นายท่านหนีเข้ามารับสวีซื่อเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที“ระวัง! จะกระเทือนถึงทารกในครรภ์ได้”
ว่าแล้ว ก็หันไปมองหนีเจียเอ๋อร์ด้วยสายตาตำหนิ“นางกำลังท้องลูกของข้าเจ้ายังกล้าผลักนางอีก หากนางล้มขึ้นมา ข้าจะลงโทษเจ้าให้หนัก!”
หนีเจียเอ๋อร์ก้มหน้าลง“ขออภัย! ข้ามิได้ตั้งใจจะผลักท่านแม่” นางกล่าวขอโทษ แต่มือกลับกำแน่น
สวีซื่อดื่มยาบำรุงครรภ์ที่มีส่วนผสมของชะมดเชียงเข้าไปทว่าหมอกลับมาช่วยเอาไว้ได้ทัน เช่นนั้นแล้ว ทุกอย่างจะต้องเป็นแผนการของนางแน่
หนีเจียเอ๋อร์ได้แต่นึกสมเพชในใจ เพื่อที่จะกำจัดตน ไม่คิดเลยว่าสวีซื่อจะกล้าเอาชีวิตของลูกตัวเองมาเสี่ยงเช่นนี้...
เมื่อเห็นเช่นนั้นเว่ยอี๋เหนียงก็พยายามจะแก้ต่างแทนบุตรสาว แต่ก็ถูกนายท่านหนีขัดจังหวะ
สวีซื่อยืนขึ้นอีกครั้งและพูดว่า “นายท่านหากอยากรู้ว่านางตั้งใจจะทำร้ายลูกของเราหรือไม่ แค่ไปตรวจเรือนของนางดูก็รู้แล้ว”
ได้ยินเช่นนั้นนายท่านหนีก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกไป “ตามข้ามา!”
หนีจวิ้นหว่านและหลินมามารีบก้าวไปเดินขนาบข้างสวีซื่อ
พอทุกคนออกไปแล้วหนีเจียเอ๋อร์ก็หันมาลูบหลังเว่ยอี๋เหนียงเบาๆ เพื่อปลอบโยนนาง
...
เมื่อไปถึงเรือนของหนีเจียเอ๋อร์พวกเขาก็ทำการตรวจค้นอย่างรวดเร็ว ไม่นาน ก็พบชะมดเชียงที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า
เว่ยอี๋เหนียงหน้าถอดสีรีบเข้าไปดึงชายเสื้อของนายท่านหนี เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้บุตรสาว
หนีเจียเอ๋อร์เข้าไปประคองมารดาก่อนสบตาสวีซื่อ แล้วถามเสียงต่ำ “ท่านไม่กลัวพลาดเลยหรือ? แผนการเช่นนี้สามารถฆ่าลูกของตัวเองได้เลยนะ!”
“ถึงตอนนี้แล้ว เจ้ายังไม่ยอมรับอีกหรือว่าคิดจะฆ่าลูกของข้า? หนีเจียเอ๋อร์ จิตใจของเจ้าทำด้วยอะไร ถึงได้เลือดเย็นนัก!” สวีซื่อเข้ามากระชากนางอย่างแรง
“ฮูหยินเห็นแก่เด็กในท้อง ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ” นายท่านหนีเข้ามากอดฮูหยินของตนเอาไว้
หลินมามาและหนีจวิ้นหว่านรีบมาพยุงสวีซื่อ
จากนั้น หนีจวิ้นหว่านก็ถามน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาเหยียดหยาม“เจ้าลงมือจริงๆหรือ?”
หนีเจียเอ๋อร์ปฏิเสธเสียงแข็ง“มิใช่!”
นายท่านหนีปลอบโยนสวีซื่อพลางกล่าว “ข้าเชื่อว่าเสี่ยวเอ๋อร์มิได้ทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้เป็นแน่เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะหาตัวคนร้ายและหักมือของมันเอง”
สวีซื่อลูบท้องของตนก่อนเอ่ยเสียงสะอื้น “เจ้าค่ะ! แล้วแต่นายท่าน”
หนีเจียเอ๋อร์ลอบถอนหายใจอย่างน้อยก็พอมีเวลาเสาะหาหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ว่าตนมิใช่คนร้าย
แต่ทันใดนั้นเสี่ยวเสวียนก็คุกเข่าลง “คุณหนู บ่าวขออภัยด้วยเจ้าค่ะ!”
หนีเจียเอ๋อร์มิได้ติดใจสงสัยเพียงบอกปัดไปว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ไม่ต้องขอโทษหรอก”
เสี่ยวเสวียนถอยออกไป แล้วคุกเข่าลงตรงหน้านายท่านหนี
“นายท่านคุณหนูเป็นคนสั่ง ให้บ่าวนำชะมดเชียงใส่ลงไปในยาบำรุงครรภ์ของนายหญิง บ่าวถูกบังคับเจ้าค่ะนายท่านโปรดช่วยบ่าวด้วย”
เพียงได้ยิน ก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าผ่าลงกลางใจหนีเจียเอ๋อร์ยืนนิ่ง มองไปยังเสี่ยวเสวียนด้วยความสับสน...
นี่นางถูกหักหลังหรือ?
หญิงสาวมองสาวใช้คนสนิท“เสี่ยวเสวียนเจ้ากำลังพูดอะไร?”
เสี่ยวเสวียนส่ายหน้า พลางกล่าวอย่างสิ้นหวัง“คุณหนู บ่าวขออภัย บ่าวไม่อยากหักหลังท่าน แต่บ่าวจำเป็นต้องทำ...”
ภาพของน้องชายปรากฏขึ้นหากนางไม่ทำเช่นนี้ เขาจะต้องตายแน่!
เสี่ยวเสวียนยังบอกกับนายท่านหนีอีกว่า“คุณหนูสั่งให้บ่าวทำนายท่านโปรดเมตตาด้วย!”
นายท่านหนีกำมือแน่น ด้วยความโกรธเกรี้ยว
เว่ยอี๋เหนียงรีบเข้าไปบังหนีเจียเอ๋อร์ไว้พร้อมเอ่ยทั้งน้ำตา “เสี่ยวเสวียน เจ้ากำลังพูดบ้าอะไร! เสี่ยวเอ๋อร์หาใช่คนโหดเหี้ยม ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นแน่เจ้า... เจ้าอยู่กับนางมาตั้งนาน เหตุใดจึงทรยศกันเช่นนี้?”
หนีจวิ้นหว่านลอบมองมารดาด้วยความเคลือบแคลงใจพอเห็นสวีซื่อกับหลินมามาป้องปากหัวเราะ ก็รู้ได้ทันที
หญิงสาวหันไปมองหนีเจียเอ๋อร์ก่อนแสยะยิ้มสะใจ หากท่านพี่หรานรู้เรื่องนี้เข้า จะต้องเกลียดอีกฝ่ายเป็นแน่!
นายท่านหนีเตะเสี่ยวเสวียนอย่างแรง“ตัดมือของนางเสีย บังอาจมากที่กล้าวางยาสวีซื่อ”
พูดจบ ก็หันไปตบหนีเจียเอ๋อร์จนนางล้มลงกับพื้น “พานางไปขังไว้ที่โรงเก็บฟืนรอการตัดสินโทษ”
โลหิตไหลซึมออกมาจากข้างมุมปากแก้มของนางค่อยๆ ปรากฏรอยแดงช้ำ หูอื้อไปหมดจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง
ไม่รู้เสียด้วยซ้ำ ว่าเสี่ยวเสวียนพูดอะไรกับตนเห็นเป็นเพียงภาพเลือนราง ว่านางวิ่งชนต้นไม้ใหญ่เพื่อปลิดชีพตัวเอง
ร่างของสาวใช้คนสนิทล้มลงข้างๆตัว ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและต้องการจะขออภัย
โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ทำเอาทุกคนได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เมื่อเห็นเช่นนั้นสวีซื่อก็เผลอยกมือขึ้นปกป้องท้องของตนด้วยความผวา “นายท่าน ข้ารู้สึกไม่ดีเลยเจ้าค่ะ”
จากนั้น ก็ดึงแขนเสื้อของหนีจวิ้นหว่าน“หว่านเอ๋อร์ พาข้าไปพักเถอะ”
พอได้สติหนีจวิ้นหว่านก็เข้ามาพยุงมารดา ตัวนางเองก็ตัวสั่นด้วยความพรั่นพรึงเช่นกัน
นายท่านหนีกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่นก่อนพยักหน้า “พวกเจ้ากลับไปพักเถอะ”
หลินมามาก็เข้ามาช่วยอีกแรง
เว่ยอี๋เหนียงเกรงว่าบุตรสาวของตนจะเจ็บปวดไปมากกว่านี้จึงรีบเข้าไปกอดหนีเจียเอ๋อร์เอาไว้ “ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะอยู่ข้างเจ้าเสมอ”
หนีเจียเอ๋อร์สบตากับร่างไร้วิญญาณของเสี่ยวเสวียนความรู้สึกเมื่อชีวิตที่แล้ว พลันหวนกลับมาอีกครั้ง... นางเสียเสี่ยวเสวียนไปแล้ว!
แม้แต่ชาตินี้เสี่ยวเสวียนก็ยังต้องมาตายจากไป...
แล้วเว่ยอี๋เหนียง ท่านพี่และครอบครัวของนางเล่า?
ชะตากรรมของพวกเขา จะเป็นเช่นเดียวกับเสี่ยวเสวียนจริงๆหรือ?!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้หนีเจียเอ๋อร์ก็กอดร่างของเว่ยอี๋เหนียงแน่น ใบหน้าของนางอาบไปด้วยน้ำตา หากแต่ไร้เสียงสะอื้นไห้...
“น่าสังเวชนัก! พวกเจ้านำร่างของนางไปฝังไว้ที่ชานเมือง” นายท่านหนีสั่ง ก่อนปรายตามองหนีเจียเอ๋อร์ “ส่วนนางพาไปขังไว้ที่โรงเก็บฟืน!”
หนีเจียเอ๋อร์รู้ดีว่า ต่อให้จะร้องขอความเป็นธรรมอย่างไรท่านพ่อก็คงจะไม่ฟังอีกแล้ว นางจึงลุกขึ้นเดินนำพ่อบ้านไป
แต่เว่ยอี๋เหนียงยังไม่ยอมแพ้พยายามกอดขา ร้องขอความเมตตาให้บุตรสาว แต่นายท่านหนีก็ไม่ใจอ่อน ในทางกลับกัน เขายังสั่งให้คนพาตัวเว่ยอี๋เหนียงไปกักขังไว้ในเรือนของนาง...