“สนุกเป็บ้าเลยยยยย”ฉันกับแอคมี่เล่นน้ำกันอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงได้
“เชื่อเลยว่าเธอชอบว่ายน้ำจริงๆปาเข้าไปหกโมงเย็นแล้วนะ”
“ห้ะ หกโมงแล้วหรอ”ฉันหันไปมองนาฬิกา
“กรี้ดดดดดบ้าจริง รีบกลับบ้านกันเถอะฉันลืมบอกแม่ว่าวันนี้จะกลับเย็นป่านนี้เป็ห่วงแย่แล้ว” ฉันรีบขึ้นจากสระอย่างรวดเร็ว….
“ให้ฉันเดินไปส่งที่หน้าบ้านมั้ย”แอคมี่ถามขึ้นหลังจากที่เราสองคนล้างตัวแล้วก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย
“ไม่เป็ไรหรอกเกรงใจเธอ”
“เกรงใจอะไร อย่างกับบ้านเราอยู่ห่างกันมากงั้นแหละ” จริงสิฉันลืมไปสนิทเลย
“อีกอย่างฉันจะได้ช่วยยืนยันกับแม่เธอด้วยว่าที่เธอกลับบ้านช้าเพราะมาว่ายน้ำเล่นกับฉัน”แอคมี่นี่น่ารักกับฉันเสมอเลยสินะ
“อื้อ ก็ดีเหมือนกัน”
หน้าบ้านพิกเล็ต
“กลับมาแล้วค่า” ฉันะโอยู่หน้าบ้านเพื่อให้แม่ออกมาเปิดประตูไร้วี่แววรถพ่อ สงสัยจะยังไม่กลับจากที่ทำงานสินะ
“มาแล้วๆ ไปเถลไถลที่ไหนมาเนี่ยถึงกลับบ้านซะเย็นเลยยัยลูกคนนี้” ตามคาดจ้า แม่คิดว่าฉันหนีเที่ยวจริงๆด้วย
“เปล่านะ หนูไปว่ายน้ำเล่นกับเพื่อนต่างหาก อ๊ะ แม่คะ นี่แอคมี่เพื่อนในห้องหนูค่ะ”
“สวัสดีค่ะแม่” แอคมี่ยกมือไหว้แม่ฉันอย่างนอบน้อม
“หวัดดีจ้ะแอคมี่ เดินมาส่งพิกเล็ตหรอ” แม่ชวนคุยอย่างอัธยาศัยดี
“จะว่างั้นก็ใช่ค่ะ แต่จริงๆแล้วบ้านหนูอยู่หัวมุมซอยนี่เองแต่หนูอยากมาส่งพิกเล็ตเพราะกลัวคุณแม่จะเป็ห่วงค่ะ พอดีวันนี้เราสองคนมัวเล่นน้ำเพลินไปหน่อยพิกเล็ตเลยกลับบ้านผิดเวลาต้องขอโทษด้วยนะคะ” โอ้โห แอคมี่พูดยาวมากกกกแก้ตัวให้ฉันเรียบร้อย
“โอ้ยยย แม่ไม่ว่าหรอกจ้ะ แต่รู้แบบนี้ก็โล่งใจนังลูกคนนี้ทีหลังจะกลับบ้านเย็นก็บอกกันหน่อยสิ” เพลี้ยะ!แม่ตีที่แขนฉันเบาๆ
“โอ้ยย รู้แล้วค่าแม่”
“เอ่อ แล้วก็มีอีกเื่หนึ่งที่หนูจะมาขออนุญาตคุณแม่ค่ะ”
“เื่อะไรหรือจ๊ะ” เอ๋….นั่นสิเื่อะไรหว่าไม่เห็นแอคมี่เตี๊ยมกับฉันเลย
“คือว่าพรุ่งนี้เป็วันเสาร์ หนูขอชวนแอคมี่ไปเที่ยวได้มั้ยคะ”
ห้ะ เที่ยวหรอ ดะ เดี๋ยวนะ ไม่คิดจะถามฉันสักคำเลยหรือไง
“ได้สิไม่มีปัญหาั้แ่ครอบครัวเราย้ายมาที่นี่พิกเล็ตยังไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลยแม่อนุญาตจ้ะ” ประโยคสุดท้ายแม่หันมาพูดกับฉัน
“อะอื้อ ไปก็ไป” ฉันตอบรับแบบงงๆ
“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า 9 โมงฉันมารับเธอที่บ้านนะ”
“ได้ ขอไลน์เธอหน่อยสิคืนนี้ฉันมีเื่คุยน่ะ” ฉันเนียนๆไปก่อนแล้วค่อยถามในไลน์ละกันว่าจริงๆแล้วแอคมี่มีแผนอะไรกันแน่
“เอาโทรศัพท์มาสิ เดี๋ยวพิมพ์ให้” ฉันยื่นโทรศัพท์ให้แอคมี่เธอพิมพ์อะไรพักหนึ่งก่อนจะยื่นโทรศัพท์กลับมา
“เรียบร้อย งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะแม่ พรุ่งนี้เจอกันนะพิกเล็ต” แอคมี่ยกมือไหว้บอกลาแม่ฉันก่อนจะหันมาโบกมือบ๊ายบายฉันอีกที
“อื้อ บ๊ายบายนะ”
“เพื่อนลูกคนนี้น่ารักดีนะ แม่ชอบ” แม่หันมาพูดกับฉันก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
“หนูก็ชอบเหมือนกันค่ะ” ฉันยืนอมยิ้มมองแผ่นหลังของแอคมี่จนลับสายตา…
ห้องนอนพิกเล็ต
ติ้งงงง… เสียงไลน์ดังนี่นา สงสัยจะเป็แอคมี่….อ๋า พี่ดีแลนจริงด้วยสิฉันบอกเขาว่าทักมาได้ตลอด
“นอนหรือยังคะ” พี่ดีแลนทักมาในไลน์แบบนี้หวานเป็บ้า
“ยังค่ะ แต่อีกสักพักว่าจะนอนแล้ว” ฉันตอบไปยิ้มไป
“คิดถึงพี่หรือเปล่าน้า” พี่ดีแลนหยอดคำหวานรู้ว่าเขาหยอดแต่ฉันก็ชอบเหลือเกิน
“ฮ่าๆ ไม่บอกหรอกค่ะ” ฉันเขินจริงไม่รู้จะตอบอะไรแล้วเนี่ย
“ไม่บอกก็ไม่เป็ไรครับ แต่พี่อยากให้รู้นะว่าพี่คิดถึงน้องพิกเล็ตมาก”งุ้ยยยย ผู้ชายบอกคิดถึง
“อ๊ะ ขอบคุณมากค่ะพี่ดีแลน” เขินเป็บ้าเล้ยยยยยย
“ถ้ายังไม่นอนพี่ขอส่งเพลงให้ฟังได้มั้ย” กรี้ดดดดดดดดดดได้สิคะ ได้เลยยยยย
“เพลงอะไรหรอคะ” ฉันถามไปอย่างใสซื่อ
“นี่จ้ะ” พี่ดีแลนด์กดส่งวิดีโอมา
“เพลงนี้พี่ชอบมากเลยนะ หัดเล่นกีตาร์แล้วก็ร้องเพลงเมื่อตอนเย็นเพื่อส่งให้น้องพิกเล็ตโดยเฉพาะเลย”
พูดขนาดนี้ ฉันรีบกดเปิดวิดีโอดูอย่างรวดเร็ว
…..มีจริงหรือ รักแรกพบเพียงสบตาแค่หนึ่งครั้ง
แค่ได้เห็นเดินผ่านมาไม่พูดจาไม่ทักไม่ทาย ไม่รู้ว่าใคร
เหตุใดจึงรักกัน….
…..รักแรกพบแท้จริงเป็อย่างไร เพราะเธอใช่หรือไม่
ต่างจากใครฉันเป็จากวันนั้นหัวใจรู้สึกเอง
ชัดเจนว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นจริงใช่ฝันไป
ได้พบจึงเข้าใจมีอยู่จริง…
***รักแรกพบ Tattoo Colour
ฮือออออ พี่ดีแลนเสียงดีมากๆๆๆๆๆ ดีกว่าที่ฉันคิดเยอะเลยแถมเพลงก็แสนจะโรแมนติกเหลือเกิน ที่ส่งให้ฉันแบบนี้ บอกตามตรงจะไม่ให้คิดอะไรคงไม่ได้ละมั้งงง
“ฟังจบยังคะ” พี่ดีแลนทักขึ้นมาอีกครั้ง
“จบแล้วค่า”
“เป็ไง ชอบมั้ย”
“ชอบสิคะ พี่ดีแลนร้องเพลงเพราะมากเลยนะ” ฉันชมจากใจจริงเขาร้องเพราะมากแทบจะเพราะกว่าต้นฉบับอีกมั้ง
“ฮ่าๆ ขอบคุณนะ แต่เพลงนี้พี่มอบให้พิกเล็ตเลยนะ”
ตึก ตึก ตึก เสียงหัวใจฉันเต้นแรงแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ
“เอ่ออ ขอบคุณนะคะ”
“พี่ชอบน้องพิกเล็ตนะ พี่ขอจีบน้องได้มั้ย”
ห้ะ ขอกันง่ายๆแบบนี้เลยหรอออออ แล้วฉันจะตอบไงล่ะเนี่ย หนักใจเลยทีนี้คือตัวฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกก็พี่ดีแลนออกจะดูดี แถมอบอุ่นขนาดนี้ใครไม่หวั่นไหวก็บ้าแล้ว แต่ที่แอคมี่พูดเมื่อตอนกลางวันอีกฉันกลัวจะทำให้แอคมี่ไม่โอเค เห้อ
“หนูว่าค่อยเป็ค่อยไปดีกว่านะคะ นี่เราเพิ่งรู้จักกันเอง” ฉันตอบแบบรักษาน้ำใจพี่ดีแลนเต็มที่
“พี่เข้าใจนะ แต่อยากบอกให้น้องรู้ว่าพี่จริงใจนะครับ” พี่ดีแลนหยอดคำหวานไม่หยุดจนฉันระทวยเกือบจะพิมพ์ไปว่า คบกับหนูมั้ยคะแล้วนะเนี่ยยยย
“ขอบคุณนะคะพี่ดีแลนที่เข้าใจ”
“งั้นคืนนี้พี่ไม่กวนแล้ว รีบนอนนะครับพิกเล็ตของพี่ อย่าลืมฝันถึงพี่น้า”พี่ดีแลนยังคงเรียกฉันว่า พิกเล็ตของพี่ ฟังดูจั๊กกะจี๋จริงๆ
“โอเคค่า ฝันดีนะคะพี่ดีแลน” ฉันบอกลาพี่ดีแลน เห้อเอาไงดีล่ะทีนี้ ถ้าแอคมี่รู้เื่นี้จะทำไงดี
อ๊ะจริงด้วยแอคมี่ เธอมาชวนฉันไปเที่ยวโดยไม่ถามฉันสักคำ แล้วจะพาไปไหนก็ไม่บอกกันสักนิดพูดแล้วฉันก็เปิดไลน์ขึ้นมา ทักหาแอคมี่ทันที
“นี่แอคมี่ นอนยัง”
เงียบ… หรือจะนอนไปแล้วนะ ลองส่งไปอีกครั้งแล้วกัน
“โหลๆ อยู่มั้ยยยยย”
ติ้งงง…
อ๊ะ ในที่สุดก็ตอบสักที
“ว่าไง ทักมาซะดึกเลยฉันกำลังจะนอนแล้ว”
“เราต้องเคลียร์กันนะ จู่ๆชวนฉันไปเที่ยวไม่เห็นบอกกันก่อน” เริ่มบทสนทนาปุ้ป ฉันก็แว้ดใส่แอคมี่ทันที
“ก็อยากชวนตอนถึงหน้าบ้าน คิดออกปุ้ปก็ชวนเลย เธอไม่อยากไปหรอ” พอแอคมี่ถามแบบนี้ฉันก็กลัวว่าเขาจะน้อยใจ
“เปล่า ว่าแต่เธอจะพาฉันไปไหนหรอ” จะว่าไปก็อย่างที่แม่บอกว่าั้แ่มาอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่เคยได้เที่ยวไหนเลยตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ
“เธออยากไปที่ไหนมั้ยล่ะ ที่จริงฉันอยากไปดูหนังน่ะ” ว้าดูหนังงั้นหรอ ฉันนี่นอนหลับตลอดเลยเวลาเข้าโรงหนัง ยกเว้นซะแต่ว่าจะเป็หนังผี
“อือ ก็ได้นะแต่ฉันขอเป็คนเลือกเื่เองได้มะ” ฉันยื่นข้อต่อรอง
“ได้สิ ไม่มีปัญหาฉันดูได้ทุกเื่อยู่แล้ว” น่าร้ากกกกกกกกกกกก
“อะเคคค งั้นฉันไม่กวนแล้วไปนอนเถอะ ฝันดีน้า” ฉันรีบบอกฝันดีเพราะตอนนี้ก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน
“อื้ม ฝันดีแล้วเจอกันนะ”
วันต่อมา…
“ฉันอยากดูเื่นี้แหละ” ฉันชี้ไปที่หนังที่ฉันอยากดูตอนนี้ฉันกับแอคมี่มาอยู่ที่หน้าโรงหนังเราสองคนมาถึง่เที่ยงพอดีเลยรีบมาเลือกก่อนว่าจะดูเื่อะไรแล้วเดี๋ยวค่อยไปหาข้าวกินระหว่างรอหนังฉาย
“เอ่อ…แน่ใจหรอ” แอคมี่น่าซีดจนฉันใ
“เธอเป็อะไรหรือเปล่าหน้าซีดๆ ไม่สบายหรอ” ฉันถามด้วยความเป็ห่วง
“ปะ เปล่าสงสัยหิวข้าวน่ะ”
“อ่อ งั้นรีบจองตั๋วกันเถอะ ตกลงเอาเื่นี้นะ” ฉันถามย้ำเพื่อความชัวร์
“อะ อื้ม” แอคมี่ตอบตกลงแต่สีหน้าก็ยังไม่ดีนัก
หนังที่ฉันเลือกชื่อเื่“ิญญาอาฆาต” แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วล่ะว่าเป็หนังผีฉันอยากดูเื่นี้มากกกกกกก เพราะนักแสดงที่เล่นมีแต่คนเก่งๆแอบเห็นทีเซอร์ก็หลอนเอาเื่ หนังแบบนี้สิที่ไม่ชวนง่วง อิอิฉันเลือกรอบบ่ายโมงครึ่งไป มีเวลากินข้าวอีกตั้งหนึ่งชั่วโมงแหนะ
“กินอะไรกันดี” ฉันหันไปถามแอคมี่อย่างร่าเริง
“พิซซ่ามั้ย” แอคมี่ถามแบบนี้คงลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ฉันกำลังเข้าสู่กระบวนการลดน้ำหนักและต้องเลือกกินแต่อาหารสุขภาพดีเท่านั้น
“ไม่ได้นะ เธอลืมแล้วหรอว่าฉันกำลังลดอาหารพวกนี้อยู่” ฉันรีบเตือนสติแอคมี่ทันที
“ฮ่าๆ เธอนี่ก็ซื่อสัตย์ดีเหมือนกันนะ วันนี้ฉันให้เป็วัน Cheatday ของเธอแล้วกัน” หืมมมม ชีทเดย์งั้นหรอ
“จะดีหรอ ถ้าเธออนุญาตบอกเลยว่าวันนี้ฉันจะกินให้เต็มที่เล้ยยย”
“ฮ่าๆ เอาสิ กินให้พุงแตกไปเลย” ฮ่าๆเราสองคนหัวเราะประสานเสียงกันก่อนที่จะพากันเดินเข้าร้านพิซซ่า
หน้าโรงหนัง
“อิ่มจะแย่แล้ววว ถ้ากินเยอะกว่านี้มีหวังฉันพุงแตกแน่ๆ” ฉันโอดครวญหลังยัดพิซซ่าไปหกชิ้น! ฟังไม่ผิดหรอกฉันกินไปหกชิ้นจริงๆบอกเลยว่าพิซซ่านี่ของโปรดฉันเลย สู้ตายมากกี่ชิ้นก็หมด
“ไม่อยากจะเชื่อ เห็นตัวเล็กแบบนี้กินเก่งเป็บ้า” ฉันจะถือเป็คำชมแล้วกัน
“เข้าโรงหนังกันเถอะ”
“อะ อื้อ”
โรงหนัง “ิญญาอาฆาต”
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”
“กรี้ดดดดดดๆๆๆๆๆ”
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
เอิ่บบบ ที่ได้ยินนี่ไม่ใช่เสียงฉันนะ ทั้งโรงมีแอคมี่กรี้ดอยู่คนเดียว!
“เธอโอเคมั้ย ฉันเห็นเธอกรี้ดทุกตอนเลย” ฉันหันไปถามแอคมี่ด้วยความเป็ห่วง
“ฉะ ฉัน อะ โอ เค” แอคมี่พยายามตอบฉันในขณะที่มือก็ปิดตาเอาไว้ด้วย
“ทีหลังถ้าเธอกลัวผีขนาดนี้ก็บอกตรงๆสิจะได้ดูเื่อื่น” เห้อ แบบนี้สินะก่อนซื้อตั๋วหนังถึงได้หน้าซีดเป็ไก่ต้ม
“ฉันเห็นเธออยากดู กรี้ดดดดดดดดดดดดด” ยังไม่ทันจะขาดคำกรี้ดอีกแล้วจ้า
“ฉันว่าเราไปกันเถอะ” ฉันลุกขึ้นยืนพร้อมลากแขนแอคมี่ออกจากโรงหนัง
“ไปไหนพิกเล็ต เดี๋ยวสิ”
ตอนนี้เราสองคนเดินออกมาอยู่หน้าโรงหนังแล้ว จะให้ฉันทำใจดูต่อไปได้ยังไงเพื่อนกลัวหนักขนาดนี้กรี้ดทั้งเื่ไม่พอยังตัวสั่นระริกอีก
“เป็อะไรพิกเล็ต ทำไมไม่ดูต่อ” ยังจะถามอีกกกกก
“ไม่เอาอะ เห็นเธอกลัวขนาดนั้นฉันไม่อยากดูแล้ว” ฉันตอบไปตามตรง
“อ้าว ฉันไม่เป็ไรจริงๆกลับไปดูกันต่อให้จบเถอะ” แอคมี่พยายามจูงมือฉันให้กลับเข้าโรงหนังอีกครั้งแต่ฉันยื้อเอาไว้
“ไม่เอาอะ ไม่ต้องกลัวฉันโกรธนะ ฉันโอเค วันนี้ฉันสนุกมากๆแล้ว” ฉันยิ้มหวานกลับไปให้แอคมี่อีกครั้ง ^______^
“เธอแน่ใจนะ” แอคมี่ถามเพื่อความชัวร์
“แน่ใจสิ แต่ถ้าเธอรู้สึกผิดซื้อไอศกรีมเลี้ยงฉันก็ดีนะ ฮิฮิ”
“แหมมมม ละไหนบอกว่าอิ่มจนพุงจะแตกละไง” แอคมี่พูดพร้อมกลั้นหัวเราะ
“ก็ยังไม่เห็นแตก ฉันว่ากระเพาะฉันต้องแยกอาหารคาวกับอาหารหวานแน่ๆ”ฉันพูดไปขำไป บรรยากาศระหว่างเราสองคนก็เริ่มดีขึ้น
“ได้สิ เธอจะกินกี่ถ้วยก็ได้เลย” แอคมี่เป็ป๋าละจ้า
“เลิศ ฉันจะกินเยอะๆเลยยยยย”
ฮ่าๆ เราสองคนประสานเสียงหัวเราะกันอีกครั้งเอาจริงๆแม้จะแอบเซงเื่หนังไปบ้างแต่โดยรวมแล้ววันนี้ฉันกับแอคมี่ก็มีความสุขมากๆเลยแหละ ได้กินของอร่อยด้วยกันได้รู้จักกันมากขึ้น ที่แน่ๆฉันต้องจำไว้เลยว่าแอคมี่กลัวผีมากๆๆๆๆๆนี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันครั้งนี้ก็คงจะเหมือนเดทแรกยังไงไม่รู้สินะ ฮ่าๆๆ
จึก!!! บ้าๆๆๆ คิดอะไรของเธอเนี่ยยยยพิกเล็ต!