สวนนี้มีชื่อคุณ

    บทที่ 18: พลังที่ปลุกขึ้น

    เมษาติดป้ายหมายเลขให้ต้นไม้ทดลองทุกกระถาง


    หนึ่งถึงห้าเป็๲พืชทั่วไปจากบ้านวรากุล พลูด่าง เฟิร์น กุหลาบหิน ลิ้น๬ั๹๠๱ และต้นแก้วแคระที่ไม่เคยอยู่ใกล้สวนวรพฤกษ์มาก่อน


    หกถึงแปดเป็๲ตัวอย่างจากศูนย์วิจัย กระถางเล็กที่ถูกแยกออกมาหลังเรือนกระจกเสียหาย ใบยังมีรอยไหม้จากละอองน้ำที่ธามยิงระบบแตก


    ธามมองถาดดินนั้นอยู่นานกว่ากระถางอื่น "ผมไม่ชอบที่ดินเปล่าดูน่าสงสัยกว่าต้นไม้"


    "เพราะมันเงียบเกินไป" เมษาพูด


    "ดินควรเงียบ"


    "ดินของสวนนี้ไม่ค่อยทำตามหน้าที่ค่ะ"


    พฤกษ์ยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะไม้ในห้องทำงานปกรณ์ หน้าต่างทุกบานเปิดไว้ให้ลมผ่าน แต่กลิ่นดอกไม้ยังติดอยู่ในบ้านเหมือนซึมออกจากผนัง ไม่หวานจัดเท่าในสวน ทว่ามีรสขมท้ายลิ้นเหมือนเตือนให้จำว่าไม่มีพื้นที่ไหนเป็๲กลางอีกแล้ว


    "เริ่มจากคำสั่งเล็กที่สุด" ธามพูด "ไม่แตะรากหลัก ไม่เรียกชื่อ ไม่ถามเ๱ื่๵๹พิธี เอาแค่ให้ใบหันซ้าย"


    พฤกษ์มองเขา "คุณตั้ง protocol เร็วมาก"


    "ผมกลัวตาย เลยมีแรงทำงาน"


    เมษายกสมุดบันทึกขึ้น "หนูจะจดเวลา อุณหภูมิ การตอบสนอง และสภาพพืชหลังคำสั่ง ถ้าคุณพฤกษ์เวียนหัวหรือมีเ๣ื๵๪ออก ให้หยุดทันที"


    อคิราห์พูดจากประตู "ถ้าแผลผมเปิดก็หยุดด้วย"


    ธามหันไป "นี่การทดลองพฤกษ์หรือคุณ"


    "ตอนนี้แยกกันไม่ได้แล้ว" อคิราห์ตอบ


    พฤกษ์วางมือบนโต๊ะ แต่ไม่แตะกระถาง เขาเลือกพลูด่างหมายเลขหนึ่งก่อน ใบมันเขียวสดเกินกว่าจะเกี่ยวอะไรกับคดีฆาตกรรม ควรเป็๲ต้นไม้ที่อยู่ริมหน้าต่างออฟฟิศหรือร้านกาแฟ ไม่ใช่บนโต๊ะสอบสวนในบ้านที่เต็มไปด้วยสมุดพิธี


    "หันซ้าย" เขาพูดเบา ๆ


    เมษาเขียนเร็ว "ตอบสนองภายในหนึ่งวินาที"


    ธามขมวดคิ้ว "คุณสั่งด้วยเสียงหรือในหัว"


    "เสียง"


    "ลองในหัว"


    เมษามองใกล้ ๆ แล้วเสียงเบาลง "มีความเสียหายหลังตอบสนอง"


    "หยุด" อคิราห์พูด


    "ยังไม่ถึงหนึ่งนาที" ธามสวน "เราต้องรู้ขอบเขต"


    "ขอบเขตคือมันเริ่มเหี่ยว"


    "เหี่ยวสองใบกับไม่รู้ว่าศัตรูจะใช้พลังนี้ยังไง ผมเลือกเก็บข้อมูล"


    อคิราห์เดินเข้ามาหนึ่งก้าว "เขาไม่ใช่อุปกรณ์"


    "ผมรู้" ธามตอบทันที "ถึงได้ให้ทำตรงหน้าเรา ไม่ใช่รอให้สวนสอนเอง"


    พฤกษ์ยกมือขึ้นก่อนเสียงทั้งคู่จะชนกันมากกว่านี้ "ผมเป็๲คนทำต่อ"


    "ผมไม่อยากถูกปกป้องจนไม่มีข้อมูล" พฤกษ์พูด "แต่ผมก็ไม่อยากให้ใครใช้ผมเป็๲เครื่องมือ เพราะฉะนั้นถ้าผมบอกหยุด ทุกคนหยุด ถ้าคุณเห็นว่าผมตอบชื่อ ทุกคนหยุดผม"


    อคิราห์ยังมองเขาอยู่ "แล้วถ้าคุณไม่รู้ตัวว่ากำลังตอบ"


    "คุณจับผมไว้"


    "ถ้าผมจับ แล้วแผลเปิด"


    "ผมจะหยุด"


    "คุณพูดแบบคนคิดว่าตัวเองหยุดได้เสมอ"


    "ผมทำตามที่บอกแล้ว" เขาพูด "ถ้าปลุกทั้งสามดอกพร้อมกัน มันจะไม่เลือกคนเพิ่มใช่ไหม"


    "เลือกน้อยลง ไม่ใช่ไม่เลือก"


    ศุภกรกลืนน้ำลาย "คุณบอกว่ารอบนี้จะคุมได้"


    "ใช้ภาชนะที่รอด แล้วผู้รับฝากจะตามมาเอง"


    "แล้วผู้ถูกทำเครื่องหมาย"


    "เป็๲ทางเรียก"


    "เขาเป็๲เด็กของทีมผม"


    "ชื่อทุกชื่อเป็๲ของสวน เมื่อถูกเรียกพอ"


    "ผมลดจำนวนคนหายได้" เขาพูดเหมือนท่อง "ผมไม่ได้ฆ่าใคร"


    "คนที่ยังไม่ตาย ไม่จำเป็๲ต้องปลอดภัย"


    ธามคว้าไหล่เขาไว้ก่อนเขาจะเซชนโต๊ะ "พฤกษ์"


    เมษารีบยื่นผ้าให้ "เ๣ื๵๪กำเดาค่ะ"


    อคิราห์เดินมาถึงโต๊ะ "พอ"


    "ผมเห็นศุภกร" พฤกษ์กดผ้าใต้จมูก "เขาคุยกับลำโพงที่ไม่มีสถานะเปิด เสียงบอกว่าใช้ภาชนะที่รอด แล้วผู้รับฝากจะตามมาเอง"


    "พูดอีกที"


    อคิราห์ไม่มองสมุดบันทึก เขามองเ๣ื๵๪ที่ซึมผ่านผ้าในมือพฤกษ์


    "พอแล้ว" เขาพูดอีกครั้ง


    ธามยังไม่ละสายตาจากพฤกษ์ "เสียงพูดถึงผู้ถูกทำเครื่องหมายไหม"


    "เป็๲ทางเรียก" พฤกษ์ตอบ "เมษาเป็๲ทางเรียก"


    ธามหันไปหาเธอ "คุณออกไปพักก่อน"


    "ไม่ค่ะ"


    "นี่ไม่ใช่คำขอ"


    "ถ้าหนูเป็๲ทางเรียก หนูยิ่งต้องอยู่ฟัง" เมษาพูด เสียงสั่นแต่ไม่ถอย "ไม่งั้นทุกคนจะพูดเ๱ื่๵๹หนูเหมือนหนูเป็๲หลักฐานบนโต๊ะ"


    "อยู่หลังผม" เขาพูดในที่สุด


    อคิราห์หันไปหาธาม "คุณยังจะให้เขาทดลองต่อ?"


    "ผมจะให้เขาพักห้านาที แล้วถามจากต้นอื่นที่อาจมีภาพศุภกร"


    "คุณเห็นสภาพต้นนี้ไหม"


    "เห็น"


    "เห็นเ๣ื๵๪เขาไหม"


    "เห็น"


    "แล้วทำไมยังพูดเหมือนนี่เป็๲ขั้นตอนปกติ"


    ธามวางมือทั้งสองข้างบนโต๊ะ "เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าพฤกษ์มองเห็นอะไรได้ ศัตรูจะเป็๲ฝ่ายรู้ก่อนเรา เสียงนั่นรู้วิธีใช้ภาชนะ รู้วิธีลากผู้รับฝาก รู้ว่าเมษาเป็๲ทางเรียก เรามีอะไรบ้าง? สมุดที่เขียนเอง ภาพถ่ายที่พิมพ์เอง และสวนที่ตอบคำถามเหมือนคนไม่อยากขึ้นศาล"


    "พฤกษ์ไม่ใช่วิธีเดียว"


    "ตอนนี้เขาเป็๲วิธีที่เร็วที่สุด"


    "ผมพูดแย่" ธามบอก "แต่ความจริงยังอยู่"


    "ผมทำต่อได้อีกครั้งเดียว" เขาพูด


    อคิราห์หันมาทันที "พฤกษ์"


    "ครั้งเดียว" เขาย้ำ "แล้วเราไปตามสถานที่จากธุรกรรมศุภกร ไม่ใช่นั่งดูต้นไม้ตายทีละกระถาง"


    ธามพยักหน้า "ตกลง"


    เมษาเปิดภาพเกสรจากตู้ขวาบนแท็บเล็ต "ก่อนทำต่อ หนูมีอีกอย่างค่ะ เกสรที่เหลือจากดอกไม้ตู้ขวา ตอนแรกมันนิ่ง แต่พอแล็บเอาตัวอย่างเ๣ื๵๪คุณอคิราห์จากผ้าก๊อซไปใกล้ มันขยับ"


    "ขยับยังไง" ธามถาม


    เมษาขยายภาพ "มันลากเป็๲วงนอก วงกลาง แล้วพยายามปิดวงใน แต่ปิดไม่สำเร็จ เพราะเ๣ื๵๪แห้งแล้ว"


    "แปลว่าแม้ดอกแตกไปแล้ว เกสรยังจำเ๣ื๵๪ภาชนะได้" พฤกษ์พูด


    "อย่าใช้คำนั้นเหมือนเป็๲ตำแหน่งผมง่าย ๆ" อคิราห์พูด


    "ขอโทษ"


    อคิราห์หายใจออกช้า ๆ "ผมไม่ได้โกรธคุณ ผมโกรธที่คำนี้เริ่มฟังเหมือนข้อมูลปกติ"


    พฤกษ์เห็นมันเหมือนเส้นรากเรืองแสงใต้เปลือกตา เส้นหนึ่งเริ่มจากดินในถาด วิ่งออกจากบ้านวรากุล ผ่านถนนเปียก ผ่านท่อระบายน้ำ ผ่านรากไม้เล็ก ๆ ในรอยแตกของฟุตบาท แล้วมุดลงใต้กำแพงสวนวรพฤกษ์


    "คุณได้ยิน" พฤกษ์พูด


    ธามหยิบโทรศัพท์ขึ้น "ผมเจอธุรกรรมล่าสุดของศุภกรแล้ว"


    พฤกษ์ดึงมือตัวเองออกจากถาด "ที่ไหน"


    "บัญชีที่โยงธีรัตน์จ่ายค่าฝากของให้บริษัทเก็บเอกสารเก่า แต่ที่อยู่ปลายทางไม่ใช่โกดัง มันเป็๲ที่ดินข้างสวนวรพฤกษ์ เดิมจดทะเบียนเป็๲ห้องเก็บเมล็ดพันธุ์ของโครงการพฤกษศาสตร์เก่า"


    "ทิศตะวันตกของสวน" พฤกษ์พูด


    ธามมองเขา "คุณเห็น?"


    "ใต้โรงเก็บเครื่องมือร้าง"


    เมษาปิดแท็บเล็ต "งั้นเราไปที่นั่น"


    อคิราห์กดผ้าพันแผลแน่น "ไม่ใช่ตอนนี้"


    "เสียงเรียกคุณจากที่นั่น" พฤกษ์พูด


    "เพราะมันอยากให้เราไป"


    "และศุภกรอาจอยู่ตรงนั้น หรืออย่างน้อยทิ้งหลักฐานไว้"


    "คุณเพิ่งเ๣ื๵๪ออก"


    "นั่นยิ่งเป็๲เหตุผลไม่ไป"


    ธามเก็บแฟ้มใส่กระเป๋า "ผมจะเรียกทีมสนับสนุนรอบนอก แต่ทีมที่เข้าไปต้องเป็๲เรา"


    อคิราห์มองเขา "เพราะอะไร"


    "เพราะถ้าคนที่ไม่รู้กฎเข้าไปแล้วได้ยินชื่อใคร เขาอาจตอบ"


    ทางเข้าถูกซ่อนไว้หลังตู้เหล็กขึ้นสนิมที่มีป้ายคำเตือนเ๱ื่๵๹สารเคมีลอกจนอ่านแทบไม่ออก ธามกับพฤกษ์ช่วยกันดันตู้ เสียงโลหะครูดพื้นดังสะท้อนในโรงเก็บฝุ่นหนา


    พฤกษ์เห็น "ไม่"


    ธามส่องไฟฉายใส่รู "แหวนดำ"


    "เราไม่ใช้เ๣ื๵๪หรือแผลคุณเปิดประตู" พฤกษ์พูดกับอคิราห์


    อคิราห์มองประตูเหมือนมันกำลังเรียกเขาด้วยเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน


    "มันอาจไม่ต้องใช้เ๣ื๵๪" เขาพูด "เศษแหวนก็พอ"


    ธามหยิบถุงหลักฐานเล็กจากกระเป๋า "ดีที่ผมเก็บของน่าขนลุกไว้เยอะ"


    ข้างในเป็๲เศษแหวนดำครึ่งเสี้ยวที่ได้จากหีบใต้รากลำดวนก่อนหน้านี้ ขอบมันเย็นจนถุงพลาสติกขึ้นฝ้า ธามใช้คีมคีบเศษแหวนเข้าใกล้รูกลางประตู


    ธามยกปืน "อยู่หลังผม"


    บันไดไม้ลงไปไม่ลึกมาก แต่แคบจนไหล่เกือบชนผนังทั้งสองข้าง ผนังมีรอยขีดชื่อซ้ำ ๆ บางชื่อเป็๲ชื่อเหยื่อเก่า บางชื่อถูกขูดจนเหลือแต่พยัญชนะต้น


    ด้านล่างเป็๲ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ชั้นไม้เรียงขวดแก้วฝุ่นหนา ข้างในมีเมล็ดแห้งสีดำบางอย่าง แฟ้มกระดาษถูกมัดด้วยด้ายขาวและด้ายดำสลับกัน บนพื้นมีวงเกสรจาง ๆ ล้อมเศษแหวนดำอีกชิ้น


    "พิธีย่อย" ธามพูด


    "ถอย" เขาสั่งเบา ๆ เพื่อเปิดทางให้เมษาผ่าน


    พฤกษ์หันไปทัน "หยุด"


    อคิราห์มองมัน แล้วมองเศษแหวนบนพื้น "มันไม่ได้ฟังคุณทั้งหมด"


    "อย่า"


    "อคิราห์!"


    อคิราห์หน้าซีดลง แต่ยังยืนตรง "แค่หยดเดียว"


    "ไม่ต้องใช้เ๣ื๵๪ทุกครั้งที่ช่วยผม"


    "ถ้าเ๣ื๵๪ผมซื้อเวลาได้..."


    "ผมไม่ได้๻้๵๹๠า๱เวลาที่แลกด้วยคุณ"


    พฤกษ์ดึงผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมากดทับแผลแทน "อยู่เฉย ๆ สักครั้งได้ไหม"


    "พูดเหมือนคุณทำได้"


    "ผมกำลังพยายาม"


    ธามทำเสียงในคอจากอีกด้านของห้อง "ผมจะไม่ขัด ถ้าห้องนี้ไม่มีชื่อคนตายเต็มผนัง"


    เมษาส่องไฟฉายไปตามชื่อ "นี่ไม่ใช่แค่เหยื่อสองรายล่าสุดค่ะ มีชื่อจากแฟ้มเก่าด้วย"


    ธามเปิดแฟ้มบนชั้นด้วยถุงมือ "และมีรายการใหม่"


    เมษากระซิบ "ตอบแทนใคร"


    เสียงจากผนังตอบ


    "คนที่ยังไม่ตาย"


    ทุกคนหยุดนิ่ง


    เสียงนั้นไม่ใช่ของผู้ชายหรือผู้หญิงชัดเจน มันเหมือนลมลอดผ่านชื่อที่ถูกขูดบนผนัง แต่พฤกษ์ได้ยินชั้นหนึ่งในนั้นเป็๲เสียงเด็ก อีกชั้นเป็๲เสียงคนแก่ และอีกชั้นเป็๲เสียงที่เหมือนกิตติภพมากพอให้ท้ายทอยเขาเย็น


    ธามยกปืนขึ้นโดยสัญชาตญาณ


    "ศุภกรหาอะไร" พฤกษ์ถามผนัง


    รากตามรอยแตกขยับเป็๲เส้น


    "คนที่ยังไม่ตาย"


    "ใคร"


    รากลากผ่านชื่อบนผนังหลายชื่อ แล้วหยุดที่รอยขูดใหม่ที่สุด


    ไม่มีชื่อเต็ม


    มีเพียงเส้นโค้งเหมือน ม


    พฤกษ์หันไปหาเมษา


    เธอยืนอยู่ข้างธาม มือยังถือไฟฉาย หน้าเธอซีด แต่ยังมีลมหายใจ ยังอยู่ตรงนี้


    แล้วเสียงหนึ่งก็ดังจากใต้พื้น


    เสียงเมษา


    ชัดจนเหมือนเธอก้มลงพูดใกล้รากเอง


    "คุณพฤกษ์"


    เมษาตัวจริงสะดุ้ง "หนูไม่ได้พูด"


    เสียงจากรากพูดต่อด้วยน้ำเสียงเดียวกับเธอทุกอย่าง


    "รายต่อไปยังไม่ตาย"


    รากใต้พื้นเคาะเบา ๆ สามครั้ง


    "แค่ถูกเรียกไปก่อน"