เมษาติดป้ายหมายเลขให้ต้นไม้ทดลองทุกกระถาง
หนึ่งถึงห้าเป็พืชทั่วไปจากบ้านวรากุล พลูด่าง เฟิร์น กุหลาบหิน ลิ้นั และต้นแก้วแคระที่ไม่เคยอยู่ใกล้สวนวรพฤกษ์มาก่อน
หกถึงแปดเป็ตัวอย่างจากศูนย์วิจัย กระถางเล็กที่ถูกแยกออกมาหลังเรือนกระจกเสียหาย ใบยังมีรอยไหม้จากละอองน้ำที่ธามยิงระบบแตก
ธามมองถาดดินนั้นอยู่นานกว่ากระถางอื่น "ผมไม่ชอบที่ดินเปล่าดูน่าสงสัยกว่าต้นไม้"
"เพราะมันเงียบเกินไป" เมษาพูด
"ดินควรเงียบ"
"ดินของสวนนี้ไม่ค่อยทำตามหน้าที่ค่ะ"
พฤกษ์ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะไม้ในห้องทำงานปกรณ์ หน้าต่างทุกบานเปิดไว้ให้ลมผ่าน แต่กลิ่นดอกไม้ยังติดอยู่ในบ้านเหมือนซึมออกจากผนัง ไม่หวานจัดเท่าในสวน ทว่ามีรสขมท้ายลิ้นเหมือนเตือนให้จำว่าไม่มีพื้นที่ไหนเป็กลางอีกแล้ว
"เริ่มจากคำสั่งเล็กที่สุด" ธามพูด "ไม่แตะรากหลัก ไม่เรียกชื่อ ไม่ถามเื่พิธี เอาแค่ให้ใบหันซ้าย"
พฤกษ์มองเขา "คุณตั้ง protocol เร็วมาก"
"ผมกลัวตาย เลยมีแรงทำงาน"
เมษายกสมุดบันทึกขึ้น "หนูจะจดเวลา อุณหภูมิ การตอบสนอง และสภาพพืชหลังคำสั่ง ถ้าคุณพฤกษ์เวียนหัวหรือมีเืออก ให้หยุดทันที"
อคิราห์พูดจากประตู "ถ้าแผลผมเปิดก็หยุดด้วย"
ธามหันไป "นี่การทดลองพฤกษ์หรือคุณ"
"ตอนนี้แยกกันไม่ได้แล้ว" อคิราห์ตอบ
พฤกษ์วางมือบนโต๊ะ แต่ไม่แตะกระถาง เขาเลือกพลูด่างหมายเลขหนึ่งก่อน ใบมันเขียวสดเกินกว่าจะเกี่ยวอะไรกับคดีฆาตกรรม ควรเป็ต้นไม้ที่อยู่ริมหน้าต่างออฟฟิศหรือร้านกาแฟ ไม่ใช่บนโต๊ะสอบสวนในบ้านที่เต็มไปด้วยสมุดพิธี
"หันซ้าย" เขาพูดเบา ๆ
เมษาเขียนเร็ว "ตอบสนองภายในหนึ่งวินาที"
ธามขมวดคิ้ว "คุณสั่งด้วยเสียงหรือในหัว"
"เสียง"
"ลองในหัว"
เมษามองใกล้ ๆ แล้วเสียงเบาลง "มีความเสียหายหลังตอบสนอง"
"หยุด" อคิราห์พูด
"ยังไม่ถึงหนึ่งนาที" ธามสวน "เราต้องรู้ขอบเขต"
"ขอบเขตคือมันเริ่มเหี่ยว"
"เหี่ยวสองใบกับไม่รู้ว่าศัตรูจะใช้พลังนี้ยังไง ผมเลือกเก็บข้อมูล"
อคิราห์เดินเข้ามาหนึ่งก้าว "เขาไม่ใช่อุปกรณ์"
"ผมรู้" ธามตอบทันที "ถึงได้ให้ทำตรงหน้าเรา ไม่ใช่รอให้สวนสอนเอง"
พฤกษ์ยกมือขึ้นก่อนเสียงทั้งคู่จะชนกันมากกว่านี้ "ผมเป็คนทำต่อ"
"ผมไม่อยากถูกปกป้องจนไม่มีข้อมูล" พฤกษ์พูด "แต่ผมก็ไม่อยากให้ใครใช้ผมเป็เครื่องมือ เพราะฉะนั้นถ้าผมบอกหยุด ทุกคนหยุด ถ้าคุณเห็นว่าผมตอบชื่อ ทุกคนหยุดผม"
อคิราห์ยังมองเขาอยู่ "แล้วถ้าคุณไม่รู้ตัวว่ากำลังตอบ"
"คุณจับผมไว้"
"ถ้าผมจับ แล้วแผลเปิด"
"ผมจะหยุด"
"คุณพูดแบบคนคิดว่าตัวเองหยุดได้เสมอ"
"ผมทำตามที่บอกแล้ว" เขาพูด "ถ้าปลุกทั้งสามดอกพร้อมกัน มันจะไม่เลือกคนเพิ่มใช่ไหม"
"เลือกน้อยลง ไม่ใช่ไม่เลือก"
ศุภกรกลืนน้ำลาย "คุณบอกว่ารอบนี้จะคุมได้"
"ใช้ภาชนะที่รอด แล้วผู้รับฝากจะตามมาเอง"
"แล้วผู้ถูกทำเครื่องหมาย"
"เป็ทางเรียก"
"เขาเป็เด็กของทีมผม"
"ชื่อทุกชื่อเป็ของสวน เมื่อถูกเรียกพอ"
"ผมลดจำนวนคนหายได้" เขาพูดเหมือนท่อง "ผมไม่ได้ฆ่าใคร"
"คนที่ยังไม่ตาย ไม่จำเป็ต้องปลอดภัย"
ธามคว้าไหล่เขาไว้ก่อนเขาจะเซชนโต๊ะ "พฤกษ์"
เมษารีบยื่นผ้าให้ "เืกำเดาค่ะ"
อคิราห์เดินมาถึงโต๊ะ "พอ"
"ผมเห็นศุภกร" พฤกษ์กดผ้าใต้จมูก "เขาคุยกับลำโพงที่ไม่มีสถานะเปิด เสียงบอกว่าใช้ภาชนะที่รอด แล้วผู้รับฝากจะตามมาเอง"
"พูดอีกที"
อคิราห์ไม่มองสมุดบันทึก เขามองเืที่ซึมผ่านผ้าในมือพฤกษ์
"พอแล้ว" เขาพูดอีกครั้ง
ธามยังไม่ละสายตาจากพฤกษ์ "เสียงพูดถึงผู้ถูกทำเครื่องหมายไหม"
"เป็ทางเรียก" พฤกษ์ตอบ "เมษาเป็ทางเรียก"
ธามหันไปหาเธอ "คุณออกไปพักก่อน"
"ไม่ค่ะ"
"นี่ไม่ใช่คำขอ"
"ถ้าหนูเป็ทางเรียก หนูยิ่งต้องอยู่ฟัง" เมษาพูด เสียงสั่นแต่ไม่ถอย "ไม่งั้นทุกคนจะพูดเื่หนูเหมือนหนูเป็หลักฐานบนโต๊ะ"
"อยู่หลังผม" เขาพูดในที่สุด
อคิราห์หันไปหาธาม "คุณยังจะให้เขาทดลองต่อ?"
"ผมจะให้เขาพักห้านาที แล้วถามจากต้นอื่นที่อาจมีภาพศุภกร"
"คุณเห็นสภาพต้นนี้ไหม"
"เห็น"
"เห็นเืเขาไหม"
"เห็น"
"แล้วทำไมยังพูดเหมือนนี่เป็ขั้นตอนปกติ"
ธามวางมือทั้งสองข้างบนโต๊ะ "เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าพฤกษ์มองเห็นอะไรได้ ศัตรูจะเป็ฝ่ายรู้ก่อนเรา เสียงนั่นรู้วิธีใช้ภาชนะ รู้วิธีลากผู้รับฝาก รู้ว่าเมษาเป็ทางเรียก เรามีอะไรบ้าง? สมุดที่เขียนเอง ภาพถ่ายที่พิมพ์เอง และสวนที่ตอบคำถามเหมือนคนไม่อยากขึ้นศาล"
"พฤกษ์ไม่ใช่วิธีเดียว"
"ตอนนี้เขาเป็วิธีที่เร็วที่สุด"
"ผมพูดแย่" ธามบอก "แต่ความจริงยังอยู่"
"ผมทำต่อได้อีกครั้งเดียว" เขาพูด
อคิราห์หันมาทันที "พฤกษ์"
"ครั้งเดียว" เขาย้ำ "แล้วเราไปตามสถานที่จากธุรกรรมศุภกร ไม่ใช่นั่งดูต้นไม้ตายทีละกระถาง"
ธามพยักหน้า "ตกลง"
เมษาเปิดภาพเกสรจากตู้ขวาบนแท็บเล็ต "ก่อนทำต่อ หนูมีอีกอย่างค่ะ เกสรที่เหลือจากดอกไม้ตู้ขวา ตอนแรกมันนิ่ง แต่พอแล็บเอาตัวอย่างเืคุณอคิราห์จากผ้าก๊อซไปใกล้ มันขยับ"
"ขยับยังไง" ธามถาม
เมษาขยายภาพ "มันลากเป็วงนอก วงกลาง แล้วพยายามปิดวงใน แต่ปิดไม่สำเร็จ เพราะเืแห้งแล้ว"
"แปลว่าแม้ดอกแตกไปแล้ว เกสรยังจำเืภาชนะได้" พฤกษ์พูด
"อย่าใช้คำนั้นเหมือนเป็ตำแหน่งผมง่าย ๆ" อคิราห์พูด
"ขอโทษ"
อคิราห์หายใจออกช้า ๆ "ผมไม่ได้โกรธคุณ ผมโกรธที่คำนี้เริ่มฟังเหมือนข้อมูลปกติ"
พฤกษ์เห็นมันเหมือนเส้นรากเรืองแสงใต้เปลือกตา เส้นหนึ่งเริ่มจากดินในถาด วิ่งออกจากบ้านวรากุล ผ่านถนนเปียก ผ่านท่อระบายน้ำ ผ่านรากไม้เล็ก ๆ ในรอยแตกของฟุตบาท แล้วมุดลงใต้กำแพงสวนวรพฤกษ์
"คุณได้ยิน" พฤกษ์พูด
ธามหยิบโทรศัพท์ขึ้น "ผมเจอธุรกรรมล่าสุดของศุภกรแล้ว"
พฤกษ์ดึงมือตัวเองออกจากถาด "ที่ไหน"
"บัญชีที่โยงธีรัตน์จ่ายค่าฝากของให้บริษัทเก็บเอกสารเก่า แต่ที่อยู่ปลายทางไม่ใช่โกดัง มันเป็ที่ดินข้างสวนวรพฤกษ์ เดิมจดทะเบียนเป็ห้องเก็บเมล็ดพันธุ์ของโครงการพฤกษศาสตร์เก่า"
"ทิศตะวันตกของสวน" พฤกษ์พูด
ธามมองเขา "คุณเห็น?"
"ใต้โรงเก็บเครื่องมือร้าง"
เมษาปิดแท็บเล็ต "งั้นเราไปที่นั่น"
อคิราห์กดผ้าพันแผลแน่น "ไม่ใช่ตอนนี้"
"เสียงเรียกคุณจากที่นั่น" พฤกษ์พูด
"เพราะมันอยากให้เราไป"
"และศุภกรอาจอยู่ตรงนั้น หรืออย่างน้อยทิ้งหลักฐานไว้"
"คุณเพิ่งเืออก"
"นั่นยิ่งเป็เหตุผลไม่ไป"
ธามเก็บแฟ้มใส่กระเป๋า "ผมจะเรียกทีมสนับสนุนรอบนอก แต่ทีมที่เข้าไปต้องเป็เรา"
อคิราห์มองเขา "เพราะอะไร"
"เพราะถ้าคนที่ไม่รู้กฎเข้าไปแล้วได้ยินชื่อใคร เขาอาจตอบ"
ทางเข้าถูกซ่อนไว้หลังตู้เหล็กขึ้นสนิมที่มีป้ายคำเตือนเื่สารเคมีลอกจนอ่านแทบไม่ออก ธามกับพฤกษ์ช่วยกันดันตู้ เสียงโลหะครูดพื้นดังสะท้อนในโรงเก็บฝุ่นหนา
พฤกษ์เห็น "ไม่"
ธามส่องไฟฉายใส่รู "แหวนดำ"
"เราไม่ใช้เืหรือแผลคุณเปิดประตู" พฤกษ์พูดกับอคิราห์
อคิราห์มองประตูเหมือนมันกำลังเรียกเขาด้วยเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน
"มันอาจไม่ต้องใช้เื" เขาพูด "เศษแหวนก็พอ"
ธามหยิบถุงหลักฐานเล็กจากกระเป๋า "ดีที่ผมเก็บของน่าขนลุกไว้เยอะ"
ข้างในเป็เศษแหวนดำครึ่งเสี้ยวที่ได้จากหีบใต้รากลำดวนก่อนหน้านี้ ขอบมันเย็นจนถุงพลาสติกขึ้นฝ้า ธามใช้คีมคีบเศษแหวนเข้าใกล้รูกลางประตู
ธามยกปืน "อยู่หลังผม"
บันไดไม้ลงไปไม่ลึกมาก แต่แคบจนไหล่เกือบชนผนังทั้งสองข้าง ผนังมีรอยขีดชื่อซ้ำ ๆ บางชื่อเป็ชื่อเหยื่อเก่า บางชื่อถูกขูดจนเหลือแต่พยัญชนะต้น
ด้านล่างเป็ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ชั้นไม้เรียงขวดแก้วฝุ่นหนา ข้างในมีเมล็ดแห้งสีดำบางอย่าง แฟ้มกระดาษถูกมัดด้วยด้ายขาวและด้ายดำสลับกัน บนพื้นมีวงเกสรจาง ๆ ล้อมเศษแหวนดำอีกชิ้น
"พิธีย่อย" ธามพูด
"ถอย" เขาสั่งเบา ๆ เพื่อเปิดทางให้เมษาผ่าน
พฤกษ์หันไปทัน "หยุด"
อคิราห์มองมัน แล้วมองเศษแหวนบนพื้น "มันไม่ได้ฟังคุณทั้งหมด"
"อย่า"
"อคิราห์!"
อคิราห์หน้าซีดลง แต่ยังยืนตรง "แค่หยดเดียว"
"ไม่ต้องใช้เืทุกครั้งที่ช่วยผม"
"ถ้าเืผมซื้อเวลาได้..."
"ผมไม่ได้้าเวลาที่แลกด้วยคุณ"
พฤกษ์ดึงผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมากดทับแผลแทน "อยู่เฉย ๆ สักครั้งได้ไหม"
"พูดเหมือนคุณทำได้"
"ผมกำลังพยายาม"
ธามทำเสียงในคอจากอีกด้านของห้อง "ผมจะไม่ขัด ถ้าห้องนี้ไม่มีชื่อคนตายเต็มผนัง"
เมษาส่องไฟฉายไปตามชื่อ "นี่ไม่ใช่แค่เหยื่อสองรายล่าสุดค่ะ มีชื่อจากแฟ้มเก่าด้วย"
ธามเปิดแฟ้มบนชั้นด้วยถุงมือ "และมีรายการใหม่"
เมษากระซิบ "ตอบแทนใคร"
เสียงจากผนังตอบ
"คนที่ยังไม่ตาย"
ทุกคนหยุดนิ่ง
เสียงนั้นไม่ใช่ของผู้ชายหรือผู้หญิงชัดเจน มันเหมือนลมลอดผ่านชื่อที่ถูกขูดบนผนัง แต่พฤกษ์ได้ยินชั้นหนึ่งในนั้นเป็เสียงเด็ก อีกชั้นเป็เสียงคนแก่ และอีกชั้นเป็เสียงที่เหมือนกิตติภพมากพอให้ท้ายทอยเขาเย็น
ธามยกปืนขึ้นโดยสัญชาตญาณ
"ศุภกรหาอะไร" พฤกษ์ถามผนัง
รากตามรอยแตกขยับเป็เส้น
"คนที่ยังไม่ตาย"
"ใคร"
รากลากผ่านชื่อบนผนังหลายชื่อ แล้วหยุดที่รอยขูดใหม่ที่สุด
ไม่มีชื่อเต็ม
มีเพียงเส้นโค้งเหมือน ม
พฤกษ์หันไปหาเมษา
เธอยืนอยู่ข้างธาม มือยังถือไฟฉาย หน้าเธอซีด แต่ยังมีลมหายใจ ยังอยู่ตรงนี้
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังจากใต้พื้น
เสียงเมษา
ชัดจนเหมือนเธอก้มลงพูดใกล้รากเอง
"คุณพฤกษ์"
เมษาตัวจริงสะดุ้ง "หนูไม่ได้พูด"
เสียงจากรากพูดต่อด้วยน้ำเสียงเดียวกับเธอทุกอย่าง
"รายต่อไปยังไม่ตาย"
รากใต้พื้นเคาะเบา ๆ สามครั้ง
"แค่ถูกเรียกไปก่อน"