ภายในห้องเช่ารูหนูที่ผนังเต็มไปด้วยคราบเชื้อราและกลิ่นอับชื้น นนทพัทธ์ยืนจ้องมองตัวเองในกระจกเงาที่ร้าวเป็ทางยาว แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าๆ กะพริบถี่ราวกับจะดับมอดลงในอีกไม่ช้า หยดน้ำฝนยังคงเกาะพราวบนเส้นผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิง แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าคือเงาสะท้อนในนั้น... ใบหน้าซีกหนึ่งของเขาดูซูบตอบลงอย่างเห็นได้ชัด เส้นเืสีดำสนิทขดตัวเป็ลวดลายประหลาดลามจากลำคอขึ้นมาถึงโหนกแก้ม และดวงตาข้างซ้ายที่เป็สีดำสนิทไร้ตาขาวนั้นจ้องมองกลับมาด้วยความอ้างว้างปนกระหาย
"แกกลายเป็ตัวอะไรไปแล้ว... นนท์" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าราวกับเสียงของคนใกล้ตาย กลิ่นสาบจางๆ ของเนื้อที่เริ่มเน่าเปื่อยลอยออกมาจากใต้เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงที่เขาขโมยมา
"มันคือราคาที่เ้าต้องจ่าย... และมันจะแพงขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าิญญาของเ้าจะมอดไหม้"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความโศกเศร้าดังขึ้นที่เื้ั นนท์สะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับไปมองที่มุมมืดของห้อง มีนานั่งอยู่ตรงนั้น ร่างระหงของเธอดูเหมือนจะเรืองแสงจางๆ ท่ามกลางความมืดมิด ชุดสีขาวบริสุทธิ์ของเธอดูขัดกับสภาพห้องที่โสโครกอย่างสิ้นเชิง
"เธอเข้ามาได้ยังไง! ออกไป!" นนท์ตวาด แต่ในใจกลับสั่นไหวเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยที่มองมาด้วยความสมเพช
"ข้ามาเพื่อเตือนสติเ้า นนทพัทธ์ นาฬิกานั่นไม่ใช่พรจาก์ แต่มันคือโซ่ตรวนจากนรก ทุกวินาทีที่เ้าหยุดเวลาเพื่อสนองกามารมณ์และตัณหา ิัของเ้าจะเน่าสลาย และใจของเ้าจะกลายเป็ปีศาจ" มีนาลุกขึ้นเดินเข้าหาเขาอย่างช้าๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนดอกไม้ป่าจากกายเธอช่วยบรรเทากลิ่นสาบแห่งความตายในห้องลงชั่วขณะ
นนท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าเกลียด "เตือนสติงั้นเหรอ? ตอนที่กูอดอยากจนแทบจะกินดิน เธอไปอยู่ที่ไหน? ตอนที่เก่งเพื่อนกูต้องนอนรอความตายเพราะไม่มีเงินรักษา เธอเคยมาแลกิญญาเพื่อช่วยกูไหม?" เขาก้าวเข้าไปหาเธออย่างคุกคาม "ตอนนี้กูมีอำนาจ... กูกลายเป็พระเ้าที่หยุดโลกได้ทั้งใบ!"
เขายื่นมือที่เริ่มหยาบกร้านและมีสีคล้ำไปลูบไล้แก้มเนียนของมีนา เธอพยายามจะเบี่ยงหน้าหนีแต่กลับถูกเขารวบเอวบางไว้แน่นด้วยพละกำลังที่มากกว่ามนุษย์ปกติ
"ในเมื่อเธออยากจะช่วยข้านัก... ก็ลองััดูสิว่าความตายมันร้อนแรงแค่ไหน" นนท์กระซิบบอก พร้อมกับกดปุ่มที่นาฬิกาพกโบราณในกระเป๋า
*กริ๊ก!*
เสียงเข็มนาฬิกาหยุดเดิน ทุกอย่างรอบตัวนิ่งสนิท แม้แต่หยดน้ำที่รั่วจากเพดานก็ค้างติ่งอยู่กลางอากาศ มีนาเบิกตากว้าง ร่างกายของเธอแข็งทื่อด้วยมนตราแห่งกาลเวลา แต่สติสัมปชัญญะของเธอยังอยู่ครบถ้วน
"เธอเป็ผู้พิทักษ์เวลาไม่ใช่เหรอ? ลองดูสิว่าเวลาที่หยุดนิ่งจะทำอะไรเธอได้บ้าง"
นนท์โน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอขาวผ่องของมีนา กลิ่นกายของเธอปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน เขาฉีกเสื้อผ้าสีขาวสะอาดของเธอออกจนขาดวิ่น เผยให้เห็นเรือนร่างประดุจรูปสลักหินอ่อน ผิวพรรณของเธอนวลเนียนไร้ที่ติ ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันท้าทายสายตาที่เต็มไปด้วยความใคร่ของเขา
"อื้อ... อึ่ก..." มีนาส่งเสียงประท้วงได้เพียงในลำคอ ร่างกายของเธอถูกตรึงไว้ด้วยอำนาจของนาฬิกา แต่น้ำตาใสๆ เริ่มคลอที่เบ้าตาด้วยความอดสู
นนท์ไม่รอช้า เขาอุ้มร่างบางไปที่เตียงเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เขาใช้ลิ้นร้อนๆ ลากผ่านยอดอกของเธออย่างตะกรุมตะกราม มือหนาขยำเต้าทรวงนุ่มหยุ่นจนล้นออกตามง่ามนิ้ว ความร้อนแรงจากร่างกายของเขาที่ดูเหมือนศพกลับทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้น
"สวยเหลือเกิน... มีนา ถ้าฉันต้องตกนรก ฉันก็จะลากเธอลงไปด้วย"
เขาใช้มือข้างหนึ่งกดข้อมือทั้งสองของเธอไว้เหนือหัว ส่วนอีกมือนวดคลึงจุดอ่อนไหวกลางกายสาวที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานอย่างจำยอม นิ้วเรียวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางที่คับแน่น บดขยี้จุดกระสันจนร่างของมีนาเริ่มสั่นระริกแม้จะอยู่ในสภาวะหยุดเวลาก็ตาม
*แจ๊ะ... แจ๊ะ... แจ๊ะ...*
เสียงของเหลวที่หล่อลื่นดังสะท้อนในห้องที่เงียบสงัด นนท์ถอดกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นแก่นกายที่ขยายใหญ่จนเส้นเืปูดโปน มันดูน่าเกรงขามแต่ก็แฝงไปด้วยความดำมืด เขาจ่อส่วนหัวที่บานฉ่ำเข้ากับร่องรักของเธอแล้วกดแทรกเข้าไปรวดเดียวจนสุดความยาว!
"อ๊าาาาา!"
มีนาครางออกมาอย่างคุมไม่อยู่ ร่างกายของเธอทรยศต่อจิติญญา ความคับแน่นและร้อนระอุที่จู่โจมเข้ามาทำให้สมองของเธอมึนงง ความรู้สึกกึ่งเจ็บกึ่งเสียวซ่านแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง นนท์ไม่ปล่อยให้เธอนิ่งนาน เขาเริ่มขยับสะโพกสอบเป็จังหวะที่หนักหน่วงและป่าเถื่อน
*พั่บ! พั่บ! พั่บ!*
"ซี้ดดดด... แน่นมาก... มีนา เธอรู้ไหมว่าเธอตอดฉันแรงแค่ไหน?" นนท์คำรามข้างหูเธอ พร้อมกับสอดแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานเพื่อลิ้มรสความขมขื่นของเธอ
เขายกขาเรียวทั้งสองข้างของเธอขึ้นพาดบ่า ทำให้การสอดใส่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจนปลายหยักกระแทกเข้ากับปากมดลูกของเธออย่างจัง ทุกครั้งที่เขากระแทกเข้าไป ร่างของมีนาจะเกร็งกระตุกและส่งเสียงครางที่ฟังดูเหมือนการอ้อนวอนผสมความกระสัน
*ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!*
"อ๊ะ... อ๊า... นนท์... หยุด... อื้ออออ!"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสลับกับเสียงเตียงที่สั่นโยกราวกับจะพังทลาย นนท์เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลถ่ายเทมาจากตัวมีนาสู่ร่างกายที่เน่าเปื่อยของเขา รอยดำบนหน้าเขาดูเหมือนจะจางลงชั่วขณะด้วยหยาดเหงื่อและตัณหา เขาพลิกตัวเธอให้คว่ำหน้าลงในท่าคลานเข่า แล้วเข้าจู่โจมจากทางด้านหลังอย่างรุนแรง
*ป๊าบ! ป๊าบ! ป๊าบ!*
ฝ่ามือหนาฟาดลงบนสะโพกมนจนขึ้นรอยแดงจางๆ ก่อนจะคว้าเอวเธอไว้มั่นแล้วโหมกระหน่ำแทงแก่นกายเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง สองเต้าของมีนาแกว่งไกวไปมาตามแรงส่ง เธอซบหน้าลงกับหมอนเก่าๆ กัดฟันแน่นแต่น้ำรักที่ทะลักออกมากลับตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธอ
"จะออกแล้ว... มีนา... รับิญญาของฉันไป!"
นนท์เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างรัวเร็ว เสียงครางของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางม่านฝนที่ดูเหมือนจะตกหนักขึ้นด้านนอก
*พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ... พลั่ก!*
เขาฉีดพ่นธารน้ำรักอุ่นร้อนเข้าไปในกายเธอจนล้นปรี่ มีนาเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะฟุบลงกับเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง นนท์ล้มตัวลงนอนเคียงข้าง หอบหายใจรัว เขากดปุ่มเดินเวลาอีกครั้ง
*กริ๊ก!*
เสียงฝนกลับมาดังชัดเจนอีกครั้ง พร้อมกับสติของมีนาที่กลับมาสมบูรณ์ เธอรีบคว้าเศษผ้ามาปกปิดร่างกาย น้ำตาไหลพรากด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ ทั้งเกลียดชังและ... เวทนา
"เ้า... เ้ากำลังจะตายจริงๆ แล้วนะ นนท์" มีนากระซิบพลางมองไปที่หน้าอกของเขา บัดนี้มีรอยโหว่สีดำลามกว้างขึ้นจนเห็นซี่โครงที่ดูแห้งกรัง
นนท์มองดูตัวเองด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความเป็ชายที่เพิ่งผ่านศึกมาหดตัวลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียงความเ็ปที่บาดลึกเข้าไปในจิติญญา เขาไล่เธอออกไปด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็แข็งกร้าวอีกครั้ง "ไปซะ... ก่อนที่ฉันจะหยุดเวลาแล้วทำมากกว่านี้"
มีนาหายตัวไปในเงามืด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และความเงียบเชียบที่น่าอึดอัด นนท์ลุกขึ้นยืนแต่กลับทรุดลงกับพื้น ร่างกายของเขาสั่นท้านอย่างหนัก เขาคลานไปที่หน้าต่าง มองลงไปเบื้องล่าง เห็นรถสีดำสนิทคันหนึ่งจอดซุ่มอยู่
ในรถนั้น **เวน** กำลังถืออุปกรณ์ประหลาดที่กำลังส่งสัญญาณสีแดงกะพริบถี่ๆ "ระดับความเสื่อมของิญญาถึงขีดสุดแล้ว... พรุ่งนี้คือวันตายของมัน และวันเกิดใหม่ของฉัน" เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว
นนท์เอื้อมมือไปคว้านาฬิกาพกขึ้นมาดู เข็มนาฬิกาบัดนี้ไม่ได้เดินไปข้างหน้า... แต่มันกำลังหมุนวนย้อนกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังมาจากขุมนรก
*“เวลาของเ้าหมดแล้ว... นนทพัทธ์”*
ที่ข้างเตียงของเขา มีเศษกระดาษใบหนึ่งที่ตกมาจากเสื้อของมีนา มันมีข้อความเขียนไว้ด้วยลายมือที่สั่นเครือว่า: **"ความลับของนาฬิกาไม่ได้อยู่ที่เข็ม... แต่อยู่ที่สิ่งที่มันหยุดนิ่งไม่ได้"**
นนท์กำกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่นพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา เพราะบัดนี้... ต่อมน้ำตาของเขาก็ได้เน่าสลายไปเสียแล้ว!