ตอนที่ 20 เป็ “ผู้ชายที่ดี” เกินไป
และแน่นอนว่าไม่มีงูอยู่ในพงหญ้า มีแต่รังไข่ที่ไก่ป่าฟักไว้
โดยทั่วไปแล้วรังไก่ป่าหนึ่งรังจะมีไข่ประมาณยี่สิบฟอง และพวกเขาโชคดีมากพอที่พบไข่ไก่ป่าสิบเก้าฟอง
“ว้าว! เย็นนี้มีแกงไข่ให้กินแล้ว ทั้งยังเก็บบางส่วนไว้ต้มได้อีก”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์มองแววตาประหลาดใจระคนดีใจของไป๋เพ่ยเพ่ยแล้ว สายตาของเขาพลันเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูอยากเอาใจ
"ได้ ทำแกงไข่สี่ฟอง หนึ่งคนต่อไข่หนึ่งฟอง ส่วนที่เหลือเป็ของเ้าทั้งหมด"
หัวใจดวงนี้ลำเอียงเสียจนไม่เห็นอะไรแล้ว
“ให้ข้าทั้งหมด แล้วเด็ก ๆ จะทำอย่างไรเล่า? พวกเขาก็้าสารอาหารเหมือนกันนะ”
“มีแม่จึงมีลูก ไข่ไก่เพียงไม่กี่ฟอง พวกเขาไม่ได้กินเพิ่มสักฟองก็ไม่ได้เป็ผลอะไรนัก สู้ให้เ้ากินดีกว่า มีเพียงแค่การที่เ้าสบายดีเท่านั้น พวกเขาจึงจะดีขึ้นได้”
ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกอบอุ่นในใจ พลันคิดว่าสามีของเ้าของร่างเดิมนั้นเป็ ‘ผู้ชายที่ดี’ เกินไปจริง ๆ ว่ากันง่าย ๆ เลยคือดีที่หนึ่ง
ผู้ชายในสมัยโบราณจะให้ความสำคัญกับลูกมากกว่าภรรยา แต่ชายที่อยู่ข้าง ๆ นางผู้ที่ให้ความสำคัญกับนางมากกว่าลูก ๆ
เซี่ยเหล่าเอ้อร์เก็บไข่อย่างระมัดระวังและวางไว้บนหญ้าแห้ง เขารอจนขุดสมุนไพรยาไปจนหมด จากนั้นจึงซ่อนไข่ไว้ในกระบุงสะพายหลังเพื่อนำกลับบ้านไปด้วย
ไม่รู้ว่าเป็โชคดีของไป๋เพ่ยเพ่ย หรือท่านเทพแห่งการข้ามเวลาสงสารนางจึงเปิดดัชนีทองคำ*[1] ให้นาง หลังจากได้ไข่ไก่ป่ามา นางยังมาพบกับมันสำปะหลังอีก?!
“เ้าขุดสิ่งนี้ไปทำไม? มันมีพิษ”
“ข้ารู้ แต่หากจัดการทำความสะอาดให้ดี ๆ ก็สามารถเป็อาหารได้”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง “จริงหรือ?”
“จริงสิ! ไม่อย่างนั้นข้าจะขุดมันไปทำไมกัน? นี่เป็ของดี ข้าจะบอกท่านให้...”
มันสำปะหลังเป็ไม้พุ่มตั้งตรง สูง 153 เมตร หัวมันเป็ทรงกระบอก หัวมันนั้นประกอบด้วยแป้งจำนวนมากซึ่งสามารถนำไปใช้ทำแอลกอฮอล์ กรดซิตริก โปรตีนมันสำปะหลัง กลูโคส ฟรุกโตส และอื่น ๆ
เมื่อเอ่ยถึงสิ่งเหล่านี้ ทุกคนจึงรู้ถึงคุณค่าของมันสำปะหลัง ไม่เพียงแต่สามารถนำมาใช้เป็อาหารได้ แต่ยังสามารถนำมาใช้ทำอาหารสัตว์ ยารักษาโรค ย้อมผ้า ทั้งยังใช้ทำกระดาษได้อีกด้วย
มันสำปะหลังเป็หนึ่งในสามมันที่สำคัญของโลก คือ มันสำปะหลัง มันเทศ และมันฝรั่ง เมื่อกล่าวถึงสองอย่างหลัง ทุกคนน่ารู้ว่าทำไมมันสำปะหลังถึงสามารถใช้เป็อาหารได้ เพราะเราทุกคนต่างรู้ดีว่ามันฝรั่งเป็อาหาร มันสำปะหลังก็เช่นกัน แต่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทำให้ชื่อของมันไม่แพร่หลายเท่ากับมันฝรั่งนัก
“ท่านเห็นนี่ไหม นี่คือหัวมัน สิ่งที่เรากินเป็ตรงนี้ มันมีพิษ เราจะกินดิบ ๆ เลยไม่ได้ หากกินเลยโดยไม่ทำให้สุกเสียก่อน เพียงแค่ดื่มแกงของมันก็อาจถูกพิษได้”
“แม้จะแค่สองสามเหลี่ยง ก็สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น มือของเซี่ยเหล่าเอ้อร์ที่กำลังขุดหัวมันก็พลันสั่นเล็กน้อย เขาพูดว่า "พิษนี่รุนแรงเกินไปหรือเปล่า?!"
“ไม่เป็ไรน่า สมุนไพรหลายชนิดก็มีพิษ แต่ทำไมถึงยังนำมันไปให้หมออีกล่ะ ก็เพราะหมอเชี่ยวชาญเื่วิธีและปริมาณการใช้ยา ขอเพียงเชี่ยวชาญในวิธีการ ไม่เพียงแต่หมอจะไม่วางยาพิษผู้คน แต่ยังสามารถช่วยพวกเขาได้ด้วย”
เมื่อเซี่ยเหล่าเอ้อร์ลองคิดดู ก็รู้สึกว่าไป๋เพ่ยเพ่ยพูดถูก ชายหนุ่มจึงกระตือรือร้นในการขุดมากขึ้น ทั้งยังบอกอีกว่าตนเห็นเ้าสิ่งนี้ที่ตรงไหนอีกสักแห่ง เป็พุ่มใหญ่ทีเดียว
หากสิ่งนี้กินได้จริง ๆ เช่นนั้นครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ต้องกังวลเื่ข้าวปลาอาหารไปจนถึงก่อนฤดูใบไม้ร่วงอันเป็ฤดูเก็บเกี่ยว
“วิธีการกินหัวมันนี้ก็ง่ายดายมาก เพียงแค่ปอกเปลือกออกแล้วนำไปแช่น้ำไว้ราวหกหรือเจ็ดวัน จากนั้นนำไปทำให้สุกก็สามารถกินได้แล้ว แต่ต้องปรุงให้สุก จะสุกครึ่งไม่สุกครึ่งไม่ได้ ด้วยหากถ้าไม่สุกก็จะเป็พิษเช่นกัน...”
“อืม เช่นนั้นจากนี้ไปเ้าก็เป็คนทำเถอะ หากปล่อยให้พวกเหมียวเหมียวเป็คนทำ ข้าเกรงว่าหากพวกนางจะประมาท ไม่ได้ทำให้มันสุกดี ครอบครัวของเราอาจลำบากเอาได้”
“ท่านวางใจเถอะ ก่อนกินข้าจะตรวจดูให้ ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน”
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้รับปากว่าจะทำอาหารเอง นางไม่กล้าแตะต้องเตาดินโบราณ อีกอย่างนางไม่ใช่เ้าของร่างเดิม จึงไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าเตาดินนั้นใช้งานอย่างไร
“เช่นนั้นก็ได้ หลังจากเ้าตรวจดูแล้วค่อยกิน”
...
การขุดมันสำปะหลังครั้งนี้ พวกเขาขุดกันไปเกือบครึ่งกระบุง โดยใส่มันสำปะหลังลงไปไว้ก้นกระบุง ้าเป็สมุนไพรยาที่สามารถทนแรงกดทับได้ ชั้นต่อมานั้นเป็ไข่ ส่วน้าสุดก็เป็พวกสมุนไพรอีกเช่นกัน
ด้วยการทำเช่นนี้ หากเจอคนในหมู่บ้านระหว่างทางก็จะไม่เป็ที่ต้องตาให้พวกเขาอิจฉา
ส่วนไม้ฟืนนั้นไม่้าความช่วยเหลือจากไป๋เพ่ยเพ่ย โดยปกติแล้ว เซี่ยเหล่าเอ้อร์จะสับฟืนแล้วตากแดดไว้บนูเา พร้อมตัดฟางมัดไม้ฟืนแห้งเป็สองมัด แล้วจึงแทงปลายแหลมของไม้คานเข้าไป จากนั้นจึงแบกขึ้นบ่า
แขนเสื้อถูกดึงขึ้น กล้ามเนื้อโผล่ออกมาจากแขนกร้านแดดสีช็อกโกแลตของเขา เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งของความเป็ชาย
ไป๋เพ่ยเพ่ยอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอีกสองสามครั้ง เมื่อมองไล่ตาม่แขนที่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อ ก็พบกับไหล่ที่เปลือยเปล่าครึ่งหนึ่งของเขา โดยเฉพาะมัดกล้ามที่เป็ลูกบริเวณต้นแขน จุ๊ จุ๊ จุ๊...
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ซึ่งแบกฟืนเดินนำหน้าไป๋เพ่ยเพ่ย ชายหนุ่มสวมเสื้อป่านขาด ๆ มีสายรัดเอวสีเข้มผูกรอบเอว ขายาวสองข้างก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเป็จังหวะ
หุ่นดีสูงชะลูดอย่างนี้ จะมองอย่างไรก็ดูดีมีเสน่ห์
ไป๋เพ่ยเพ่ยคิดว่าหากคนรักเก่าของนางยังมีชีวิตอยู่ รูปร่างหน้าตาของเขาก็คงเป็แบบนี้เช่นกัน
แม้ว่าบ้านเซี่ยฝั่งนี้จะอบอุ่น แต่ครอบครัวเซี่ยฝั่งที่อยู่ในลานบ้านดูเหมือนจะไม่ได้โชคดีนัก
เดิมทีเซี่ยเหมียวเหมียวกำลังซักผ้าอยู่ในลานบ้าน ส่วนเซี่ยเสี่ยวหย่านั้นคอยคุมงานอยู่ หากเรียกให้ดูดีก็คือกลัวว่าเซี่ยเหมียวเหมียวจะอู้งาน
เซี่ยเหมียวเหมียวมองไปยังลูกพี่ลูกน้องที่ขยับม้านั่งเข้ามา พลางยกมือเท้าคาง ดวงตากลมโตสดใสคอยจับจ้องมาที่นาง พร้อมกะพริบตาเป็ระยะ ๆ ก็รู้สึกว่าช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
การซักผ้าคนเดียวนั้นค่อนข้างน่าเบื่อ แต่พอมีลูกพี่ลูกน้องมานั่งฆ่าเวลาอยู่ข้าง ๆ ก็ทำให้งานน่าสนใจขึ้นไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกพี่ลูกน้องคนนี้ที่ชอบเลียนแบบลักษณะท่าทางของไป๋เพ่ยเพ่ย ทำตัวเป็ ‘ผู้ใหญ่ในร่างเด็ก’ ทว่าถ้อยคำที่ออกมาจากปากนั้นมีแต่เื่ ‘แข่งขันแย่งชิงความโปรดปราน’ เมื่อคืนนี้ ช่างน่าสนใจมากจริง ๆ
เซี่ยเสี่ยวหย่าเองไม่รู้เื่นี้ นางเพียงเห็นว่าเซี่ยเหมียวเหมียวซักเสื้อผ้าในขณะที่นางไม่ต้องทำอะไรเลย ทำให้เด็กสาวมีความสุขอย่างยิ่ง ราวกับว่าตนถือไพ่เหนือกว่าอย่างมาก
“ข้าจะบอกอะไรให้นะ อย่าคิดว่าจะเ้าซักผ้าให้ข้าแล้วจะมาประจบเอาใจข้าได้ ข้าไม่ใช่ท่านแม่ ข้าไม่ได้เอาใจได้ง่ายขนาดนั้น ข้า...
ก่อนที่เซี่ยเสี่ยวหย่าจะพูดจบ นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าประตู
หลังจากนั้นทันที ประตูลานบ้านของตระกูลเซี่ยก็พลันถูกผลักเปิดออก มีกลุ่มนักเลงเดินเข้ามา
“ไป๋เพ่ยเพ่ยอยู่ไหน ไปเรียกนังผู้หญิงสารเลวคนนั้นออกมาหาข้าซิ” ซุนเหล่าลิ่วเดินนำหน้ามาพร้อมกับลูกชายของเขาด้วยสีหน้าโกรธจัด
ป้าซุนลิ่วนั้นพาแม่สามี รวมถึงบรรดาสะใภ้ตามเข้ามา แล้วะโ
"ไป๋เพ่ยเพ่ยอยู่ไหน เรียกนางออกมา นางกล้าทำร้ายข้า หากวันนี้ไม่ได้คำอธิบายจากนาง ใครก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่ดีทั้งนั้น”
ทันทีที่นางเห็นว่าอีกฝ่ายมีคนมากกว่า ขาของเซี่ยเสี่ยวหย่าพลันอ่อนลง เด็กสาวรีบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเซี่ยเหมียวเหมียวทันที
เซี่ยเหมียวเหมียวก็กลัวเช่นกัน แต่นางเป็พี่สาว เซี่ยเสี่ยวหย่าเป็น้องสาว นอกจากสามคนที่นอนป่วยอยู่บนเตียงแล้ว ก็ไม่มีใครที่พอใช้การได้อีก นางจึงทำได้เพียงกัดฟันยืนตัวสั่นเผชิญหน้า แล้วกล่าวว่า “ข้า... ท่านแม่ของข้าไม่อยู่...”
“แม่ของเ้าไม่อยู่? แม่ของเ้าทำร้ายคนอื่นแล้วหนีไปงั้นรึ?!”
ป้าซุนลิ่วขึ้นเสียง ก่อนะโว่า
"ถ้าหากนางมีความสามารถตบตีคนอื่นได้เก่งนัก ก็ต้องหาญกล้าก้าวออกมาสิ จะหนีไปเพื่ออะไร? ความกล้าของนางอยู่ที่ไหน? ไม่ใช่ว่านางเก่งมากจนเป็เทวดาหรอกหรือไง? ให้นางออกมา“
เมื่อเซี่ยเสี่ยวหย่าได้ยินดังนั้น ก็ไม่เห็นด้วย จึงเอ่ยทั้งที่ยังซ่อนตัวอยู่ที่ด้านหลังของเซี่ยเหมียวเหมียว
"ใครจะกลัวท่านกัน? แม่ของข้าขึ้นไปบนูเา ท่านเองหากมีความสามารถก็รอแม่ข้ากลับมาสิ!"
“นังเด็กนี่ กล้าดียังไงมาเถียงข้า” ป้าซุนลิ่วเต็มไปด้วยความโกรธจนไม่มีที่ให้ลง เมื่อมีคนะโออกมารับด้วยตัวเอง นางจึงเบนเข็มไปหาเซี่ยเสี่ยวหย่าด้วยท่าทีอำมหิตทันที
แม้ว่าโดยปกติแล้วเซี่ยเสี่ยวหย่าจะตั้งตนเป็ใหญ่ แต่นั่นเป็เพราะไป๋เพ่ยเพ่ยคอยปกป้อง กับคนรุ่นราวคราวเดียวกันนางไม่กลัว แต่เมื่อมาเจอกับคนอย่างป้าซุนลิ่วที่ยากจะรับมือก็ย่อมรู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย
เซี่ยเสี่ยวหย่าหดคอพลางกัดริมฝีปาก ไม่กล้าส่งเสียง
เซี่ยเหมียวเหมียวก็ใเช่นกัน จึงเข้ามาปกป้องเซี่ยเสี่ยวหย่า พร้อมถอยออกไป โดยกลัวว่าป้าซุนหลิวจะเข้ามาทำร้ายนาง ตอนนี้ที่บ้านไม่มีใครที่พอจะปกป้องพวกนางได้ หากมีการลงไม้ลงมือกันขึ้นมาจริง ๆ คนที่จะเสียเปรียบก็คือพวกนางสองคน
ทันทีที่เซี่ยต้ายาซึ่งอยู่ในบ้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงไม่อาจทนนอนต่อได้ เด็กสาวกัดฟันทนต่อความเ็ปทั่วร่างกายแล้วลุกขึ้น สวมรองเท้า และออกไปข้างนอก
“ป้าซุนลิ่ว นี่ท่านจะทำอะไร?”
ใบหน้าซีดเซียวโผล่ออกมาจากห้อง ป้าซุนเห็นดังนั้นก็เบิกบานใจนัก
"โอ้ นี่ไม่ใช่เซี่ยต้ายาที่กำลังตายหรอกหรือ ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ? อาสะใภ้รองของเ้ายังไม่เอาเ้าไปฝังอีกหรือไง?”
*[1] ดัชนีทองคำ หมายถึงการได้รับพลัง/โชคลาภจากผู้เขียน คล้าย ๆ การกดสูตรโกงในเกม