“ไม่ครับ จนกว่าผมจะตรวจดีเอ็นเอให้แน่ใจว่าเด็กในท้องเป็ลูกผมจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อฝนทิพย์คลอดลูกแล้ว เธอจะไม่มีสิทธิ์อยู่ในบ้านหลังนี้ เพราะผม้าแต่งรตีเข้ามาเป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย” คำพูดหนักแน่นของหิรัญ อธิพันธ์ถึงกับส่ายหัว ไม่อยากตอบโต้กับคนเอาแต่ใจ ก่อนสะบัดตัวเดินจากไป แล้วตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือฝนทิพย์ โดยไม่คิดปรึกษาลูกชายหัวดื้ออีก
ฝนทิพย์ยังคงเดินหางานไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะย่อตัวนั่งพัก แล้วก้มหน้าลงพร้อมหยดน้ำตา เธอเข้าใจทุกอย่างแล้วว่าการก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว ทำให้ชีวิตพลิกผันซวนเซได้ขนาดนี้ มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาแล้วทอดสายตาไปยังผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา ก่อนจะก้มมองแผลที่เท้าเกิดจากการเสียดสีเพราะเดินหางานติดต่อกันหลายวัน พร้อมเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ฝนทิพย์รีบกดรับสายทันที โดยคิดว่าเป็การติดต่อจากบริษัทที่ทิ้งใบสมัครไว้
“สวัสดีค่ะ ดิฉันฝนทิพย์ค่ะ” ท่าทางดีใจของหญิงสาวยิ้มรับ พร้อมคำทักทายกล่าวออกไปอย่างมีมารยาท
“คุณฝนครับ ผมชัยศักดิ์นะครับ เป็คนของคุณหิรัญ ไม่ทราบว่าคุณฝนพอจะจำได้ไหม” รอยยิ้มบนใบหน้าอันตรทานหายไปในพริบตา
“จำได้ค่ะ มีอะไรเหรอคะ”
“ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณฝนอยู่ที่ไหนครับ”
“ฉันมาสมัครงานค่ะ” เธอตอบไปตามความจริง ก่อนชัยศักดิ์จะอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง พลันเลื่อนสายตาไปยังหญิงชราที่เดินเอาน้ำมาวางให้ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
“ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านคุณฝน อยู่กับคุณยาย รบกวนคุณฝนกลับมาบ้านหน่อยได้ไหมครับ ผมมีธุระจะคุยด้วย” หลังจากวางสายฝนทิพย์แล้ว ชัยศักดิ์ตัดสินใจย่อตัวลงนั่งแล้วหันไปยังหญิงชราด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“ขอโทษนะครับที่มารบกวนเวลา แต่ผมมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณฝนจริง ๆ” หญิงชราเลื่อนมองรถหรูสีดำที่จอดอยู่ แล้วถอนหายใจออกมา
“เ้านายของคุณเหรอ ที่ทำฝนท้อง” คำถามตรง ๆ จากอีกฝ่ายทำให้ชัยศักดิ์ชะงัก
“ครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณหิรัญจะรับผิดชอบเด็ก ถ้าหากว่า...” เขาหยุดพูดพร้อมสังเกตสีหน้าของหญิงชราด้วยความเกรงใจ แล้วพูดต่อ
“ถ้าหากว่าผลตรวจอีเอ็นเอของเด็กในท้อง ตรงกับคุณหิรัญ”
“หึ! ไม่ต้องลำบากก็ได้นะ เหลนฉันคนเดียวฉันเลี้ยงได้ ฝากบอกเขาด้วยละกัน” ชัยศักดิ์หน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด รับรู้ได้ถึงความไม่พอใจจากอีกฝ่าย
“ยังไงกรุณาฟังข้อเสนอของคุณท่านก่อนดีกว่านะครับ ค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายไป”
“หลานฉันเป็เด็กดี เรียนเก่งได้ที่หนึ่งตลอด ตกเย็นมาก็ช่วยขายของไม่เคยเหลวไหล ไม่รู้เวรกรรมอะไรต้องมาเจอเื่แบบนี้ด้วย” หญิงชราระบายออกมาพร้อมน้ำตาซึม ๆ
“ว่าแต่เ้านายคุณ คงรวยมากสินะ ถึงได้มีรถขับ มีคนคอยเป็ธุระจัดการให้ทุกอย่าง” ชัยศักดิ์ไม่ตอบคำถามได้แต่ก้มหน้า แล้วยกน้ำขึ้นดื่ม
ไม่นานนักร่างของฝนทิพย์ก็เดินเข้ามาเธอเลื่อนสายตามองผู้มาเยือนด้วยความแปลกใจ ก่อนจะยกมือไหว้ชัยศักดิ์ด้วยกิริยาอ่อนหวาน
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบมีธุระอะไรเหรอคะ”
“คุณท่านให้มารับคุณฝนทิพย์ไปอยู่ด้วยกัน คุณท่านได้ติดต่อโรงพยาบาลเอกชนเพื่อทำการ ขอตรวจดีเอ็นเอเด็กไว้แล้ว ซึ่งคุณหมอจะรอให้คุณฝนทิพย์มีอายุครรภ์สามเดือนขึ้นไป จึงจะทำการตรวจให้ครับ ระหว่างนี้คุณท่านอยากให้คุณฝนอยู่ในความดูแลของเรา” สิ้นเสียงของชัยศักดิ์เท่านั้น ฝนทิพย์จึงเลื่อนสายตามยังหญิงชรา แล้วจับมือยายไว้แน่น พร้อมหันไปให้คำตอบกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ฉันอยากอยู่กับยายมากกว่าค่ะ”
“แต่อย่าลืมนะครับว่าเด็กในท้องอาจจะเป็ลูกของคุณหิรัญ ทายาท เทพวงศ์สกุล ไปอยู่ด้วยกันกับคุณท่านเถอะนะครับ จะมีคนคอยดูแลตลอดเวลา คุณฝนไม่ต้องหางานทำอะไรแบบนี้แล้ว คุณท่านให้มาเรียนว่านับจากนี้คุณท่านจะจ่ายเงินเดือนให้เท่ากับที่คุณฝนไปสมัคร” หญิงสาวได้ยินดังนั้นเธอเตรียมปฏิเสธเพราะไม่อยากทิ้งให้ยายอยู่คนเดียว
“ฝนทิ้งยายไม่ได้หรอกค่ะ คุณชัยศักดิ์กลับไปเรียนคุณท่านว่าฝนขอบคุณในความหวังดี แต่ยังไงฝนก็ต้องดูแลยายค่ะ” ชัยศักดิ์ได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มออกมา
“เื่นั้นคุณฝนไม่ต้องห่วงครับ คุณท่านอนุญาตให้คุณฝนพาคุณยายไปอยู่ด้วยกับทางเรา คุณท่านได้ให้คนจัดเรือนรับรองไว้เรียบร้อยแล้วด้วย” ฝนทิพย์ได้ยินดังนั้นจึงเลื่อนสายตามายังหญิงชรา เธอครุ่นคิดทุกอย่างโดยละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย