หลังจากบังคับเกวียนเข้ามาจอดภายในลานบ้านก็รีบปลดเทียมเกวียนออกจากวัว ผูกให้มันเล็มหญ้าอยู่บริเวณนั้น
“กลับมาแล้วรึ งานเป็อย่างไรบ้าง” หัวหน้าหมู่บ้านถามบุตรชายคนรอง
“เหลือไม่มากเท่าใดขอรับ พรุ่งนี้ไม่เกินยามอู่ (11.00 – 12.59 น.) น่าจะแล้วเสร็จ นี่คือค่าแรงของข้าวันนี้ขอรับท่านพ่อ”
จ้าวหนิงเอ๋อยื่นพวงเงินจำนวนหนึ่งร้อยเหวินให้บิดา
“เพราะเหตุใดวันนี้ค่าแรงเ้าถึงได้เยอะเพียงนี้”
“เสี่ยวชิงบอกว่าบวกค่าแรง ค่าเกวียนวัวและค่าเหนื่อยที่ข้าคอยเป็ธุระให้ขอรับ”
ปกติบุตรชายได้เงินค่าแรงวันละยี่สิบเหวินมากกว่าคนงานประจำหนึ่งเท่าตัว ที่ครอบครัวเขามีกินมีใช้ไม่ลำบากเหมือนครอบครัวอื่นทั้งหมดก็เป็เพราะจ้าวเฉิงเห็นแก่หน้าสหายเก่า เวลามีเื่อันใดมิลืมพวกตน
ตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านที่ได้มาก็เพราะตาแก่นั่นสนับสนุนสหายเก่าอย่างตน ในสวนผลไม้ก็รับคนงานแซ่จ้าวก่อนแซ่อื่น
“เ้าจงทำงานให้ดี ห้ามคิดไม่ซื่อเล่นแง่กับเสี่ยวชิงเด็ดขาด”
ออกคำสั่งเด็ดขาดกับบุตรชาย ผู้มีความสามารถไม่ว่าอยู่ที่ใดก็สามารถรุ่งเรือง ถึงจะโดนปลดแล้วส่งตัวกลับบ้านเกิดแต่เครือญาติของตาแก่จ้าวเฉิงต่างรับราชการตำแหน่งใหญ่โต บุตรสาวสองคนก็แต่งเข้าไปในตระกูลใหญ่ น้องสาวคนเดียวก็กุมอำนาจตระกูลใหญ่ในลั่วหยาง
“ขอรับท่านพ่อ” จ้าวหนิงเอ๋อเชื่อฟังที่บิดาสอนสั่ง
------------------------------------
จ้าวลูชิงนั่งหลอมยาจากสมุนไพรที่นางเก็บมาจากเขาภายใต้แสงเทียนโดยมีสาวใช้อย่างซูเซียงนั่งเคี้ยวเนื้อกวางตากแห้งอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนซูเจินช่วยนางจัดเรียงสมุนไพรตากแห้งลงในโถ
“คุณหนู เนื้อกวางกับเนื้อกระต่ายตากแห้งอร่อยมากเลยเ้าค่ะ”
“อร่อยก็ทานเยอะ ๆ” วันนี้นางสัญญาว่าจะเข้าครัวทำอาหารให้สาวใช้ข้างกายทั้งสองทาน แต่เกิดเื่ขึ้นเสียก่อน ท่านปู่กับท่านพ่อเรียกนางกับท่านพี่ไปพูดคุยจนดึกดื่น
ั้แ่พรุ่งนี้ท่านปู่สั่งห้ามนางและพี่ชายออกนอกหมู่บ้าน นางขอขึ้นเขาไปเก็บน้ำผึ้งเพื่อมาทำองุ่นเชื่อมตากแห้งเก็บไว้กินเล่นหน้าหนาวก็ยังไม่ได้รับอนุญาต
เหตุการณ์รอบสังหารทำให้นางออกไปข้างนอกหมู่บ้านไม่ได้ อนาคตคหบดีผู้มั่งคั่งที่นางใฝ่ฝันจะเป็จริงขึ้นมาได้อย่างไร
“คืนนี้พระจันทร์กลมโตสวยงามมากเลยนะเ้าคะ” ซูเซียงนั่งเคี้ยวเนื้อกวางแห้งมองพระจันทร์ริมหน้าต่างระหว่างรอคุณหนูหลอมสมุนไพรเป็ยาลูกกลอน
นางกับซูเจินเป็ฝาแฝดกัน ทั้งสองสูญเสียบิดามารดาไประหว่าง่ลี้ภัยจากา ตอนนั้นแผ่นดินวุ่นวายบิดามารดาพาพวกนางลี้ภัยจากบ้านเดิมที่อยู่เมืองชายแดนเพื่อหาที่อยู่อาศัยใหม่
ระหว่างทางชาวบ้านต่างถูกโจรปล้นฆ่า ครอบครัวนางก็เป็หนึ่งในครอบครัวที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับโจรชั่ว ถ้าหากนายท่านผู้เฒ่าไม่เดินทางผ่านไปเส้นทางนั้นพวกนางที่ถูกบิดามารดาปกป้องโดยการเอาร่างที่หมดลมหายใจทับเอาไว้คงไม่มีชีวิตเหลือรอดมาจนถึงทุกวันนี้
ร่างสิ้นลมหายใจเต็มไปด้วยเืของบิดามารดายังอยู่ในความทรงจำมิมีวันลืมเลือน ศพของพวกท่านและชาวบ้านคนอื่น ๆ ถูกทหารช่วยนำไปฝังอยู่ในสุสานรวมญาติ ด้วยความสงสารนางกับพี่สาวจึงถูกนายท่านผู้เฒ่านำกลับมาเลี้ยงที่จวนให้เป็เพื่อนเล่นกับคุณหนูั้แ่เด็ก
“เ้าคิดอันใด” จ้าวลู่ชิงหลอมยาสำเร็จ เห็นดรุณีน้อยที่นั่งแหงนหน้ามองพระจันทร์ั์ตาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก แก้มอาบไปด้วยน้ำตาก็ย่างเท้าเข้ามาหา
“คุณหนู บ่าวคิดถึงท่านพ่อท่านแม่” โผเข้ากอดคุณหนูที่นางยึดเป็ครอบครัว
จ้าวลู่ชิงยกมือขึ้นลูบหลังปลอบโยนดรุณีน้อยที่สูญเสียบิดามารดาไปั้แ่ยังเยาว์วัย
“ท่านพ่อท่านแม่ของพวกเ้าอยู่บนพระจันทร์ พวกท่านคอยมองพวกเ้าทั้งสองอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นพวกเ้าจงใช้ชีวิตให้ดีพวกท่านจะได้มิต้องเป็ห่วง”
เ้าของร่างเดิมเคยบอกสาวใช้ทั้งสองว่าบิดามารดาพวกนางอยู่บนดวงจันทร์ จ้าวลู่ชิงจึงคิดประโยคปลอบใจเพิ่มขึ้นมา หากชีวิตต้องจมอยู่กับความเศร้าคงทรมานไม่มีที่สิ้นสุด มิสู้ใช้ชีวิตเพื่อวันข้างหน้าให้ดี
นางจะพยายามใช้ชีวิตเพื่อวันข้างหน้าเช่นเดียวกัน แม้นว่าจะคิดถึงคนในครอบครัวที่อยู่อีกสถานที่มากเพียงใดก็ตามแต่
“พวกเ้ามีข้าและคนตระกูลจ้าวเป็ครอบครัว อนาคตภายภาคหน้ามิต้องกังวลว่าจะถูกทอดทิ้ง ตราบใดที่คุณหนูของเ้ายังมีชีวิตอยู่ข้าสาบานว่าชีวิตพวกเ้าจะต้องมีแต่ความผาสุข พอถึงวัยปักปิ่นพวกเ้าก็สามารถมีคู่ครองแต่งงานออกเรือน ข้าจะทำหน้าที่แทนบิดามารดาผู้ล่วงลับเพิ่มสินเดิมให้พวกเ้าจนฝ่ายเ้าบ่าวมิกล้าดูแคลน จะคอยเป็ผู้หนุนหลังมิให้ใครกล้ามารังแกพวกเ้าได้”
“คุณหนู”
สาวใช้ทั้งสองนั่งร่ำไห้กอดขาคุณหนูของพวกนางด้วยความทราบซึ้ง ถึงไม่มีบิดามารดาแต่พวกนางยังมีคุณหนูคอยปกป้อง
จ้าวลู่ชิงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตารอบดวงตา สาวใช้ทั้งสองภักดีต่อเ้าของร่างเดิมเป็อย่างมาก วันที่ลำบากยังมิทอดทิ้งหวนกลับมาร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน
ค่ำคืนนั้นทั้งสามนั่งวางแผนการปีนป่ายสู่เส้นทางการเป็คหบดีผู้มั่งคั่งเกือบทั้งคืน ตื่นเช้าขึ้นมารอบดวงตาของทั้งสามดำคล้ำจนอี้หมัวมัวใรีบสอบถามว่าเกิดอันใดขึ้น จ้าวลู่ชิงจึงโกหกออกไปว่านั่งหลอมยาดึกไปหน่อยเพื่อมิให้บ่าววัยชราเป็ห่วง
จ้าวลู่ชิงยังมิอยากลุกจากเตียงนอน นางนอนเกลือกกลิ้งเอาผ้าห่มห่อตัว
“หมัวมัว ท่านปู่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์หรือยัง”
“นายท่านผู้เฒ่าออกไปล่าสัตว์ั้แ่ต้นยามเหม่า (05.00 – 06.59 น.) แล้วเ้าค่ะ”
“หวังว่าท่านปู่จะได้น้ำผึ้งกลับมา” พอนึกถึงผลองุ่นสามตะกร้าก็รีบผุดลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน
จ้าวลู่ชิงเดินหาวออกมาจากเรือนเพื่อมุ่งตรงไปคารวะท่านย่าเป็คนแรก
หญิงชราเห็นหลานสาวมาคารวะยามเช้าก็เรียกให้มานั่งข้าง ๆ เพื่อพูดคุยกัน
“เสียนเอ๋อร์กับแม่เ้าเพิ่งกลับไปก่อนหน้าเ้าไม่นาน”
“ท่านย่า ข้ามีสมุนไพรมาฝาก”
“สมุนไพรอันใดรึ”
ยื่นมือรับขวดโหลที่บรรจุโส่วอูแห้งที่ถูกฝานเป็แผ่นจากซูเจิน เปิดฝาขวดโหลหยิบสมุนไพรขึ้นมาหนึ่งชิ้นให้หญิงชราดม
“ข้าไม่รู้ว่าท่านย่าจะเชื่อหรือไม่ แต่สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณดียิ่งเ้าค่ะ เพียงนำไปต้มแล้วดื่มทุกวันจะช่วยชะลอวัย ปกป้องมิให้เส้นผมหลุดร่วง”
นางไม่รู้ว่าคนสมัยนี้รู้จักสมุนไพรสารพัดประโยชน์ชนิดนี้หรือไม่ แต่นางรู้จักสมุนไพรชนิดนี้ดี จะนำไปสอบถามท่านหมอเทวดาหยางที่ตัวเมืองอำเภอก็มิได้
“เชื่อสิ ไม่เชื่อเ้าจะให้ไปเชื่อผู้ใด หลานสาวยายแก่ผู้นี้เก่งกาจจนสามารถรักษาหมอเทวดาได้ หากได้เข้ารับราชการที่สำนักหมอหลวงหมอแก่ ๆ พวกนั้นคงต้องถูกเ้าข่ม”
“สำนักหมอหลวงมีหมอหญิงด้วยหรือเ้าคะท่านย่า”
“มีสิ แต่มีน้อย หมอหญิงมีไว้สำหรับรักษาฮองเฮา องค์หญิง พวกนางสนมในวังหลวงเท่านั้น”
“ข้ามิอยากเป็หมอเ้าค่ะ ข้าอยากค้าขายเปลี่ยนตระกูลเราเป็ตระกูลคหบดีผู้มั่งคั่ง มีเงินใช้ไม่ขาดมือ มิต้องอดอยาก”
“เ้านี่นะ หัวน้อย ๆ บรรจุอะไรอยู่ด้านในถึงได้ชาญฉลาดนัก”
จ้าวลู่ชิงนั่งสนทนาเป็เพื่อนหญิงชราอยู่เป็ชั่วยามก่อนจะไปคารวะบิดามารดา