องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 160 วิญญาณดับดิ้น ณ หุบผา

            หลังจากทั้งสี่ทานมื้อกลางวันกันอิ่มหนำแล้วก็เริ่มเล่นชวีสุ่ยหลิวซาง [1] กันอย่างสนุกสนานซึ่งเป็นการละเล่นโดยวางจอกเหล้าที่ต้นน้ำ ปล่อยให้ลอยตามน้ำลงมาเมื่อจอกหยุดตรงหน้าผู้ใด ผู้นั้นต้องดื่มเหล้าแล้วแต่งกลอนหนึ่งบทเย่จิ้งซูเห็นแก่อันซิ่วเอ๋อร์ที่ตั้งครรภ์จึงบอกว่าแค่ท่องกลอนที่มีอยู่แล้วก็ได้ อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับ ช่วงนี้นางอ่านหนังสือไปไม่น้อยการจะท่องกลอนสักสองสามประโยคย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

            การละเล่นเริ่มต้นทั้งสี่เลือกนั่งริมลำธารที่คดเคี้ยวแห่งหนึ่ง นั่งหันหน้าเข้าหากันเป็นคู่ๆโดยมีบ่าวไพร่คอยรินเหล้าใส่จอกแล้วปล่อยลอยมาตามน้ำอันซิ่วเอ๋อร์ดูเหมือนจะโชคไม่ดีนัก จอกเหล้าลอยมาหยุดตรงหน้านางเป็นคนแรก

            เย่จิ้งซูเห็นดังนั้นก็ตบเข่าหัวเราะ"มาเลย ซิ่วเอ๋อร์"

            จางเจิ้นอันเห็นดังนั้นจึงหยิบจอกเหล้าจากในน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วหันไปมองอันซิ่วเอ๋อร์กล่าวว่า "ซิ่วเอ๋อร์เจ้าต้องแต่งกลอนแล้ว"

            "ก็แต่งกลอนเกี่ยวกับหญ้าพวกนี้ก็ได้"เย่จิ้งซูออกโจทย์

            อันซิ่วเอ๋อร์มองไปรอบๆแล้วเอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า "'ฟ้าครามครามทุ่งกว้างกว้าง ลมพัดหญ้าต่ำเตี้ย เห็นฝูงวัวควาย'"

            "ถึงไม่ใช่กลอนที่เจ้าแต่งเองแต่คิดออกได้เร็วขนาดนี้ ก็ถือว่าผ่านแล้ว" จางเจิ้นผิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกล่าว

            อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มตอบดูเหมือนโชคของนางจะยังไม่ดีขึ้น จอกเหล้ายังคงลอยมาหยุดตรงหน้านางซ้ำๆแม้จะลองสลับที่กับจางเจิ้นอันก็ไม่เป็นผลสุดท้ายเหล้าจึงตกเป็นหน้าที่ของจางเจิ้นอันที่ต้องดื่มส่วนนางก็รับหน้าที่ท่องกลอนไป

            เย่จิ้งซูออกโจทย์อีกหลายข้อแต่ก็ทำให้อันซิ่วเอ๋อร์จนมุมไม่ได้ นางตอบได้หมดการแสดงออกของนางไม่เพียงทำให้ทุกคนประหลาดใจแม้แต่นางเองก็ยังแปลกใจที่ตัวเองจำกลอนได้มากมายขนาดนี้

            เล่นกันอยู่นานพอสมควรในที่สุดทุกคนก็ได้ดื่มเหล้ากันไปบ้าง จากนั้นก็เปลี่ยนไปเล่นโถวหู [2]กันต่อ ซึ่งก็มีแพ้มีชนะสลับกันไป

            พอเล่นจนเหนื่อยทุกคนก็นั่งพักผ่อนบนพื้นหญ้า เย่จิ้งซูจึงเสนอขึ้นว่า"ไปเถอะ พวกเราไปเดินเล่นบนเขากัน"

            จางเจิ้นอันมองอันซิ่วเอ๋อร์แวบหนึ่งเมื่อเห็นนางไม่ได้คัดค้าน จึงพยักหน้าเห็นด้วย "อืม ไปเดินเล่นกัน นานแล้วที่ไม่ได้มาที่นี่"

            ทั้งสี่คนเดินขึ้นเขาไปจางเจิ้นอันจูงมืออันซิ่วเอ๋อร์ ค่อยๆ เดินขึ้นเขาอย่างระมัดระวังทุกคนเดินตามทางบันไดหินขึ้นไปจนถึงยอดเขาอย่างปลอดภัย

            ทิวทัศน์บนยอดเขาแตกต่างจากเชิงเขามากลมพัดเย็นสบาย บนยอดเขามีต้นสนต้อนรับขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านโอนเอนไปมาเล็กน้อยราวกับกำลังต้อนรับผู้มาเยือน อันซิ่วเอ๋อร์มองไปที่ต้นสนนั้นเห็นว่าเบื้องล่างคือหน้าผาสูงชัน มองลงไปมืดมิดจนไม่เห็นก้นเหว

            นางรีบถอยห่างออกมาจากขอบหน้าผาอย่างระมัดระวังกลัวว่าหากพลาดตกลงไป คงไม่เหลือแม้แต่ร่าง

            แต่เย่จิ้งซูกลับไม่เป็นเช่นนั้นนางเดินตรงไปยังริมหน้าผาอย่างสนใจ กล่าวว่า "เมื่อก่อนเวลาข้าไม่สบายใจข้าจะชอบมาที่นี่ รู้สึกว่าแค่ได้ยืนริมผาแล้วตะโกนออกไปเสียงสะท้อนก้องจะช่วยปัดเป่าความกังวลได้"

            พูดจบนางก็เดินไปที่ริมหน้าผา ยืนตรงขอบผา ยกมือป้องปากเป็นรูปแตร แล้วตะโกนเสียงดัง"อ๊า...!"

            เสียงของนางก้องไปไกลแสนไกลอันซิ่วเอ๋อร์ยืนมองอยู่ข้างหลัง อดยิ้มไม่ได้ ไม่นึกว่านางจะมีมุมแบบนี้ด้วย

            จางเจิ้นผิงก็เดินไปยืนข้างๆนาง แล้วทำตาม ตะโกนเสียงดังบ้าง จางเจิ้นอันยืนอยู่ข้างอันซิ่วเอ๋อร์มองคนทั้งสองแล้วหัวเราะ "เมื่อก่อนท่านแม่ไม่ยอมให้เรามาก็เพราะที่นี่เป็นหน้าผาสูงชัน อันตรายเกินไป"

            "ใช่เจ้าค่ะข้าเห็นแล้วยังเสียวเลย ตรงนี้มีแต่ส่วนที่ยื่นออกมา ถ้ามันถล่มลงไปจะทำยังไง"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าว

            "คงไม่เป็นอย่างนั้นหรอก"จางเจิ้นอันส่ายหน้ากล่าว "ตรงนี้มีรากไม้ใหญ่ยึดหินผาไว้แน่นหนาไม่ถล่มลงไปง่ายๆ ที่นี่เป็นแบบนี้มาตลอด หลายปีมานี้ต่อให้ฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากก็ไม่เคยมีเรื่องถล่มลงมาเลย"

            "งั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า "ข้าคงกังวลเกินไปเอง"

            "แต่ที่เจ้าพูดก็ถูกควรต้องระวังไว้ก่อน ดังนั้นเจ้าอยู่แถวนี้ก็พอ" จางเจิ้นอันกล่าวเสริม

            "ก็ได้เจ้าค่ะ"อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นจึงค้อนให้เขาแวบหนึ่ง แต่ก็พยักหน้ารับนางไม่ได้สนใจริมหน้าผานั่นอยู่แล้ว อีกอย่างช่วงนี้นางก็ไม่มีเรื่องกลุ้มใจอะไรจึงไม่จำเป็นต้องไปตะโกนโหวกเหวกเหมือนพวกเขา

            "พี่ใหญ่มาทางนี้สิเจ้าคะ" เย่จิ้งซูโบกมือเรียกจางเจิ้นอันจางเจิ้นอันมองอันซิ่วเอ๋อร์แวบหนึ่ง อันซิ่วเอ๋อร์จึงบอกว่า "ไปเถอะเจ้าค่ะ ไปรำลึกความหลังกันตามสบายเถิดเจ้าค่ะ"

            นางทำหน้าเหมือนน้อยใจจางเจิ้นอันจึงก้มลงจุมพิตหน้าผากนางเบาๆ แล้วจึงเดินไปสมทบกับคนทั้งสอง

            อันซิ่วเอ๋อร์ยืนมองอยู่ไม่ไกลราวกับเห็นภาพช่วงเวลาวัยเยาว์ของคนทั้งสาม นางรู้สึกว่าแบบนี้ก็ดีแล้วอายุปูนนี้แล้ว หากขจัดความบาดหมางในหมู่พี่น้องได้ ย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด

            "พี่สะใภ้มาเล่นด้วยกันไหมเจ้าคะ?" เย่จิ้งซูหันกลับมามองอันซิ่วเอ๋อร์เอ่ยชวน

            อันซิ่วเอ๋อร์อยากจะเดินไปแต่ก็ลังเล เย่จิ้งซูจึงกวักมือเรียกอีกครั้ง "ไม่เป็นไรหรอกน่ามีพี่ใหญ่อยู่ด้วย เจ้าจะกลัวอะไร มาเถอะ"

            อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นจึงก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าสองก้าว นางเองก็ยังอยู่ในวัยสาวอยากจะไปร่วมสนุกกับพวกเขาบ้าง แต่เพิ่งเดินไปได้สองก้าว ก็สังเกตเห็นความผิดปกตินางเห็นเหมือนมีรอยแยกปรากฏขึ้นบนพื้นดินตรงนั้น แต่จางเจิ้นอันกลับไม่ทันสังเกตเดินเข้ามาจะจูงมือนาง

            "ระวัง!ตรงนี้มันแยกแล้ว!" อันซิ่วเอ๋อร์ร้องเตือนเสียงดัง

            สิ้นเสียงนางก็มีเสียงเปรี๊ยะเบาๆ ดังขึ้น จางเจิ้นอันถึงรู้สึกถึงความผิดปกติตัวเขาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว แต่เห็นจางเจิ้นผิงยังยืนอยู่ในจุดอันตรายจึงถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อจะคว้าแขนน้องชาย เพียงก้าวเดียวนั้นเองหินผาก็พลันถล่มลงมา ทั้งสองคนร่วงหล่นลงไปพร้อมกับเศษหิน

            "ท่านพี่!"อันซิ่วเอ๋อร์รีบวิ่งเข้าไป ร้องตะโกนเสียงดัง

            เห็นเพียงจางเจิ้นอันคว้าก้อนหินที่ยื่นออกมาไว้ได้ทันนางรีบยื่นมือออกไป เบิกตากว้าง "ท่านพี่!รีบจับมือข้า!"

            แต่จางเจิ้นอันมือหนึ่งดึงจางเจิ้นผิงไว้อีกมือหนึ่งกำก้อนหินไว้แน่น จะมีมือที่ไหนมาจับอันซิ่วเอ๋อร์ได้อีกยิ่งไปกว่านั้น หินก้อนเล็กๆ ที่ยื่นออกมานั่น ไม่อาจรับน้ำหนักคนสองคนได้นาน

            "น้องรอง...ดูแลซิ่วเอ๋อร์ให้ดี... ปกป้องตระกูลจางให้ดี... จำไว้!แล้วก็ดูแลท่านแม่ให้ดีด้วย... คำสั่งเสียของท่านพ่อ... วันนี้พี่มอบให้เจ้า"พูดจบ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองอันซิ่วเอ๋อร์อย่างลึกซึ้งอันซิ่วเอ๋อร์เบิกตากว้าง จ้องมองเขาราวกับดวงตาจะแตกสลาย

            "ขอโทษนะ...ซิ่วเอ๋อร์... เจ้าต้องอยู่ให้ดี" สิ้นเสียงจางเจิ้นอันหินที่เขากำไว้ก็ส่งเสียงลั่น เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงร่างจางเจิ้นผิงขึ้นมาบนพื้นส่วนตัวเองก็ร่วงหล่นลงไปในหุบเหวลึกพร้อมกับก้อนหินนั้น

            "กรี๊ด!"

            อันซิ่วเอ๋อร์กรีดร้องออกมาสุดเสียงราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บเสียงร้องเต็มไปด้วยความสิ้นหวังนางไม่เคยคาดคิดว่าการออกมาเที่ยวเล่นอย่างมีความสุข จะจบลงแบบนี้

            "ทำไม!"นางตะโกนลงไปในหุบเหว แต่หุบเหวลึกแห่งนั้นแม้แต่เสียงสะท้อนก็ยังไม่ตอบกลับมา

            "พี่ใหญ่!"จางเจิ้นผิงหมอบลงริมหน้าผา มองลงไปยังก้นเหวที่มืดมิดส่วนเย่จิ้งซูที่อยู่ข้างๆ กลับยืนนิ่งราวกับตกตะลึง

            "ท่านพี่...ท่านกลับมานะ..." อันซิ่วเอ๋อร์กำหมัดทุบพื้นร่ำไห้ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ นางไม่ควรชวนเขาออกมาเที่ยวเลย ไม่ควรขึ้นมาบนเขานี้เลยรู้ทั้งรู้ว่าริมผานี้อันตราย ทำไมถึงปล่อยให้เขาเดินไปตรงนั้น

            บางครั้งสิ่งสวยงามก็มักจะพังทลายลงในชั่วพริบตา เหมือนฟองสบู่หลากสีเหมือนสายรุ้งบนท้องฟ้า ไม่มีสิ่งใดอยู่ชั่วนิรันดร์ เหมือนความฝันที่หลอกลวง

            อันซิ่วเอ๋อร์หันไปมองจางเจิ้นผิงที่อยู่ข้างๆ"ทำไมเจ้าถึงยังอยู่?" นางกล่าว"ทำไมคนตายถึงไม่ใช่เจ้า?"

            "พี่สะใภ้...ข้า..." เวลานี้ความรู้สึกผิดและละอายใจถาโถมเข้าสู่หัวใจจางเจิ้นผิงราวกับหมึกดำทึบเขาไม่เคยคิดว่าพี่ใหญ่จะยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเขา

            "พวกเจ้าวางแผนกันทั้งหมดใช่ไหม?!"อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองจางเจิ้นผิงสลับกับเย่จิ้งซูที่ยืนอยู่ไม่ไกลนางคำรามออกมาเหมือนสัตว์ป่าที่สูญเสียลูก "ข้าไม่เชื่อ!หน้าผานี้ทำไมไม่ถล่มก่อนหน้านี้ ไม่ถล่มทีหลัง แต่มาถล่มเอาวันนี้!ทำไมตรงที่พวกเจ้ายืนอยู่ถึงไม่เป็นอะไร?!"

            นางหันไปมองเย่จิ้งซูหางตายังมีน้ำตาไหลอาบแก้ม กล่าวว่า "ข้านี่มันโง่จริงๆที่ดันคิดว่าพวกเจ้าจะคิดได้ กลับตัวกลับใจได้ในเวลาสั้นๆผลสุดท้ายเป็นอย่างไรเล่า! หมาป่ามันจะกลายเป็นแกะไปได้อย่างไร!"

            "ข้ามันโง่เง่าเกินไป!รู้ทั้งรู้ว่าพวกเจ้ามันพวกเนรคุณเหมือนจงซานหลาง[3]! ทำไมถึงยอมให้ท่านพี่มาเที่ยวกับพวกเจ้า!การมาวันนี้มันเป็นกับดักที่พวกเจ้าวางไว้ทั้งหมด!เจ้ารู้ไหมว่าเขาดีกับเจ้าแค่ไหน! เห็นเจ้าเหมือนน้องสาวแท้ๆแต่พวกเจ้ากลับอยากให้เขาตาย!"

            "พี่สะใภ้! ใจเย็นๆก่อน! พวกเราไม่ได้คิดแบบนั้น!" จางเจิ้นผิงรีบกล่าว

            เขาไม่เคยเห็นอันซิ่วเอ๋อร์เป็นแบบนี้มาก่อนปกตินางดูอ่อนโยนเสมอ แต่วันนี้นางดูน่ากลัวจนเขารู้สึกหวาดหวั่น

            "ในใจพวกเจ้าคิดอะไรใครจะไปรู้ได้!" อันซิ่วเอ๋อร์หัวเราะเสียงเย็น"เจ้ากล้ารับประกันไหม ว่าพวกเจ้าไม่ได้คิดร้ายแบบนั้น?!"นางพูดพลางใช้มือตะกุยพื้นดินริมผาอย่างบ้าคลั่งเผยให้เห็นรอยรากไม้ที่ขาดวิ่น ดูน่าสยดสยอง

            "นี่มันอะไร?!"อันซิ่วเอ๋อร์แววตาพลันเย็นเยียบหยิบเศษรากไม้ที่ถูกตัดเรียบกริบท่อนหนึ่งขึ้นมา "ข้าไม่ใช่คนโง่!อย่าบอกนะว่าตอนรากไม้มันขาด รอยตัดมันจะเรียบแบบนี้!"

            "นี่..."จางเจิ้นผิงมองรากไม้ในมืออันซิ่วเอ๋อร์ ก็งงไปเหมือนกันแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ พอนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง ใจก็พลันเย็นวาบหันขวับไปมองเย่จิ้งซูทันที

            อันซิ่วเอ๋อร์เห็นสีหน้าเขาก็รู้ว่าที่นางคิดนั้นถูกต้อง นางทรุดตัวลงกับพื้น หัวเราะเสียงดังลั่นหัวเราะจนน้ำตาไหลอาบหน้า "เป็นพวกเจ้าทำจริงๆด้วย! น่าสงสารท่านพี่! เขาไม่รู้เลยว่าคนที่เขาช่วยชีวิตไว้คือคนที่อยากให้เขาตาย!"

            "เจ้าอย่าพูดอีกเลย!"จางเจิ้นผิงทุบพื้นอย่างแรง ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเย่จิ้งซูถามด้วยความเจ็บปวดว่า "สรุปแล้ว เจ้าอยากให้พี่ใหญ่ตายหรืออยากให้ข้าตายกันแน่?!"

            "พวกเจ้าสองพี่น้องน่ะรึตายไปพร้อมกันทั้งคู่สิดีที่สุด!" เย่จิ้งซูพลันหัวเราะเสียงดังลั่นหมุนตัวทำท่าจะเดินจากไป

            "มิน่าเล่า!ไม่ว่าข้าจะทำอะไร เจ้าถึงไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย! มิน่าเล่า!เจ้าถึงคะยั้นคะยอจะมาเที่ยวที่นี่ให้ได้! ที่แท้เจ้าก็วางแผนไว้หมดแล้วใช่ไหม?!"จางเจิ้นผิงตวาดไล่หลังเย่จิ้งซูไป

            เชิงอรรถ 

            [1] จอกลอยธาร

            [2] ปาลูกศรลงไห

            [3] มาจากนิทานเปรียบเทียบเรื่อง"หมาป่าแห่งจงซาน" หมายถึงคนหรือสัตว์ที่เนรคุณทำร้ายผู้มีพระคุณ

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247