2.2 ทาสแมวยศร้อยเอก
ลีโม ซีเวสเตอร์ เป็คนฉลาดแต่ี้เี เขาลาออกจากราชการทหารตอน
อายุสี่สิบห้าปีด้วยยศร้อยเอก ต้องขอบคุณคลิปวีดีโอแนะนำการลงทุนคริปโตจากลุงนิค ที่ทำให้เขาไม่ต้องห่วงเื่เงิน แถมยังมีทุนก้อนโตใช้ทำงานอดิเรกสีเทาหลังลาออกอีกต่างหาก
ลีโมเป็ผู้ชายรูปร่างมาตรฐานที่ไม่ชอบออกกำลังกาย เขาลงพุงนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับน่าเกลียด เป็ชายวัยกลางคนที่กำลังก้าวสู่วัยทองที่มีเชื้อสายตะวันออกกลางผสมยุโรป เส้นผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้นเกรียนเหมือนทหารเริ่มหงอกเป็บางส่วน เขาไว้หนวดโค้งงามเหมือนพวกคาวบอยและเป็ทาสแมว
ไม่เคยมีใครบอกว่าหนวดของเขาเซ็กซี่แต่ลีโมคิดว่ามันคือเครื่องยืนยันความเป็ชายและเป็สิ่งดึงดูดสาวๆ โดยเฉพาะพวกแม่หม้ายมหาเสน่ห์ หรือบางทีอาจจะเป็เมียชาวบ้าน
ปกติเขาจะมีแม่บ้านวัยกลางคนเชื้อสายเม็กซิกันคอยรับใช้ แต่เท่าที่เขารู้ ตอนนี้เธอน่าจะตายไปแล้ว ศูนย์หลบภัยเวรนั่นเป็เหมือนแผนโง่ๆ ที่พาคนทั้งเมืองไปตาย มันมีไว้ป้องกันการโจมตีจากะเิหรือการก่อการร้ายไม่ใช่จากเชื้อโรค
เขาจับตาดูบ้านของมอลลี่มาพักหนึ่งแล้ว ด้วยกล้องจับความร้อน แม้ภาพที่เห็นจะเป็เงาสีแดงของคนสามคน แต่มันก็พอจะบอกเื่ราวได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น
“โอ้ ให้ตายสิ” ลีโมยกมือขึ้นมาลูบหน้า หลังจากที่กันสึเกะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับแม่และน้องสาวของมอลลี่ให้เขาฟัง
“เธอไม่ได้โกรธคุณเื่แมวหรอก” เสียงของกันสึเกะทำให้ลีโมที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะกระจกสีดำเอนหลังพิงโซฟาและเงยหน้าขึ้นมองเพดาน
“นายสัญญากับฉันได้ไหม ว่าจะดูแลมอลลี่ผู้น่าสงสารเป็อย่างดี” แววตาของลีโมแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ อันที่จริงเขาน่าจะร้องไห้ไปแล้วตอนยกมือขึ้นมาปิดหน้า ลีโมรักเจสสิก้าแม่ของมอลลี่ เมื่อสามวันก่อนเจสสิก้ามานอนค้างที่บ้านของเขา เธอทำกับข้าวให้เขากิน มันเป็คืนที่วิเศษมากสำหรับลีโม
“ผมสัญญา คุณก็น่าจะรู้ว่านั่นคือเหตุผลที่ผมมาที่นี่”
“คุณอ่านหนังสือพวกนี้หมดเลยเหรอ”
กันสึเกะเดินไปดูชั้นหนังสือขนาดใหญ่แบบในห้องสมุดที่ผนังห้องทางด้านขวา ทั้งสี่ชั้นเต็มไปด้วยนิยายปกอ่อนที่เรียงเื่ราวไว้เป็หมวดหมู่ ส่วนมากเป็พวกสืบสวนสอบสวน
“มีหลายเล่มที่ฉันยังอ่านไม่จบ แต่ถ้านายจะยืม ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ” ลีโมไม่ได้หันไปมองกันสึเกะ เขายกไอแพดขนาดสิบสองนิ้วขึ้นมาตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิด กล้องตัวหน้าบ้านกำลังแสดงภาพมอลลี่กับสาวน้อยชาวเอเชียมองมาที่บ้านเขาจากหน้าต่างบ้านของเธอ
“สาวผมดำน่ารักที่อยู่กับนายเธอมีเชื้อสายญี่ปุ่นเหรอ”
“ใช่ คุณรู้ได้ยังไง” คำถามของลีโมทำให้กันสึเกะรู้สึกแปลกใจ เขายังไม่ได้บอกเลยว่าหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในนั้นชื่อมาริ และเธอเป็เด็กสาวเชื้อสายญี่ปุ่นที่น่ารักมาก
ลีโมไม่ตอบ เขาโชว์ภาพจากกล้องในไอแพดให้กันสึเกะดู
กันสึเกะั์ตาเบิกโพลง...มีแต่พระเ้าเท่านั้นที่รู้ว่าชายคนนี้ติดกล้องรอบบ้านและรอบตึกหลังนี้ไว้กี่ตัว
“พวกเธอคงเป็ห่วงนายมาก ดูแลพวกเธอดีๆ ว่าแต่นายจะมาเอารถของฉัน” ลีโมหยุดพูด เขารอให้กันสึเกะหันหน้ามามอง “ไปทำอะไร”
“เพราะไอ้ั์ม่วงที่อยู่บนถนนเมื่อคืน ผมแน่ใจว่าคุณเห็นมัน คุณคิดว่ามันเป็ตัวอะไร” คำพูดของชายชาวเอเชียทำให้ลีโมรู้สึกขนหัวลุกแม้ผมบนหัวจะเริ่มเหลือน้อยแล้วก็ตาม เขาเห็นทุกอย่างแบบเดียวกับที่กันสึเกะเห็นเมื่อคืน และเกือบจะหยิบปืนขึ้นยิงเ้าั์ม่วงที่กำลังจะบุกเข้าไปในบ้านของมอลลี่แล้ว ถ้าไม่มีรถกระบะติดปืนกลพุ่งมาล่อมันไปซะก่อน
“ฉันไม่รู้ แต่นายคงไม่คิดจะขับรถของฉันไปชนมันหรอกนะ ไม่สินายกำลังคิดจะหนีไปจากที่นี่” ลีโมไม่รอให้กันสึเกะตอบ
“ประมาณนั้น อันที่จริงผมตั้งใจจะไปเอาของบางอย่าง” กันสึเกะเดินไปรอบห้องเพื่อสำรวจ
“กระจกพวกนี้เป็แบบมองทะลุได้ด้านเดียว ผมเข้าใจถูกมั้ย” เขายื่นมือไปแตะกับกระจกสองบานขนาดใหญ่ จากตรงนี้เขาสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้บนถนนและตึกแถวสองชั้นฝั่งตรงข้าม กันสึเกะเห็นมอลลี่กับมาริกำลังมองมาทางนี้จากหน้าต่างชั้นสองอย่างชัดแจ๋วพวกเธอดูเป็กังวลแต่ไม่มีทีท่าว่าสังเกตเห็นเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้เลย
“ใช่ มันยังกันะุและแรงะเิได้ด้วย แล้วของบางอย่างที่นายว่ามันคืออะไร”
กันสึเกะเล่าเื่โทรศัพท์ ปืนและะุเจาะเกราะของจอนวิคเตอร์ให้ลีโมฟัง
“นายก็เลยคิดจะมาขโมยรถของฉัน” รอยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ของลีโมทำให้กันสึเกะหน้าชา
“เอาเถอะ ถ้าฉันเป็นาย ฉันเองก็คงต้องทำแบบนั้นเหมือนกัน เอาไปสิ นี่กุญแจ” เขาโยนกุญแจรถให้กันสึเกะ มันยังดูใหม่และไร้รอยขีดข่วน
กันสึเกะอ้าปากค้าง เขาไม่แน่ใจนักว่านี่เป็การล้อเล่นหรือเปล่า
“คุณยอมให้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ” กันสึเกะรู้สึกลังเล เขารู้ว่าไม่มีของฟรีในโลก
“มีหลายเื่ที่ฉันต้องเพิ่งนาย เอานี่ไปด้วย” ลีโมเดินไปหยิบวิทยุสื่อสารบนโต๊ะคอมที่อยู่ติดผนังฝั่งซ้าย
จอมอนิเตอร์ที่ต่อเรียงกันเป็ตาสับปะรดทำให้บรรยากาศในห้องนี้เหมือนห้องบัญชาการภารกิจลับทางทหารมากกว่าจะเป็ห้องนั่งเล่น
“ระบบโทรศัพท์คงล่มไปแล้ว ใช้นี่แทนฉันจะได้คุยกับนายได้”
กันสึเกะจ้องมองหน้าวิทยุจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ แสงสีเขียวที่มีข้อความขาวดำ ทำให้เขานึกถึงสมัยทำงานในพื้นที่อับสัญญาณที่อัฟกานิสถาน เ้าวิทยุขนาดเท่าฝ่ามือเครื่องนี้คือเทคโนโลยีสื่อสารแบบมีเสารุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถพูดคุยกันได้ไกลหลายสิบกิโล
“คุณจะให้ผมทำอะไร” กันสึเกะเก็บวิทยุเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนจะรับเครื่องชาร์จและแบตเตอรี่สำรองจากลีโมเข้าใส่กระเป๋าเป้
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ไว้คิดออกแล้วจะบอกอีกที ฉันเป็พวกไม่ชอบออกจากบ้านนะ บางทีอาจให้นายช่วยหาของบางอย่าง”
“เข้าใจแล้ว” กันสึเกะตอบแต่ไม่หันไปมองลีโม เขากำลังให้ความสนใจกับโดรนสีดำแบบไร้ใบพัดสองลำบนชั้นวางที่ทำมาจากแผ่นไม้หนาติดผนัง โต๊ะตรงนั้นน่าจะเป็พื้นที่ประกอบปืนของลีโม ตะแกรงโครงเหล็กที่ติดผนังเหนือโต๊ะมีปืนเอ็มโฟร์แต่งพิเศษห้อยอยู่ และปืนสั้นแบบคู่อีกสองกระบอก
แสงจากโคมไฟแบบหนีบติดขอบโต๊ะส่องสะท้อนชิ้นส่วนปืนไรเฟิลเอ็มหนึ่งสี่ที่ยังประกอบไม่เสร็จ กลิ่นฉุนของน้ำมันหล่อลื่นทำให้กันสึเกะเดาว่าลีโมน่าจะถอดชิ้นส่วนของมันออกมาทำความสะอาดก่อนที่เขาจะมา
“ฝีมือคุณเหรอ” กันสึเกะชี้ไปที่ปืนเอ็มโฟร์แต่งพิเศษของลีโม ดูจากวัสดุสั่งทำพิเศษที่เขาใช้ ปืนกระบอกนี้น่าจะมีราคาสูงกว่าปืนปกติราวห้าเท่า
สีหน้าอันตื่นตะลึงและแววตาอันเปล่งประกายของกันสึเกะ ทำให้ลีโมรู้สึกหัวใจพองโต
“งานอดิเรกของฉันเอง ตามมาสิฉันมีอะไรให้นายดูอีกเพียบ” ลีโมเดินนำกันสึเกะออกไปนอกห้อง ตรงขึ้นไปยังชั้นสาม
“ตอบแทนที่นายช่วยหนูมอลลี่ เชิญเลือกได้ตามสบาย” ลีโมแตะนิ้วชี้ไปที่เครื่องสแกน ก่อนจะป้อนรหัส ทำให้ประตูลูกกรงเหล็กนิรภัยแบบที่ใช้ในธนาคารเลื่อนไปทางซ้าย
แสงไฟที่สว่างวาบขึ้นทำให้ปืนหลายชนิดและเครื่องะุที่วางอยู่เรียงรายเต็มผนังห้องปิดทึบทั้งสามด้านอวดโฉมต่อสายตากันสึเกะ ห้องเก็บปืนขนาดใหญ่นี้กินพื้นที่เกือบทั้งชั้น
...นี่มันคลังแสงกองทัพชัดๆ... กันสึเกะคิด ขณะมองไปยังลังไม้หลายใบที่วางซ้อนอยู่กลางห้อง ในนั้นเต็มไปด้วยะุหลายขนาดและอุปกรณ์เสริมแต่งปืนอีกหลายแบบ
“ฉันขายของพวกนี้เป็งานอดิเรก และรับปรับแต่งปืนให้คนสนิทบ้างในบางโอกาส แต่ไม่มีของใหญ่อย่างบาเร็ตต์เอ็มแปดสอง อาร์พีจีต่อสู้รถถัง หรือะุเจาะเกราะหรอกนะ พวกนั้นขายไม่ค่อยออกเท่าไหร่ฉันเลยไม่ได้ซื้อมา
แต่มีะเิมืออยู่ในกล่องตรงนั้น” ลีโมชี้ไปที่ลังไม้ตรงมุมที่อยู่ระหว่างราววางปืนเอ็มสิบหกและเอเคสี่เจ็ด
“ไอ้นั่นก็ไม่ค่อยมีใครซื้อเหมือนกัน” ลีโมยกซิกก้าขึ้นมาคาบ
กันสึเกะรู้สึกดีใจที่เขาไม่ล้วงไฟแช็กขึ้นมาจุดในห้องที่อาจมีวัตถุไวไฟ
“พวกลูกค้าบอกว่ามันเสียงดังเกินไป เบามือกับพวกมันหน่อยแล้วกัน ตูมตามขึ้นมาเดี๋ยวสาวสวยสองคนนั่นจะเป็หม้ายเอา ฮิๆๆ” ลีโมหัวเราะคิกคักขณะคาบซิก้า
กันสึเกะตัวแข็งทื่อ ผู้ชายที่ชื่อลีโมคนนี้รู้อะไรมากกว่าที่เขาคิด
“เอาะุปืนไปให้มากที่สุดเท่าที่นายจะเอาไปได้”
น้ำเสียงและสีหน้าอันจริงจังของลีโมทำให้กันสึเกะรู้สึกเครียด เขานิ่งและรอฟังว่าชายหนวดงามคนนั้นจะพูดอะไร
ลีโมยกไฟแช็กขึ้นมาจุดซิกก้าที่คาบอยู่บนปาก กันสึเกะรู้สึกโล่งใจอีกครั้งที่ประกายไฟนั่นไม่ทำให้อะไรในห้องนี้ะเิ
เขาพ่นควันออกมา แววตาเหม่อลอย
“รถกระบะติดปืนกลที่ยิงบ้านนายเมื่อคืน พวกมันคือตัวปัญหาของเมืองนี้ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดซะอีก”
คำพูดของลีโมทำให้กันสึเกะนึกถึงรอยยางรถและปลอกะุ...ความทรงจำสมัยอยู่อัฟกานิสถานผุดขึ้นมาอีกครั้ง
...จริงสิ ชาวบ้านที่ไหนจะเอาปืนกลขึ้นไปติดบนรถกระบะ... กันสึเกะหลับตาคิดถึงกลุ่มชายบ้าคลั่งศาสนาที่ถือปืนออกมาไล่ยิงคนที่ไม่เชื่อในสิ่งที่พวกมันเชื่อ
“ตามสบายเลยนะ” เสียงของคุณลีโมทำให้กันสึเกะลืมตาขึ้น เขากวาดสายตามองปืนหลากหลายชนิดโดยมีภาพของมอลลี่และมาริถือปืนพวกนั้นอยู่ในหัว
____