ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 จุดสนใจจากทุกสารทิศ

           กลางคืน ในบ้านฉู่เฟิง

            กลิ่นหอมหวนจากสตูน้ำแดงเนื้อไทแรนโนซอรัสลอยตลบอบอวล ถึงแม้จะยังไม่ได้ที่แต่กลิ่นหอมก็ลอยไปไกล หวงหนิวแทบรอไม่ไหว เกือบจะพุ่งเข้าไปในครัวตั้งหลายครั้ง

            บนโต๊ะ ยังมีลูกไม้อีกหลายถาด บางชนิดสีแดงสดฉ่ำ บางชนิดสีม่วงแวววาวบางชนิดสีเหลืองนวล กลิ่นลูกไม้หอมกรุ่น ชวนให้รู้สึกสดชื่น

            “ลงมือ!”

            พอสองคำนี้หลุดออกมาเท่านั้น หวงหนิวก็ทะยานเข้าไปทันที

            แล้วหนึ่งคนหนึ่งวัวก็ ‘เปิดศึก’ แย่งชิงของกิน พอเอามาเทียบกันของใครมากของใครน้อย ย่อมเกิด ‘กรณีพิพาท’ ได้ง่าย

            “เนื้อนี่มันสดอร่อยจริงๆ นะเนี่ย!” ฉู่เฟิงร้องชมไทแรนโนซอรัสที่รู้เคล็ดหายใจ ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง มีพัฒนาการเนื้อหนังเปี่ยมไปด้วยสารอาหารชั้นเยี่ยม

            วันอันแสนยุ่งเหยิงวุ่นวายผ่านไปกว่าจะได้กินข้าวเย็นก็เย็นย่ำเสียขนาดนี้หนึ่งคนกับหนึ่งวัวเจริญอาหารกันอย่างมาก

            คืนนั้น ฉู่เฟิงไล่อ่านข่าว คอยสังเกตดูข่าวที่เกี่ยวกับมนุษย์พิเศษโดยเฉพาะขณะเดียวกันก็จับตาดูการเคลื่อนไหวที่เขาไท่หังซานด้วย

            “มนุษย์พิเศษไปรวมตัวที่เขาไท่หังซานนับพัน ไม่ต่ำกว่าหมื่น...”

            เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ก็เกิดกระแสฮือฮาเป็นอย่างมากผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ ทางตอนเหนือของเทือกเขานี้เริ่มวุ่นวายเป็นไปได้ที่การต่อสู้จะกระจายเป็นวงกว้าง

            สื่อเป็นจำนวนมากกล่าวถึงเทียนเสินเซิงอู้ว่าครั้งนี้จะต้องคว้าลูกไม้พิสดารนี้มาให้ได้ ด้วยการเตรียมการที่พร้อมพรักแม้แต่ผู้บริหารระดับสูงยังเดินทางมาด้วยตัวเอง

            ฉู่เฟิงยังได้เห็นรูปของหลินนั่วอีด้วย แม้จะเป็นรูปด้านข้างหากยังคงงดงามเยือกเย็น สูงส่ง ชวนให้ผู้คนโห่ร้องชื่นชม

            นี่คือหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของเทียนเสินเซิงอู้งั้นหรือ? สวยขนาดนี้เชียว

            หลายคนโห่ร้องชื่นชมด้วยไม่คิดว่าผู้บริหารระดับสูงจะเป็นหญิงสาวที่อายุยังน้อยเช่นนี้มันทำให้ผู้คนประทับใจเป็นอย่างมาก

            “สวยเฉียบขาดมาก อย่างนี้นี่ สวยกว่าพวกดาราสาวดังๆ อีก”

            “น่าเสียดายนะเนี่ย เห็นแค่ด้านข้าง ไม่เห็นด้านหน้าเต็มๆ ใครมีรูปเธอใกล้ๆปล่อยมาหน่อยสิ?”

            นักข่าวเองก็คาดไม่ถึงว่า รูปประกอบข่าวซึ่งเป็นรูปที่แอบถ่ายนั้นจะดึงดูดความสนใจจากมหาชนได้มากกว่าเนื้อข่าวเสียอีก

            ในขณะเดียวกัน บางข่าวก็กล่าวถึงกลุ่มโพธิจีนส์ว่ายักษ์ใหญ่รายนี้ต้องมีการเผชิญหน้ากับเทียนเสินเซิงอู้อย่างแน่นอน

            สองวันมานี้ มีข่าวปล่อยออกมาตลอดว่าเกิดการปะทะกันระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ บาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่าย

            ต่อมา ฉู่เฟิงก็เห็นข่าวของพวกสุดยอดมนุษย์พิเศษในแต่ละที่บางคนมีฝีมือโดดเด่นแบบที่เรียกได้ว่าช็อกโลก อย่างกับเทพเจ้ามาเอง

            “ลูกไม้พิสดารใกล้สุกแล้ว ยอดฝีมือต่างชิงชัยใครกันนะที่จะเป็นอันดับหนึ่งในแดนดิน?”

            สื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดสำนักหนึ่งถึงกับเปิดเพจเฉพาะกิจให้ผู้คนได้วิพากษ์วิจารณ์กัน

            ผลก็คือ ทั้งเพจเต็มไปด้วยชื่อของเทพวัชระและเทพปีกเงิน ก็ยังจะมีใครอีกที่เทียบกับพวกเขาได้?ข่าวก็ออกมาแต่แรกแล้วไง ว่าสองคนนี้ต้องเข้าร่วมอย่างแน่นอน

            นอกจากนี้ มีคนปล่อยข่าวว่า สองคนที่อยู่บนสุดยอดพีระมิดนี้เคยปะทะกันมาแล้วครั้งหนึ่งและการเจอกันที่เขาไท่หังซานนี้จะเป็นการตัดสินชี้ขาดของพวกเขา

            ในยามที่ลูกไม้วิเศษจากต้นไม้พิสดารสุกงอมนั่นคือเวลาตัดสินแพ้ชนะของพวกเขา

            “เทพอัคคีมาหรือเปล่า แล้วราชาพยัคฆ์ขาวจะปรากฏตัวไหม ถ้าสองคนนี้มาด้วยจะกลายเป็นสี่สุดยอดของพีระมิดมารวมตัวกันเลยนะ รอเลยเนี่ย!”

            “ฉันก็อยากให้อีกสองคนมาเหมือนกัน ถึงตอนนั้นพยัคฆ์กับมังกรฟาดฟันกันเขาไท่หังซานระอุแน่ ดูสิว่าใครจะเจ๋งที่สุด”

            ...

            ในเพจเฉพาะกิจถกเถียงกันร้อนแรง ดึงดูดความสนใจผู้คนนับไม่ถ้วน

            ต่อมา บริษัทรับพนันก็ถือโอกาสนี้กระตุ้นยอดไม่ว่าใครก็สามารถวางเดิมพันได้ เทพปีกเงิน เทพวัชระ เทพอัคคีหรือราชาพยัคฆ์ขาวใครคือผู้แข็งแกร่งที่สุด

            พร้อมกันนั้น ยังนำเอาร้อยอันดับยอดฝีมือออกมาให้พนันขันต่อกันอีกด้วย

            เรื่องนี้ก่อให้เกิดกระแสเป็นวงกว้างแต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเรื่องนี้เป็นที่น่าจับตามองอย่างแท้จริงผู้คนมากมายล้วนเฝ้ามอง ถึงกับกระโดดเข้าร่วมวงพนันด้วยตัวเอง

            หินก้อนเดียวก่อให้เกิดพันคลื่น!

            ค่ำคืนนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทรับพนันยิ้มจนแก้มปริด้วยผลตอบรับที่ดีเกินคาด คนนับไม่ถ้วนกระโดดเข้าร่วมตามกระแส

            จนท้ายที่สุดก็พบว่า เทพปีกเงินนั้นได้รับกระแสตอบรับดีที่สุดเรียกได้ว่านำโด่ง คนไม่น้อยยอมรับว่าเขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด!

            จากนั้น ก็มีคนไปขุดคุ้ย พบว่าสาเหตุที่คะแนนของเขานำหน้าอีกสามคนเป็นเพราะคลิปการต่อสู้ของเขาที่เคยหลุดออกมาก่อนหน้านั้น

            หลังจากที่คลิปหลุดออกมา คะแนนนิยมของเขาขึ้นพรวดพราด เป็นจุดสนใจของผู้คน

            ในคลิปวิดีโอ เขาลงมืออย่างหมดจด ปราบจนสิ้นไม่มีเหลือบางกระบวนท่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์ แสดงให้เห็นว่าไม่อาจพิชิตเขาได้โดยง่าย

            นอกจากนี้ ร่างกายของเขาโดดเด่นเป็นอย่างมาก ผิวสีเงินแวววาวรูปลักษณ์สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ ปีกเงินเบื้องหลังสามารถทะยานบินสู่ฟากฟ้าอย่างกับเทพยดาลงมาสู่แดนดิน

            สาวๆ จำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกว่าเขาหล่อเหลาอย่างยิ่ง รูปร่างหน้าตาโดดเด่นทำให้เมื่อแรกพบก็เกิดความรู้สึกเอนเอียงเข้าข้างรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เกมนี้ของบริษัทรับพนันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากดึงความสนใจของคนได้ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ จนบริษัทอื่นๆ พากันทำตาม

            ในพริบตา หน้าเพจก็วิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุดหย่อน ถึงพริกถึงขิง

            นั่นเป็นเพราะหัวข้อสนทนาและการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างกว้างขวาง ไม่ทันไรก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คน

            “มีใครคิดไหมว่าหญิงสาวที่มีรูปด้านข้างคนนั้นกับเทพปีกเงินมีความเกี่ยวข้องกันยังไง?”

            “ของมันแน่อยู่แล้ว เป็นคนในเทียนเสินเซิงอู้เหมือนกันจะไม่เกี่ยวข้องกันได้ยังไง อ้อ พอพูดขึ้นมาอย่างนี้ ฉันคิดๆ ดูแล้วก็เหมาะสมกันดีนะ”

            “นั่นสิ ถึงจะเห็นแค่ด้านข้าง แต่ดูก็รู้แล้วว่าสวยอย่างกับนางฟ้าค่อนข้างเหมาะสมกับเทพปีกเงินเลยนะ”

            ...

            ไม่มีใครคาดคิดว่า เพียงแค่คลิปที่หลุดออกไป และรูปด้านข้างเพียงรูปเดียวจะก่อให้เกิดหัวข้อพูดคุยที่ดึงดูดให้ผู้คนติดตามถกประเด็นกันล้นหลามเช่นนี้

            เรื่องนี้ทำให้สื่อต่างก็ทำอะไรไม่ถูก เร่งขุดคุ้ยข้อมูลเพื่อนำเสนอข่าว

            ค่ำคืนนี้ยากที่จะสงบลงได้ หลากหลายเรื่องประเดประดังด้วยผู้คนต่างก็รู้ว่า ลูกไม้ที่ภูเขาไท่หังซานนั้นใกล้สุกงอมเต็มที

            บางที พรุ่งนี้อาจจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วก็เป็นได้ เวลานั้นภูเขาไท่หังซานจะลุกเป็นไฟ!

            “ทรมานจริงๆ เลย อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ จัง ฉันอยากรู้ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง”

            ผู้คนจำนวนมากต่างเฝ้ารอคอย แม้จะไม่ได้เป็นมนุษย์พิเศษไม่อาจเข้าร่วมการแย่งชิง แต่ผู้ชมต่างก็ใจจดใจจ่อ รอคอยการมาถึงของวันพรุ่งนี้

            จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถล่มทลายที่ภูเขาไท่หังซาน!

            ผู้คนจำนวนมากล้วนรอคอย เรียกได้ว่าเป็นจุดสนใจจากทุกสารทิศเลยทีเดียว

            เช้าตรู่ อาทิตย์อุทัยโผล่พ้นขอบฟ้า

            แม้ว่าจะขึ้นเขาไท่หังซานอยู่แล้วแต่ฉู่เฟิงก็ไม่ละเลยการฝึกเคล็ดหายใจแบบลึกลับ

            เขารู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ท่ามกลางเตาไฟผิวกายเหมือนกับมีออร่าสีทองผุดขึ้นมาเหมือนเปลวไฟ หากก็คล้ายระลอกคลื่นสีทองเรืองรองเจิดจ้าอย่างน่าประหลาดใจ

            ไม่นานก็เสร็จสิ้น เพราะว่าไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน

            เสียงฟ้าผ่าดังขึ้น ทุบกระดูกเขย่าอวัยวะภายใน เหมือนกับมีสายฟ้าแผ่ขยายพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกาย ชำระล้างทั่วทั้งร่างของเขา รุนแรงแต่ทรงประสิทธิภาพ

            ความเจ็บปวดชั่วระยะเวลาอันสั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วที่ตามมาคือความรู้สึกโปร่งสบายที่ยากจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด!

            เคล็ดหายใจฟ้าคำราม ถึงแม้จะโหดหินอย่างร้ายกาจหากก็ทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

            “เอาล่ะ ขึ้นเขากัน!” ฉู่เฟิงเรียกหวงหนิว

            แต่แล้ว เขาเงี่ยหูฟังทันควัน น่าจะมีอะไรบางอย่างใกล้เข้ามามีรถวิ่งมาทางนี้ แถมยังหลายคันเสียด้วย

            เช้าไก่โห่อย่างนี้ มีรถเยอะแยะขนาดนี้วิ่งมาทางบ้านเขาได้อย่างไรกัน?

            ฉู่เฟิงสงสัยอยู่ในใจ พลางโยนกระเป๋าใบใหญ่ที่ใส่เนื้อไทแรนโนซอรัสไว้สำหรับกินกลางทางให้หวงหนิวให้มันกลับเข้าไปซ่อนตัวในบ้านก่อน

            เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด รถพวกนั้นหยุดลงตรงหน้าบ้านของเขา

            ฉู่เฟิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เก็บงำพวกลูกศร หนังสัตว์อย่างเรียบร้อย

            มีคนเคาะประตูอย่างแรง เสียงดังไม่ใช่น้อย ด้านนอกมีคนไม่น้อยหากไม่วุ่นวายแม้สักนิด

            ฉู่เฟิงเปิดประตู ก็เห็นรถหลายคันจอดอยู่แถวนี้ทำเอาถนนหน้าบ้านแน่นไปถนัดใจ

            คนไม่น้อยยืนอยู่ด้านนอก ดวงตาเฉียบคม เฝ้าอารักขารถคันยาวทั้งยังใหญ่อย่างมาก ปราดตาดูก็รู้ว่าเป็นรถกันกระสุน สีดำมะเมื่อมทั้งคัน

            มีคนเดินไปเปิดประตู ให้คนบนรถลงมา

            เป็นหนึ่งชายหนึ่งหญิง ท่าทางสูงส่ง มองดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา

            ชายหนุ่มอายุราวๆ สามสิบสี่สามสิบห้า เสื้อเชิ้ตขาวราวกับหิมะดูประณีตใบหน้าขาว หล่อเหลา มีท่าทางสงบนิ่ง สบายๆ

            ชายหนุ่มนิ่งอย่างยิ่ง พอลงจากรถก็มองมาทางฉู่เฟิง พลางประเมินเขาอยู่ในใจ

            ข้างกายของเขา มีหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบห้ายี่สิบหกผู้หนึ่ง นัยน์ตาหงส์ริมฝีปากแดงสดเย้ายวน แม้เทียบไม่ได้กับหลินนั่วอีแต่ก็นับว่าเป็นคนสวยจัดที่มีเสน่ห์คนหนึ่ง

            พอฉู่เฟิงเห็นเธอเข้าก็สะดุ้งในใจ เดาออกทันทีว่าเธอเป็นใครก็เหมือนใครคนหนึ่งอย่างกับอะไรดี

            พี่สาวของสวีหวั่นชิง! เขาประเมินเช่นนี้

            เช่นนั้นก็เดาฐานะของชายหนุ่มได้แล้ว น่าจะเป็นอาเล็กของหลินนั่วอีหลินเยี่ยอวี่ ได้ยินมาว่าเขาใกล้จะแต่งงานกับพี่สาวของสวีหวั่นชิงเร็วๆ นี้นี่

            ที่รายล้อมรอบตัวชายหญิงคู่นี้คือมนุษย์พิเศษอีกสิบกว่าคนที่ปักหลักคุ้มครองพวกเขาสองคนไม่ห่างสักก้าว

            หลินเยี่ยอวี่เดินตรงมา จับตาดูฉู่เฟิงตลอดเวลา เขานิ่งอย่างมากไม่มีท่าทางอะไรเลย

            ส่วนพี่สาวของสวีหวั่นชิงก็เดินคล้องแขนเขาตามมาด้วยนัยน์ตาหงส์มีแววบางอย่าง สำรวจฉู่เฟิงอย่างละเอียดถี่ถ้วน

            ไม่มีใครปริปาก สายตาทุกคู่พุ่งมาที่ฉู่เฟิง บางคนคาดคั้น บางคนมาดร้ายหากบางคนกลับเย็นชา

            ปัง!

            เหนือความคาดหมายใดๆ ฉู่เฟิงปิดประตูใส่หน้าพวกเขา

            คนทั้งกลุ่มต่างไม่คาดคิดว่าเขากลับมีปฏิกิริยาเช่นนี้

             หลินเยี่ยอวี่พอเห็นเข้า ก็ตกใจ แต่แล้วก็ยิ้มน้อยๆ เอ่ยว่า “เด็กแนว”

            มนุษย์พิเศษคนหนึ่งเดินออกไปตบประตูหนักหน่วง

            ฉู่เฟิงไม่สนใจ นั่งลงบนเก้าอี้หวายในสวน คนพวกนี้ไม่พูดไม่จาใช้สายตาคาดคั้นเขาอย่างไร้มารยาท อย่างนั้นไม่ว่านายจะเป็นใครฉันก็ไม่จำเป็นต้องพูดด้วยเหมือนกัน ปิดประตูใส่หน้าก็จบ

            “เปิดประตู!”

            “เปิดเร็ว พวกเรามีธุระ!”

            คนที่ตบประตูร้องบอก

            ฉู่เฟิงซดชาไปครึ่งถ้วย เห็นว่าพวกเขายังคงควบคุมตัวเองได้อยู่ไม่บุกทะลวงเข้ามา จึงร้องตอบออกไป สั้น ง่าย ได้ใจความ “พูด!”

            หมายความว่า มีเรื่องก็พูดไปสิ

             “คุณฉู่ ช่วยเปิดประตูด้วย พวกเรามีบางเรื่องจะขอคำแนะนำ เมื่อหมดธุระแล้วจะรีบกลับทันที”ชัดเจนว่าเป็นหญิงสาวคนที่เป็นพี่สาวของสวีหวั่นชิงเป็นคนพูด

            ในเมื่อเปิดปาก ฉู่เฟิงก็เปิดประตูให้

            “ไม่เลวเลย รับมือกับปัญหาได้อย่างสงบนิ่ง แถมยังใจกล้า”เมื่อพบกันอีกครั้ง หลินเยี่ยอวี่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว ท่าทางประณีตเป็นคนเอ่ยปาก

            “เชิญนั่ง” ฉู่เฟิงผายมือ ไม่นอบน้อมไม่เย่อหยิ่ง อีกฝ่ายไม่พูดเขาก็ไม่ถามอะไร

            “น้องสาวของฉันถูกคนที่หนุนหลังเธอสังหารใช่ไหม?” พี่สาวของสวีหวั่นชิงตรงไปตรงมาอย่างยิ่งพอเปิดปากก็พุ่งเข้าประเด็น ดวงตาทั้งคู่มีแสงประหลาดแฝงไว้ด้วยพลังอันลึกลับสุดประมาณ

            “ไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไรอยู่?” ฉู่เฟิงตอบ

            นาทีนี้ เขารู้สึกได้ถึงกระแสไหววูบบางอย่างที่กรายใกล้ มันลี้ลับอย่างยิ่ง

            “น้องสาวของฉันคือสวีหวั่นชิง” หญิงสาวบอก

            “อ้อ...” ฉู่เฟิงลากเสียง สีหน้าแปลกใจ ถามว่า“นั่นเป็นผู้หญิงที่น่าชังอย่างมากเลยนะ เธอตายแล้วเหรอ?

            กลางดวงตาของหญิงสาวสาดประกายเย็นเยียบแวบหนึ่ง แล้วจางหายไปอย่างรวดเร็วเธอถามอีกครั้ง “การตายของเธอไม่เกี่ยวกับคุณงั้นหรือ?”

            “ไม่เกี่ยวเลย” ฉู่เฟิงตอบอย่างเยือกเย็น

            ที่จริงแล้ว ในใจเขาไหววูบ มีกระแสลึกลับบางอย่างแผ่กระจายเข้ามามันกระตุ้น เร่งเร้าให้เขาพูดในสิ่งที่อยู่ลึกในใจออกไป

            ทว่า เขาควบคุมมันได้ในที่สุด สีหน้าราบเรียบออกจะกระด้างเล็กน้อยเมื่อตอบออกไป เหมือนแสดงให้เห็นความในใจเสียอย่างนั้น

            หญิงสาวมีท่าทีผิดหวัง แสงลึกลับกลางดวงตาเลือนหายไป ไม่เอ่ยอะไรสักคำแต่เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้รู้สึกดีกับฉู่เฟิงสักเท่าไหร่ยามมองเขาก็ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทั้งยังเย็นชา

            “เธอนี่ไม่เลวเลยนะ” หลินเยี่ยอวี่ตบไหล่ฉู่เฟิง ยิ้มนุ่มนวลจากนั้นหมุนตัวเดินออกไปทันที

            พี่สาวของสวีหวั่นชิงคล้องแขนเขาเดินตามออกไป มนุษย์พิเศษคนอื่นๆก็กระจายวงล้อมคุ้มกันพวกเขาทั้งสองให้อยู่ตรงกลาง

            ก่อนขึ้นรถ หลินเยี่ยอวี่หันกลับมามองฉู่เฟิงชั่วแวบแย้มยิ้มจนเห็นไรฟันขาวสะอาด ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้า ดูสว่างเรืองรองหากก็มีความแกร่งอย่างชัดเจน เอ่ยว่า “เธอนี่ไม่เลวจริงๆ นะ แต่ว่าต่อไปอย่าได้ติดต่อกับหลินนั่วอี ทางที่ดีก็อย่าไปมาหาสู่กันอีก!”

            “คำพูดนี้คุณไปบอกหลินนั่วอีเถอะ พูดกับผมไม่มีประโยชน์” ฉู่เฟิงตอบ

            “ฉันขอเตือนเธอว่าให้จากไปอย่างเงียบๆ จะดีกว่า พวกเธอสองคนอยู่คนละโลกเธอเทียบกับมู่ได้ไหม? กับเทพปีกเงินยิ่งไม่ต้องพูดถึง!” หลินเยี่ยอวี่พูดจบก็ขึ้นรถไป

            รถสิบกว่าคันทยอยขับออกไปจากเมืองชิงหยาง

            “หวงหนิว ขึ้นเขา ไปล่าสัตว์กัน!” ฉู่เฟิงตะโกนสะพายคันศรฟ้าคำราม พร้อมลูกศรเขี้ยวมังกร

            “มอ!” หวงหนิววิ่งหน้าเริ่ดออกไปทันที

    คล้ายกับเรื่องซากเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน