ณ ยอดผาสูงริมทะเลสาบอุฟนูร์
แกะภูผานามว่าอาร์กาลี ยืนฟังนางพังพอนลายหินอ่อน และพวกพ้องกล่าวอ้อนวอน
“ขอท่านโปรดเห็นแก่ความสัมพันธ์ในอดีตช่วยปลดเปลื้องคำสาปของพ่อมดให้ทุกคนเป็อิสระ รวมถึงตัวท่านด้วย จะมิต้องทนทุกข์ในร่างแกะเช่นนี้”
อาร์กาลีได้ฟังก็หัวเราะในลำคอ
“ทั้งหมดนี้ต้องโทษบิดาของเ้าที่เห็นแก่ฐานะร่ำรวยของเ้าชายโฮวี่ จึงยกเ้าให้กับเขา หาไม่แล้วเราสองคนก็คงได้ร่วมครองรักกันอย่างมีความสุขไปแล้ว ข้าจะให้ทุกคนได้ลิ้มรสของความทุกข์จากการพลัดพรากว่าเป็เช่นไรจงกลับไปเถิด ข้าช่วยอะไรไม่ได้”
หงลี่พังพอนสาวก็กล่าวทั้งน้ำตา“ ท่านเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ได้อย่างไร แต่เดิมท่านเป็ชายหนุ่มใสซื่อบริสุทธิ์มีจิตใจอ่อนโยน มีเมตตา อะไรเล่าย้อมใจท่านให้กลายเป็มืดมนเช่นนี้”
อาหนิวก็พูดเสริม“ น้อมคารวะท่านอาร์กาลี อันการที่ข้าพเ้าทั้งหลายมาอ้อนวอนท่านก็เพื่อประโยชน์ของสามภพ เนื่องด้วยจอมมารม่อเทียนหลงได้ครองอำนาจเหนือโลกมนุษย์แดน์ รวมถึงพิภพปีศาจ มีผู้คนต้องประสบชะตากรรมน่าอนาถรันทดมากมาย
การจะกำจัดมารร้ายตนนี้ได้จำต้องได้คัมภีร์มหายุทธบัลลังก์์ในตำนาน และผู้ที่รู้หนทางไปถึงสิ่งนี้ได้ก็คือไป่เซียนจื่อ ผู้ถูกคำสาปคุมขังเขาไว้ในนครใต้ทะเลสาบแห่งนี้
แต่การที่ข้าพเ้าจะลงไปหาเขาได้ต้องทำการถอนคำสาปด้วยของสามสิ่ง หนึ่งคือเขาของท่าน สองคือเขี้ยวเสือดาวของโฮวี่และสามคือไข่หินของแม่นางหงลี่
หากท่านยินยอมตามคำขอก็จักช่วยกอบกู้โลกทั้งสามแดน เป็กุศลบารมีอันใหญ่หลวง ข้าเชื่อว่า์ต้องมีเมตตาต่อท่านแน่นอน”
ฉงเซิงก็กล่าวบ้าง“ ถูกต้องแล้ว ข้าก็เป็เซียนผู้น้อยใน์หากท่านช่วยเปิดทางไปหาไป่เซียนจื่อได้ ข้าจะนำเรียนมหาเทพใน์ให้ปูนบำเหน็จแก่ท่านและคลายคำสาปให้ท่านกลับคืนเป็มนุษย์ดังเดิม”
เ้าแกะเขาโค้งงอได้ฟังดังนั้นก็ใจอ่อนเอ่ยปาก
“หากจริงดังเ้าว่าก็จงไปนัดหมายโฮวี่ให้มาพบข้าในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ข้าจะรออยู่ที่นี่”
หงลี่และพวกพ้องก็กล่าวขอบคุณพญาแกะภูผาก่อนจะลากลับไป
แล้วนางพังพอนก็สั่งเจอร์บิลกับเจอร์บัวไปแจ้งข่าวแก่โฮวี่
ณตำหนักม่อเทียนหลง
จอมมารนั่งบัญชาการอยู่บนบัลลังก์ใหญ่ขณะที่เหล่าเสนาปีศาจนำพาใครบางคนเข้ามาพบ
“ข้าน้อยแม่ทัพ์ตะวันตกเทียนฉี ขอคารวะม่อเทียนไต้อ๋อง”
จอมปีศาจ : “ ตามสบายการที่ข้าให้เ้าไปทำบน์คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว จงรายงานมาให้รู้”
เทียนฉี : “ ข้าได้ไปรวบรวมแนวร่วมของแม่ทัพ์ฝ่ายเหนือฝ่ายตะวันออกมาเข้าร่วมแล้ว ยังเหลือแม่ทัพฝ่ายใต้ ที่ยังดื้อด้าน ไม่ยอมเข้าร่วมแต่มิต้องกังวล ข้าน้อยกำลังหาทางใส่ร้ายให้มันถูกปลดจาก์แน่นอน”
จอมปีศาจ : “ อืม ข้ายังมีเื่ให้เ้าไปทำจงไปตามจับเซียวหลิงเทียนมาให้ข้า่ใช้เป็ทาสหากสำเร็จข้าจะให้เ้าปกครอง์แต่ผู้เดียว”
เทียนฉียิ้มหน้าบาน: “ข้าน้อมรับคำสั่ง”
จอมปีศาจ : “เอาล่ะ ไปทำภารกิจของเ้าเถิด”
ระหว่างทางจากทะเลสาบชิงไห่ถึงทะเลสาบอุฟนูร์
จีกัง ผู้คุมกฎสำนักกระบี่เทวะฟ้าผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวจากการถล่มทำลายของฟู่โฉว กระเสือกกระสนรอนแรมเดินทางนับพันลี้ใกล้จะถึงสถานที่พำนักของพวกเซียวหลิงเทียน
ทันใดมารสองตนก็ปรากฏกายต่อหน้าเขา
เป็ธิดามารม่อซั้งซั่ง กับฟู่โฉว สมุนเอกของนาง
“เ้านี่ช่างตายยากเสียจริงอุตส่าห์ดั้นด้นจากแดนจงหยวนมาถึงทะเลทรายแถบนี้ได้ ข้าขอยกย่องแต่บัดนี้ขอนำเ้าไปใช้ประโยชน์สักคราก่อน ฟู่โฉว นำตัวมันไปหาเซียวหลิงเทียนเดี๋ยวนี้”
มารหนุ่มรับคำสั่งแล้วดำเนินการตามนั้นพาจีกังไปยืนต่อหน้านายน้อยของเขา
“ท่านประมุขน้อย...”เสียงจีกังทำให้อาหนิวหันไปมอง เห็นฟู่โฉวหรือหลี่เจียเป่า อดีตเ้าสำนักพิทักษ์ธรรมยืนคุมผู้าุโสำนักกระบี่
“ท่านจีกังไยท่านจึงถูกมันจับตัวมาได้”
“พวกมันทำลายสำนักกระบี่เทวะฟ้าย่อยยับหมดแล้วมันไว้ชีวิตข้าน้อยเพื่อให้มาแจ้งข่าวแก่ท่าน ประมุขน้อยอย่าหลงกับดักของมันนะขอรับ”
ฟู่โฉวจิกหัวจีกังแล้วตะคอก
“เฮ้ยเซียวหลิงเทียน ยอมให้เราจับตัวเสียโดยดี หาไม่เราจะฆ่าไอ้เ้านี่เสีย”
“หาก้าชีวิตข้าก็มาจับสิ แต่จงปล่อยเขาไป” อาหนิวกล่าว
ฉงเซิงอาศัย่นี้พยายามหายตัวไปด้านหลังของฟู่โฉว เพื่อจัดการมารหนุ่มนั้นแต่กลับปรากฏร่างของแม่ทัพ์เทียนฉีมาขัดขวางไว้
“ฉงเซิง เ้าจะทำอะไร”
เซียนน้อยชุดขาวเห็นดังนั้นเข้าใจว่าแม่ทัพ์จะลงมาช่วย
“ท่านแม่ทัพเทียนฉีท่านจงช่วยเราจับเ้ามารน้อยนี้เถิด มันเป็ข้ารับใช้ม่อเทียนหลง จอมปีศาจอันแสนชั่วช้า”
เทียนฉีก็หัวเราะก่อนจะกล่าว“ ใครว่าข้าจะมาช่วยเ้า ข้ามาจับพวกเ้าไปให้นายใหม่ของข้าต่างหาก”
ฉงเซิงงุนงงกับท่าทีของแม่ทัพ์
“อะไรกันอย่าบอกนะว่านายใหม่ของท่านคือ....”
“ถูกแล้ว ข้าทำงานรับใช้ม่อเทียนหลงเ้าก็จงไปกับข้าเถิด หาไม่ก็จงตายกันอยู่ที่นี่”
เซียนชุดขาวก็ฟาดขลุ่ยเงินใส่หน้าแม่ทัพเทียนฉีแต่มันหายตัววับ แล้วตลบหลังไปฟาดกระบองเหล็กใส่กลางหลังฉงเซิงจนกระอักเืแต่เขาก็ใช้วิชาแยกร่างนับสิบรายล้อมแม่ทัพ์ไว้ ก่อนจะฟาดด้วยไม้พลองสีเงินเข้ากลางเอวของเทียนฉี
ทว่าอาวุธของฉงเซิงไม่ระคายเกราะทองของแม่ทัพเซียนแม้แต่น้อยกลับถูกตอบโต้ด้วยกระบองเหล็ก เซียนน้อยผมขาวก็เบี่ยงตัวหลบและถอยออกห่างรอจังหวะเข้าโจมตี
ขณะเดียวกัน
ฟู่โฉวก็หันไปสั่งแม่ทัพปีศาจอีกสามตน
“จับเซียวหลิงเทียนมัดไว้”
เ้าั์ฟ้าผ่าปีศาจของ้าวและปีศาจพายุทราย ก็ล้อมจับตัวอาหนิวไว้
จีกังเห็นดังนั้นก็ะโบอก
“ประมุขน้อยไม่ต้องห่วงข้า จงรีบหนีไป ข้าน้อยยอมตาย”
ว่าแล้วเขาก็ฟาดฝ่ามือเข้ากลางหน้าผากของตนจนกำลังภายในแตกสลายล้มลงตรงนั้น
เซียวหลิงเทียนเสียใจร้องลั่น
“ท่านจีกังไม่นะ....”
อาหนิวโกรธจัด ะเิพลังมหาศาลเกิดแสงสว่างวาบสาดใส่แม่ทัพปีศาจทั้งสามจนกระเด็นไปคนละทิศทาง
แม่ทัพเทียนฉีใหันไปมองอาหนิวเปิดช่องให้ฉงเซิงกระแทกฝ่ามือเข้ากลางอกของมันจนพลังไอจันทราดับสุริยันแทรกซึมเข้าชีพจรเกิดอาการซวนเซ แล้วเซียนชุดขาวก็เสกเชือกวิเศษรัดตัวแม่ทัพแปรพักตร์ไว้
“ข้าจะจับเ้าไปให้สภาเทพ์ตัดสินโทษท่านเซียวจงรอข้าอยู่ที่นี่”
“ได้ เชิญท่าน”
แล้วฉงเซิงก็นำตัวแม่ทัพเทียนฉีลอยขึ้นฟ้าหายไปในหมู่เมฆ
อาหนิวโผเข้าไปกอดร่างอันไร้ิญญาของจีกัง
“ข้าจะต้องแก้แค้นแทนท่านให้ได้ท่านอาจีกัง”
แล้วเซียวหลิงเทียนก็ฝังศพของผู้คุมกฎไว้บนยอดเขาริมทะเลสาบนั้น
ณมิติพิภพจันทรา
ไป๋ชิงซินฝึกเคล็ดวิชาของกู่ซิงเยว่สำเร็จขั้นที่สาม
“เ้าสำเร็จวิชาลมหายใจแห่งเซียน เซียนหลิงซี สามารถรักษาเยียวยาสมานแผลในตัวเองและผู้อื่นได้และเพิ่มทักษะในการควบคุมพลังปราณขั้นสูงอีกด้วย
แต่สำหรับวิชาขั้นสี่ซึ่งเป็ขั้นสุดท้ายนั้นต้องฝึกร่วมกับคนที่เ้ารักและเขาก็รักเ้าเท่านั้น”
บนสภา์
ฉงเซิงนำตัวแม่ทัพเทียนฉีไปแจ้งข้อกล่าวหาฏแต่คำตอบของเหล่าคณะเทพปกครอง์คือ
“ให้เราสอบสวนเขาดูก่อนส่วนเ้ามีอะไรทำก็ไปทำ”
“ใช่ความจริงเ้าเป็เพียงเซียนฝึกหัดระดับล่าง ไม่มีหน้าที่มาจับกุมเทพระดับสูงอย่างเทียนฉีนะ”
“นั่นสิ ดูเ้าจะทำเกินหน้าที่ไปหน่อยทีหลังอย่าริอ่านทำเยี่ยงนี้อีกนะ”
เซียนน้อยชุดขาวได้ฟังก็น้อยใจขอตัวลากลับลงมาอย่างหมดกำลังใจ
ลับหลังฉงเซิงพวกเทพปกครองก็คุยกัน
“พวกเรากักตัวเทียนฉีไว้สักระยะหนึ่งก่อนรอให้เื่เงียบแล้วเราค่อยปล่อยเขาไป อย่างไรเสียก็เป็พรรคพวกเดียวกัน หากม่อเทียนหลงได้คัมภีร์มหายุทธแล้วเขาอาจได้ครองบัลลังก์์ เราก็จะพลอยได้ดิบได้ดีไปด้วยในฐานะผู้รับใช้เช่นเดียวกับเทียนฉี”
และแล้ววันนัดประลองระหว่างแกะูเาอาร์กาลี และเสือดาวหิมะโฮวี่ ก็มาถึง
อาหนิวนางพังพอนหงลี่ พร้อมบริวาร ยืนดูอยู่รอบบริเวณ โดยที่ฉงเซิงยังไม่กลับจาก์
เหล่าสิงสาราสัตว์รอบทะเลสาบทั้งสัตว์ปีก สัตว์จตุบาท สัตว์เลื้อยคลาน ก็มายืนดูเป็สักขีพยานอย่างเนืองแน่น
คู่ต่อสู้ยืนรอฟังคำสัญญาณเริ่มจากกรรมการซึ่งก็คือเซียวหลิงเทียน
ชายหนุ่มประกาศกติกาให้ฟัง
“ข้อตกลงในการประลองครั้งนี้
ข้อแรกห้ามกระทำให้อีกฝ่ายเสียชีวิต ฝ่ายใดทำก่อนจะปรับแพ้และต้องยอมสละเขี้ยวหรือเขาของตน
ข้อสอง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเขี้ยวหรือเขาได้หลุดออกก่อนถือว่าการประลองได้สิ้นสุดลง ห้ามซ้ำเติมให้เกิดการาเ็ใด ๆ อีก
เมื่อทราบดีแล้ว
เริ่มประลองได้”
ชายหนุ่มกล่าวจบก็ตีกลองดังตูม
สัตว์ทั้งสองก็กระโจนเข้าหากัน
เสือดาวโฮวี่งับเข้าที่เขาข้างหนึ่งของแกะอาร์กาลี
แต่เ้าเขาโค้งสะบัดเหวี่ยงอย่างแรงจนร่างเสือปลิวหมุนไปรอบตัวแกะโดยที่ปากของโฮวี่ยังกัดไม่ปล่อย
เ้าเขางามก็วิ่งพาร่างเสือไปยังหน้าผาหวังจะให้มันตกจากที่สูง อาร์กาลียกหัวขึ้นลงเพื่อฟาดร่างเสือดาวกับขอบเหวจนมันเจ็บท้อง ยอมคายออก และใช้ขาหน้าเกาะเกี่ยวปากเหวไว้
แกะอาร์กาลีก็ใช้ปากงับขาข้างหนึ่งของเสือแล้วลากมันขึ้นไปบนพื้นดิน ก่อนจะอ้าปากปล่อยโฮวี่
“เรามาสู้กันอีกรอบ”เ้าแกะบอก
“ขอบใจนะที่ช่วยฉุดฉันขึ้นมา” เสือดาวหิมะกล่าว
ทั้งสองก็โดดเข้าปะทะอีกรอบ
เขี้ยวข้างหนึ่งของเสือดาวกระแทกกับเขาของแกะอย่างแรงจนหักไปหนึ่งซี่เืสีแดงไหลหยดลงพื้น
“ยอมแพ้หรือยัง”เ้าแกะร้องยั่ว
“ถ้ายอมง่ายก็ไม่ใช่เ้าป่าแล้วละสิเข้ามาเลย”
เสือดาววิ่งอ้อมไปด้านข้างก่อนจะะโขี่หลังแกะูเา
อาร์กาลีก็สะบัดตัวหวังให้โฮวี่ตกจากหลังของมันแต่กรงเล็บของเสือดาวตะปบไว้แน่นกับขนยาวปุกปุยสีขาวนั้น
แล้วเ้าแกะก็วิ่งด้วยความเร็วไปยังผาชันด้านหนึ่งเสือดาวเห็นจวนเจียนเกือบชนแผ่นผาก็ะโลงจากหลังแกะ
อาร์กาลีก็หันกลับมาใช้เขางัดท้องของเสือยกขึ้นจนตัวลอยขึ้นกลางอากาศแล้วแกะก็ะโอีกครั้ง ให้เขาสองข้างกระแทกท้องของเสือจนลงไปนอนจุกอยู่กับพื้น
อาหนิวก็วิ่งเข้าไปนับหนึ่งถึงแปดก่อนจะถามว่า
“ไหวไหมสู้ต่อหรือพอแค่นี้”
เสือดาวหายใจหอบถี่ก่อนจะตอบ
“ข้ายอมแล้วเอาเขี้ยวอีกข้างของข้าไปได้เลย”
โฮวี่กล่าวแล้วก็กระแทกเขี้ยวข้างที่เหลือกับหินก้อนใหญ่จนมันหักออก
แกะอาร์กาลีเห็นดังนั้นก็วิ่งไปเอาเขาชนกับหน้าผาจนเขาหักทั้งสองข้าง
ก่อนจะหันมาบอก
“ข้าก็ขอมอบเขาทั้งสองข้างให้ท่าน”
ทุกชีวิตที่รับชมอยู่ต่างก็ปรบมือแสดงความชื่นชมยินดีอย่างเซ็งแซ่
แล้วนางพังพอนหงลี่ก็สั่งบริวารนำตัวแกะอาร์กาลีและเสือดาวหิมะไปรักษาแผลาเ็ในถ้ำของหล่อน
เป็อันว่าอาหนิวได้รับของวิเศษสามอย่างครบแล้ว
รอเวลาไปลบล้างคำสาปของทะเลสาบอุฟนูร์ต่อไป
ณกระท่อมน้อยในป่า ใกล้เทือกเขาอัลไต
ฟางหรูกักตัวจื่อหานผู้เป็สามีให้อยู่กับลูกน้อยโดยไม่ให้เขาได้รู้จักวันคืนที่ล่วงไปว่านานเท่าใด
พ่อแม่ลูกก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางดอกไม้ใบหญ้า เสียงวิหคและมวลผีเสื้อปีกสวย
ฟางหรูทำอาหารให้สามีและลูกได้รับประทานทั้งยังดูแลจัดแจงบ้านเรือนให้สะอาดเรียบร้อยน่าอยู่
จื่อหานก็เล่นกับลูกบางครั้งทำตัวเป็ม้าให้ลูกขี่ บ้างก็จับลูกโยนขึ้นลง จนเด็กร้องหัวเราะคิกคักด้วยความสนุกตื่นเต้น
ภรรยาสาวซบหน้ากับแผ่นอกอันอบอุ่นของสามีในยามค่ำคืน
“ท่านพี่มีความสุขไหมที่ได้อยู่กับน้อง”
จื่อหานซึ่งโอบกอดเมียไว้ก็ใช้มือข้างหนึ่งลูบผมของนางก่อนจะพูด
“เหตุใดจึงถามเช่นนี้เล่าได้อยู่กับสาวงามและแสนดีอย่างเ้า แถมยังมีลูกชายให้ข้าสืบสกุลนี่ไม่เรียกว่าบุญวาสนาของข้าหรอกหรือ จะไม่มีสุขได้อย่างไร”
“น้องแค่เกรงว่าท่านจะเบื่อหน่ายชีวิตคู่”
“ก็ไม่รู้สินะข้าแค่รู้สึกว่าเหมือนวันเวลาได้หยุดลง เหมือนมีอะไรที่อยากทำ แต่ไม่ได้ทำและก็ยังนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร”
“ท่านจงมีความสุขกับข้าไปตลอดชั่วกาลนานเถิด”
ฟางหรูกล่าวก่อนจะจ้องตาจื่อหาน เขาก็เห็นั์ตาหล่อนมีประกายสีม่วง พร้อมมนตร์สะกดให้เขาลืมเลือนทุกสิ่งยกเว้นเมียและลูก
ทว่าวันชื่นคืนสุขของหล่อนกับครอบครัว ดูจะแสนสั้น เมื่อวันนั้นมาถึง
แม่ทัพปีศาจซิวหวงเซิงพร้อมสมุนบริวารนับร้อย บุกรุกเข้ามาในกระท่อมกลางป่าของฟางหรู
“เอ๊ะเ้า...เข้ามาได้ยังไง ไยจึงบังอาจกับข้าเยี่ยงนี้ ออกไปซะ!”
ซิวหวงเซิง :“ท่านอย่าเพิ่งโกรธเลยข้าพเ้าได้รับคำสั่งจากจอมปีศาจให้มาติดตาม เนื่องจากเห็นท่านหายไปนานจึง้าให้ท่านกลับไปกระทำภารกิจต่อจากเดิม นี่คือป้ายอาญาสิทธิ์”
แม่ทัพมารชูป้ายที่ได้รับจากม่อเทียนหลงให้ดู
เฟิงจื่อหานเห็นดังนั้นก็งุนงงถามฟางหรู
“นี่มันอะไรกันเ้าเป็ใคร เกี่ยวข้องอะไรกับจอมมารม่อเทียนหลง จงเร่งบอกเรามาเดี๋ยวนี้”
ฮูหยินเฟิงก็อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ถูก
ซิวหวงเซิงยิ้มกริ่มกล่าวแทนนาง
“นายหญิงน้อยก็บอกเขาไปสิว่าที่แท้ท่านก็คือธิดาสุดที่รักของจอมมารม่อเทียนหลง นามว่า ม่อซั๊งซั่ง หรือฉายาเทพีแห่งงานศพ อันลือลั่นยังไงล่ะ”
แม่ทัพมารกล่าวแล้วหันไปบอกบริวาร
“จับนาง ”สิ้นคำสั่ง เหล่าสมุนปีศาจก็กรูกันเข้าหมายจะกุมตัวฟางหรู
หล่อนก็โกรธจัดกลายร่างเป็ธิดามาร ก่อนจะะเิพลังสีม่วงสีดำเข้าใส่แม่ทัพมารกับเหล่าบริวารจนแตกกระเจิงกระท่อมที่อยู่ก็พังทลาย ชิ้นส่วนหลังคา ฝาบ้านกระจัดกระจาย
แล้วซั่งเอ๋อก็ใช้สายโซ่ควันดำรวบรัดร่างของเฟิงจื่อหานกับลูกน้อยหายวับไปท่ามกลางหมอกควันปีศาจอันมืดครึ้ม
วันต่อมาฉงเซิงเหาะลงมาจาก์ เดินเข้าไปในถ้ำที่เซียวหลิงเทียนพำนักอาหนิวเห็นเขาก็ถาม
“อ้าวท่านกลับมาแล้ว แม่ทัพ์โดนสำเร็จโทษหรือยัง”
เซียนชุดขาวส่ายหน้าก่อนจะตอบ
“ยังหรอกต้องรอคณะเทพปกครองตั้งกรรมการสอบวินัยก่อนน่ะ ว่าแต่ข้าไม่อยู่หลายวันท่านคิดถึงข้าบ้างหรือไม่” ฉงเซิงถามด้วยสีหน้าเขินอาย
เซียวหลิงเทียนได้ฟังก็รู้สึกแปลกประหลาดในใจตอบไปตามซื่อ
“เ้าเป็สหายที่แสนดีข้าย่อมต้องคิดถึงเป็ธรรมดา แต่ข้าหาใช่ชายที่ชมชอบชายด้วยกันไม่”
ฉงเซิงก็หัวเราะเบาๆ ก่อนพูด
“ข้าแค่ล้อท่านเล่นน่ะอย่าคิดมากเลย ว่าแต่สิ่งของสามอย่าง ท่านได้รับเรียบร้อยแล้วหรือกระไร”
“ได้ครบแล้วรอเพียงเ้ามาช่วยทำพิธีถอนคำสาป”
“ดีมากเช่นนั้นจะให้เจอร์บิลและเจอร์บัว ไปแจ้งทุกคนมาร่วมในการถอนคำสาปเมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึง”
วันต่อมา ณริมทะเลสาบอุฟนูร์
นางพังพอนหงลี่แกะอาร์กาลี เสือดาวหิมะโฮวี่ พร้อมเหล่าสัตว์บริวารก็พากันมาชุมนุมอยู่ริมน้ำ
ฉงเซิงชูถาดใส่ของวิเศษสามอย่างที่วางบนผ้าสีแดงน้อมจิตอธิษฐาน กล่าวคำสวดภาวนา ก่อนจะโยนสิ่งของทั้งหมดลงไปในทะเลสาบ
ทันใดนั้นก็เกิดฟ้าร้องฟ้าแลบ พายุพัดแรง ฟ้ามืดครึ้ม น้ำในทะเลสาบก็หมุนวน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาพปกติท้องฟ้าทอแสงแจ่มใส
แล้วนางพังพอนก็กลับคืนร่างเป็สาวงามหงลี่
เสือดาวหิมะกลับคืนเป็เ้าชายต่างเมืองคนเดิม
แกะอาร์กาลีกลับคืนเป็ชายคนรักของหงลี่
เหล่าบริวารก็คืนร่างเป็มนุษย์จนหมดสิ้น
เ้าชายโฮวี่กล่าวกับหงลี่และอาร์กาลี
“ข้าจะกลับไปบ้านเมืองของข้าขอให้เ้าทั้งสองครองรักกันด้วยความสุขเถิด ข้าขอลาก่อน” เขากล่าวแล้วก็หันหลังเดินทางไปทางตะวันตกพร้อมข้าทาสบริวารเป็ขบวนยาวเหยียด
หงลี่จูงมือกับอาร์กาลีเดินเข้ามาหาอาหนิวและฉงเซิงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เราสองคนต้องขอขอบคุณพวกท่านมากที่ปลดปล่อยเราให้พ้นคำสาป ขอให้โชคดีได้พบพ่อของข้า และทำภารกิจของท่านให้สำเร็จลุล่วง”
“เราก็ต้องขอบคุณท่านเช่นกันที่ร่วมมือมอบของวิเศษให้”
แล้วอาหนิวก็โยนกระดองเต่าลงไปในทะเลสาบให้กลายเป็เรือดำน้ำก่อนจะพาฉงเซิงลงไปในยานลำนั้น เตรียมดำลงไปหาไป่เซียนจื่อในนครใต้น้ำ
จบตอนที่11 โปรดติดตามตอนที่ 12 ภูมิหลังจอมปีศาจกับอดีตอันแสนเ็ป
( แต่งจบตอนที่11 วันที่ 16 มิ.ย. 68 ลำพูน )