Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 9 อันเดด

     อันเดดเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์เก่าแก่แห่งสายพันธุ์โฮโมโดมินาริที่ยิ่งใหญ่ แต่พวกมันเองกลับรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับจุดเปลี่ยนเล็ก ๆ ในการวิวัฒนาการของพวกมันมาตลอด เนื่องจากต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมบางอย่าง ร่างกายของบรรพบุรุษของพวกมันจึงค่อย ๆ ปรับลดอัตราการเต้นของหัวใจลงเพื่อรักษาพลังงานในร่างกาย ผลที่ตามมาจากหลายหมื่นปีของการวิวัฒนาการก็คือร่างของพวกมันมักจะมีผิวสีซีดขาว และเย็นชืดเหมือนปลาตาย ที่แย่ที่สุดก็คือพลังงานในการรักษาตัวของพวกมันนั้นต่ำต้อยเหลือเกิน เนื่องจากเซลล์ของพวกมันไม่สามารถดูดซับและถ่ายเทมานาได้ดีเมื่อเทียบกับโดมินาริเผ่าพันธุ์อื่น ๆพวกมันจึงหาวิธีการปรับตัวที่จะมาชดเชยข้อด้อยเหล่านั้นของพวกมัน...ด้วยการหลอมรวมร่างกายของตัวเองเข้ากับเครื่องจักร.............................................................เสียงคำรามดังกึกก้องออกมาจากร่างครึ่งคนครึ่งหมาป่าขนสีเทาตัวยักษ์ การเคลื่อนไหวด้วยการกระโดดเพียงไม่กี่ครั้งก็สร้างความเสียหายแก่กองทัพอันเดดได้อย่างมากมาย ชิ้นส่วนร่างสีซีดขาวและเศษชิ้นส่วนเครื่องจักรกระเด็นกลาดเกลื่อนไปทั่วพื้นถนนกรงเล็บสองข้าง และหนึ่งกรามที่มีฟันแหลมคมเรียงราย ฉีกกระชากร่างรวมของก้อนเนื้อและเครื่องจักรจนกระจุยกระจายไม่มีชิ้นดีอมาร็อคกู่ร้องด้วยโทสะ เสียงคำรามนั้นก้องดังจนแทบจะทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างต้องยกมือขึ้นปิดหู เมื่อสิ้นเสียงกู่ร้องที่ลากยาวนั้นกรงเล็บของอมาร็อคก็เปล่งแสงสีเหลืองจ้าออกมาจนปกคลุมไปทั่วบริเวณกำปั้นและต้นแขน อมาร็อคกระชากกรงเล็บฟาดลงกับพื้นจนเกิดแรงกระแทกแผ่ออกไปเป็นวงกว้าง แรงกระแทกก่อให้เกิดหลุมยุบบนพื้นถนนขนาดพอที่จะเอารถบรรทุกสักคันใส่ลงไปได้แบบเหลือ ๆ คลื่นพลังที่แผ่กระจายออกส่งผลให้อันเดดในอาณาเขตยี่สิบเมตรล้มระเนระนาด และกระอักเลือดสีชมพูอ่อน ๆ ออกมาจากปากและจมูก“โทคูลา นายจัดการพวกที่อยู่ทางขวาให้หมด แล้วรีบพาวายากลับไปก่อน” อมาร็อคหันมาบอกกับโทคูลาซึ่งกำลังรับมือกับอันเดดกลุ่มหนึ่งอยู่ด้วยมือเปล่า และยังไม่แปลงสภาพ“ได้เลย แล้วไปพบกันที่จุดนัดพบ” โทคูลาตอบกลับ พร้อมกับพุ่งเข้าหาฝูงอันเดดทางขวามือของสมรภูมิความเร็วของโทคูลานั้นน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ตลอดเส้นทางที่เงาร่างของเขาวิ่งผ่านฝูงอันเดดมีอันต้องเปลี่ยนสภาพเป็นกองเนื้อแหลกเหลวการร่วมมือกันของทั้งสองในเวลาเพียงไม่กี่นาทีทำให้ จัดการฝูงอันเดดได้มากถึงยี่สิบคน แม้ว่าอันเดดฝูงนี้จะดัดแปลงร่างกายมาจนเต็มอัตรา กระสุนเดรูเลี่ยนที่ถูกกราดยิงไปทั่วบริเวณแทบจะไม่ระคายผิวของทั้งสองเลยโทคูลาล้มพวกอันเดดทางขวาจนหมดสิ้นและรีบเข้าไปหาวายาที่หลังตึกซึ่งเขาพาตัวเธอไปหลบอยู่“ท่านหญิงปลอดภัยนะครับ” โทคูลารีบสำรวจร่องรอยตามร่างกายของวายา และรู้สึกว่าโชคดีที่ท่านหญิงของพวกเขายังไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใด ๆ“อมาร็อคเป็นอย่างไรบ้าง เราออกไปช่วยเขากันเถอะโทคูลา”“ไม่มีเวลาแล้วครับท่านหญิง ข้าต้องรีบพาท่านออกจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด อมาร็อคดูแลตัวเองได้อย่างแน่นอน” โทคูลาพยายามโน้วน้ามให้วายารีบหนีออกจากบริเวณ แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะหลบออกมาพ้นบริเวณหลังตึกนั้น ร่างยักษ์ของอมาร็อคก็ลอยมากระแทกเข้ากับกำแพงใกล้ ๆ อย่างจัง และกระเด็นตกลงมานอนคว่ำอยู่ที่พื้น“อมาร็อค!” วายารีบสะบัดหลุดจากโทคูลาเข้าไปดูอมาร็อคที่กำลังพยายามลุกขึ้น “ข้าไม่เป็นไรวายา แค่ก ๆ แค่พลาดไปหน่อยเดียว” อมาร็อคถ่มเลือดออกจากปาก และรีบพยุงตัวขึ้น พลางมองไปยังทิศทางที่ตนเองโดนซัดลอยมา โทคูลารีบออกมายืนอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองพร้อมถอดเสื้อนอกและชุดสูทออกแล้ววางลงที่พื้นที่ทิศทางซึ่งสายตาของทั้งสามรวมอยู่นั้น ปรากฏเงาร่างขนาดยักษ์ของอันเดดอยู่หลายร่าง เมื่อมองไปยังร่างเหล่านั้นดี ๆ จะพบว่าแต่ละร่างเหมือนถูกสร้างขึ้นมาโดยการเย็บติดกันขึ้นจากชิ้นส่วนของอันเดดธรรมดาหลาย ๆ คน กับชิ้นส่วนของเครื่องจักร และทุก ๆ ร่างนั้นกำลังเดินตรงมาทางนี้“ยูนิทเอฟ! นี่พวกมันถึงขั้นส่งยูนิทเอฟเข้ามายังเซกเตอร์สิบเจ็ด” อมาร็อคกัดฟันกรอด“ท่านหญิง เห็นทีครั้งนี้จะไม่ง่ายดายเหมือนที่พวกข้าคิดไว้แล้ว ท่านหลบไปอยู่ด้านหลังพวกเราเถอะ” โทคูลาเดินขึ้นมาขวางหน้าของวายาเอาไว้ร่างกายของเขาค่อย ๆ สั่นไหวน้อย ๆ และในฉับพลันร่างเนื้อของเขาก็ปกคลุมด้วยขนสีดำขลับ ร่างของมนุษย์หมาป่าที่ปราดเปรียวร่างหนึ่งปรากฎขึ้นเคียงข้างกับร่างมนุษย์หมาป่ายักษ์สีเทาของอมาร็อค “ขอโทษที่ฉันทำตามที่พวกนายบอกไม่ได้” วายาเอื้อมมือไปแตะไหล่ของทั้งสองและแหวกทางออกมาอยู่ข้างหน้า จากนั้นก็ถอดเสื้อแจ็คเกตของตัวเองออกโยนลงกับพื้นอมาร็อคกับโทคูลาที่ตอนนี้อยู่เบื้องหลังของวายา เห็นเสื้อกล้ามเอวลอยสีแดงของวายาค่อย ๆ ปริฉีกจนขาดออกจากกัน ขนสีน้ำตาลแดงค่อย ๆ ปกคลุมทั่วร่างของวายาพร้อม ๆ กับการปรากฏร่างของมนุษย์หมาป่าสาวที่ทรงพลัง“หมาป่าต้องออกล่าเป็นฝูง และไม่มีจ่าฝูงตัวไหนที่จะไม่นำฝูงออกล่าหรอกนะ” วายากล่าวโดยไม่หันกลับมา พร้อมทั้งวิ่งนำอมาร็อคกับโทคูลาออกไปเต็มกำลัง กรงเล็บทั้งสองของวายาลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงความร้อนสูงจนบริเวณอากาศที่ข้ามผ่านถึงกับเกิดการสั่นไหวอันเดดที่ขวางเส้นทางของวายาถูกกรงเล็บเชือดตัดและแผดเผาจนกลายเป็นซากเนื้อไหม้ส่งกลิ่นเหม็นออกมาวายาเผชิญหน้าเข้ากับยูนิทเอฟร่างหนึ่งและตวัดกรงเล็บผ่านขาของมัน ร่างนั้นถึงกับทรุดฮวบลง ฝูงอันเดดที่เห็นเหตุการณ์กลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวแต่พลันรุกคืบเข้ามารุมเร้าวายาจากทุกด้าน วายาโหมพลังเพลิงบนกรงเล็บและหมุนตัวไปรอบทิศจนคล้ายกับเป็นกงจักรที่สร้างขึ้นจากเปลวไฟ อันเดดที่รุกคืบเข้ามาในรัศมีกรงเล็บล้วนถูกหั่นเฉือนและแผดเผาเป็นจุลเหล่าอันเดดเห็นว่าไม่สามารถรุกคืบเข้าไปไกลได้จึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนพร้อม ๆ กัน โดยถอนตัวถอยออกมาตั้งขบวนใหม่ อันเดดทุกคนยกแขนด้านที่ถูกดัดแปลงเป็นปืนกลออกมาด้านหน้าของตนเอง โทคูยาและอมาร็อคตามวายามาทันและรีบไปยืนขวางหน้าเสียงปืนดังสนั่นขึ้นทั่วบริเวณพร้อมกับห่ากระสุนที่ปลิวว่อนมาทางทั้งสาม วายากัดฟันกรอดปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก เสียงกระสุนเดรูเลี่ยมเหมือนกับกระทบเข้ากับอะไรแข็ง ๆ สักอย่าง“ท่านหญิง พวกท่านสามคนเก็บเรื่องสนุก ๆ แบบนี้เอาไว้กันเองได้ยังไง ฮ่ะฮ่ะฮ่า” เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยดังขึ้น “วลาด” วายาเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ.............................................................สี่สิบห้านาทียี่สิบเจ็ดวินาทีก่อน ณ ORIGINลิเดียทิ้งพวกเราไว้ในห้องรับรองพิเศษและเนกตาร์อายุสองพันปีหนึ่งขวด“วันแรกในเซกเตอร์สิบเจ็ดก็หนักหน่อยนะ ฮ่ะฮ่ะ” วลาดนั่งพิงเก้าอี้นวมตัวใหญ่อย่างผ่อนคลาย ในมือของเขาถือแก้วที่รินเนกตาร์เอาไว้จนล้นปรี่ผมมองหน้าวลาดิเมียร์กับโจจิด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า การรับรู้ข้อมูลจำนวนมากขนาดนี้มันเกินความสามารถของผมที่จะรับมือจริง ๆ ผมค่อย ๆ ยกแก้วเนกตาร์ที่วลาดิเมียร์ยัดเข้ามือผมก่อนหน้านี้ขึ้นมา แล้วจิบน้ำเสียงเหลืองอำพันในแก้ว รสชาติของมันราวกับน้ำผึ้งนับพันหยดพุ่งเข้าโจมตีต่อมรับรสที่ลิ้นของผมในคราเดียว มันหวานอย่างน่าประหลาดใจ แต่กลับไม่ให้ความรู้สึกแสบหรือเฝื่อนคอแต่อย่างใด ผมยกแก้วขึ้นกระดกของเหลวข้างในเข้าไปจนหมด“ใจเย็นคาล เดี๋ยวเมาโดยไม่รู้ตัวอีกนะ เห็นแบบนั้นมีนมีฤทธิ์แรงใช่ย่อยเลยนะ” วลาดิเมียร์ตบไหล่ผมอย่างอารมณ์ดี“โจจิ วลาด ฉันอยากให้พวกนายอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ..แบบช้า ๆ ให้ฉันพอจะเข้าใจอีกสักทีได้มั้ย?” ผมหันไปร้องขอ“เอาน่า เดี๋ยวมีเวลาฉันจะค่อย ๆ เล่าให้นายฟัง แต่ตอนนี้เราต้องเตรียมตัวทำเรื่องบางเรื่องก่อน” ทันทีที่วลาดพูดจบ กำไลข้อมือบนแขนซ้ายของเขาก็สั่นเบา ๆ ไฟสีน้ำเงินแถวเล็ก ๆ กะพริบอยู่วิบวับ ๆวลาดเลื่อนมือไปแตะที่กำไลข้อมือนั้น ภาพหน้าจอคล้ายกับสมาร์ทโฟนปรากฎขึ้นที่ต้นแขนของเขา เขาเปิดตัวหนังสือแถวหนึ่งแล้วอ่านอยู่เงียบ ๆ คนเดียว“โจจิ ได้เวลาไปละ ชาโดว์ส่งพิกัดมาให้พวกเราแล้ว” วลาดิเมียร์หันไปคุยกับโจจิ แล้วก็หันมามองหน้าผม “จากนี้เราจะไปลุยอะไรกันสักหน่อย นายก็... เอิ่ม... หลบเท่าที่จะหลบได้ละกันนะ”แปลว่าไรกันวะ ผมคิด แล้วโจจิ กับวลาดิเมียร์ก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปเฉย ๆ แถมวลาดิเมียร์ยังหิ้วขวดเนกตาร์ออกไปด้วยอีก“ตามมาซิ หรือจะต้องให้ฉันไปอุ้มออกมา ฮ่ะฮ่ะ”.............................................................“วลาด นายตามมาที่นี่ได้ยังไงกัน” อมาร็อคก็ถามขึ้นมาอีกคนด้วยความสงสัย“ท่านหญิง อมาร็อค โทคูลา เรื่องของการรักษาความสงบและปลอดภัยของพวกท่าน โปรดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานดูแลความสงบและกำจัดภัยคุกคามต่อโดมินาริหน่วยที่สิบเอ็ดเถอะ” วลาดิเมียร์พูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบ แต่พุ่งร่างของเขาที่ตอนนี้กลายเป็นสีเขียวเข้มคล้ายกับสนิมเหล็กที่เป็นสีเขียวเข้าชนกับยูนิทเอฟตัวหนึ่งที่พุ่งสวนเข้ามาใบหน้าของวลาดิเมียร์เพิ่มขึ้นมาด้วยเขี้ยวที่งอกยาวออกมาจากขากรรไกรด้านล่าง สองแขนของวลาดิเมียร์กอดรัดเข้าที่ยูนิทเอฟโชคร้ายร่างนั้นอย่างเต็มรัก ภาตใต้แรงกดดันของอ้อมกอดที่คร่าชีวิต ของเหลวสีชมพูไหลทะลักออกมาจากร่างของยูนิทเอฟแทบทุกช่องทางที่ไหลซึมออกมาได้ โจจิพาผมออกมายืนอยู่กับกลุ่มของวายา ผมยังหอบแฮ่กด้วยความเหนื่อยเพราะทั้งสองเล่นพาผมปีนป่ายตามหลังคาของอาคารต่าง ๆ แทนที่จะขับลีฟมา ด้วยเหตุผลที่ว่าแบบนี้น่าจะเร็วกว่า และแน่นอนว่าผมย่อมเป็นตัวถ่วงให้กับทั้งสอง จนวลาดิเมียร์ทนไม่ได้ต้องลากคอเสื้อผมกระโดดไปมาตามหลังคาตึกชาโดว์โผล่มายืนอยู่กับพวกเราตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ โจจิหันมาบอกกับวายาว่า “ท่านหญิงโปรดรออยู่ตรงนี้กับองค์รักษ์ของพระองค์ พวกข้าจะคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ให้เอง” แล้วโจจิก็หันมามองผม“นายก็อยู่ตรงนี้ด้วย เอ่อ แล้วก็ฝากเนกตาร์ของวลาดไว้ด้วยนะ ทำแตกไปนายโดนอัดตายไม่รู้ด้วย” พูดจบโจจิก็พุ่งตัวออกไปร่วมศึกพร้อม ๆ กับชาโดว์ ส่วนผมก็ยืนเหงื่อตกถือขวดเนกตาร์แบบทำอะไรไม่ถูกอยู่ท่ามกลางมนุษย์หมาป่าทั้งสามคน“ทิ้งหมอนี่ไว้ดูแลฉันเนี่ยนะ?” วายาแยกเขี้ยวกรีดร้อง!จบตอนที่ 9

    นิยายแนะนำ