย’ เธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเธอก็ไม่ใช่นางฟ้าผู้แสนดีมาจากไหนเพราะฉะนั้นคำนี้ เธอขอติดไว้ก่อน
ดาวมองไปรอบๆครู่หนึ่ง ตั้งใจจ้องตาพวกเขาก่อนจะคิดขึ้นมาได้ว่าคิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ คนเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเธอเสียหน่อยเธอกล่าว
“พวกเขาจะคิดอะไรก็ช่าง เราไปหาของกินกันเถอะ”
ว่าแล้วดาวก็คว้ามือหลี่จิ้งไปยังร้านขายอาหารที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมถนน ถึงเธอจะไม่ค่อยคุ้นชินกับอาหารจีนเท่าไหร่เคยกินมากที่สุดก็แค่หม้อไฟหมาล่าแต่กลิ่นอาหารที่ทำใหม่แถมท้องที่ร้องอย่างหิวโหยก็ทำให้หญิงสาวขาดสติขึ้นมาได้เช่นกันเธอโดดไปชิมร้านโน้นร้านนี้โดยที่มีหลี่จิ้งเป็ผู้จ่ายเงินเธอไปถูกใจเข้ากับขนมแป้งทอด หรือที่คนจีนเรียกกันว่า ‘เซาปิ่ง’ ดาวจึงซื้อและถือมาเต็มหอบหวังจะเอากลับไปฝากพ่อของเธอด้วย
ตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวน้อยกับชายชราในเสื้อผ้าสกปรกกำลังเดินขอทานอยู่ริมถนนอย่างน่าสงสารเสื้อผ้าของพวกเขาขาดลุ่ยมอมแมม เด็กหญิงตัวน้อยดูหิวโหยน่าเวทนาเหลือเกิน
เธอกำลังจ้องมองสองตาหลานอย่างเหม่อลอย แต่จู่ๆ คุณตาก็หน้ามืดล้มลงไปบนโต๊ะอาหารซึ่งมีชายร่างท้วมที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีดูมีฐานะนั่งอยู่กับชายที่ดูแล้วน่าจะเป็ผู้ติดตามอีกสองคน
“ตาแก่ขอทาน เ้าทำอะไรของเ้า! อาหารของข้าหล่นพื้นหมดแล้วข้ายังไม่ได้ตักเข้าปากเลยสักคำ” ชายหนุ่มตวาดเสียงดังด้วยโทสะส่งผลให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันอย่างสนอกสนใจ
เมื่อได้สติ ชายชราที่ตอนนี้นั่งอยู่บนพื้นสกปรกด้วยอาการที่ดูเหมือนคนป่วยจึงพยายามยันกายขึ้นมาและทำการโค้งคำนับพร้อมกล่าวขอโทษ
“ข้าขออภัยด้วยนายท่าน ข้าขออภัยจริงๆ” ชายชราผู้ยากจนละล่ำละลัก
“ขอโทษแล้วอย่างไง? อาหารของข้าจะกลับคืนมาได้ไหม ไอ้แก่เอ๊ย!”
ว่าแล้วชายหนุ่มก็เตะเข้าไปที่ขาของชราด้วยโทสะ พร้อมกระหน่ำตีเขาไม่หยุดราวกับโกรธกันมาั้แ่ชาติปางไหนส่งผลให้เด็กหญิงตัวน้อยที่เห็นผู้เป็ตาถูกทำร้ายพยายามส่งเสียงห้ามอย่างอับจนหนทางนางร้องไห้จ้าด้วยความขวัญเสียจนแก้มมอมแมมของนางเต็มไปด้วยหยดน้ำตา
ดาวมองเหตุการณ์นั้นด้วยความรู้สึกโกรธเป็กำลังเืของหญิงสาวผู้รักในความยุติธรรมสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้เธอคือลูกสาวของเปาบุ้นจิ้นศาลไคฟงไปทางไหนไม่รู้ แต่ถ้าหากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่เข้าไปช่วยเธอจะยกศาลแห่งความยุติธรรมนั้นมาตั้งไว้ตรงนี้เอง
ว่าแล้วหญิงสาวก็ถลาเข้าไปอยู่กลางวงด้วยร่างกายเล็กๆของเธอนึกโกรธคนรอบๆที่เอาแต่มุงดู ไม่ยอมยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่ว่าจะไทยจะจีน มุงเก่งเหมือนกันทุกเชื้อชาติ
“หยุดนะ!”เธอะโเสียงฝาด ถึงแม้สำเนียงจีนของเธอมันจะฟังดูแปลกๆก็ตาม แต่ดูเหมือนจะได้ผลชายคนนั้นหยุดชะงักและยั้งมือทันที เขาหันมามองเธอด้วยความแปลกใจ ดาวกล่าวต่อ
“เื่แค่นี้ถึงกับต้องตีกันเลยเหรอ? คุณใจร้ายเกินไปแล้ว”ดาวกล่าวตาเขียว พลางยืนจังก้าอยู่ตรงกลางระหว่างชายคนนั้นกับตาหลานที่นั่งสะบักสะบอมอยู่บนพื้นไม่สนใจด้วยซ้ำว่าหลี่จิ้งกำลังดึงแขนเสื้อของเธอไว้ สาวใช้กำลังหวาดกลัว
ชายคนนั้นผงะเล็กน้อย อันที่จริงเขาไม่ได้กลัวเธอหรอก เขาใกับรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายของเธอตั้งหากเพราะดูก็รู้ว่าหญิงสาวน่าจะมาจากตระกูลที่มีฐานะ แถมในสายตาของเขา เธอก็งดงามเอามากๆไม่คิดเลยว่าสาวงามผู้มีชาติตระกูลที่ไหนจะมาขวางทางเท้าของเขาเช่นนี้ชายผู้นั้นลดมือลง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าและท่าทางของเขาทันที
“คุณหนู นี่ไม่ใช่เื่ของเ้า เ้าไม่เกี่ยว”
“ใช่ ฉันไม่เกี่ยว แต่คุณต้องหยุดตีคุณตาคนนี้ก่อน” หญิงสาวตั้งใจเผชิญหน้าแต่แทนที่ชายหนุ่มจะหยุด เขากลับยิ้มหยันและผรุสวาทถ้อยคำที่ทั้งหยาบคายและจาบจ้วงใส่เธอ
“เ้านี่เป็ลูกสาวตระกูลไหนกันเหตุใดจึงกล้ามายืนเถียงกับบุรุษฉอดๆ?แถมยังสอดจมูกเข้ามาในเื่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง เอ้...หรือว่าเ้าอยากเรียกร้องความสนใจจากข้า อยากเสนอตัวให้ข้าอย่างนั้นเหรอ?”
ยิ่งฟังก็ยิ่งเืขึ้นหน้าถึงแม้บางประโยคหลังจากนั้นเธอจะฟังไม่ค่อยออก แต่เธอก็ได้ยินคำว่า ‘ขายตัว’ ซึ่งเธอมักจะพูดคำนี้กับลูกทัวร์ชาวจีน ตอนที่ลูกทัวร์ชายใจเกเรอยากจะไปเที่ยวสถานเริงรมย์อยู่บ่อยๆไม่พูดเปล่า เ้านักเลงร่างท้วมตรงหน้าก็ยังทำท่าทางอุจาดใส่เธอด้วย มีหรือลูกพระเ้าตากอย่างเธอจะยอมให้ใครมาหยามศักดิ์ศรีเธอเองก็นักเทควันโดเก่า ถึงจะเรียนแค่ตอน ม.สี่ ได้แค่สายเหลือง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเ้าอ้วนนี่ต้องได้รับบทเรียน
วินาทีนั้นเอง ดาวตัดสินใจยกชายกระโปรงของเธอขึ้นสูงก่อนจะจัดการเตะฟร้อนคิก(เตะตรง) เข้าไปเต็มคางของชายที่กำลังลอยหน้าลอยตาเข้าอย่างจัง เตะเดียวเท่านั้นเตะที่เต็มไปด้วยโทสะและพลังของลูกผู้หญิง ส่งผลให้เืกบปากของชายหนุ่มเต็มไปหมดแรงเตะนั้นทำให้ฟันของชายหนุ่มงับเข้าไปที่ลิ้นอย่างจัง นักเลงที่อวดดีเมื่อครู่ถึงกับหงายหลังดีที่ลูกน้องของเขารับไว้ได้ทัน แต่สภาพของเขาก็ดูแย่พอสมควรเป็ผลให้ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ราวกับกำลังชมหนังกลางแปลงต่างยิ้มเยาะให้กับท่าล้มอันมีเอกลักษณ์ของเขา
เมื่อตั้งสติได้ เ้านักเลงอ้วนก็ลุกขึ้นมาด้วยสายตามาดร้ายรู้สึกเสียหน้าเหลือเกินที่ถูกสตรีหยามเกียรติเขามองดูชาวบ้านที่ส่งเสียงหัวเราะเมื่อครู่ จนคนเ่าั้ต้องหลบสายตาไปว่าแล้วเขาก็เงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตีนังตัวดีผู้เป็ต้นเหตุและเพื่อจะแสดงให้ทุกคนรู้ด้วยว่า อย่าบังอาจมาต่อกรกับเขา
ดาวมองมือที่เงื้อขึ้นสูงมันสูงจนดาวเองก็หวั่นใจ เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเธอไม่รู้วิธีหลบหลีกในการต่อสู้รู้อย่างนี้ตอนนั้นน่าจะตั้งใจเรียน ไม่น่านั่งหลับกับไอ้มิ้นต์เลย เธอหลับตาปี๋เตรียมรับแรงปะทะ
เสี้ยววินาทีนั้นเองหินก้อนหนึ่งขนาดเท่าเหรียญอีแปะก็ลอยเข้าไปกระทบตรงกลางหน้าผากของเ้าอ้วนอย่างจังจนเกิดเสียงดัง ‘เปรี๊ยะ’ เบาๆ เ้าอ้วนหงายหลังลงไปอีกครั้งพลางแหกปากร้องลั่นมืออวบข้างหนึ่งแปะอยู่บนหน้าผากตัวเอง ใบหน้าเหยเกด้วยความเ็ป
“ใครบังอาจทำร้ายข้า?”