เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวระลอกแล้วระลอกเล่าที่ดังมาจากส่วนลึกของ "ป่าเงียบสนิท" (寂静森林 - Jìjìng Sēnlín) ยังคงไล่หลังเจี้ยนหลิน (剑林 - Jiàn Lín) มาเป็ระยะ แม้จะเริ่มแ่เบาลงบ้างแล้วก็ตาม เด็กหนุ่มมิได้ลดความเร็วในการวิ่งลงเลยแม้แต่น้อย สองเท้าที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนย่ำไปบนพื้นดินที่ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยใบไม้เน่าเปื่อยอย่างไม่คิดชีวิต ปอดของเขาร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ภายใน ทุกครั้งที่หายใจเข้า กลิ่นอับชื้นของป่าลึกและกลิ่นไอเย็นเยียบของความตายก็แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย
'บัดซบ! นี่ข้าหนีจากปากพยัคฆ์ (幻影妖虎 - Huànyǐng Yāo Hǔ) เพื่อมาเจอกับอสูรร้ายตนใดอีก!' เจี้ยนหลินคิดอย่างสิ้นหวังระคนเหนื่อยล้า เขาไม่รู้ว่าตนเองวิ่งลึกเข้ามาในป่ามากแค่ไหนแล้ว ทิศทางกลับไปยังสำนักกระบี่เมฆาพิสุทธิ์ (云清剑宗 - Yún Qīng Jiàn Zōng) นั้นเลือนรางจนแทบจะมองไม่เห็น ท้องฟ้าเบื้องบนถูกบดบังด้วยเรือนยอดของต้นไม้โบราณขนาดมหึมาที่สูงเสียดฟ้าจนมองไม่เห็นยอด ทำให้แสงแดดเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่สามารถสาดส่องลงมาถึงพื้นดินได้ บรรยากาศรอบกายจึงทั้งมืดครึ้ม วังเวง และเต็มไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น
หลายชั่วยามผ่านไป ในที่สุดเสียงคำรามจากเื้ัก็เงียบหายไปโดยสมบูรณ์ เจี้ยนหลินที่เรี่ยวแรงใกล้จะหมดสิ้นจึงค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง เขาทรุดตัวลงพิงกับรากไม้ขนาดใหญ่ พยายามจะหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด ร่างกายของเขาปวดเมื่อยไปทุกส่วน าแเล็กๆ น้อยๆ จากการถูกหนามเกี่ยวและกิ่งไม้ข่วนเริ่มจะส่งความเ็ปออกมาอย่างชัดเจนเมื่อความตื่นเต้นจากการหลบหนีเริ่มจางลง
"ต้องหาที่พัก...น้ำ...อาหาร" เจี้ยนหลินพึมพำ เสียงแหบพร่าจนแทบจะไม่ได้ยิน เขาเหลือบมองตะกร้าสมุนไพรที่เขายังคงกอดไว้แน่น แม้จะบุบเบี้ยวไปบ้างแต่ "หญ้าหางจิ้งจอกม่วง" (紫狐尾草 - Zǐ Hú Wěi Cǎo) ส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถนำมากินประทังชีวิตได้ในตอนนี้
เขาเริ่มสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างระมัดระวัง ป่าในส่วนนี้ดู "แตกต่าง" จากเขตชายป่าที่เขาคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้แต่ละต้นมีขนาดใหญ่โตและดูเก่าแก่กว่ามาก เถาวัลย์เลื้อยพันกันหนาทึบราวกับม่านธรรมชาติ พืชพรรณหลายชนิดเขาไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ในตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาา" (太古草木秘谱 - Tàigǔ Cǎomù Mì Pǔ) ที่เขาเพิ่งจะเริ่มศึกษาก็ยังไม่มีบันทึกไว้ทั้งหมด แต่กระนั้น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับพืชมีพิษและพืชที่กินได้บางชนิดที่เขาจดจำมาก็ยังคงเป็ประโยชน์
'ที่นี่...มันอันตรายเกินไปสำหรับผู้ที่มีพลังปราณ (灵气 - Língqì) น้อยนิดเช่นข้า' เขารู้สึกได้ถึงไอพลังที่ "กดดัน" และ "ลึกลับ" แผ่ออกมาจากส่วนลึกของป่า แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ััได้ถึง "พลังชีวิต" (生命之力 - Shēngmìng zhī Lì) ที่เข้มข้นและบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาดใจ ราวกับว่าที่นี่คือแหล่งรวมของพลังงานดั้งเดิม (元气 - Yuán Qì) ที่ยังไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอก
ด้วยความรู้จากตำรา เจี้ยนหลินพยายามมองหาพืชที่สามารถใช้เป็อาหารหรือน้ำดื่มได้ เขาหลีกเลี่ยงเห็ดสีสันสดใสที่ดูน่ากินแต่แฝงพิษร้าย และบุปผางามที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนแต่ตำราบอกว่ายางของมันสามารถทำให้ิัไหม้พองได้ ในที่สุด เขาก็พบ "ผลเถาวัลย์วารี" (水藤果 - Shuǐ Téng Guǒ) ซึ่งเป็ผลไม้ป่าขนาดเล็กที่มีน้ำอยู่ภายในจำนวนมาก ช่วยบรรเทาความกระหายของเขาไปได้บ้าง และยังพบ "รากหญ้าพลังดิน" (地力草根 - Dì Lì Cǎo Gēn) ที่แม้จะมีรสขมฝาดจนลิ้นชา แต่ก็ช่วยฟื้นฟูพลังกายที่สูญเสียไปได้เล็กน้อย 'รสชาติอัปยศยิ่งกว่าอาหารในโรงครัวศิษย์นอกเสียอีก...แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้อง' เขาคิดอย่างเหน็บแนมพลางเคี้ยวรากไม้นั้นอย่างยากลำบาก
คืนนั้น เขาหาโพรงไม้เล็กๆ ที่พอจะซุกตัวเข้าไปได้เพื่อหลบภัยจากลมหนาวและสัตว์ร้ายในยามค่ำคืน เขาก่อกองไฟเล็กๆ ด้วยเศษไม้แห้งและหินเหล็กไฟที่พกติดตัวมา แสงไฟสลัวๆ พอจะให้ความอบอุ่นและขับไล่ความมืดมิดไปได้บ้าง แต่ก็ไม่อาจขับไล่ความหวาดระแวงในใจของเขาได้หมดสิ้น ทุกครั้งที่มีเสียงกิ่งไม้หักหรือเสียงสัตว์ร้องดังขึ้น เขาก็จะสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
หลายวันผ่านไปในลักษณะนี้ เจี้ยนหลินต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน เขาเรียนรู้ที่จะสังเกต "ร่องรอย" ของสัตว์อสูร (妖兽 - Yāoshòu) เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง เรียนรู้ที่จะหาอาหารจากพืชพรรณที่คนทั่วไปอาจจะมองข้าม และที่สำคัญที่สุดคือ เขาเริ่มจะ "คุ้นเคย" กับ "ลมหายใจ" ของป่าลึกแห่งนี้มากขึ้นทีละน้อย
ในระหว่างที่ต้องหลบซ่อนและหาอาหารนั้นเอง เขาก็มีเวลาที่จะ "ครุ่นคิด" และ "ทดลอง" กับพลังธาตุพฤกษา (草木之力 - Cǎomù zhī Lì) ของตนเองมากขึ้น ความจำเป็ในการป้องกันตัวและหาเครื่องมือทำให้เขาต้องพยายาม "ก่อรูป" "กระบี่ไม้" (木剑 - Mù Jiàn) ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม
เขาเลือกนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา หลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่ตันเถียน (丹田 - Dāntián) ที่ซึ่งพลังปราณอันน้อยนิดของเขาหมุนเวียนอยู่อย่างเชื่องช้า เขาเริ่ม "ดึง" พลังงานพฤกษาจากบรรยากาศรอบตัว – กลิ่นดิน, ไอชื้นจากใบไม้, พลังชีวิตอันแ่เบาจากพืชพรรณรอบกาย – ให้ไหลซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ มันเป็กระบวนการที่ยากลำบากและต้องใช้ความอดทนอย่างสูง พลังงานที่ได้มานั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับความพยายามที่ทุ่มเทลงไป
เมื่อรู้สึกว่าพอจะมีพลังงานพฤกษาสะสมอยู่บ้างแล้ว เขาจึงเริ่มขั้นตอนต่อไป เขาเหยียดฝ่ามือขวาออกไปเบื้องหน้าอย่างช้าๆ เพ่งสมาธิไปที่การ "ก่อเกิด" พลังงานพฤกษาที่รวบรวมมานั้นให้ควบแน่นและจับตัวกันเป็สสาร ไอสีเขียวจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือของเขา ก่อนจะค่อยๆ รวมตัวกันเป็ "แท่งไม้" สีเขียวอ่อนขนาดเท่าแขนท่อนหนึ่ง มันยังคงดูไม่เสถียร สั่นไหวเล็กน้อยราวกับจะสลายไปได้ทุกเมื่อ
เจี้ยนหลินมิได้ท้อถอย เขายังคงหลับตาแน่น "นึกภาพ" กระบี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เขาเคยเห็น – กระบี่ของศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵 - Yuè Qīnglíng) – เขาจดจำทุกรายละเอียดของมันได้ ทั้งความยาว, ความโค้งของคมดาบ, และด้ามจับที่ดูสง่างาม เขาพยายามจะใช้ "เจตนา" (意志 - Yìzhì) และพลังจิตอันน้อยนิดของตนเอง ค่อยๆ "บรรจงใส่รายละเอียด" เ่าั้ลงไปในแท่งไม้พลังงานพฤกษาในมือ "ชี้นำ" ให้มันยืดออก, แบนลง, และมีส่วนปลายที่แหลมคมขึ้นทีละน้อย
มันเป็กระบวนการที่ "ละเอียดอ่อน" และ "เชื่องช้า" อย่างที่สุด เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามหน้าผากของเจี้ยนหลิน เขาต้องคอยประคองพลังปราณไม่ให้ขาดตอน และในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสมาธิในการ "ออกแบบ" รูปทรงของกระบี่ไม้ไปด้วย หลายครั้งที่แท่งไม้พลังงานนั้นสลายไปกลางคัน ทำให้เขาต้องเริ่มต้นใหม่ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้
หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุด "กระบี่ไม้" เล่มหนึ่งก็ก่อรูปขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ในฝ่ามือของเขา มันยังคงดูหยาบและไม่สมบูรณ์แบบนักเมื่อเทียบกับกระบี่เหล็กกล้า แต่ก็มี "รูปทรง" ที่ชัดเจนกว่าทุกครั้งที่เขาเคยสร้างมา มันมีความยาวประมาณสองฉื่อ ด้ามจับพอดีมือ และส่วนที่ควรจะเป็ "คม" นั้นแม้จะยังเป็ไม้ แต่ก็ดู "อัดแน่น" และ "มีน้ำหนัก" กว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เขาลองกวัดแกว่งมันดูเบาๆ รู้สึกได้ถึง "ความสมดุล" ที่ดีขึ้นเล็กน้อย และเมื่อเขาลองใช้มันฟันลงบนเถาวัลย์เส้นเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ตัว มันก็สามารถตัดผ่านได้อย่างง่ายดายกว่าที่เคย!
เจี้ยนหลินคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เป็ครั้งแรกในรอบหลายวัน แม้จะเป็เพียงความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ และ "กระบี่ไม้" เล่มนี้ก็ยังคงห่างไกลจากคำว่า "อาวุธ" ที่แท้จริง แต่มันก็เป็เครื่องยืนยันว่า "ความพยายาม" และ "ความเข้าใจ" ที่เขาได้รับจากตำราโบราณนั้นไม่ได้สูญเปล่า 'อย่างน้อย...ข้าก็ยังมี "เพื่อน" ที่ข้าสร้างขึ้นเองได้อยู่บ้าง' เขาคิดพลางลูบไล้ "กระบี่ไม้" เล่มใหม่ในมืออย่างทะนุถนอม
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งพักอยู่ริมลำธารเล็กๆ ที่น้ำใสสะอาดจนมองเห็นกรวดทรายเบื้องล่าง หลังจากที่เพิ่งจะพยายาม "ก่อรูป" กระบี่ไม้เล่มใหม่ที่เน้นความ "ยืดหยุ่น" โดยนึกถึงคุณสมบัติของ "ไผ่สายลม" (风吟竹 - Fēng Yín Zhú) อยู่นานสองนานจนพลังปราณแทบจะหมดสิ้น เขาก็สังเกตเห็น "บางสิ่ง" ที่แปลกตา...
บนก้อนหินใหญ่ริมลำธารที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวชอุ่ม มี "เส้นทาง" เล็กๆ ที่ดูเหมือนจะถูกเหยียบย่ำซ้ำๆ จนเป็รอยทางเดินจางๆ ทอดลึกลงไปในพงหญ้าที่สูงท่วมหัว และที่น่าประหลาดใจคือ บริเวณรอบๆ เส้นทางนั้น พืชพรรณดูจะมี "ชีวิตชีวา" และ "สีสัน" ที่สดใสกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อย ราวกับได้รับพลังงานบางอย่างหล่อเลี้ยงอยู่...และมี "กลิ่นอาย" หอมหวานอ่อนๆ ที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน ลอยมาตามลมแ่เบา
'นี่มัน...อะไรกัน?' เจี้ยนหลินขมวดคิ้ว ความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวังถูกแทนที่ด้วยความกระหายใคร่รู้และความหวังริบหรี่อีกครั้ง หรือว่านี่จะเป็ "ร่องรอย" ที่จะนำพาเขาไปสู่บางสิ่งที่แตกต่างออกไปจากชีวิตอันแสนจะ "ธรรมดา" ของเขา?
(จบตอน 18)