(พี่ธามอยู่ตรงไหนคะ ตอนนี้ได้อยู่กับขวัญไหม) เสียงร้อนรนของณัฐธิดาดังลอดมาตามสาย
“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้พี่มากินข้าวกับคุณขวัญน่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยก็กลับแล้ว” ธามที่รู้สึกถึงแรงสั่นของมือถือในกระเป๋ากางเกงั้แ่นั่งกินข้าวจึงขอตัวมาเข้าห้องน้ำก่อนเดินออกจากร้าน
(ค่อยยังชั่วค่ะ งั้นเรามาเจอกันไหม หรือจะแยกกันเดิน)
“พี่ว่าไนน์กับธีร์ไปเดตกันเถอะ ทริปนี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันนี่ พี่ว่าจะไปเดินเล่นแป๊บเดียวก็กลับแล้ว” ธามหาข้ออ้าง
(โอเคค่ะ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะคะ)
หลังจากวางสายเขาก็ล้างมือแล้วเดินออกไปหาของขวัญที่ยืนรออยู่หน้าร้าน
“ไปกันเถอะครับ” ธามบอกพลางยื่นมือให้เธอจับ
ซึ่งหญิงสาวก็จับมือเขาไว้แน่นเพราะตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว บรรยากาศบนท้องถนนยิ่งคึกคักจนต้องมีตำรวจมากมายคอยอำนวยความสะดวกไม่ให้เกิดเหตุการณ์ล้มทับกัน
“อ๊ะ” ของขวัญสะดุ้งเมื่อโดนกระแทกจากคนแปลกหน้าจากด้านหลัง จนหน้าไปชนเข้ากับแผ่นหลังของธามอย่างจัง
“เดินอยู่ข้างหน้าผมดีกว่า” ธามดึงเธอมาอยู่ข้างหน้าทันทีจะได้อยู่ในสายตาเขา
ของขวัญรู้สึกอึดอัดกับสภาพแวดล้อมที่ราวกับอยู่ในปลากระป๋องแบบนี้ ยิ่งใส่รองเท้าผ้าใบเธอยิ่งแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
“เราออกไปกันเถอะ” ธามเห็นที่ที่สามารถเดินเล่นได้สะดวกจึงดึงเธอให้ตามไปด้วย
ทั้งคู่ออกจากถนนที่มีผู้คนเดินหนาแน่นมายังสวนสาธารณะ ของขวัญสูดอากาศเข้าเต็มปอดลึก ๆ แล้วเดินชมวิวไปตามทาง
ที่นี่สวยแม้กระทั่งยามค่ำคืน แสงไฟสลัวตามจุดต่าง ๆ ทำให้เห็นว่าบนพื้นเต็มไปด้วยใบเมเปิลสีแดงที่ร่วงลงมาจากต้นมากมายราวกับปูพรม บรรยากาศเงียบสงบต่างจากข้างนอก มีเพียงเสียงย่ำเท้าบนใบไม้ของเธอและธาม ทันใดนั้นของขวัญก็ล้มตัวลงนอนบนพื้น
“ทำอะไรครับ” ธามที่เดินอยู่ข้าง ๆ ต้องหยุดเดินแล้วมองเธออย่างงุนงง
“แถวนี้ไม่มีคนเลยค่ะ มานอนดูดาวกัน” เธอเอ่ยชวนยิ้ม ๆ
ธามไม่ตอบอะไรแต่ก็นอนลงข้างหญิงสาวอย่างว่าง่าย
“วันนี้สนุกดีนะคะ”
“จริงด้วยครับ อยู่กับคุณแล้วสนุกดี”
คำตอบของเขาเล่นเอาคนฟังแอบใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่ของขวัญก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเพราะเขาอาจจะพูดในฐานะเพื่อนก็ได้
“ขอบคุณนะคะ ตลอดสี่วันมานี้ขวัญเองก็สนุกเหมือนกัน” ของขวัญพูดขณะที่สายตามองดาวบนท้องฟ้า
ธามยิ้มแล้วมองท้องฟ้าเช่นกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มีโอกาสมาเที่ยวกับเธอถึงสี่วันแบบนี้
“คุณธามเป็คนใจดีกว่าที่คิดมากเลยนะคะ” ก่อนหน้านี้นอกจากสีหน้าจริงจังของเขา เธอก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย
“ผมก็ไม่เคยใจร้ายนะครับ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ สงสัยภาพลักษณ์ของเขาที่ค่ายอาจจะดูซีเรียสเกินไปจนคนไม่กล้าเข้าหา
“ก็จริงค่ะ” ของขวัญระบายยิ้ม น่าแปลกที่เธอรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเขามากกว่าคนที่เธอแอบรักเสียอีก
“ทำไมถึงชื่อของขวัญล่ะครับ” ภาคินทร์เอ่ยถาม
“มาจากชื่อของคุณพ่อที่ชื่อขวัญเกษมกับคุณแม่ที่ชื่อขวัญจิตค่ะ พวกท่านเลยอยากตั้งชื่อลูกให้มีคำว่าขวัญเหมือนกัน ธรรมดามากเลยใช่ไหมคะ”
“ไม่นะ ผมชอบมาก”
คำตอบของเขาทำเอาเธอคิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว ของขวัญจึงพยายามเปลี่ยนเื่
“เล่นเกมตอบคำถามกันไหมคะ ใครขำก่อนแพ้”
“ครับ คุณเริ่มก่อนเลย”
“ใช้โทรศัพท์ที่ไหนดีที่สุด”
“ที่บ้านเหรอครับ”
“ไม่ใช่ค่ะ”
ธามทายอีกสี่ห้าครั้งก็ยังไม่ถูก เขาจึงนิ่งคิดไปเกือบห้านาที
“เฉลยเลยไหมคะ”
“ครับ” เขายอมแพ้เพราะนึกยังไงก็นึกไม่ออก
“ทะเลค่ะ เพราะที่ทะเลมีคลื่น” ของขวัญพูดจบก็หันไปมองคนข้าง ๆ แต่แล้วก็ต้องยิ้มเจื่อนเมื่อเห็นเขายังทำหน้านิ่งเหมือนเดิม เธอเริ่มรู้สึกเขินเมื่อรู้ตัวว่ามุกแป้ก อย่าว่าแต่หลุดขำเลย เขาไม่มีแม้แต่รอยยิ้มด้วยซ้ำ
“เอ่อ ขอโทษค่ะ”
“ขอโทษทำไมครับ ผมคาดไม่ถึงเลย เคยได้ยินมุกนี้มาั้แ่เด็กแต่ก็จำคำตอบไม่ได้” ธามหันไปยิ้มให้
แต่คำตอบของเขากลับทำให้คนฟังแอบหมั่นไส้
“ค่ะ มุกขวัญอาจจะโบราณไปหน่อย งั้นตาคุณธามถามเลยค่ะ”
“แมลงอะไรครับ” ธามชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า
“ไหนคะ” ของขวัญมองไปตามทิศทางที่เขาชี้
“นี่ไงครับ” เขายังชี้นิ้วไปที่ตำแหน่งเดิม
“ขวัญมองไม่เห็นเลยค่ะ” เธอหรี่ตามองหาก็ไม่เจออะไรบนอากาศ
“แมลงวัน”
“ฮะ?”
ธามยื่นนิ้วชี้มาตรงหน้าเธอ ทำให้เห็นว่าที่แท้เขาชูนิ้วเป็เลขหนึ่งอยู่
“หึ คุณธามนี่ตลกหน้าตายจริง ๆ นะคะ” ของขวัญหลุดขำเมื่อเข้าใจมุก
“ผมชนะแล้วนะ แล้วคนชนะได้อะไรครับ”
“อืม งั้นให้คนแพ้ทำตามคำขอของคนชนะดีไหมคะ”
“ดีเลยครับ”
“คุณธามจะขออะไรคะ”
ธามโน้มตัวลงไปจุมพิตที่หน้าผากเธออย่างรวดเร็ว ทั้งคู่สบตากันนิ่งในระยะห่างเพียงคืบเดียว
“งั้นผมขอให้คุณช่วยลืมเื่เมื่อกี้ได้ไหมครับ”
ของขวัญได้แต่เบิกตากว้างเพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะชอบเธอ และตอนนี้เธอก็ได้รับรู้ความรู้สึกของตัวเองด้วยแล้วว่า คนคนนี้เป็ภัยต่อหัวใจของเธอจริง ๆ