“เธอ... จำอะไรได้บ้างไหมตอนที่ตื่นมา?”
“ไม่ครับ...”
ทันทีที่เ้าหน้าที่โรงพยาบาลรู้ว่าเลเวียร์ได้สติแล้วหลังจากสลบไปสามวัน เขาถูกย้ายไปยังห้องอีกห้องที่ล้อมด้วยกระจกสีดำสองฝั่งในอาคารอีกแห่งห่างไกลจากตัวอาคารห้องพักของเขา ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในห้องโล่งที่มีเ้าหน้าที่คลอเดีย กับผู้หญิงที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวที่เรียกตัวเองว่า คุณหมอเคที่ คลอเดียไม่ได้ถามไถ่อะไรเขาหรือพูดอะไรแม้แต่น้อย เธอเพียงนั่งกอดอกอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ ส่วนหมอเคธี่ เธอถามไถ่รายละเอียดเกี่ยวกับร่างกายของเลเวียร์ รวมถึงคำถามแปลก ๆ อย่าง จำอะไรได้บ้างตอนที่ตื่นขึ้นมา แม้จะรู้ว่านี่คือหนึ่งในกระบวนการรักษา แต่ลึก ๆ แล้วเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกสอบสวนไม่มีผิด
“เธอจำได้แค่ฝันร้าย เห็นปีศาจ... ถูกทดลองในโหลแก้ว... ฝันถึงเื่เศร้าที่ไม่เป็ชิ้นเป็อัน แค่นั้นใช่ไหม?” แพทย์สาวถามเขาอีกครั้ง
“ครับ..”
เคที่พยักหน้า ตัวเธอนั้นสวมถุงมือยางสีขาวหนา ตวัดปากกาลูกลื่นไปมาบนแผ่นกระดาษ จดบันทึกอะไรบางอย่างลงไป
“เอาล่ะ ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว...” แพทย์สาวกวักมือเป็สัญญาณเรียกพยาบาลสองคนเข้ามาในห้อง “จากนี้ก็พักผ่อนเยอะ ๆ ... แล้วก็... ทานอาหารตามที่จัดไว้ให้ครบด้วยนะจ้ะ”
“ค ... ครับ...” เลเวียร์พยักหน้า
“เอ่อ... คุณหมอครับ...”
“หืม...? มีอะไรรึเปล่าจ้ะ สกายเรสเซอร์?”
“ผม...” เขาชูมือข้างซ้ายที่สวมถุงมือสีขาวคลุมไว้
“ผมเป็... ริงเกอร์งั้นหรอครับ?”
คำถามนั้นทำให้หมอเคธี่ชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่ทันคิดคำตอบ คลอเดียที่นั่งนิ่งั้แ่เมื่อครู่ก็ปริปาก
“ไม่ใช่ซะหน่อย เ้าโง่...” คลอเดียพูด
“แกเป็ไวท์โกล้บ... เป็พวกเดียวกับเราต่างหาก”
คำตอบของคลอเดียนั้นไม่ได้ไขกระจ่างสิ่งที่เลเวียร์้าถามเท่าใดนัก เพราะจริง ๆ เขาอยากรู้รายละเอียดว่า ทำไมมนุษย์ธรรมดาอย่างเขา จู่ ๆ กลายเป็ริงเกอร์ได้อย่างไร กระนั้นสิ่งที่เธอพูดทำให้เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
“สกายเรสเซอร์...”
“ครับ รุ่นพี่คลอเดีย?”
“ตอนนี้แกอาจรู้สึกว่าตัวเองนั้นแปลกแยกจากคนอื่นเพราะกลายเป็ริงเกอร์... แต่นั่นหมายความว่า แกมีพลังที่มากขึ้นด้วย... พลังที่สามารถป้องกันไม่ให้หายนะแบบวันนั้นเกิดขึ้นอีก...”
“แกจะต้องฝึกควบคุมแหวนมนตรานั่นและใช้มันเพื่อปกป้องคนอื่น” เธอกล่าว “ทันทีที่ร่างกายฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ แกและน้องของแกจะถูกส่งไปยังค่ายฝึกหน่วยจู่โจมต่อต้านริงเกอร์ ARSF (Anti-Ringer Strike Force) ที่นั่นฉันจะสอนแกใช้พลังแหวนมนตราเอง...แต่บทเรียนของฉันจะหนักกว่าตอนอยู่อคาเดมี่หลายขุม... ก่อนจะถึงวันนั้น... ก็เตรียมใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
“ครับ... รุ่นพี่” เลเวียร์ตอบ “แต่... ก่อนหน้านั้น... ผมขออนุญาตลางานสักหนึ่งวันจะได้ไหมครับ?”
“ฝึกฝนช้าไปหนึ่งวัน... แกก็หมดโอกาสที่จะช่วยคนหนึ่งคน... แกรู้ใช่ไหม?”
“ผมทราบดีครับ... แต่กระนั้น... ผมก็จะไปที่นั่นให้ได้...”
เลเวียร์ก้มหัวต่อหน้าเธอ
“ได้โปรดเถอะครับ...”
คลอเดียขมวดคิ้ว เธอหันหน้ามองกระจกสีดำด้านข้าง ก่อนจะหันกลับมาหาเลเวียร์
“คำขอของแกได้รับการอนุมัติแล้ว...” เธอพูด “แต่แค่วันเดียวนะ...”
“ขอบคุณครับรุ่นพี่”
ทันทีที่จบบทสนทนา รถเข็นของเขาก็ถูกพาออกไปนอกห้องอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้คลอเดียและหมอสาวนั่งอยู่ในห้องเพียงสองคน
“พวกเธอคิดว่าไง?”
เสียงประกาศออกมาจากลำโพงของห้อง ซึ่งเป็คำถามจากผู้สังเกตการณ์หลายสิบคนที่ยืนอยู่หลังกระจกห้องที่เลเวียร์เพิ่งออกมา เคที่ถอดเสื้อกาวน์ ก่อนจะถอดถุงมือสีขาว เผยให้เห็นแหวนวงเล็กที่ติดอยู่ที่นิ้วก้อยข้างซ้าย
“สกายเรสเซอร์ไม่ได้โกหกค่ะ” เคที่บอก “แหวนเทวาของฉันที่มีพลังััคำโกหก ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง... สิ่งที่เลเวียร์ สกายเรสเซอร์พูดทั้งหมดเป็ความจริง เขาไม่ได้มีความทรงจำอื่น ๆ นอกจากความฝัน... กับตอนที่ถูกจับกุมไว้ในโหลแก้ว”
“ส่วนฉันก็ไม่สามารถจับจิตสังหาร หรือความอาฆาตมุ่งร้ายได้เลยค่ะ...” คลอเดียเสริม
“พวกเธอทำได้ดีมาก เ้าหน้าที่เคธี่ เ้าหน้าที่คลอเดีย... พวกเธอไปพักได้แล้ว”
ทันทีที่จบเสียงประกาศ สองเ้าหน้าที่สาวเดินออกไปจากห้อง โอเรก้อน ไฟร์และเ้าหน้าที่ระดับสูงที่อยู่ด้านหลังกระจกผนึกมนตราของห้องสอบสวนต่างสับสน และตั้งคำถามมากมายกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับเนสริงเกอร์เกิดใหม่คนนี้
“น... นี่เป็ไปได้ยังไง ที่เลเวียร์ สกายเรสเซอร์ไม่มีความทรงจำของเนสริงเกอร์คนเก่าเลย ทั้ง ๆ ที่เป็เนสริงเกอร์เกิดใหม่แท้ ๆ?” หนึ่งในผู้สังเกตการณ์กล่าว
“หึ... เื่มันประหลาดั้แ่ การตื่นของริงเกอร์ เกิดตอนอายุ 18 ปีแล้วล่ะ...” เสียงบ่นของเ้าหน้าที่อีกคนดังข้าง ๆ
“จะอย่างไรก็ช่าง... ไม่มีความทรงจำสิ ยิ่งดีกับพวกเรา” โอเรก้อนพูดอย่างสุขุม “เพราะถ้ายังมีความทรงจำอยู่... ป่านนี้เราคงได้ใช้อาคารของโรงพยาบาลเป็สนามรบแล้วล่ะ...”
“ว่าแต่ วันลาที่สกายเรสเซอร์ขอนั่น... เขาจะใช้ไปทำอะไรหรอครับ?” เ้าหน้าที่ที่ยืนข้างหัวหน้าใหญ่ถาม
“อืม... ถ้าถามข้าละก็... คงเป็ไปได้แค่อย่างเดียว...”
แปะ... แปะ แปะ...
ซ่า...
“ฝนตกแล้ว... เรารีบไปกันเถอะค่ะ พี่เลวี่...” วีโอเลตกางร่มสีดำเหนือหัวเลเวียร์ที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าป้ายหินอ่อนที่แกะสลักด้วยข้อความสีทองอย่างประณีตที่มีหยดน้ำฝนชโลมชุ่ม
“ขอเวลาฉันอีกนิดนะ... วี”
เลเวียร์ตอบน้องสาวด้วยรอยยิ้มอันเศร้าสร้อย ผมของเขาเริ่มเปียกปอนเพราะฝน ในมือเขาถือช่อดอกไม้ช่อเล็กสองกำที่เตรียมมาั้แ่เช้าตรู่ บัดนี้เขาและวีโอเลตอยู่ที่สุสานทหารผ่านศึกของ ARPD โดยใช้วันหยุดเพียงวันเดียวที่ได้รับเพื่อแวะทักทายป้ายหินขนาดเล็กเท่ากับกล่องรองเท้า
“โนอา คูลบรีซ”
“ผู้ปกป้องผู้อื่นด้วยความห้าวหาญ”
เขาใช้เวลาพักใหญ่ จึงวางช่อดอกไม้หน้าหลุมศพ แล้วลุกขึ้น กระซิบบางอย่างราวกับกำลังสื่อสารกับคนที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ประหนึ่งกล่าวคำร่ำลาสุดท้าย แล้วหันหลังเดินนำไปยังอีกแห่งโดยมีวีโอเลตถือร่มเดินตามต้อย ๆ อยู่ด้านหลัง
“อีกคนก็เป็คุณโรมสินะคะ...”
“อื้อ... โทษทีนะ... ที่ต้องรบกวนให้เธอมาเป็เพื่อน...”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ... วีเองก็อยากมาที่นี่ด้วยเหมือนกัน”
สุสาน ARPD เป็สถานที่ไว้อาลัยเ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีให้เห็นทั่วไปตามเมืองใหญ่ ๆ และวันนี้ก็เป็วันก่อนที่เลเวียร์และวีโอเลตจะถูกย้ายไปประจำการที่หน่วย ARSF ฝนตกอย่างหนักราวกับไม่เป็ใจกับการมาเยือนของเลเวียร์ แต่กระนั้น หนุ่มผมเทาคนนี้ก็ไม่สนใจ เดินฝ่าฝนเพื่อไปไว้อาลัยเพื่อนรักอีกคนที่ตายไป ทั้งคู่รู้ดีว่าหลุมศพของโรมนั้นอยู่ไม่ห่างจากโนอามากนัก เนื่องจากเป็หลุมศพที่เพิ่งตั้งใหม่ แต่แล้ว ระหว่างที่เดินไป ทั้งคู่เห็นเงา ๆ หนึ่ง ที่ยืนอยู่หน้าหลุมศพ เงาของชายร่างั์ที่ผมสั้นเตียนยืนก้มหน้ามองที่ป้าย ๆ หนึ่ง วีโอเลตและเลเวียร์ต่างอึ้ง เพราะดจดจำเงานั้นได้
“ร... โรม?” เลเวียร์อ้าปากค้าง
“ป... เป็ไปไม่ได้หรอกค่ะ... พี่เลเวียร์... ก็คุณโรมเขา...”
ไม่ฟังเสียงค้านของวีโอเลต เลเวียร์วิ่งออกนอกร่ม ฝ่าฝนไปหาชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว ส่วนวีโอเลตก็อยากพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาตัวเองว่านั่นไม่ใช่โรม จึงวิ่งตามเลเวียร์มาติด ๆ
“โรม!” เลเวียร์ะโเรียก
“...?” ชายร่างั์คนนั้นหันมาทันทีที่ได้ยินเลเวียร์เรียกชื่อ
ชะงัก...
เมื่อเห็นใกล้ ๆ แม้รูปร่างภายนอกโดยรวมจะคล้ายกับโรม แต่เขาคนนี้ไม่ใช่โรม และชายคนนี้ก็เพิ่งวางดอกไม้ไว้หน้าป้ายหินอ่อนเบื้องหน้า ป้ายหลุมศพที่เขียนว่า
“โรม โคโลซัส”
“ชายผู้ใฝ่ฝันเป็ฮีโร่”
“เธอคือเพื่อนของโรมสินะ” ชายร่างั์คนนั้นตอบ “โรมต้องดีใจแน่ที่มีเพื่อนมาหาแบบนี้”
“ค... คุณคือ...” เลเวียร์อ้ำอึ้ง
“อ้อ... ฉันลืมแนะนำตัวสินะ...”
“ฉัน เอเธน โคโลซัส...” เขาพูด “เป็พี่ชายแท้ ๆ ของโรม... ยินดีที่ได้รู้จัก”
เลเวียร์ก้มหน้าอย่างผิดหวัง ทั้งที่รู้ว่าเป็ไปไม่ได้ แต่ในใจลึก ๆ นั้นเขาอยากพบโรม แม้จะเป็แค่ิญญาก็ยังดี
“พี่เลเวียร์คะ... คนนี้คือ... โล่พิทักษ์?” วีโอเลตที่พึ่งมาถึงก็ใเช่นเดียวกับเลเวียร์ จ้องหน้าชายแปลกหน้าที่ท่าทางเหมือนโรมคนนี้อย่างสงสัย จนในที่สุดก็นึกออกว่าชายคนนี้คือหนึ่งในนักเรียนดีเด่นที่สร้างผลงานไว้มากมาย และได้เป็เ้าหน้าที่ระดับ A ั้แ่อายุยังน้อย เ้าหน้าที่ผู้กวัดแกว่งโล่ริงก้อนบริสุทธิ์ที่หนักถึงสามตันปราบริงเกอร์ที่อยู่ในบัญชีดำ และปกป้องผู้คนไว้มากมาย โล่พิทักษ์ [The Shield]
“อ้อ... เธอคือเลเวียร์ สกายเรสเซอร์สินะ...” เอเธนยิ้ม “โรมเล่าเื่เธอให้ฉันฟังเยอะแยะเชียวล่ะ”
“ง... งั้นหรอครับ...” เลเวียร์หลบตา ไม่กล้าสู้หน้าเอเธนเพราะรู้สึกผิดที่ไม่อาจช่วยโรมได้
“ขอบใจนะ... เลเวียร์ ที่ช่วยเป็เพื่อนกับเขา...” ชายร่างั์พูด “ถึงเขาตายไป แต่ตัวตนของโรมจะยังมีชีวิตอยู่ ในตัวของเพื่อน ๆ อย่างพวกเธอ”
“ช่วยจดจำเขาในฐานะฮีโร่ด้วยล่ะ...”
“ค... คุณคะ...” แม้วีโอเลตจะไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เกี่ยวดองอะไรกับโรม แต่ที่แน่ ๆ คือ เขาคนนี้รู้จักกับโรมเป็อย่างดี วีโอเลตจึงก้มหัวทาบพื้นราวกับขอขมาชายคนนี้เพราะตัวเธอเป็ต้นเหตุที่ทำให้โรมต้องตาย “ที่คุณโรมต้องตาย เพราะเขาปกป้องวีไว้ค่ะ... ว... วี...”
“ขอโทษนะ... คะ”
“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอกสาวน้อย... นั่นเป็การตายที่คุ้มค่าสำหรับเขาแล้วล่ะ... โรมเป็คนเลือกทางเดินนี้เอง พวกเราที่เป็คนในครอบครัวก็เตรียมใจอยู่แล้วว่าวันแบบนี้ต้องเกิดขึ้น...” เอเธนพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่ว่าใครก็รู้สึกถึงความเศร้าหมองที่ซ่อนอยู่ได้ “แต่ไม่คิดเลย ว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้เนี่ยสิ... ทั้ง ๆ วันจบการศึกษาจากอคาเดมี่ ยังโทรมาอวดฉันที่ได้ยศระดับ C อยู่เลยแท้ ๆ”
“เ้าน้องชายคนนี้ มันบ้ามาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ... กลับจากบ้านทีไรก็มีาแเพราะไปต่อยตีกับเด็กคนอื่น พอซักถามมาก ๆ เข้า แต่ละครั้งที่เจ็บตัวก็เพราะเข้าไปยุ่งกับปัญหาของคนอื่น เที่ยวไปปกป้องคนนู้นคนนี้ ทำตัวเป็ฮีโร่ผดุงคุณธรรมจนได้แผลไม่เว้นวัน” เอเธนหัวเราะ ขณะนึกถึงภาพน้องชายตัวเองตอนเด็ก ๆ ที่มักกลับมาบ้านพร้อมกับรอยฟกช้ำทั่วตัว “และแม้แต่ครั้งนี้... ทั้ง ๆ ที่ริงเกียร์หมดไฟไปแล้ว เขาก็บังคับริงเกียร์ให้สังเวยพลังชีวิตตัวเองเพื่อเติมพลังมนตราให้แหวนเพื่อใช้มันปกป้องคนอื่นอีก... หึหึ สภาพศพของโรมนี่ทำเอานึกถึงพ่อของพวกเราไม่มีผิดเลยล่ะ พวกเพื่อนของฉันที่มาร่วมงานศพโรมยังถามฉันอยู่เลยว่าวันที่ร่วมงานศพวันนั้นเป็งานศพพ่อหรือน้องชายกันแน่...”
ช๊อค...
“งั้นหรอคะ... น... นั่นสินะคะ...”
คำพูดของเอเธอนั้นได้ไขข้อข้องใจวีโอเลตทันทีว่าทำไมในตอนนั้นโรมถึงดูแก่ไปถนัดตา ที่แท้เพราะเขาได้เค้นพลังมนตราจากริงเกียร์ จนสุดท้ายอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้ดึงพลังชีวิตของโรมมาเป็เชื้อเพลิง
สำหรับเป็โล่เพื่อปกป้องเธอ...
“อ้อ... เกือบลืมไป... ฉันคงไม่ได้ใช้นี่เท่าไหร่... พวกเธอเก็บมันไว้ก็แล้วกัน...”
เขาแบมือไปตรงหน้าเลเวียร์และวีโอเลต บนมือเขาคือแหวนสีเงินที่มีอัญมณีสีแดงประดับไว้
“ริงเกียร์เป็สมบัติของเ้าหน้าที่ ARPD ั้แ่วินาทีที่ได้รับตอนอยู่อคาเดมี่... และเมื่อเ้าหน้าที่ตายลง ริงเกียร์ก็ถือเป็หนึ่งในมรดกของเ้าหน้าที่คนนั้น... หากไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้... ก็จะตกอยู่กับญาติกลายเป็ของดูต่างหน้าที่ไร้ค่าไป... มันคงดีกว่าถ้าจะถูกใช้เป็เครื่องมือสำหรับปกป้องคนอื่น... โดยเ้าหน้าที่ ARPD...”
พี่น้องสกายเรสเซอร์ต่างยืนนิ่งทั้ง ๆ ที่เอเธนยื่นริงเกียร์ให้
“ฉันเก็บไว้เองวงนึงไว้เป็ริงเกียร์สำรอง แต่อีกวง... ฉันยกให้พวกเธอก็แล้วกัน...”
วีโอเลตทำท่าทีจะปฏิเสธ เพราะเธอรู้สึกผิดที่จะรับแหวนของโรม คนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ ไม่อย่างนั้นมันจะเหมือนเป็ตราบาปที่ติดตัวเธอไปตลอด
“รับไว้สิ วี...” เลเวียร์พูด ก่อนจะเดินไปวางดอกไม้บนป้ายหลุมศพของโรม “ฉันมีแหวนของโรมวงนึงแล้ว... จะให้เอาไปด้วยอีกวง ฉันคงรับไม่ไหวหรอก...”
“อีกอย่าง... ถ้าโรมยังอยู่... เขาต้องอยากให้เธอเก็บมันไว้แน่ ๆ...”
วีโอเลตท่าทางลังเลกับการตัดสินใจนี้ เพราะโรมเป็ทั้งคนที่ต่อชีวิตเธอ และตอนนี้เขายังจะกลายเป็อุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือเธอในการต่อสู้อีก แต่เมื่อคิดว่าริงเกียร์ของโรมจะได้ใช้เพื่อช่วยเหลือคนอื่นต่อ นั่นคงทำให้โรมที่อยู่บน์ต้องดีใจแน่ เธอจึงยื่นมือออกไปรับริงเกียร์วงนั้นโดยไม่ลังเล
“เข้าใจแล้วค่ะ...” วีโอเลตกำหมัดแน่น “หนูจะใช้มันปกป้องทุกคนอย่างสุดความสามารถค่ะ...”
“หึหึ ต้องอย่างนั้นสิ สาวน้อย” เอเธนพูด ก่อนจะสังเกตว่าหนุ่มผมเทาในตอนแรกได้หันหลังเดินออกไปโดยไม่ร่ำลาเขาสักคำ “เธอจะไปแล้วรึ เลเวียร์?”
“ครับ... ผมจะต้องไปเตรียมตัวสำหรับเดินทางพรุ่งนี้...”
ทั้ง ๆ ที่ตอนเยือนป้ายหลุมศพของโนอา เลเวียร์ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะล่ำลาออกมาได้ แต่กับหลุมศพของโรมที่น่าจะใช้เวลามากกว่ากลับสั้นเพียงไม่กี่อึดใจ
“เธอโอเคนะ?”
“ครับ... ผมไม่เป็ไร...” เลเวียร์ตอบด้วยเสียงที่ครุมเครือ เสียงสายฝนที่ตกซู่ลงมาทำให้ทั้งเอเธนและวีโอเลตไม่อาจรู้ได้เลยว่าหนุ่มผมเทาคนนี้กำลังรู้สึกอะไรอยู่ “รุ่นพี่เอเธนไม่ต้องห่วงนะครับ... เพราะในไม่ช้า...”
“ผม... จะแก้แค้นให้โรมเอง”
สำหรับวีโอเลต คำพูดที่ออกจากปากเลเวียร์มักเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความสงบ แต่ครั้งนี้ มันเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและห้วงอารมณ์เศร้าโศกจนน่าใจหาย
“งั้นหรอ...” เอเธนพยักหน้า “ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าโรม้าให้เธอแก้แค้นให้เขาไหม... แต่ที่แน่ ๆ คือ โรมเขาอยากเป็ฮีโร่... และฉันมั่นใจว่าเขาก็อยากให้คนอื่นเป็ฮีโร่แบบเดียวกับเขา...”
“ฮีโร่ที่มั่นคงในทางเดินที่ตนเองเลือก... หนักแน่นในเจตนารมณ์ที่ตั้งใจไว้ ... ไม่แปรเปลี่ยนถึงแม้จะเจอกับเหตุการณ์ที่หนักหนาขนาดไหน...”
“ถ้าการแก้แค้นนั่นคือสิ่งที่เธอตั้งใจไว้แต่แรก... ฉันก็ขอให้โชคดี...” เอเธนเอ่ย “แต่ถ้ามันไม่ใช่ทางที่เธอคิดไว้... ฉันหวังว่า...”
“เธอจะกลับสู่หนทางที่เธอตั้งใจไว้สักวันหนึ่งนะ”
ผึ่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์เริ่มหมุนบนดาดฟ้าของโรงพยาบาล วันนี้คือวันที่เลเวียร์และวีโอเลตจะเดินทางไปยังค่ายฝึกหน่วยรบพิเศษ เพื่อเข้าร่วมกองกำลัง ARSF เพื่อตอบโต้ริงเกอร์ เลเวียร์กลับมาสวมชุดเครื่องแบบเดิม ที่ต่างออกไปคือตรงอกมีตราสีเขียวของเ้าหน้าที่ระดับ C และถุงมือที่เขาสวมในตอนนี้ไม่ใช่สีดำ แต่เป็สีขาว
“ขึ้นมาเร็ว สกายเรสเซอร์ พวกเราจะออกเดินทางแล้ว...” คลอเดียะโจากบนเครื่อง
“ครับ/ค่ะ”
ตึง!
ประตูดาดฟ้าถูกกระแทกจนเปิดออก หนุ่มแว่นที่เพิ่งได้ข่าวว่าเลเวียร์ถูกย้ายไปหน่วย ARSF วันนี้รีบวิ่งหวังเพื่อร่ำลาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เหลือรอดอยู่ของเขา
“เลเวียร์!” เนปจูนะโไล่หลังเขาที่กำลังก้าวขึ้นเครื่อง เลเวียร์เหลียวหลังมองเนปจูน
“สัญญาของพวกเรายังเหมือนเดิมใช่ไหม!?”
“ว่าพวกเราจะเป็ฮีโร่ที่แท้จริงนั่นน่ะ!”
เลเวียร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยกลับมา
“อ่า... มันยังอยู่ดีเนป...”
คำพูดของเขาทำให้เนปจูนรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะนี้คือความฝันที่เพื่อนทั้งสองที่จากไปได้ฝากฝังไว้กับพวกเขา คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ... เพราะตราบใดที่ความฝันนี้ยังมีชีวิต ก็เท่ากับว่าการตายของโรมและมิเรทนั้นไม่สูญเปล่า
“แต่...” เลเวียร์เหล่ดวงตาสีชาดที่เขาได้มาั้แ่คืนนั้นกลับไปที่เนปจูน
“มันจะเกิดขึ้น... หลังจากฉัน ‘ฆ่า’ เนตรสีชาดทุกตนบนโลกใบนี้”
“ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด...
ไม่ให้เหลือซักตน”
คำพูดของเลเวียร์นั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ตอนนี้เนปจูนรับรู้ได้ในทันทีว่าเลเวียร์คนที่ใจดีและรักสงบได้ตายจากไปพร้อมกับโรมและโนอาในคืนนั้นแล้ว ชายผมเทาที่รอดชีวิตอยู่ในตอนนี้ คือ ใครอีกคน ที่เขาไม่รู้จัก และแล้วประตูเฮลิคอปเตอร์ก็ปิด พาหนะทะยานขึ้นฟ้า และบินลับไปในหมู่เมฆแสนไกล