กอนลุกขึ้นยืนแล้วค่อยๆ ออกจากห้องนี้ ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะไปหาฟรองที่ห้องอ่านหนังสือ แต่เมื่อนึกได้ว่าเพื่อนของเขาไปยังเมืองหลวงกับพ่อ เพื่อไปสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนครูเซอร์ โรงเรียนอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งหากจบจากสถาบันระดับต้นๆ เหล่านี้ ก็จะมีเส้นทางมากมายเพื่อไปเป็บุคคลของทางการ ไม่ว่าจะเป็ทหารสังกัดวังหลวง นักรบระดับหัวหน้านายกองหรือข้าราชการในตำแหน่งใหญ่ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้กอนได้แต่ฝันเอาเท่านั้น
ดวงอาทิตย์ใกล้ตกดินกอนก็ได้เดินกลับมาถึงบ้านของเขา มันเป็บ้านชั้นเดียวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่บริเวณขอบของเมืองนี้ซึ่งแทบจะติดป่าแล้วด้วยซ้ำ ผนังที่ทรุดโทรมมีรากไม้ขึ้นแทรกระหว่างอิฐและหลังคาที่ดูเหมือนจะหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ ถ้าใครมาเห็นก็ต้องพูดเป็เสียงเดียวกันว่าอีกไม่นานบ้านหลังนี้คงพังครืนลงมา
เด็กหนุ่มเอื้อมมือเข้าไปผลักประตูบ้านเบาๆ และหลังจากปิดประตูลงกลอนแล้วเขาก็เดินตรงไปที่เตียงของเขาแล้วทิ้งตัวลงนอนทันที
“โอ้ย” เสียงร้องที่ดังออกมาด้วยความเ็ป เขาลืมไปว่าตัวเองได้รับาเ็อยู่ แต่เขาก็ไม่ได้โกรธอะไร เพราะแผลที่ได้มาทั้งหมดนี้เขาได้มาจากการช่วยเหลือผู้คน
ในตอนนั้นเขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเหมือนจะถูกชายสองคนรีดไถอยู่ในซอย เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปแล้วแอบฟังการสนทนาของคนพวกนี้
“หนี้ที่ค้างไว้เมื่อไหร่จะจ่าย หา!!!!” เสียงโวยวายนี้ดังออกมาจากปากของบุรุษผมสีเงิน
“ฉันขอเป็สิ้นเดือนได้ไหม ตอนนี้ร้านยังขายของไม่ได้เลย” เสียงสั่นๆ ออกมาจากปากของหญิงสาว สายตาของเธอดูตื่นกลัวและปากของเธอก็สั่นระริก
“สิ้นเดือนงั้นเหรอ....หึๆ ได้สิ แต่คืนนี้เธอก็ไปกินข้าวเย็นที่ห้องของข้าก่อนเป็ไง” พูดจบบุรุษผมเงินใช้สายตาบอกใบ้ให้เพื่อนของเขา บุรุษร่างใหญ่จึงรีบฉุดกระชากพร้อมเอามือปิดปากหญิงสาวแล้วอุ้มไปในทันที เมื่อกอนเห็นดังนั้นจึงกวาดตามองไปรอบๆ จากนั้นจึงหยิบท่อนไม้ขึ้นมาแล้ววิ่งไปทุบที่หลังของบุรุษร่างใหญ่
เสียงร้องดังขึ้นมาพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่หล่นลง และทันทีที่เธอได้สติเธอรีบวิ่งออกไปโดยไม่หันมามองคนที่ช่วยเหลือเธอแม้แต่น้อย เช่นกันกอนก็รีบหันลังแล้ววิ่งออกไป แต่เมื่อบุรุษร่างยักกระทืบลงพื้นก็ปรากฏมือดินจับข้อเท้าของเขาเอาไว้
“แสบมากนะไอ้เด็กเวร ชอบแส่หาเื่นักใช่ไหม!!!!!”
หลังจากนั้นเขาก็โดนซ้อมจนมีสภาพเป็แบบนี้ แต่เขาไม่เสียใจเลยเพราะทุกๆ ครั้งที่เขาได้ช่วยเหลือใครก็ตาม มันทำให้เขามีความสุขแม้ว่าคนที่เขาช่วยจะไม่เอ่ยคำขอบคุณให้เขาก็ตาม
ชีวิตของเขาเหมือนถูก์กลั่นแกล้ง พลังธาตุก็ไม่สามารถควบคุมได้ ถึงแม้จะมีร่างกายที่กำยำแต่รางกายธรรมดาจะไปสู้ผู้ควบคุมธาตุได้ยังไง ทุกวันนี้เขาก็เอาแต่สาปแช่งชะตากรรมของเขา ทว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกันกับการหันหน้าพูดคุยกับกำแพงหรือท้องฟ้า
ยังดีที่เขายังมีฟรอง เพื่อนที่คอยช่วยเหลือมาตลอด ยามที่เขาถูกรังแกฟรองมักจะมาช่วยเสมอบางครั้งถึงกับทำให้ฟรองาเ็ และเขาก็ต้องละอายเพราะตัวเองเป็ต้นเหตุให้เพื่อนต้องเดือดร้อนไปด้วย แต่ฟรองก็บอกเขาว่า
“เป็เพื่อนกันก็ต้องช่วยกันสิ” คำพูดนั้นกลับทำให้เด็กหนุ่มมีน้ำตาไหลออกมา
“เพื่อน” มันเป็สิ่งมีค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆ
ฟรองที่กำลังเดินทางอยู่รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เขากังวลว่ากอนจะเป็อะไรไป แต่เมื่อคิดดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องเป็ห่วงเพราะว่าราสศัตรูคู่ปรับของพวกเขาได้เดินทางไปสอบเข้าโรงเรียนในเมืองหลวงตั้งหลายวันแล้ว กอนคงไม่มีปัญหาอะไร แถมเขายังสั่งให้พ่อบ้านช่วยเป็หูเป็ตาคอยแอบดูแลกอนไว้แล้ว
คิดแล้วก็น่าเสียดาย ทั้งที่กอนมีความเฉลียวฉลาดขนาดนี้ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ทำให้กอนไม่สามารถควบคุมธาตุได้สักธาตุเดียว และมันก็เป็เพราะโรคประหลาดอะไรก็ไม่รู้
แต่ทว่าหากกอนได้อ่านหนังสือเล่มไหนๆ ก็ตาม กอนสามารถจดจำและเข้าใจเนื้อความของหนังสือเล่มนั้นๆ ได้ จนเหมือนกับว่ากอนเป็หนังสือเล่มนั้น และบางครั้งเขาก็ได้กอนช่วยอธิบายเื่ยากๆ ในหนังสือให้ฟัง ซึ่งกอนก็สามารถอธิบายให้เนื้อหาให้เขาเข้าใจมากกว่าที่เขาอ่านเองด้วยซ้ำ
ตู้ม!!!!!!
เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นที่หน้าบ้านพร้อมกับประตูบ้านของกอนที่พังลง
“ไปลากตัวมันออกมา” เสียงสั่งการจากชายที่เป็หัวหน้าดังขึ้น และทันทีที่ได้ยินลูกน้องทั้งหลายก็กรูกันเข้าไปในบ้านของกอน
ไม่ว่าจะมีเสียงที่ดังขนาดไหนแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา อาจเป็เพราะความเหนื่อยล้าและอาการาเ็ที่มี แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกตัว เมื่อผู้ควบคุมธาตุน้ำตวัดมือใช้แส้น้ำก็ มัดตัวเขาแล้วลากออกไปยังหน้าบ้าน
“ไง กอน สบายดีไหม” เสียงของชายที่เป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยปากถามเด็กหนุ่ม
“ถุ้ย” กอนพ่นน้ำลายเข้าใส่ แต่อีกฝ่ายนั้นมองกอนั้แ่แรกและเมื่อกอนพ่นน้ำลายออกมา จึงเบี่ยงตัวหลบ ถึงจะหลบได้เขาก็โกรธอยู่ดี
“แก” ชายคนนั้นตะหวาดใส่กอน จากนั้นก็กระทืบเท้าเรียกก้อนดินขนาดเท่ากำปั้นลอยออกมาจากพื้น แล้วบังคับให้พุ่งไปที่ตัวของกอน
“อั๊ก” กอนร้องออกมาเบาๆ ถึงเสียงจะไม่ดังมากแต่สีหน้าของชายคนนั้นก็ดูสงบลงเล็กน้อย
“ครั้งแล้วครั้งเล่าที่แกรอดไปได้ ก็เพราะมีฟรองช่วยเหลือ แต่วันนี่เ้านั่นไม่อยู่แล้วดูซิว่าแกจะรอดไปได้ไหม ฮ่าๆ ๆ” เขาก้มลงวางมือไว้บนพื้น แค่อึดใจเดียวกำแพงดินก็ปรากฏออกมา ร่างของกอนถูกส่งไปวางบนกำแพงดิน และถูกตรึงร่างเอาไว้
“แกก็ทำได้แค่นี้แหละ ดีแต่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า ไม่มีน้ำยาทำอะไรเลยนอกจากเื่นี้ ราส” ใช่แล้วเด็กหนุ่มผู้มีผมสีน้ำตาลเข้มและดวงตาสีดำคนนี้คือราส เด็กกำพร้าที่มักมีเื่กับกอนเสมอ
ถึงกอนจะไม่สามารถสู้ราสได้ แต่จิตใจเขานั้นเข้มแข็งกว่าอายุไปมาก เขาต่อต้านราสจนทำให้เด็กคนอื่นเริ่มทำตาม กลุ่มเด็กกลุ่มเล็กๆ ที่ราสรวบรวมมาแจกกระจายหายไปเรื่อยๆ การกระทำของกอนนั้นทำให้ราสไม่สบอารมณ์ จึงกลั่นแกล้งกอนหนักขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่แค่ต่อยตีเล็กน้อยเพื่อขูดรีดเงิน ทว่าหลังจากที่ฟรองและกอนรู้จักกันเื่ราวของทั้งคู่ก็เพลาลง ไม่นานหลังจากนั้นพร์ของราสก็ปรากฏขึ้น
ราสสามารถควบคุมธาตุได้สองธาตุั้แ่เด็กแถมยังมีระดับพลังธาตุิญญาแรกเริ่มอยู่ในขั้นที่8 เร็นโซ่แม่ทัพบัญชาการของเมืองอาเรส เกิดสนใจและถูกชะตากับราสมาก จึงรับไปเลี้ยงดูเป็ลูกบุญธรรม มอบวิชาต่างให้ศึกษา แม้กระทั่งวิชาของตระกูล ต่อหน้าเร็นโซ่ราสประพฤติตัวอย่างดี ทำตามคำสั่งเร็นโซ่ทุกอย่าง แต่ลับหลังยังคงทำตัวเหมือนเดิมแถมยังเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากที่เป็ลูกบุญธรรมของเร็นโซ่ ราสก็กลับมามีเื่กับกอนอีกครั้งเพราะฐานะของเขาและฟรองเทียบเท่ากันแล้ว ราสจึงไม่ต้องเกรงกลัวฟรองอีกต่อไป
“เหอะ เห่าไปเถอะขอดูหน่อยว่าหลังจากโดนอัดจนน่วม แกยังจะปากดีอีกไหม” ราสกระทืบเท้าเรียกก้อนดินขึ้นมานับสิบก้อน แล้วขยับมือและแขนดันก้อนดินให้พุ่งไปทางกอนทีละก้อนๆ จนหมด ร่างกายของกอนมีรอยช้ำเป็จุดๆ และมีเืไหลออกมาในบางจุด
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของราส สีหน้าของเขาดูพอใจไม่น้อย เมื่อกอนไม่มีท่าทีจะตอบโต้และด่าเขาเลย แต่แล้วก็มีเสียงออกมาจากปากกอน
“หึๆ แกก็ทำได้แค่นี้แหละ ราส คนอย่างแกมันน่าสมเพช ถ้าหากแกไม่ได้ถูกรับไปเลี้ยงแกก็เป็แค่หมาข้างถนนเท่านั้นแหละ” เมื่อราสได้ยิน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป แววตาของราสดูอำมหิตขึ้นทันที
“ปากดีนักนะ”
พรึบ!!
เมื่อราสตวัดมือขึ้นมาก็ปรากฏแส้น้ำขึ้น จากนั้นจึงฟาดแส้น้ำไปบนลำตัวของกอนเรื่อยๆ ราสคิดว่ากอนจะเอ่ยปากขอความเมตตา แต่ทว่ากอนก็ไม่ร้องออกมาเลยสักนิดเดียว ยิ่งฟาดกอนยิ่งนิ่งเฉยไม่ว่าทำอย่างไรกอนก็ไม่ยอมสยบต่อเขาสักที มันจึงทำให้ราสโมโหมากยิ่งขึ้น
หน้าของราสบิดเบี้ยวฟันของเขาขบกันแน่น ยิ่งเห็นกอนเอาแต่ยิ้มราสยิ่งหงุดหงิดและเริ่มหมดความอดทน ราสจึงกระทืบเท้าส่งกำแพงที่มีร่างของกอนปลิวออกไปทางทิศเหนือ
“นายน้อยครับ ถ้ามันตายจะไม่ยุ่งเหรอครับ” หนึ่งในลูกน้องของราสพูดออกมา
“ไม่ต้องห่วงอย่างมากก็แค่เดินไม่ได้เหมือนคนอื่นเท่านั้นเอง” จบประโยค เสียงหัวเราะของราสที่เต็มไปด้วยความสะใจก็ดังก้องขึ้นมา
เมื่อราสส่งกำแพงและกอนปลิวขึ้นไปไม่นาน กำแพงและกอนก็ตกลงมาแล้วแตกออก ทว่ากอนก็ยังปลิวไปเรื่อยๆ ภาพต่างๆ ที่กอนเห็นเริ่มเลือนลาง ในที่สุดร่างของเขาก็หยุดกลิ้ง สติของกอนเริ่มกลับมา แต่เมื่อเขาพยามที่จะลุกขึ้นก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น
ครื่น!!!!!
พื้นที่เขานอนแผ่หลาอยู่ถล่มลงไปยังเบื้องล่าง สติของเขาก็ดับวูบไปอีกครั้งพร้อมกับร่างของเขาที่ตกลงไปในเหวลึก