ตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าหนิงเฟยหลงเดินจากที่พักพร้อมด้วยเสี่ยวลี่ที่เกาะอยู่บนบ่าตรงไปยังบ้านพักของขุ่ย ขุ่ยกำลังซ้อมมวยของเขาอยู่พอดีหนิงเฟยหลงที่อยากฝึกฝนพลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงขอให้ขุ่ยช่วยสอนซึ่งขุ่ยเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ แม้ว่าจะไม่อยากถ่ายทอดให้ผู้ใดก็ตามแต่คงไม่ใช่สำหรับคนที่ควบคุมชะตาชีวิตเขาไว้
พวกเขาเริ่มฝึกฝนจากกระบวนท่าพื้นฐาน หมัด เข่า ศอก เตะ อวัยวะทุกสิ่งที่ใช้ในการต่อสู้ได้ล้วนมาหมดหนิงเฟยหลงแม้ไม่อยากบอกว่า ขุ่ยเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งแต่เขาก็ปฏิเสธเรื่องนี้ไปไม่ได้ ใช่ว่าการคิดค้นวิชาแขนงใหม่ได้จะง่ายดายไม่อาจนำวิชากระบี่สายลมมาเปรียบเทียบกับวิชามวยนี้
วิชากระบี่ย่อมมีอยู่เกลื่อนกราดใช้พลิกแพลงนู้นนิดนี่หน่อยก็ออกมาเป็นวิชาใหม่ได้แล้วแต่สำหรับวิชามวยนั้นมีความเด่นชัดโดยเฉพาะต่างจากวิชาหมัดที่คนส่วนใหญ่ฝึกฝนกันวิชาที่ขุ่ยใช้ละเอียดอ่อนมากกว่ามากส่วนการใช้หมัดในวิชาอื่นเน้นที่การโจมตีไร้การพลิกแพลงแต่สำหรับวิชามวยนี้เน้นรุกรับสับเปลี่ยนไปตามท่วงท่าที่เหมาะสมแม้นว่าสู้ก็จะดุดันถึงขีดสุด แม้นว่าถอยก็จะหากระบวนรับได้อย่างดีโจมตีสับหลอกล่อมีครบถ้วน
แม้ว่ายากจะยอมรับ แต่คงต้องยอมรับการฝึกฝนมวยนี้ไม่ใช่ง่ายเลยหนิงเฟยหลงต้องทุ่มเทในการฝึกเกือบทั้งวันถึงจะเข้ารูปเข้ารอยไม่เช่นนั้นก็คงได้แต่ซัดหมัดไปมาอย่างคราวก่อนนู้น
หลังจากการฝึกมวยกาน่าซูเลก็มาหาพอดิบพอดี คล้ายว่าอีกฝ่ายมานานแล้วแค่ไม่อยากรบกวนก็เท่านั้นจึงไม่ได้รีบเร่งเข้ามา “ที่ประชุมตัดสินใจแล้วพวกเราจะทำตามคำสั่งท่าน ท่านจะนำพาพวกเราเข้าทำลายเผ่าเพลิงกาฬ !”
“ดี เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ท่านช่วยจัดสรรนักรบแก่นแท้พลังทั้งหมดไปกับพวกเราที่เหลือให้ปกป้องเผ่ากับทีข่า”
“ทีข่า !!ทำไมท่านถึงไม่ให้ทีข่าไปด้วย เช่นนี้เราจะขาดกำลังสำคัญในการรบไป ท่านได้โปรด...”หนิงเฟยหลงยกมือห้ามปรามเขาคิดดีแล้ว กาน่าซูเลจึงได้แต่เชื่อใจ “เข้าใจแล้วข้าจะจัดการตามที่ท่านสั่ง”
คืนนั้นเขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกซ้อมมวยในมิติปริศนาด้วยท่าทางพื้นฐานทั้งหมดจนช่ำชองแม้พลังกายจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่ทักษะที่เพิ่มมาใหม่นี้ก็พอให้สามารถเปล่งอานุภาพพลังกายของเขาได้อย่างเต็มที่
...
ถึงวันนัดหมายหัวหน้าเผ่านำผู้คนจำนวนหนึ่งเข้ามาหาทุกคนล้วนเป็นนักรบแก่นแท้พลังสวมชุดหนังสะพายคันธนู และอาวุธระยะประชิดเตรียมพร้อมรบนักรบสิบหกคนพร้อมออกเดินทาง
การเดินทางในครั้งนี้ราบรื่นมากนักรบของเผ่ารู้เส้นทางเป็นอย่างดีจึงไม่พบเจออุปสรรคและไปถึงได้อย่างปลอดภัย ระหว่างที่จะเข้าเขตที่ตั้งของเผ่าเพลิงกาฬก็ล่วงเลยมาได้สามวันพวกเขาก็พบเจอกลุ่มนักรบของเผ่าเพลิงกาฬไม่ต่ำกว่าสามสิบคนมุ่งหน้ามาทางนี้ดูเหมือนว่าการที่กลุ่มของพานูเต็นไม่ส่งข่าวกลับมาจะทำให้เผ่าเพลิงกาฬเริ่มมีความสงสัยแล้ว
“หลบก่อนอย่าให้พวกมันเห็น เราจะเปลี่ยนเป้าหมายชั่วคราวทำลายกลุ่มพวกนี้ตัดกำลังคนอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะเข้าโจมตีเผ่าพวกมัน”หนิงเฟยหลงออกคำสั่ง หัวหน้าเผ่าจึงพานักรบถอนตัวออกไปคอยติดตามกลุ่มคนเผ่าเพลิงกาฬอย่างเงียบ ๆ
ตกกลางดึกนักรบเผ่าเขาแดงยังคงซุ่มดูอยู่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมทันทีที่เหลือเพียงเวรยามที่สุมไฟ หนิงเฟยหลงก็ตัดสินใจเข้าโจมตี “ธนูยิง !”
นักรบทั้งสิบหกคนยิงธนูออกทุกคนล้วนมีฝีมือการยิงธนู หนึ่งดอกโดนหนึ่งคนนักรบเวรยามตายหมดทันที การเคลื่อนของกลุ่มนักรบเขาแดงเป็นไปอย่างเชื่องช้าเกรงว่าจะทำให้นักรบเผ่าเพลิงกาฬตื่นทว่าหนิงเฟยหลงกลับดูถูกผู้บ่มเพาะพลังจิตเผ่านี้มากเกินไปทันที่นักรบเผ่าเขาแดงย่างกรายเข้ามาในขอบเขตรับรู้ การโจมตีทางจิตก็เริ่ม
บึ้ม !!
นักรบผู้หนึ่งหัวระเบิดออกปลุกให้นักรบของเผ่าเพลิงกาฬทั้งหมดตื่นขึ้นเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นดังคาดหวัง หนิงเฟยหลงก็ออกคำสั่งโจมตีนักรบแก่นแท้ทั้งสิบหกคว้าอาวุธระยะประชิดเข้าจู่โจม นำโดยหัวหน้าเผ่า
“เร็วเข้ารีบกลับไปแจ้งเตซูล่า !” ผู้บ่มเพาะพลังคนนั้นตะโกนขึ้น นักรบสองคนก็รีบวิ่งออกไป
หนิงเฟยหลงไม่ได้ให้ความสนใจคนที่วิ่งหนี หากแต่ให้ความสำคัญกับผู้บ่มเพาะพลังจิตมากกว่าหนิงเฟยหลงก็สร้างกระบี่วิญญาณขึ้นมาโจมตีไม่ให้ทันตั้งตัวผู้บ่มเพาะพลังจิตพึ่งจะรู้สึกตัวก็ตายเสียแล้ว
หนิงเฟยหลงรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในห้วงพลังจิตของตนแม้ว่าการสร้างกระบี่วิญญาณจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับก่อจิตขั้นปลายแล้วเขาสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ถึงสามเล่มพลังจิตของเขามีมากกว่าเดิมไม่ต้องกลัวว่ามันจะหมดไปหากไม่เจอก่อจิตขั้นปลายถึงสามคนพร้อมกันก็ไม่มีอันตรายใดที่เขารับมือไม่ได้
การต่อสู้ยังคงไม่จบ นักรบสองฝ่ายยังคงเผชิญหน้ากัน หนิงเฟยหลงไม่ต้องกังวลการใช้พลังจิตอีกเขาโจมตีนักรบอีกฝ่ายด้วยพลังจิตสลับกับการใช้มวยจนกระทั่งทั้งสามสิบคนถูกกำจัดเรียบร้อย “หัวหน้าเผ่าฝากเก็บกวาดที่เหลือด้วย”หนิงเฟยหลงต้องการเวลาฟื้นฟูพลังจิต กาน่าซูเลจึงจัดการกับศพพวกนั้น
นักรบของเผ่าจากสิบหกเหลือสิบสี่คนตายไปสองนับว่าคุ้มค่าไม่น้อยอย่างไรเสียจำนวนคนก็ต่างกันครึ่งต่อครึ่ง
“นักรบในเผ่าเพลิงกาฬน่าจะเหลือประมาณห้าสิบคนเห็นจะได้แต่ก็มากเกินกว่านักรบของเราจะรับไหว ท่านมีแผนการอย่างไร ?” กาน่าซูเลกล่าวถามเขาค่อนข้างกังวลถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะชนะมาโดยตลอดแต่ต้องไม่ลืมว่าคนของเผ่าเพลิงกาฬมีมากมายนักและผู้บ่มเพาะพลังจิตก็ยังเหลืออยู่อีกถึงสองคนหนึ่งในสองนั้นกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นเคลื่อนจิต !
“รอ รอให้ข่าวการมาของพวกเราไปถึงหัวหน้าเผ่าเพลิงกาฬจะต้องออกมาด้วยตนเองเป็นแน่ พร้อมกับกองทัพนักรบทั้งหมดที่มันมีภายในเผ่าของพวกมันก็จะว่างเปล่า เราจะปั่นหัวพวกมันเล่น นำนักรบของเราหลบซ่อนตัวจนกว่าเผ่าเพลิงกาฬจะผ่านไปแล้วค่อยตรงไปที่ตั้งของเผ่าพวกมัน”
หนิงเฟยหลงเอ่ยตอบแล้วก็หลับตาลงฟื้นฟูพลังจิตต่อ...
...
เป็นจริงดังว่าหัวหน้าเผ่าเพลิงกาฬโกรธจัดลงมือสังหารนักรบทั้งสองที่หนีกลับไปเมื่อได้ทราบข่าวทั้งหมดทั้งยังสั่งรวบรวมนักรบทั้งเผ่า มุ่งตรงไปที่เผ่าเขาแดงหวังจะถล่มให้ราบเป็นหน้ากลอง!
หนิงเฟยหลงรอไม่นานเลยพานูตูลาผู้เป็นหัวหน้าเผ่าก็นำนักรบห้าสิบคนผ่านไปหนิงเฟยหลงจึงเริ่มปฏิบัติตามแผนการนักรบเผ่าเขาแดงบุกเข้าเผ่าเพลิงกาฬสังหารนักรบที่เหลือ ปล้นสะดมอีกฝ่ายขนเอาทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดไปเนื่องจากคนที่นี้ไม่มีวิทยาการที่ล้ำหน้าของทั้งหมดที่ปล้นมาจึงต้องเก็บรักษาไว้ในแหวนมิติของหนิงเฟยหลง
หลังจากนั้นหนิงเฟยหลงก็นำนักรบของตนหนีไปซ่อนตัวรอให้ข่าวนี้ไปถึงหูของพานูตูลา
รอไม่นานเลยพานูตูลาก็แทบคลั่งนำคนสามสิบคนกลับมาที่นี่พร้อมกับทีข่าของเผ่าหวังจะจัดการเจ้าโจรร้ายให้สิ้นซากทว่าเมื่อพวกเขามาถึงก็พบกับความว่างเปล่า และอีกไม่นานเขาจะตระหนักได้ว่าไม่ควรทิ้งนักรบยี่สิบคนนั้นไว้กับผู้บ่มเพาะพลังจิตเพียงคนเดียว
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอีกครั้งที่ป่านอกเขตเผ่าเพลิงกาฬห่างออกไปสามสิบลี้ช่วงเวลาใกล้พลบค่ำนักรบเผ่าเขาแดงล่าสังหารเผ่าเพลิงกาฬอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อไม่มีผู้บ่มเพาะพลังจิตอยู่กลุ่มคนพวกนี้ก็เหมือนคนหลงทางนั่นเพราะหนิงเฟยหลงเลือกที่จะลงมือกับผู้บ่มเพาะพลังจิตตลอดมาและต่ำกว่าเคลื่อนจิตไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ความพินาศได้มาเยือนเผ่าเพลิงกาฬแล้ว !
แผนการของหนิงเฟยหลงทำให้พานูตูลาไม่กล้าออกจากเผ่าอีกเขาส่งคนมาตรวจสอบที่นี่ดูแล้วพบแต่ซากศพของนักรบเผ่าเพลิงกาฬ แม้ความเครียดแค้นจะคงอยู่แต่ความหวัดหวั่นครั่นคร้ามก็เพิ่มขึ้นสูง
เขาถึงกับสั่งให้นักรบผู้หนึ่งไปส่งข่าวให้เผ่าฟ้าร้องส่งคนมาช่วยเลยทีเดียวอันที่จริงเรื่องเล็กน้อยเพียงเผ่าเขาแดงไม่สมควรต้องขอความช่วยเหลือจากเผ่าใดด้วยซ้ำ
เมื่อเปรียบเทียบกับเผ่าเล็กทั้งห้าแล้ว เผ่าเขาแดงนับว่าอ่อนแอที่สุดเผ่าเล็กเผ่าใดเผ่าหนึ่งก็สามารถทำลายเผ่าเขาแดงได้แล้วแต่เผ่าเพลิงกาฬที่เป็นถึงเผ่าเล็กอันดับหนึ่งยังไม่สามารถกำราบอีกฝ่ายได้ทั้งยังเพลี่ยงพล้ำเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างยิ่งรู้ถึงไหนอายถึงนั่น
คราวนี้พวกมันพ่ายแพ้จนกระทั่งสูญเสียชื่อเสียงอันดับหนึ่งใต้เผ่าฟ้าร้องไป
เมื่อเผ่าเพลิงกาฬไม่ประมาทเผ่าเขาแดงอีกการเผชิญหน้าโดยตรงจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่จริงแล้วการรบของชนเผ่ามักจะเผชิญหน้าโดยตรงนั่นทำให้แผนการของหนิงเฟยหลงสำเร็จได้โดยง่ายหากมีความเป็นเจ้าแผนการเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างคนทวีปชิงเฉวียนแผนการนี้ของเขาคงไม่ได้ผลแล้ว
“พักผ่อนให้เต็มที่สองวัน ต่อไปเราจะเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรงคราวนี้ต้องพึ่งฝีมือที่แท้จริงของพวกเจ้าแล้ว”
“เข้าใจแล้ว พวกข้าจะทำให้ดีที่สุด !” นักรบผู้หนึ่งกล่าวขึ้นอย่างห้าวหาญ เขาก็คือผู้นำนักล่าของเผ่าชื่อซูเอ้อคาน เป็นหนึ่งในสามยอดฝีมือของเผ่ารองลงมาจากกาน่าซูเลผู้ที่เป็นอันดับหนึ่ง
“ยอดเยี่ยม พวกเรามาฉลองกันหน่อยเป็นไง ข้าพกสุราของพวกท่านมาด้วย”หนิงเฟยหลงสะบัดมือคราหนึ่งไหสุราก็ปรากฏขึ้นสามไหประจวบเหมาะพอดีกับผู้ที่ไปล่าเนื้อกลับมาพอดี ทุกคนจึงพากันดื่มด่ำกับรสสุราที่ร้อนแรงและอาหารที่เลิศรสในแบบฉบับของชาวเผ่า
เวลาเดียวกันเผ่าเพลิงกาฬก็กำลังตึงเครียดรอการสนับสนุนจากเผ่าฟ้าร้อง นักรบทุกคนแทบไม่ได้พักผ่อนป้องกันตนไม่ลดละจากเช้าจนมืด จากมือจนสว่าง ติดต่อเป็นเวลาสองวันจนรู้สึกอ่อนล้าอยู่บ้างแต่เพราะพวกเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์สองวันนี้จึงทำอะไรพวกเขาไม่ได้
และวันแห่งการตัดสินก็มาถึง...
หัวหน้าเผ่าทั้งสองเดินหน้ามาเผชิญหน้ากันดวงตาของทั้งสองราวกับดวงไฟลุกโชนอยู่ ความเคียดแค้นชิงชังระอุขึ้นนักรบสองฝ่ายก้าวเข้ามาด้านหลังพร้อมทำตามคำสั่งผู้นำของพวกเขา
“กาน่าซูเลเจ้าช่างกล้า บังอาจนำคนน้อยนิดของเจ้าบุกเข้ามายังเขตของข้าเจ้าไม่กล้าว่าข้าจะบดขยี้พวกเจ้าอย่างนั้นเรอะ !” พานูตูลาถากถาง
ทว่านั่นทำให้กาน่าซูเรยิ้มเยาะ “เผ่าเพลิงกาฬช่างกล้าหาญนักสูญเสียผู้คนไปมากถึงสองส่วนสามของเผ่าก็ยังมีความกล้าพ่ายแพ้มาหลายคราก็ยังไม่เข็ดหลาบ สมเป็นเผ่าอันดับหนึ่งใต้ธงเผ่าฟ้าร้องเสียจริง ! ไม่สิ อดีต...มันต้องเป็นอดีตอันดับหนึ่งนี่”กาน่าซูเลกล่าวเย้ยระเบิดเสียงหัวเราะกังวาน ทำเอาใบหน้าพานูตูลาน่าเกลียดไม่น่าดู
หัวหน้าทั้งสองเปิดตัวแล้ว ทีข่าของเผ่าเพลิงกาฬก็มาแล้วทว่าหนิงเฟยหลงไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด เขายังไม่ปรากฏตัว
นั่นเพราะมันมีตัวแปรที่คาดไม่ถึงมาเยือนถึงที่และตัวตนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาในเวลานี้จะรับมือได้เป็นอะไรที่นอกเหนือความคาดหมายอย่างแท้จริง !
เผ่าฟ้าร้อง !
ทีข่าของเผ่าผู้บ่มเพาะเคลื่อนจิตนำสุดยอดนักรบทั้งสิบของเผ่ามาด้วยตนเอง !