ทว่าทางเลือกทั้งสองนี้หลินโม่ล้วนแต่ไม่อยากได้
ครั้นจ้องมองโลหิตอสูรในมืออกของหลินโม่ก็กระเพื่อมสูง พลางสูดหายใจลึกครั้งหนึ่งแล้วบีบนิ้วทั้งห้าด้วยความรุนแรงโลหิตอสูรที่แข็งตัวแล้วแตกสลายเป็เสี่ยงๆ จิติญญาอสูรที่แฝงอยู่ด้านในหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลินโม่อย่างบ้าคลั่ง
โลหิตอสูรระดับสูงนั้น พบเจอได้แต่อาจไม่ได้เป็ดั่ง้าหลินโม่ต้องสู้สุดชีวิตกว่าจะได้ชิ้นนี้มา เมื่อครู่ก็สู้เสียจนแทบสูญเสียมือไปเขาไม่ยอม ดังนั้นหลินโม่จึงเลือกเส้นทางที่สามที่ไม่ได้คิดมาก่อน นั่นก็คือ ใช้โลหิตอสูรระดับสูงเป็ตัวกระตุ้นการหลอมกายาให้กับปราณิญญากลายพันธุ์รุ่ยจิน
จิติญญาอสูรหลั่งไหลเข้าสู่จุดตันเถียนของหลินโม่
ทันใดนั้นหนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมาโดยตลอด ก็พลันเปิดออก แล้วดูดซับจิติญญาอสูรให้หลั่งไหลเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
การแปรเปลี่ยนอย่างกะทันหันตีกลับรุนแรงเสียจนหลินโม่ไม่ทันตั้งตัว
“มาถึงยามนี้แล้ว เ้าก็ยังชิงโลหิตอสูรของข้าไป...” หลินโม่ะโก่นด่าอย่างรุนแรง ทว่า ณ เวลานี้หนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณกลับเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นรูปแบบลายเวทย์โบราณพุ่งตรงสลับกันไปมา
จิติญญาอสูรหลั่งไหลเข้าสู่ประตูบานแรกเมื่อเห็นภายในประตูโบราณที่เป็ตัวแทนของปราณิญญารุ่ยจินแล้วนั้น พลังผนึกไร้รูปร่างพลันปลดออก เงาเลือนรางขนาดมหึมาร่างหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้น แผ่กระจายกลิ่นอายโบราณเก่าแก่อันน่าสะพรึงกลัว
ณ เวลานี้ จิตใจของหลินโม่ถูกพลังไร้รูปร่างฉุดดึงเข้าไปม้วนดูดเข้าประตูบานที่หนึ่ง...
บนท้องนภาโบราณแขวนไปด้วยจันทราและดวงดาวคณานับไม่ถ้วน
จันทราสีเงินขนาดมหึมาที่แขวนอยู่ ทั้งห่างไกลทั้งสูง ตรงใจกลางของจันทราสีเงินมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นหนึ่งบนต้นเต็มไปด้วยผลวิเศษที่มีสีสันต่างกันไป ทุกๆผลต่างปลดปล่อยเสียงซวนอินทำนองโบราณที่เต็มไปด้วยความไพเราะัพิทักษ์จิติญญาสีเงินสองตนคอยปกป้องต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ข้างๆ
ครืน ครืน...
พื้นพิภพพลันะเืดังลั่นดวงดาวบนท้องนภาสั่นไหวราวกับจะหล่นลงมาได้ทุกขณะ
แขนขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ไม่มีสิ้นสุดยื่นออกมาเมื่อแขนทั้งสองกางออก ผืนปฐีก็ฉีกขาดเป็ชิ้นๆ ร่างมหึมาค่อยๆคลานออกมา นี่คือสิ่งมีชีวิตโบราณตนหนึ่ง ทั่วร่างถูกปกคลุมไปด้วยหมอกดำมันค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
โฮก!
ตามมาด้วยเสียงคำรามยิ่งใหญ่ ผืนปฐีสั่นไหวอย่างรุนแรงพลันลำแสงสีทองก็พุ่งทะยานขึ้นเหนือฟ้า ดวงดาวถูกฉีกกระชากเป็ชิ้นๆดวงดาวนับไม่ถ้วนมลายหายไป ัพิทักษ์จิติญญาสีเงินตรงจันทราสีเงินถูกลำแสงสีทองพาดผ่านร่างตัดขาดเป็สองท่อน
ซากัพิทักษ์จิติญญาสีเงินร่วงหล่นลงมาจากจันทราสีเงินถูกแขนมหึมาของสิ่งมีชีวิตโบราณคว้าเอาไว้ แล้วยัดเข้าปากไป
ปลิดเทพกลืนั...
ใจของหลินโม่เต็มไปด้วยความสั่นะเื
ในสมุดบันทึกโบราณ เขียนว่าสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวในสมัยโบราณกาลมีพลังอันน่าหวาดกลัวที่ไม่มีใครเทียมได้ จนแม้กระทั่งกินเทพเ้าเป็อาหารได้แต่นั่นเป็เพียงเื่เล่าเท่านั้นจึงเชื่อไม่ได้ทั้งหมด
ทว่าภาพตรงหน้านี้ กลับโค่นความรู้และความเข้าใจเดิมของหลินโม่ไปจนสิ้น
“แม้แต่ัพิทักษ์จิติญญายังถูกกินเป็อาหาร นี่เป็สิ่งมีชีวิตโบราณอะไรกัน...”หลินโม่จ้องสัตว์ั์ร่างมหึมาเขม็งราวกับยืนอยู่บนยอดเขา
ครืน!
ท้องนภาแตกสลายผืนปฐีก็เริ่มสลายหายไป
สัตวอสุราโบราณแปลงกายเป็รูปแบบเวทย์โบราณทีละสายแล้วหลั่งไหลเข้าไปยังประตูบานแรก ภายในประตูที่เดิมทีนั้นมืดสนิทก็ปรากฏเงาเลือนรางขนาดมหึมาขึ้น นั่นคือ สัตวอสุราโบราณที่หลอมกายาแปรเปลี่ยนไปจนสิ้น
ในชั่วพริบตานั้นหลินโม่รู้สึกได้ถึงปราณิญญารุ่ยจินในร่างของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงจำเพาะบางอย่างขึ้นอย่างรุนแรง อีกทั้งพลังที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นกำลังกำเนิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นปราณิญญาภายในจุดตันเถียนแปรสภาพกลายเป็เงาภูตลวงิญญา ลักษณะภายนอกของเงาภูตลวงิญญานี้กับเงาเลือนรางขนาดมหึมาของประตูบานแรกนั้นเหมือนแบบเดียวกันทั้งหมด
พลังแข็งแกร่งที่เพิ่มทวีขึ้นสูงนั้นอัดแน่นเต็มร่างของหลินโม่ บนร่างของเขาอบอวลไปด้วยพลังลำแสงรุ่ยจินเข้มข้นขีดสุด
พลังที่กำลังรวมตัวและเพิ่มขึ้นอย่างไม่ขาดสายทำให้กล้ามเนื้อของหลินโม่ขยายตัวขึ้น
โฮก!
ตามมาด้วยหลินโม่ที่เงยหน้าขึ้นแล้วส่งเสียงคำรามยิ่งใหญ่ด้านหลังของเขาปรากฏร่างมหึมาขึ้น กลิ่นอายของสัตวอสุราโบราณะเิกระจายออกมากระแสอากาศกระเพื่อมเป็ระลอกออกไป เนินทรายรอบกายะเืกระจายต่อกัน
ลำแสงสีทองพุ่งออกจากบนหัวของหลินโม่ ทะยานขึ้นและทะลวงท้องฟ้าไป จิตแฝงของสัตวอสูราที่หายไปเนิ่นนานในนั้นราวกับว่ากำลังประกาศการกลับคืนชีพของมันแก่สิ่งมีชีวิตใต้หล้า...
ณ ส่วนลึกของเทือกเขาซวนโยวจู่ๆ ก็มีเสียงร้องคำรามหวีดแหลมออกมา ราวกับิญญาคนตายนับไม่ถ้วนกำลังแผดเสียงคำราม ความเงียบสงัดถูกทำลาย ทั้งเทือกเขาสั่นสะท้าน เหล่าอสูรที่ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาลึกต่างแผดเสียงคำรามออกมาอย่างต่อเนื่องดังกึกก้องไปทั่วแผ่นดิน
อสูรนับไม่ถ้วนมุ่งกระหน่ำไปยังส่วนลึกของเทือกเขาซวนโยว
ใจกลางเขตหวงห้ามกระบี่ขนาดมหึมาสี่ด้ามปรากฏขึ้น กระบี่เหล่านี้เป็สีเขียวมรกตครามทั้งด้ามด้านในต่างมีพลังิญญาผนึกอยู่ กระบี่ทั้งสี่ปิดล้อมรอบใจกลางของเขตหวงห้ามไว้ พวกมันค่อยๆ ลอยออกมาตั้งอยู่กลางอากาศ กระบี่เรียวแหลมอันน่าตื่นตาปลดปล่อยแปรเปลี่ยนเป็วังวนมหึมา
อสูรที่กำลังพุ่งโถมเข้ามาต่างถูกกระบี่แหลมฟาดฟันตัดขาดกระจายไปทั่วโลหิตอสูรสาดกระเซ็น แผ่นดินถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน
อสูรมหาศาลนับไม่ถ้วนพุ่งไปยังใจกลางเขตหวงห้ามอย่างบ้าคลั่งราวกับไม่คิดชีวิตอย่างไรอย่างนั้น กระบี่เริ่มประกอบตัวรวมเป็วังวนอีกครั้ง ท้ายสุดพวกมันก็ถูกม้วนดูดเข้าไป กลายเป็เศษแหลกละเอียด
ยามนี้ แผ่นดินโดยรอบของใจกลางเขตหวงห้ามเริ่มขยับดิ้นขยุกขยิกขึ้น โลหิตอสูรถูกดูดลงสู่พื้นดินอย่างแปลกประหลาด
แผ่นดินสั่นะเืเห็นเพียงพื้นของใจกลางเขตหวงห้ามแตกแยกออก ในร่องลึกของรอยแยกมีกลิ่นอายความตายแผ่ตลบอบอวลไปทั่วทุกสารทิศ หมอกดำที่พวยพุ่งอย่างรวดเร็วและรุนแรงราวกับหนวดกำลังพุ่งไปยังด้านนอกของเขตหวงห้าม
ทันใดนั้นกระบี่มหึมาทั้งสี่ด้ามก็ผสานเข้าด้วยกันพลังิญญาทั้งสี่สีถูกปลดปล่อยอย่างเสร็จสมบูรณ์เปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างไร้ที่สิ้นสุด คลื่นั์ที่หมุนเวียนพลุกพล่าน มีความแหลมคมสุดขีดและเป็พลังชีวิตไร้ขอบเขต
ครืน!
ทันใดนั้นท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้มดำสายอัสนีเส้นหนาฟาดลงมาจากฟากฟ้าตามมาด้วยกระบี่ทั้งสี่ด้ามเสียบลงสู่พื้นพร้อมกัน
เสียงกรีดร้องหวีดแหลมน่าสยดสยองดังขึ้นจากพื้นดินหนวดหมอกดำที่ตลบอบอวลไปทั่วสารทิศพลันถูกดูดกลับไปอย่างรุนแรงผืนแผ่นดินที่แตกร้าวฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว เขตหวงห้ามกลับสู่ความสงบอีกครั้งกระบี่ทั้งสี่ด้ามแตกออกจากกัน แต่ยังคงฝังอยู่ที่สี่มุมของใจกลางเขตหวงห้าม
เหล่าอสูรมารวมตัวอยู่ที่ขอบนอกของเขตหวงห้ามอย่างคับคั่งดวงตาแดงฉานทั้งสองกลับคืนสภาพไปบ้างแล้วเล็กน้อย ทว่าพวกมันยังคงคลุ้มคลั่งไม่หยุด แผดเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วเทือกเขาซวนโยวไม่ขาดสาย
ความเคลื่อนไหวของเทือกเขาซวนโยวดึงดูดความสนใจของเมืองหลินโจว
ร่างของใครคนหนึ่งบินจากรอบด้านของเมืองหลินโจวเฉียดผ่านรอบนอกของเขตหวงห้ามในเทือกเขาซวนโยวจ้องมองอสูรมากมายที่แน่นขนัดไปทั่วเขา พลันรู้สึกตกตะลึงอย่างอดไม่ได้
นับั้แ่ห้าร้อยปีก่อนหลังจากราชันอสูรแห่งเทือกเขาซวนโยวถูกสังหารลงเหล่าอสูรแห่งเทือกเขาซวนโยวก็ขาดผู้นำไป และผ่านการเข่นฆ่ามาเนิ่นนานหลายปีขนาดนี้อสูรแห่งเทือกเขาซวนโยวก็ลดน้อยลงไปทุกวัน
ยามนี้ในระยะเขตสามสิบลี้จากเมืองหลินโจว ยากที่จะพบเห็นร่องรอยอสูรมานานแล้ว
เดิมทีคิดว่าจำนวนอสูรเหลือน้อยลงมากแต่กลับคิดไม่ถึงว่า แท้จริงแล้วจะมีอสูรอยู่มากถึงเพียงนี้ แม้จะไม่มากเท่าเมื่อห้าร้อยปีก่อนทว่าจำนวนเพียงนี้ก็ทำให้บรรดาเหล่าผู้มีอำนาจในเมืองหลินโจวรู้สึกตกตะลึงได้แล้ว
สิ่งสำคัญคืออสูรมากมายขนาดนี้ไปรวมตัวกันที่ใจกลางเขตหวงห้ามอย่างคับคั่งนี่จึงเป็จุดที่ทำให้ผู้คนสงสัยมากที่สุด
เสียงแผดคำรามของเหล่าอสูรดังขึ้นไม่ขาดสายพริบตาผู้คนในเมืองหลินโจวก็หวาดผวา ความสงสัยต่างๆยังคงกระจายกันไปอย่างต่อเนื่องบ้างก็ว่ามีของล้ำค่ากำเนิดขึ้นในส่วนลึกของเทือกเขาซวนโยวสายอัสนีที่ร่วงหล่นจากฟ้าลงมาเมื่อครู่คือสัญญาณของการกำเนิดสมบัติล้ำค่าขึ้น
คำแถลงเช่นนี้แม้ว่าจะไม่มีเหตุผลพอทว่ากลับได้รับความเห็นตรงกันจากผู้คนไม่น้อย
การรวมตัวกันของอสูรแกร่งทำให้เมืองหลินโจวต้องหาทางเตรียมป้องกันเอาไว้ล่วงหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีการจัดส่งคนไปตรวจตราล่วงหน้า ทว่าเนื่องจากการปิดล้อมใจกลางเขตหวงห้ามจึงไม่มีใครรู้ถึงสถานการณ์ได้ อีกทั้งเหล่าอสูรก็ไม่ได้รวบรวมกองทัพเอาไว้โจมตีเมืองหลินโจวแค่วนเวียนไปมาอยู่ภายในใจกลางเขตหวงห้ามเท่านั้นข่าวคราวนี้จึงทำให้ผู้คนไม่น้อยสงบใจลงได้บ้าง