ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 77 ดำเนินการ

    เช้าวันต่อมาขณะณรัชต์เดินดูไร่กับบิดาตอนนี้แปลงอ้อยที่พวกเขามาดายหญ้าตอนเช้าๆ โตจนสามารถคลุมดินไม่ให้หญ้าโตได้แล้วจึงไม่จำเป็นต้องดูแลอีก ส่วนแปลงข้างๆ เป็นดินเปล่า พ่อเขาเพิ่งมาไถยกร่องเตรียมดินเพื่อปลูกอ้อยอีกชุด
    ฤดูกาลปลูกอ้อยส่วนใหญ่มักนิยมกันอยู่ใน 2 ช่วงเวลา คือการปลูกอ้อยปลายฝน (ข้ามแล้ง) คือการปลุกในช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม หลังหมดหน้าฝน ข้อดีคือการปลูกแบบนี้ทำให้อ้อยที่กำลังโตไม่ต้องเจอวัชพืชมาก ส่วนข้อเสียก็คืออ้อยที่ปลูกอาจจะงอกช้า เพราะไม่มีฝน อาศัยแต่ความชุ่มชื้นในดินเท่านั้นการปลูกอ้อยต้นฝน คือการปลูกในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม ก่อนเข้าหน้าฝน ข้อดีของการปลุกช่วงนี้คือเมื่อปลูกเสร็จแล้วรอฝนลง จะทำให้อ้อยที่ปลูกงอกเยอะ และโตเร็ว แต่เพราะฝนดีก็จะทำให้วัชพืชมากกำจัดลำบากเช่นกัน
    ไร่ของบ้านณรัชต์ปลูกทั้งสองช่วง นัยกว่ากระจายความเสี่ยง ถ้าฝนแล้งชุดที่ปลูกข้ามฝนก็จะโดนผลกระทบไป หรือถ้าฝนมากน้ำท่วมชุดที่ปลูกต้นฝนก็จะโดนผลกระทบไปแทน

    “พ่อ วัดบ้านเรามีโครงการจะทำอะไรหรือเปล่า”ณรัชต์สอบถามผู้นำหมู่บ้าน
    “วัดบ้านเราน่ะเหรอ เห็นหลวงปู่เปรย ๆ อยู่เรื่องหอระฆังใหม่กับรั้ววัด พ่อว่าจะจัดผ้าป่าหาเงินมาสร้างรั้วให้รอบวัดอยู่เหมือนกัน มันมีพวกย่องเข้าไปจับปลาในสระวัดน่ะ เฮ้อ! พวกไม่รู้จักกลัวบาป” พ่อเขาบ่น
    “ว่าแต่ ถามทำไม มีอะไรหรือเปล่า”ผู้นำหมู่บ้านหันหน้ามาถามลูกชายขณะกำลังเดินดูแปลงดินที่เพิ่งยกร่องด้วยกัน
    “เมื่อวานพี่ยอดเขาโทรฯ มา ถามว่าวัดบ้านเราขาดเหลืออะไรหรือเปล่า บริษัทเขาจะบริจาคเงินช่วยเหลือทำบุญน่ะครับ”ณรัชต์เล่าถึงโทรศัพท์เมื่อวาน
    “หือ ก็ดีสิ บอกเจ้ายอดเลยว่าที่วัดมีโครงการจะทำประตูโขงกับรั้วรอบวัดอยู่ ถ้าบริษัทเขาสนใจจะร่วมทำบุญก็ติดต่อมาเลย” พ่อเขาตอบด้วยความสนใจ
    “ครับพ่อ เดี๋ยวผมจะบอกพี่ยอดเขาตามนี้ล่ะ”
    “เลือกตั้งซ่อมรอบนี้เป็นไงบ้างพ่อ ใครลงบ้างนอกจากกำนันพล จะดุเดือดหรือเปล่า” เขาถามถึงการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังเริ่มขึ้น
    “ส.ส.พินิจ เอาลูกน้องลงแทน น่าจะสูสีกับกำนันพล” พ่อเขากล่าวถึง สส. ในพื้นที่ ที่ตอนนี้ชาวบ้านต้องเรียก พณฯ ท่าน แล้ว เพราะตั้งแต่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯมา ณรัชต์เริ่มเห็นป้ายต่างๆ ของ ส.ส.ท่านนี้เติม พณฯ ท่านเข้ามาในทุก ๆ สื่อแล้วด้วยความเห่อจัด
    “พ่อคิดว่าลูกน้อง ส.ส.พินิจ กับกำนันพลใครภาษีดีกว่า”เขาถามบิดาด้วยความสนใจ เพราะช่วงชีวิตที่แล้วเขาไม่ได้รู้เรื่องนี้เท่าไหร่
    “อำเภอเราก็ต้องลูกน้อง ส.ส.พินิจอยู่แล้ว กำนันพลคะแนนเสียงอยู่แถบอำเภอเมือง แต่ในตัวเมือง ส.ส.พินิจเขาก็กว้างขวาง กำนันพลน่าจะเหนื่อยหน่อย” พ่อเขาตอบพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
    เขตเลือกตั้งพื้นที่นี้ประกอบไปด้วยตัวอำเภอ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมือง กับอำเภอของบ้านณรัชต์ ตัวอำเภอบ้านเขาเป็นพื้นที่หลักของ ส.ส.พินิจ ดังนั้นจึงมีฐานคะแนนเสียงอยู่มาก ส่วนกำนันพลแม้มีฐานเสียงที่อำเภอเมืองที่มีประชากรมากกว่า แต่ด้วยกลุ่มการเมืองในตัวจังหวัดมีหลายกลุ่ม คะแนนเสียงในพื้นที่ของตัวเองจึงไม่เป็นเอกภาพเท่าที่ควร และตัว ส.ส.พินิจเองถือว่าเป็น ส.ส.พื้นที่ของทั้งสองอำเภอนี้ด้วย
    แต่ก็นั่นล่ะน่ะ ถ้าลงแข่งกับตัว ส.ส.พินิจเอง พ่อของส้มคงไม่มีทางชนะ แต่นี่เป็นการแข่งกับลูกน้องของอีกฝ่ายที่ส่งลงมาแทน
    ช่วงชีวิตที่แล้ว ณรัชต์จำได้เลาๆ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ดูเหมือนพ่อเขาจะวางตัวเป็นกลาง ส่วนตอนนี้เพราะต้องช่วยเพื่อนตามคำแนะนำของเขา ทำให้พ่อของณรัชต์เข้าไปรู้จักกับกำนันพล จนกลายเป็นกองเชียร์ฝั่งนั้นไปโดยปริยาย
    ณรัชต์ไม่รู้ว่าพ่อของเขาสนใจเรื่องทางด้านการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะในตอนต้องรับตำแหน่งกำนันคราวแรกพ่อของเขายังไม่ค่อยยากรับเลย แต่ตอนเขาเรียนอยู่ปี 4 พี่สาวเขาได้ส่งข่าวมาบอกว่าตอนนี้เธอไดัอัพเกรดจากลูกสาวกำนันเป็นลูกสาว ส.จ.ไปแล้ว เรื่องนี้สร้างความแปลกใจให้ณรัชต์อย่างมาก
    เดินดูแปลงดินที่เตรียมปลูกสักพักจนแดดเริ่มออก เขากับบิดาก็กลับเข้าบ้านเพื่อกินมื้อเช้า


    หลังจากอาบน้ำและกินมื้อเช้าเสร็จณรัชต์ก็ขึ้นห้องไปหยิบหนังสือพิมพ์ธุรกิจบนห้องนอนลงมาอ่าน เดินลงมาจากชั้นบนเขาก็ไม่เห็นพ่อกับแม่ของตัวเองแล้ว ดูเหมือนว่าช่วงอาทิตย์นี้จะมีงานประเพณีท้องถิ่นของอำเภอ ทำให้พ่อกับแม่ของเขาต้องไปกำกับดูแลพนักงานฝ่ายปกครองกับกลุ่มแม่บ้านของตำบลไปจัดงานที่อำเภอ ดังนั้นทั้งบ้านจึงเหลือแต่เขากับพี่สาวเหมือนเดิม
    ระหว่างกำลังลงบันไดเขาก็ได้ยินเสียงพี่สาวที่กำลังคุยโทรศัพท์ลอยมา
    “เต็มที่ให้ได้แค่ตารางวาละ 3 พันจริง ๆ ค่ะ”“ไม่ได้ค่ะ ได้แค่นี้จริงๆ” “ขอบคุณค่ะ”
    “เป็นไงบ้างเจ๊” ณรัชต์เอ่ยปากถามเมื่อนั่งลงบนโซฟา
    “ยังเสียงแข็ง ไม่ยอมลดเลย” พี่สาวเขาตอบ ก่อนถามน้องชายต่อ
    “ซักตารางวาละ 3,500 ไม่ได้เหรอ ฟังเสียงเขาเหมือนพอจะลดให้ได้ประมาณนี้”นางสาวนันทรัตน์ผู้กลัวไม่ได้ค่าคอมมิสชันเริ่มจะหันมาต่อราคากับน้องชายแทน
    “ฝั่งนู้นร้อนเงินจริงเหรอ” พี่สาวณรัชต์ถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ
    “เห็นว่าจะลงสมัคร สจ. อ่ะเจ๊ น่าจะต้องการเงินมาลงเยอะแน่ๆ”เขายังเรียก สจ. แทนคำใหม่อย่าง ส.อบจ. ที่ไม่คุ้นชิน
    “หืม งั้นเหรอ”พี่สาวเขาทำหน้าครุ่นคิด
    ระหว่างนั้น จู่ ๆ เสียงริงโทนมือถือเพลงชมรมขนหัวลุกของพี่สาวเขาก็ดังขึ้น ทำเอาพี่สาวณรัชต์สะดุ้ง
    ”เจ๊ ตกใจเสียงริงโทนตัวเองด้วยเหรอ” เขาแซวพี่สาวเสียงขำๆ
    “ก็กำลังคิดอะไรอยู่นี่นา” พี่สาวเขาตอบ ก่อนล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง
    ก้มมองดูเห็นสายโทรเข้า พี่สาวเขาก็ทำตาวาวขึ้นมาทันทีแล้วรีบกดปุ่มรับสาย
    “สวัสดีค่ะ”“ค่ะ...หรือคะ….อะไรบ้างคะ”“ขอเป็นการจ่ายงวดเดียวเหรอคะ” เสียงพี่สาวณรัชต์ทวนคำพร้อมส่งสายตาคำถามมาทางน้องชาย
    ณรัชต์พยักหน้าตกลง
    “ได้ค่ะ ภายในอาทิตย์หน้าเลยหรือคะ ไม่มีปัญหาค่ะ”“ค่ะ…. ค่ะ จะนัดวันที่แน่นอนอีกทีนะคะ แล้วจะโทรไปแจ้งค่ะ… สวัสดีค่ะ”พี่สาวเขากดวางสาย
    “เรียบร้อย” เสียงพี่สาวเขาโอ่
    “เรียบร้อยก็ดีเจ๊ จะได้รีบทำงานที่เหลือต่อ”
    “ทำงานอะไร”
    “เพิ่มคุณค่าให้ที่ดินผืนนี้ไง”


    วันจันทร์หลังเลิกเรียนในตอนเย็น ณรัชต์นั่งรถประจำทางกลับบ้านวันนี้ที่เขาไม่ได้นอนหอพักเพราะมีธุระที่ต้องทำที่ตัวอำเภอบ้านเขา หลังนั่งรถประจำทางมาราวเกือบชั่วโมงก็ถึงจุดหมายปลายทาง ณรัชต์กดกริ่งลงจากรถสมัยก่อนที่ณรัชต์จะอยู่หอพักเขาก็เทียวไปเทียวมาแบบนี้เป็นประจำ โดยนั่งรถประจำทางมาลงที่ตัวอำเภอ แล้วนั่งรถรับจ้างต่อเข้าไปที่บ้านเขาอีกต่อหนึ่งระยะทางไม่ไกลประมาณ 5 กิโลเมตร
    หลังจากลงรถประจำทางที่ตัวอำเภอณรัชต์ไม่ได้ตรงไปที่ปากทางเข้าหมู่บ้านเพื่อรอรถสองแถว แต่เดินตรงไปอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ของตัวอำเภอเพื่อมาหาเพื่อนสนิทของพ่อเขา ที่ตั้งแด่เด็กณรัชต์ก็เรียกท่านว่า ‘พ่อภี’
    เดินริมถนนในตัวอำเภอจากป้ายรถประจำทางมาไม่ไกลเขาก็มาถึงอู่ซ่อมรถยนต์ขนาดใหญ่ หลังคาสูง ที่ตั้งอยู่ติดถนนในตัวเมือง มองเข้าไปเห็นรถลูกค้าจอดซ่อมอยู่หลายคัน มีทั้งรถบรรทุก รถตักดินหรือที่เรียกว่ารถแบคโฮและรถตีนตะขาบอีกหลายคัน รวมทั้งรถไถขนาดใหญ่ด้วย
    เดินเข้าไปภายในอู่รถยนต์ณรัชต์ก็ตรงไปทางห้องกระจกที่ติดเครื่องปรับอากาศอันเป็นที่ทำงานของพ่อภีทันที ช่างซ่อมหลายคนที่กำลังทำงานเมื่อเขาเดินผ่านก็เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนก้มลงทำงานต่อเพราะจำได้ว่าผู้มาเป็นใครพ่อภีเป็นเพื่อนกับพ่อเขามาตั้งแต่เด็ก เรียกว่าผ่านช่วงวัยรุ่นหัวหกก้นขวิดมาด้วยกันมากมายจึงรักใคร่กันมาก ส่วนชีวิตครอบครัว พ่อภีมีลูกอยู่คนหนึ่งต่อมาเลิกกับภรรยา อีกฝ่ายหอบลูกไปเลี้ยงคนเดียว ดังนั้นตั้งแต่เด็กพ่อภีจึงหันมารักและเอ็นดูเขาเหมือนลูกชายคนหนึ่ง สมัยเด็กณรัชต์ชอบมาเล่นที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งนี้เป็นบ่อยๆ แต่เพราะที่อู่มีการ ปะ ผุ เคาะ พ่นสี อยู่เป็นประจำ หลังๆ แม่ของเขาจึงไม่อยากให้มา ประจวบกับช่วงหลังเขาเริ่มเป็นวัยรุ่นจึงไม่ค่อยได้มาเล่นที่นี่บ่อยๆ อีก
    เปิดประตูเข้าไปในส่วนออฟฟิศ เห็นผู้ชายวัยกลางคนดูภูมิฐานคนหนึ่งกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอะไรอยู่ ณรัชต์จึงกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้
    “สวัสดีครับพ่อภี”อีกฝ่ายเงยหน้าจากเอกสารขึ้นมาทักผู้มาใหม่
    “ว่าไง หายหน้าหายตาไปนานนะเราน่ะ”
    “แหะ ๆ ” เขายิ้มเก้อๆ เพราะไม่ได้มาหาอีกฝ่ายเกือบปี ขนาดปีใหม่ที่ปกติต้องมาสวัสดีปีใหม่ยังไม่ได้มา มัวแต่เข้าวัด
    “เป็นไงบ้าง พ่อเราบอกว่าเอ็นท์ฯ ติดคณะวิศวะฯ เหรอ ดีเลยจะได้มาสืบทอดอู่นี้ต่อจากพ่อ” อีกฝ่ายกล่าว
    “สมัครลองดูเฉยๆ ครับ คิดว่าคงไม่เรียนทางนั้น”ณรัชต์ตอบตามตรง
    “งั้นเหรอ ไม่เป็นไร เรียนอะไรก็ได้เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบและสนใจก็พอ พ่อสนับสนุน” เพื่อนสนิทพ่อเขากล่าวณรัชต์รู้ว่าชีวิตของพ่อภีใช้ชีวิตและทำอะไรสุดโต่งหลายอย่าง ดังนั้นการสนับสนุนให้เขาทำตามใจตัวเองจึงเป็นที่เข้าใจได้
    “ว่าแต่ มานี่มีอะไรหรือเปล่า”
    “คือว่า ผมจะมาติดต่อเรื่องงานทุบตึกกับปรับพื้นที่ครับ” เขากล่าว
    “เรื่องงานปรับพื้นที่เหรอ งั้นไปคุยกับลุงดมนะ อยู่ด้านหลังนู่นล่ะ” พ่อภีกล่าวถึงลูกน้องมือขวาคนหนึ่งที่ดูแลเรื่องงานรับเหมา
    ณรัชต์ออกจากออฟฟิศทำงานของเพื่อนสนิทบิดา เดินทะลุผ่านอู่รถไปทางด้านหลังที่เป็นส่วนพื้นที่แยกต่างหากกับอู่รถ พื้นที่ด้านหลังไม่ติดถนนใหญ่สร้างแยกกับอู่รถยนต์แต่หันด้านหลังชนกัน โดยด้านหน้าของพื้นที่นี้หันออกไปถนนเส้นด้านหลังอู่ เดินผ่านประตูที่กั้นระหว่างพื้นที่ทั้งสอง ตรงไปที่อาคารชั้นเดียวขนาดไม่ใหญ่หลังหนึ่งที่ใช้เป็นออฟฟิศของฝั่งรับเหมา เขามองไปรอบ ๆ เห็นรถบรรทุกสิบล้อจอดอยู่ในลานจอดสามคัน ถ้านับจากจำนวนที่มีอยู่ราวสิบคัน แสดงว่าตอนนี้เริ่มดีขึ้นมากเพราะมีงานเข้ามาเกินครึ่ง
    “สวัสดีครับลุงดม” หลังจากเปิดประตูเข้าไปเขาก็ยกมือไหว้คนที่นั่งดูรายการมวยทางทีวีอยู่ในห้อง
    “อ้าว ว่าไงมีอะไรเหรอถึงมาที่นี่”
    “มาเรื่องงานปรับพื้นที่ครับลุง”
    หลังจากนั้นณรัชต์ก็เล่าเรื่องงานที่อยากให้อีกฝ่ายทำคร่าว ๆ ก่อนนัดแนะกันอีกครั้งเพื่อไปทำการดูพื้นที่ก่อนตีราคา เสร็จภารกิจเขาก็กลับไปนอนบ้าน ก่อนตื่นแต่เช้าเพื่อไปให้ทันโรงเรียนในวันต่อมา



    ในวันหยุด รด. ของสัปดาห์ พี่สาวณรัชต์ก็นัดเป็นวันตกลงทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับทางเจ้าของที่อย่างรวดเร็ว
    ราคาที่ดินตกลงซื้อขายกันที่ตารางวาละ 3,000 บาท ไร่ละ หนึ่งล้านสองแสนบาท รวมแล้วเขาต้องจ่ายเฉพาะค่าที่ดินตก 18 ล้านบาท เป็นจำนวนเงินก้อนที่สูงพอดู แต่ถ้าเทียบกับราคาที่อีกฝั่งอยากได้ที่ตารางวาละสี่พัน ซึ่งราคารวมจะราวๆ 24 ล้านแล้ว เขาก็ประหยัดไปได้หลายล้านล่ะนะ
    เนื่องจากคราวนี้เป็นการซื้อขายที่ด้วยจำนวนเงินที่สูงมาก วันที่มาทำการซื้อขายจึงวุ่นวายพอสมควร ต้องทำสัญญา ซื้อแคชเชียร์เช็ค ถ่ายเอกสาร ยืนยันต่างๆ วุ่นวาย กว่าเรื่องต่างๆ จะเสร็จโอนโฉนดจ่ายเงินกันได้ก็ตกเย็นสำนักงานที่ดินเกือบจะปิด
    หลังแยกจากคู่ค้าไปได้ไม่นานที่หน้าสำนักงานที่ดิน พี่สาวเขาที่วันนี้วิ่งวุ่นทั้งวันก็กระดิกนิ้วมาทางน้องชาย เรียกค่าเหนื่อยทันที
    “ไหนค่านายหน้า จ่ายมาซิ”
    “อ่ะ ไปขึ้นเงินเองละกัน” เขายื่นแคชเชียร์เช็คที่ซื้อมาเตรียมไว้ให้ส่งให้พี่
    วันนี้เขาต้องไปกลับธนาคารกับที่ดินหลายรอบเลยไม่อยากถือเงินสดให้เสี่ยง จึงเตรียมค่านายหน้าให้พี่สาวเป็นแคชเชียร์เช็คอีกใบที่ซื้อไว้ต่างหากนางสาวนันทรัตน์ยกแคชเชียร์เช็คราคา 9 แสนบาทค่าคอมมิสชั่นขึ้นมาจูบ ก่อนโบกมือลาน้องชาย แล้วเดินจากไปอย่างกระดี๊กระดร๊า


    วันต่อมาหลังเลิกเรียนณรัชต์ก็ตรงมาที่ดินที่เพิ่งเป็นของเขามาหมาด ๆ เขามีนัดตีราคารับเหมาปรับพื้นที่กับลูกน้องของเพื่อนสนิทของพ่อ
    เต้กับวิทย์ได้ยินว่าเขาจะมาทำอะไรเลยขอตามมาดูด้วย วันนี้พวกเขาจึงมารวมตัวกันครบแก๊งค์ทั้งสามคนเมื่อมาถึงจุดหมาย คนของพ่อภีก็มาถึงก่อนแล้วกับลูกน้องอีกหนึ่งคน กำลังเดินสำรวจรอบ ๆ ตึกร้างอยู่ตอนที่คณะพวกเขาเดินไปถึง
    “สวัสดีครับลุงดม” เขาเดินไปทักทายพร้อมกับเพื่อน ก่อนที่เพื่อนสนิทของเขาจะออกไปเดินดูรอบๆ พื้นที่ด้วยความสนใจ ปล่อยณรัชต์คุยธุระไป
    “เป็นยังบ้างครับลุง ต้องใช้เวลาเยอะไหม กว่าจะทุบตึกปรับพื้นที่เสร็จ”เขาถามหลังจากทักทายกันเสร็จ
    “ไม่นานหรอกครับ ตึกเก่าแล้ว ทุบวันสองวันก็เสร็จเพราะไม่ต้องระวังอะไรรอบข้าง”
    “ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ก็ไม่มี มีแต่พวกหญ้าเท่านั้นที่ท่วมสูง ไม่ต้องเสียเวลาตัดต้นไม้ แบบนี้ถมดินทับเลยได้สะดวก”
    “ทำประมาณกี่วันเสร็จครับ”เขาถาม
    “ไม่เกิน 10 วันก็เสร็จ หรือรีบหน่อย 7 วันก็ได้ถ้าใช้รถหลายคันหน่อยขนดินพร้อมกัน” อีกฝ่ายตอบ ก่อนถามต่อ
    “จะถมขึ้นสูงเท่าไหร่ เอาแน่นๆ ดีๆ เลยไหม ลุงจะได้คำนวณได้ว่าควรได้ดินซักกี่คิว”
    ณรัชต์คิดนิดหนึ่งก่อนกล่าวตอบ
    “ไม่ต้องเยอะครับลุง ถมแต่พอปรับพื้นที่ให้ดูสวยและโล่งก็พอ คิดราคาเหมามาเลย ไม่ต้องคำนวณเป็นคิว” เขาบอกเนื้องาน
    อีกฝ่ายก้มลงขีดเขียนคำนวณคร่าวๆ ก่อนบอกราคาให้ทราบ“ค่าปรับพื้นที่คิดเหมาไร่ละ 80,000 บาท รวมค่าทุบตึกด้วย ทั้งหมดคงตกราวๆล้านห้า” ผู้รับเหมาประเมิน
    “เริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ”
    “ทำสัญญา จ่ายล่วงหน้าบางส่วนก็เริ่มงานได้เลยครับ” อีกฝ่ายกล่าวอย่างมืออาชีพ
    “งั้นพรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ ลุงเอาสัญญามาพรุ่งนี้เลยจะได้รีบเริ่มงาน” เขาตอบ
    “ไม่บอกเฮียก่อนหรือครับ จะได้ลดราคาด้วย” อีกฝ่ายกล่าวถึงเจ้านายซึ่งก็คือเพื่อนสนิทของบิดาณรัชต์
    “ไม่เป็นไรครับลุง ไม่ต้องลดหรอก” ธุรกิจของพ่อภีตอนนี้การเงินดูจะตึงๆ ตัวอยู่แล้ว เขาไม่อยากได้ส่วนลดหรอกหลังจากนั้นอีกฝ่ายก็กลับไป

    “ซื้อไปทำอะไรวะ นะ ที่เกือบจะออกนอกเมืองขนาดนี้”เต้ที่เดินสำรวจที่กับวิทย์เดินกลับมาถึงก็ถามเพื่อนสนิททันที
    “ให้ทาย” ณรัชต์กล่าว
    “ทำตลาด ทำบ้านจัดสรร สวนน้ำ ม่านรูด เอ๊ะ! อันสุดท้ายเข้าเค้า ที่เกือบๆ นอกเมืองแบบนี้เหมาะ ลูกค้าชอบ” เต้ทายเล่นอย่างมีอารมณ์ขัน
    “ไม่ทำอะไรทั้งนั้นล่ะ ไม่มีตังค์แล้ว ซื้อมาขายไปอ่ะ ให้คนที่มีตังค์เขามาเอาไปทำ” เขาตอบ
    “ใครจะมาซื้อ”
    “มีไม่กี่ธุรกิจเท่านั้นล่ะที่จะมีเงินมาซื้อไปทำอะไรได้ตอนนี้” วิทย์คาดคะเน
    “ใช่ มีไม่กี่ธุรกิจเท่านั้นล่ะ ที่มีเงินและธุรกิจเติบโตขยายตัวได้ในตอนนี้” ณรัชต์ตอบ

    ------------------------------------Name : ณรัชต์Asset : ตึกแถว 6 ห้อง ราคาปัจจุบัน 2,050,000 บาท: เงินสดในบัญชีธนาคาร 8,643,300 บาท: เงินสดในบัญชีหุ้น 100 บาท: ที่ดินหนึ่งแปลง 15 ไร่ ราคาซื้อ 18 ล้าน ราคาประเมิน 24 ล้าน
    มูลค่าสินทรัพย์รวม : 2,050,000 + 100 + 8,643,300 + 24,000,000
    = จาก 30,915,400 บาท ปัจจุบัน 34,693,400 บาท

    ----------------------------

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน