โลกที่เคยมืดสนิทกลับสว่างจ้าเกินไปในพริบตา ซันหรี่ตาสู้แสงสีขาวนวลที่สาดจากหลอดไฟเพดาน ขาวสะอาดแบบโรงพยาบาล ตัดกับความอุ่นที่แสนมืดมิดในห้องน้ำเมื่อครู่จนเขาแทบนึกว่าเผลอหลับแล้วตื่นมาอีกโลก
ภาพค่อยๆ คมชัดทีละชั้น เพดานสีขาว ม่านสีฟ้าซีดกั้นรอบเตียง จอเครื่องวัดชีพจรข้างเตียงที่เต้นเป็เส้นหยักๆ—ซึ่งไม่ได้ต่อสายกับตัวเขาเลยสักเส้น มันแค่เต้นของมันไปอย่างนั้น เพื่อความสมจริง
แล้วสายตาเขาก็ตกลงบนถาดสแตนเลสข้างเตียง
ไซริงค์หลายขนาดเรียงเป็แถว หลอดเจลใส ถุงมือยางพับซ้อนกันอย่างเป็ระเบียบ ขวดน้ำสีชมพูที่ไม่มีฉลาก ทุกชิ้นวางเรียงราวกับมีคนใช้เวลาจัดมันอย่างพิถีพิถัน
จัดมาเพื่อคนเดียว สมองเขาสรุปเองโดยอัตโนมัติ และทำที่เตรียมไม่ใช่ใครที่ไหน
“ตื่นเต็มตาหรือยังคะ คนไข้”
ซันหันขวับไปทางเสียง แล้วลมหายใจก็ค้างอยู่กลางลำคอ
มิร่ายืนอยู่ปลายเตียงในชุดพยาบาลสีขาวที่เนี้ยบจนน่าใ หมวกพยาบาลตั้งตรงเป๊ะเหนือผมทวินเทลสีเทาอ่อน กระดุมทุกเม็ดติดพอดีตำแหน่ง ชายกระโปรงยาวกำลังดี ถุงน่องขาวไร้รอยย่น เธอใส่มันราวกับเกิดมาในชุดนี้ ราวกับทำอาชีพนี้มาทั้งชาติ มือถือแผ่นบันทึกพลาสติกประคองไว้ที่อก รอยยิ้มอ่อนโยนแบบงานบริการแปะอยู่บนหน้า ขณะดวงตาสีแดงเป็ประกายจับจ้องลงมาที่เขา
และคราวนี้ เมื่อเหลือกันแค่สามคนในห้องที่ปิดสนิท มิร่าก็ไม่เก็บงำร่างจริงไว้อีกต่อไป เขาโค้งสีดำเงาคู่เล็กผุดขึ้นเคียงข้างทวินเทลทั้งสอง ตัดกับเส้นผมสีเทาอ่อนอย่างคมชัด ส่วนหางสีดำเงาปลายรูปหัวใจที่ปกติถูกภาพลวงกลบไว้ตอนอยู่ที่สาธารณะ ตอนนี้โผล่ออกมาแกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดีอยู่ข้างหลังเธอ เครื่องประดับชิ้นเล็กที่ห้อยอยู่ปลายหางส่ายระยับตามจังหวะเนิบช้าราวแมวที่เพิ่งเจอของเล่นชิ้นโปรด
แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นอีกคน
ถ้ามิร่าคือพยาบาลตัวอย่างจากโปสเตอร์ อาเรียก็คือคนที่ถูกจับยัดเข้าไปในชุดเมื่อนาทีก่อน
ชุดพยาบาลตัวเดียวกัน แต่บนตัวอาเรียมันดูผิดฝาผิดตัวไปหมด กระโปรงสั้นกว่าที่ควร จนเธอเอามือดึงชายลงเป็ระยะอย่างหงุดหงิด หมวกพยาบาลเอียงไปข้างหนึ่ง เผยเส้นผมสีทองอ่อนซีดเย็นคล้ายทองคำขาวที่มีประกายรุ้งจางๆ ไหลระยับอยู่บนปลายผมเมื่อต้องไฟ สายรัดตรงอกติดผิดรูจนผ้ารั้งไม่เข้าที่ ใบหน้านิ่งๆ ของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาถึงติ่งหู และพอดวงตาสีน้ำเงินเข้มราวท้องฟ้ายามค่ำสบเข้ากับสายตาเขา เธอก็เบือนหน้าหนีทันที
“…อย่ามอง” เธอพูดห้วนๆ มือยังดึงชายกระโปรงอยู่
“อะ… อาเรีย”
“บอกว่าอย่ามอง”
ซันรีบหุบปาก แต่หัวใจกลับเต้นแรงผิดจังหวะ ผู้หญิงที่ปกตินิ่งราวกับกำแพงหิน ตอนนี้กำลังกระสับกระส่ายในชุดที่ใส่ไม่เป็ และเขาดันรู้สึกว่าภาพตรงหน้าน่ารักจนผิดกฎหมาย ความคิดที่เขารีบกดมันกลับลงไปก่อนใครจะอ่านออก
ทั้งที่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาก็เห็น ร่างเปลื่อยของหญิงตรงหน้ามาหลายต่อหลายครั้ง แต่ในตอนนี้ภาพนี้กลับปลุกเร้าอารมณ์ได้มากกว่าเสียอีก
เมื่อสงบสติลงได้ เขาถึงค่อยรู้สึกตัวว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน
ชุดคลุมคนไข้บางเฉียบ ผูกปมหลวมๆ เพียงปมเดียวกลางหลัง ลมแอร์เป่าผ่านช่องว่างได้สบาย เขาขยับนั่งให้ชายเสื้อปิดหน้าตักให้มิดที่สุด—แต่ยิ่งขยับ ผ้ายิ่งเปิด เขาเลยต้องหยุดนิ่งค้างอยู่ในท่าประหลาด เกร็งทุกส่วนเพื่อไม่ให้อะไรหลุดออกมาให้เห็น
เขาคือของบนถาด ไม่ใช่คนคุมเกมอีกต่อไป สมองเขายืนยันข้อสรุปนั้นอย่างเ็า
มิร่าเคาะแผ่นบันทึกเบาๆ เรียกความสนใจ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็มืออาชีพเต็มขั้น
“เอาล่ะค่ะ วันนี้เรามีเคสพิเศษ คนไข้ชายที่มีอาการ ‘เก็บกดความ้าของตัวเองเรื้อรัง’ จำเป็ต้องได้รับการตรวจและรักษาอย่างใกล้ชิด”
เธอผายมือไปทางอาเรียอย่างนุ่มนวล
“วันนี้พยาบาลฝึกหัดของเราจะเป็ผู้ลงมือดูแลคนไข้ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ส่วนหนูในฐานะพยาบาลพี่เลี้ยง จะคอยคุมการสอบ และให้คะแนน”
รอยยิ้มหวานขึ้นอีกระดับ
“คนไข้ให้ความร่วมมือหน่อยนะคะ ไม่งั้นเราจะมีบทลงโทษกันนะคะ”
ซันจ้องเธอ คำสุดท้ายนั้นเธอไม่ได้พูดเล่นๆ
มิร่าหันไปพยักหน้าให้อาเรีย “เริ่มจากตรวจสายตาก่อนค่ะ พยาบาลคะ วัดสายตาคนไข้ทีละข้าง ปิดตาข้างหนึ่งไว้ แล้วให้คนไข้อ่านแผ่นตัวอักษร”
อาเรียมองแผ่นป้ายตัวอักษรที่แขวนอยู่อีกฝั่งห้อง แล้วมองมือตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งรู้ว่ากำลังจะถูกสั่งให้ทำอะไร
“…ปิดด้วยอะไร”
“ใช้อะไรก็ได้ที่พยาบาลมีค่ะ”
มิร่ายิ้มกริ่ม สายตาลอยลงไปต่ำกว่าใบหน้าอาเรียอย่างมีนัย
“อะไรที่ ‘นุ่ม’ หน่อยก็ดีนะคะ คนไข้จะได้ไม่เจ็บตา”
ความหมายของประโยคนั้นใช้เวลาเดินทางถึงสมองอาเรียประมาณสองวินาที ก่อนใบหน้าเธอจะแดงวาบขึ้นอีกเฉด
“มิร่า เธอ—!”
“หรือพยาบาลฝึกหัดจะยอมแพ้ั้แ่ข้อแรกคะ”
มิร่าถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
คำว่า ‘ยอมแพ้’ ทำงานทันที สำหรับอาเรียเธอไม่ได้มีปัญหากับคนนี้มากนัก ยกเว้นกับคนเดียวที่เธอจะไม่ยอมให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด
ซันเห็นบางอย่างในแววตาอาเรียเปลี่ยนไป ความลังเลถูกแทนที่ด้วยอะไรที่เขาคุ้นเคยดีเกินไป สันดานของคู่กัดที่ไม่เคยถอยให้ซันเด็ดขาด เธอกัดฟัน ก้าวเข้ามาข้างเก้าอี้ แล้วก้มลง
“…ห้ามหัวเราะ”
เธอกระซิบ เสียงสั่นนิดๆ
แล้วโลกของซันก็มืดลงครึ่งหนึ่งอีกครั้ง—คราวนี้ด้วยความนุ่มอุ่นที่กดทาบลงบนดวงตาข้างหนึ่งของเขา
สมองที่เคยสามารถคำนวณวงโคจรของมานาได้ในหัวล่มสลายลงในทันที เขาไม่เห็นแผ่นตัวอักษรสักตัว เห็นแต่ความมืด ได้ยินเสียงหัวใจของอาเรียเต้นรัวผ่านผิวที่แนบชิด มันดังก้องจากหน้าผากส่งมาถึงสมองโดยตรง ได้กลิ่นอ่อนๆ ของเธอ และความร้อนที่แผ่มาจนเขาลืมหายใจ ดวงตาอีกข้างของเขาทำได้แค่จดจ่อกับเนินของชุดพยาบาลสีขาว
เสียงมิร่าลอยมาแต่ไกลเหลือเกิน
“อ่านได้ไหมคะ คนไข้ บรรทัดบนสุด”
ซันสำลักเสียงตัวเอง “…E… M… ไม่สิ P”
“ผิดค่ะ ต่อบรรทัดที่สองเลยค่ะ”
“D… L… N”
“ผิดอีกแล้วค่ะ” มิร่าจดอะไรบางอย่างลงแผ่นบันทึกอย่างใจเย็น ปากกาขีดกระดาษดังกรอบแกรบ
“ตายจริง คนไข้คะ สายตาแย่ลงเยอะเลยนะคะเนี่ย ตอบผิดเกินครึ่ง”
เธอเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มอ่อนโยนยังอยู่ที่เดิม แต่ดวงตาคู่นั้นเป็ประกายของคนที่ทุกอย่างกำลังเดินตามแผนเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว
“ตอบผิดเยอะขนาดนี้… คงต้องเข้ารับ ‘การรักษา’ แล้วล่ะค่ะ”
---