30 | หมาปฏิทิน
สิ้นเสียงประกาศฮาจิเมะ สองร่างใหญ่ก็พุ่งเข้าปะทะกันราวกับพายุ ทอรุ้งเกือบสะดุ้งเพราะถึงแม้จะเคยเห็นโคชโอห์มซ้อมรันโดริกับโคชคนอื่น ๆ อย่างดุเดือด แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่เขาเดือดดาลเท่าครั้งนี้มาก่อน ชายหนุ่มในชุดน้ำเงินคว้าจับสาบเสื้อของอีกฝ่ายได้ก็กระชากจนแม้ร่างหนาอย่างนายโชติยังปลิวติดมือ เข้าทุ่มเป็ว่าเล่น ทุ่มหน้าไม่ลงก็จับทุ่มหลัง ฝ่ายโชติยังยันไว้ได้อีก โคชโอห์มก็เข้าท่าต่อเนื่องจังหวะสอง สาม สี่ ทั้งเกี่ยว ทั้งสับหลอกคล่องแคล่วว่องไวจนมองแทบไม่ทัน
พอกรรมการสั่งหยุดเกม นักยูโดทั้งสองก็ลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้า มัดสายใหม่ให้เข้าที่ ทันทีที่ได้ยินสัญญาณเริ่มสู้กันต่อ ฝั่งโชติบุกบ้าง เข้าทำหนักไม่แพ้กัน พอโคชโอห์มเสียหลัก โชติก็กระชากสาบเสื้อจนอีกฝ่ายคว่ำหน้าติดเบาะ แล้วเข้าล็อกหรือไม่ก็หักแขนเหมือนอย่างตอนนี้ ใบหน้าเข้มของอามันต์แดงก่ำและเหยเกด้วยความเ็ป แต่ยังไม่ยอมทำแท็ปยอมแพ้ จนทอรุ้งต้องปิดตาด้วยความหวาดเสียว แล้วโคชโอห์มก็สามารถใช้เทคนิคและความแข็งแกร่งจนแก้สถานการณ์หลุดรอดมาได้
กรรมการสั่งหยุดและสั่งเริ่มอีกครั้ง ทั้งสองเข้าสู้กันอย่างรุนแรงเข้มข้น ไม่มีใครยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย ทอรุ้งชักใจคอไม่ค่อยดี ลอบสังเกตชัชแสนย์ก็เห็นเพียงว่าเขายืนกอดอกขรึมอยู่ ส่วนแม่นาเดียที่ฝั่งโน้นดูจะเชียร์แฟนออกหน้าออกตาเสียเหลือเกิน คงไม่รู้จักคำว่ายางอายที่ภาษาไทยเรามีกระมัง
จากนั้นเสียงอื้ออึงของกองเชียร์ก็เรียกสายตาของทอรุ้งให้กลับมาสนใจการแข่งขันอีกครั้ง นักยูโดทั้งสองซึ่งกอดรัดชุลมุนได้สะบัดหลุดจากกัน แล้วพุ่งเข้าชิงจับกันใหม่ ชั่วจังหวะที่โชติพุ่งมานั้น ปรากฏว่าโคชโอห์มก็พุ่งสวนเข้าไปเช่นกัน แต่ค้อมก้มต่ำ มือหนึ่งคว้าจับคอเสื้อคู่ต่อสู้แล้วดึงลง อีกมือสอดแขนเข้ารัดใต้ต้นขาแล้วยกขึ้นสุดแรง ทำให้ร่างใหญ่ั์ของโชติลอยขึ้นเหนือเบาะ
“กะ...กาต้า...” ทอรุ้งเอ่ยลอดริมฝีปาก เบิกตากว้างตกตะลึง ท่าทุ่มกาตากูรูม่านี้ ผู้ทุ่มจะต้องแข็งแรงและมีพละกำลังมหาศาลเพราะต้องแบกคู่ต่อสู้ให้นอนอยู่บนบ่าดังเช่นปรากฏต่อสายตาในขณะนี้ และโคชโอห์มของเธอก็บ้าพลังมากพอจะทำเสียด้วย
โชติซึ่งขาลอยไม่ติดพื้นแล้ว พยายามถ่วงน้ำหนักร่างกายไม่ให้ถูกทุ่มได้โดยง่าย แต่ฝ่ายโคชโอห์มก็ยังไม่ปล่อย พริบตานั้นเองโคชโอห์มคำรามก้อง พลิกพร้อมออกแรงส่งไปข้างหน้า ส่งตัวคู่แข่งในชุดขาวให้หงายหลังลงเบาะอย่างจัง เกิดเสียงดังโครมใหญ่ ส่วนตัวเขาซึ่งเป็ผู้ทุ่มก็พลิกหงายล้มทับคนถูกทุ่มไปด้วย
ทอรุ้งเบิกตากว้างแทบถลน คำอุทานยังไม่ทันพ้นริมฝีปากออกมา กรรมการก็ทำสัญญาณมือขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมขานว่า
“อิปป้ง!”
นักกีฬายูโดซันเฮลั่นกึกก้องไปทั้งสนาม เพลงพนัสปรบมือตื่นเต้นดีใจ นักยูโดทั้งสองโค้งเคารพกัน เคารพเส้นสนามออกมา จากนั้นนักกีฬาทั้งสองทีมก็มายืนเรียงหน้ากระดาน เคารพกันอีกครั้งโดยพร้อมเพรียง พร้อมกับเสียงประกาศจากโฆษกสนามว่า ชัยชนะของการแข่งขันแบบทีมชายเป็ของนักกีฬาจากยูโดซัน
กองเชียร์เข้ารุมล้อมแสดงความยินดีกันใหญ่ ทอรุ้งเองก็ดีใจด้วยไม่ต่าง แต่ยังไม่อาจเข้าไปหาเขาในตอนนี้
ฝ่ายโชติเดินอาด ๆ กลับไปหากองเชียร์เดอะไฟเตอร์ และมีคนเอาน้ำกับผ้าเย็นมาบริการ นาเดียแฟนสาวมาดูแลไม่ห่าง ลักษณะท่าทางที่เ้าหล่อนเข้าประชิดตัวชายหนุ่ม วางมือหนึ่งบนไหล่หนา ส่วนอีกมือแตะััใบหน้าเขาอย่างทะนุถนอมนั้น ช่างขัดหูขัดตาทอรุ้งอย่างบอกไม่ถูก
หญิงสาวหวั่นใจว่าถ้าโคชโอห์มเห็นเข้าจะรู้สึกอย่างไร แต่ก็ไม่ต้องสงสัยอีกแล้วเพราะบัดนี้ชายหนุ่มผู้เป็ครูของเธอกำลังมองภาพนั้นนิ่งเต็มสองตา เขาผละจากทีมซึ่งกำลังจะถ่ายรูปหมู่ แล้วก้าวยาว ๆ ออกจากยิมไปเงียบ ๆ
ราวปฏิกิริยาอัตโนมัติ ทอรุ้งวิ่งตามออกไปทันที ทิฐิของเธอสั่งไม่ให้ไปแสดงความยินดีกับเขาได้ แต่เธอก็ปล่อยให้เขาเสียใจเพียงลำพังไม่ได้
“โคช”
ทั้งที่ส่งเสียงเรียกไปก่อนตัวแล้ว แต่ชายหนุ่มในชุดยูโดชุ่มเหงื่อก็ยังคงนั่งนิ่งเฉยอยู่บนขั้นบันไดข้างอาคาร ไม่ได้หันมา
เธอเดินไปนั่งข้าง ๆ “ชนะแล้วนะโคช ไม่ดีใจหน่อยเหรอ”
ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ หญิงสาวใช้ศอกสะกิดถาม ส่งเสียงกวน ๆ ไปอีก “พวกเรากวาดเหรียญกลับมาเพียบเลยนะโคช ขนาดเด็กน้อยอย่างยูมิจังยังได้เหรียญเลย อ่อนด้อยอย่างยายปลาคาร์พก็ยังอุตส่าห์ได้เหรียญเงิน”
ชายหนุ่มไม่ตอบ ยังคงนิ่งอยู่ท่าเดิมเหมือนไม่มีเธออยู่ตรงนี้
“และพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะได้เหรียญหรือไม่ได้เหรียญ ก็ชนะคนของเดอะไฟเตอร์ได้ทุกคนเลยนะโคช” แม้จะรู้สึกร้าวลึกข้างใน แต่ทอรุ้งก็ยังอยากจะพูดต่อ “รุ้งก็เหมือนกัน รุ้งก็ชนะ ล้างแค้นให้โคชสำเร็จแล้วไง โคชยังไม่พอใจอีกเหรอ”
คนตัวโตยังคงนิ่งเป็รูปปั้นจนเธอชักใจหาย
“โคชอย่าเป็อย่างนี้เลยนะ นี่โคชก็ชนะไอ้คนชื่อโชตินั่น ล้างตาจากปีที่แล้วได้สำเร็จแล้วนี่ คนเสียใจต้องไม่ใช่โคชสิ แล้วนี่เป็อะไรไปล่ะ”
หญิงสาวชะเง้อมองหน้าเขาก็พบความเฉยชาไร้อารมณ์ มีเพียงดวงตาคมคู่นั้นที่แดงก่ำ
“ชนะแล้วไงล่ะ” เขาเอ่ยเบาคล้ายรำพันกับตนเอง “ถึงชนะไป เขาก็ไม่กลับมาอยู่ดี”
ผู้เป็ศิษย์คล้ายจะอึ้งไป เธอไม่เคยเห็นเขาอ่อนแอแบบนี้มาก่อน และโคชโอห์มที่เคยรู้จักก็ไม่ใช่คนที่จะยอมจมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้แบบนี้ด้วย
“โคช ฟังรุ้งนะ” หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นอารมณ์คุกรุ่น แม้ว่ามันจะคุมไม่อยู่ “โคชจะไปเสียดายทำไมกับผู้หญิงพรรค์นั้น ถามจริงเถอะ ถ้าเขากลับมาโคชจะเอาเหรอ โคชอยากแต่งงานกับผู้หญิงแบบนั้นจริง ๆ น่ะเหรอ อยากได้ภรรยาเป็คนโลเล อยากได้แม่ของลูกเป็คนที่เห็นใครดีกว่าก็ไป แล้วถ้าลูกโคชเป็ผู้หญิง โคชอยากให้ลูกสาวโตมาเป็ผู้หญิงหลายใจเหมือนแม่ของมันเหรอ”
“รุ้ง!” เขาตวาดลั่น “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”
หญิงสาวปาดหยดน้ำตาที่มันเผลอร่วงลงต่อหน้าเขา “ได้! รุ้งหยุดพูดก็ได้ แต่โคชห้ามไม่ให้รุ้งเป็ห่วงโคชไม่ได้หรอกนะ”
ชายหนุ่มจ้องเธอตอบด้วยแววตาเกรี้ยวกราด แต่เพียงครู่เดียวก็หันกลับไปมองความว่างเปล่าตามเดิม ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแ่เบา
“หยุดพูดซะทีเถอะ”
เพลงพนัสกลับมาทองผาภูมิแล้ว หมดเวลาว่างไปกับการเอกเขนกบนม้านั่งยาวทรงขอนไม้หน้าบ้านพัก ไล่ดูรูปในหน้าเพจของยูโดซันอย่างมีความสุข มีทั้งรูปตอนแข่งขัน ตอนเลี้ยงฉลองใหญ่ในร้านอาหาร รูปถ่ายทีมขุนพลซึ่งชายชุดน้ำเงินทั้งสามมีเหรียญทองคล้องอยู่กลางหน้าอก รูปเดี่ยวนักกีฬาทั้งหญิงและชายถ่ายคู่กับเหรียญของตน และรูปหมู่รวมพลชาวยูโดซันเรียงแถวหน้ากระดานสามชั้นหน้าแท่นรับรางวัล โดยเื้ัขึงธงผืนใหญ่ตราพระอาทิตย์สาดแสงสีแดง
ชัชแสนย์ในรูปต่าง ๆ ดูร่าเริงสดใสผิดไปจากที่เคยเห็น เพลงพนัสมองแล้วก็มีความสุขไปด้วย แม้ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุแห่งความสุขของเขาเลยก็ตาม
ส่วนแชมป์สาวเพื่อนรักก็ยังโทร. มาคุยเล่นบ่อย ๆ เ้าหล่อนบ่นว่าพอแข่งจบ ไม่ได้ซ้อมหนัก ๆ แล้วเหงา เพลงพนัสได้แต่เห็นใจ สังเกตเห็นเหมือนกันว่าตอนทอรุ้งแข่งชนะก็ร่าเริงดีอยู่ แต่หลังจากนั้นพักเดียวกลับดูเงียบ ๆ ชอบกล แต่เชื่อว่าไม่นานคงกลับมาสดใสสนุกสนานได้ดังบุคลิกเดิม
“นี่ แกทำไรอยู่น่ะลูกไม้ ทำไมเหมือนไม่ฟังฉันเลย” เสียงกระเง้ากระงอดดังลอดมาตามสาย
“ฟังอยู่ ๆ แต่ก็ดูเพจยูโดซันไปด้วย ดูรูปแล้วชื่นใจ ยินดีกับทุกคนด้วยมาก ๆ เลยนะ”
“แล้วแกไปแสดงความยินดีกับพี่แสนย์หรือยัง เขาได้เหรียญทองเชียวนะ”
เพลงพนัสเพียงยิ้ม แน่นอนว่าเธอยินดีกับเขาด้วยมาก ๆ แต่คงไม่มากพอที่จะมีความหมายกับใคร นิ้วเรียวกดไล่มาถึงรูปถ่ายเดี่ยวของชัชแสนย์พอดี ชายหนุ่มในชุดยูโดสีน้ำเงินยิ้มสดใส ชูเหรียญรางวัลแผ่นกลมสีทอง ดวงตาคมเข้มพราวระยับราวกับแสงตะวันสะท้อนผืนน้ำ
“ไม่ดีกว่าแก ฉันขอแค่ได้เห็นคุณแสนย์ยิ้มมีความสุขอยู่ไกล ๆ แบบนี้ก็พอ”
ฝ่ายคนฟังกระแอมกระไอ “โอย จะอ้วก”
“อะไรยะ แกนี่...” เพลงพนัสแหวใส่ แต่ก็ไม่วายหัวเราะ
“งั้นถามหน่อย ใช่ยิ้มมีความสุขแบบนี้หรือเปล่า”
พร้อมกันนั้นทอรุ้งก็ส่งรูปเข้ามาในแชต เพลงพนัสขมวดคิ้วสงสัย แต่พอกดเปิดภาพขยายใหญ่เต็มจอเท่านั้น หญิงสาวก็แทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งแล้วปิดหูกรี๊ด
ภาพที่ปรากฏต่อสายตา เป็ภาพถ่ายเซลฟี่คู่ทอรุ้งกับชัชแสนย์ในชุดยูโดสีน้ำเงินเหมือนกัน มือชูเหรียญทองเหมือนกันอีก สองหนุ่มสาวยิ้มกว้างคล้ายกำลังหัวเราะอยู่ ใบหน้าแจ่มใสของฝ่ายหญิงเอียงเข้าหา่ลำคอและใบหน้าขาวผ่องใสของชายหนุ่มจนแทบจะแนบัักัน
“นังรุ้ง!” เพลงพนัสร้องเสียงแหลม “นังงูพิษ นังเพื่อนทรยศ ฉันเผลอแป๊บเดียวแกคิดจะเคลมคุณแสนย์ซะแล้วเหรอ!”
ปลายสายกรีดเสียงหัวเราะร้ายราวแม่มด “อ๊ะ ๆ ดูให้ดีก่อนสิจ๊ะว่ารูปนี้ใครถ่าย เห็นแขนพี่แสนย์ที่ยื่นมาไหม เขาเป็คนมาขอเซลฟี่กับฉันเองย่ะ ฉันเปล่าทำอะไรสักหน่อย เขายังชมด้วยว่าฉันทั้งเก่ง ทั้งมีพร์ เป็สาวน้อยมหัศจรรย์ของโคชโอห์ม”
“เกลียด!” หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เฉดหัวเน่า ๆ ของแกออกไปจากซอกคอคุณแสนย์เดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“ทำไมยะ แกไม่ได้จีบเขาแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วจะเดือดร้อนทำไม ถอนตัวไปแล้วนี่ ดังนั้นฉันจะทำอะไรกับเขาก็ได้ สิทธิ์ของฉันย่ะ”
เพลงพนัสไม่ได้ตอบคำใด ไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนด้วยซ้ำ เพราะบังเอิญสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในรูปเสียก่อน...ข้างหลังหนุ่มสาวคู่นี้
ทอรุ้งคงเห็นเธอไม่ต่อปากต่อคำด้วย จึงเอ่ยเสียงอ่อย “ลูกไม้ แกโกรธเหรอ นี่...ฉันล้อเล่น ไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอกน่า”
“รุ้ง...รูปนี้ถ่ายกันที่ไหนน่ะ”
ตอนแรกเพลงพนัสเข้าใจว่ารูปนี้ถ่ายในงานสยามยูโดคัพ หลังพิธีมอบเหรียญรางวัล พอสังเกตอีกทีถึงเพิ่งเห็นว่าไม่ใช่
“ที่ยิม หมายถึงที่โรงเรียนยูโดซันนี่แหละ เพิ่งถ่ายเมื่อตะกี้สด ๆ ร้อน ๆ เลย มีอะไรเหรอ”
“แล้ว...ที่อยู่ข้างหลังแกกับคุณแสนย์ มันคือบอร์ดอะไรน่ะ”
“เป็ไวต์บอร์ดกว้างสักสองเมตรได้ ตีเป็ช่องปฏิทิน เอาไว้เขียนกำหนดการแข่งขันของทุกคนน่ะ จะได้เห็นภาพรวมทั้งเดือนว่าใครมีแข่ง มีซ้อมวันไหนกันบ้าง พอหมดเดือนมะกอกก็จะถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วลบออก เขียนของเดือนใหม่”
“แล้ว...แผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงขอบบอร์ดนั่นล่ะ”
เพลงพนัสซูมภาพในโทรศัพท์ ถึงแม้จะคุ้นเคยสิ่งที่ว่านั้นเหมือนทำมันขึ้นมาเองกับมือ แต่รูปก็ถ่ายติดมาแค่ครึ่งค่อนชิ้น จนไม่เชื่อได้อย่างเต็มหัวใจ
“อ๋อ...” ทอรุ้งเว้น่ไป คงกำลังหันไปมอง “เหมือนรูปถ่ายหรือโปสต์การ์ดอะไรสักอย่าง เป็รูปหมา หน้าตาตล้กตลก พี่แสนย์เอามาติดไว้ตั้งนานแล้ว ท่าทางจะชอบมาก บางครั้งก็เห็นยืนมองอยู่ตั้งนาน”
โปสต์การ์ดเ้าจีจี้จิกหางตานั่นน่ะหรือ เขาไม่เคยบอกสักคำว่าได้รับจนเธอคิดว่ามันคงหายสาบสูญไปแล้ว ไม่นึกเลยว่า ไม่เพียงจะส่งไปถึงมือเขาเท่านั้น เขายังเก็บไว้และแปะให้มองเห็นง่ายอยู่บนปฏิทินของยูโดซันด้วย
“นั่นสินะ คุณแสนย์คงจะชอบหมามาก”
“หรือไม่ คนที่ส่งโปสต์การ์ดนั่นมาก็คงเป็ใครที่มีความหมายกับเขามาก” ทอรุ้งเสริมเองแล้วก็ใเอง “เฮ้ย ไม่ได้การแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปดูให้นะว่าใครมันบังอาจส่งมา แป๊บหนึ่งนะแก”
“เดี๋ยวรุ้ง! แกไม่ต้องดูหรอก”
“ทำไมอีกล่ะ แกไม่อยากรู้เหรอว่ายายผู้หญิงหน้าไหนบังอาจมาเป็ศัตรูหัวใจของแกอีก หน็อย...มาทำเกินหน้าเกินตา สำคัญมากเหรอยะพี่แสนย์ถึงได้เอาโปสต์การ์ดมาขึ้นบอร์ดขนาดนี้ อย่าให้รู้นะว่าเป็ใคร อีรุ้งจะไปลุยให้หางจุกตูดเลย คอยดูสิ”
“รุ้ง แกใจเย็นก่อน” เพลงพนัสเอ่ยเสียงเครือ “แกลืมแล้วเหรอว่าฉันเคยส่งโปสต์การ์ดให้เขา”
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่งกว่าจะตอบมา “เฮ้ย อย่าบอกนะว่า...”
“ใช่ นั่นโปสต์การ์ดของฉันเอง”
ทอรุ้งร้องกรี๊ด อุทานลั่น ป่านนี้พวกเพื่อนนักเรียนคงมองกันใหญ่
“แก ลูกไม้...ความพยายามที่ผ่านมาของแกมันไม่สูญเปล่าเลย”
เพลงพนัสแตะปลายนิ้วซับน้ำตาบนขอบตา เงยหน้ามองท้องฟ้ากว้างซึ่งดูกระจ่างใสกว่าทุกวัน เมฆสีเทาก้อนใหญ่ทึบทึมน่าอึดอัดที่เห็นเมื่อวาน ยามนี้กลับดูอ่อนนุ่ม ละมุนราวปุยนุ่น
“ขอบคุณมากนะรุ้ง ถึงวันนี้ทุกอย่างจะว่างเปล่าเหมือนวันแรกที่ฉันรู้จักเขา แต่อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่า ถึงเขาจะไม่คุยกับฉัน ไม่อยากรู้จักฉัน แต่ฉันก็ไม่ถึงกับเป็คนแปลกหน้าขนาดนั้น สถานะของฉันเรียกว่าอะไรดีล่ะ อาจจะเป็คนรู้จักคนหนึ่ง หรือไม่ก็...เป็หมาปฏิทินที่จะข้ามผ่านวันเดือนปีไปพร้อมกับเขา แค่นั้นก็ยังดีนะ”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
ฮื้อออ อยากรู้จังเลยว่า ที่ว่าบางทีคุณแสนย์ก็ยืนดูโปสการ์ดนาน ๆ น่ะ เขาคิดอะไรอยู่นะ
แง่มม ใจชื้นแทนลูกไม้ขึ้นมาเลย