ตลาดซันฟลาวเวอร์อันมีพื้นที่บริเวณกว้าง เต็มไปด้วยเหล่าร้านค้าที่ขายต้นไม้และพรรณไม้หลากชนิดการได้อยู่ล้อมรอบสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทำให้เหม่งรู้สึกดีมากขึ้นเลยทีเดียวจะถือว่าเป็การออกมาเที่ยวพักผ่อนสายตาเลยก็ว่าได้ เพราะปกติแล้วชีวิตประจำวันมักจะมีแต่เื่เรียนงาน และคนไข้เท่านั้น
เขาเดินไปดูต้นไม้สวยๆที่อยู่ในกระถางใบเล็กซึ่งมีหลายชนิดเลือกไม่หวาดไม่หวั่นแต่ละร้านต่างนำเสนอต้นไม้ในร้านของตัวเองกันยกใหญ่ถ้าเขาห้ามใจไม่อยู่คงต้องซื้อแบกกลับห้องพักไปเต็มมืออย่างแน่นอน
แต่ที่ไม่ค่อยจะแฮปปี้สักเท่าไหร่ก็คงเป็การที่คนข้างๆมักจะดึงมือเขาให้ไปตามทางที่ตัวเอง้า
คนนั้นๆก็คือ จีจี้ นั่นเอง
“ว้าวต้นไม้ในกระถางนี้สวยจังเลย จีจี้ชอบมากเลยค่ะ” เธอพูดเสียงหวานเหมือนกับว่าอยากจะอ้อนเหม่งซื้อให้
วันนี้จีจี้แต่งตัวแบบจัดเต็มมากปกติเธอก็เป็คนที่ดูเซ้กซี่อยู่ในชุดเรียน แต่พอออกมาเที่ยวข้างนอกก็แปลงโฉมเป็สาวแซ่บมากกว่าเดิม ด้วยการสวมเสื้อครอปสีขาวแนบเนื้อ กางเกงเอวสูงแมทช์เข้ากันดีกับรองเท้าบูทสีน้ำตาลเข้มทำเอาหนุ่มๆที่เดินผ่านหลายคนถึงกับมองความสวยจนต้องเหลียวหลัง
“ชอบก็ซื้อสิ”เหม่งหมายความว่าอย่างนั้นจริง ก็ในเมื่อชอบแล้วทำไมไม่ซื้อเลยล่ะ
“ เหม่งก็...มันคงจะแพงมากเลย”เธอเว้นวรรคเสียงไปสักพักหนึ่งและตีหน้าเศร้าด้วย
มุขนี้อีกตามเคยเขาไม่ใช่พ่อบุญทุ่มนะที่จะต้องมาตามซื้อของให้จีจี้ทุกอย่างเื่เงินมันไม่ใช่ปัญหา ประเด็นมันอยู่ที่เธอมักจะชอบตีหน้าเศร้าราวกับว่ามันเป็หน้าที่ที่เขาควรจะเปย์ให้เธอ
“ถ้าชอบจริงๆก็ซื้อสิเดี๋ยวเราช่วยจ่าย” จ่ายไปซะจะได้จบๆเพราะเขาทนเห็นจีจี้ตีหน้าเศร้าไม่ได้
คำพูดของเหม่งจึงทำให้หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาเธอะโกอดเขาเต็มจนแน่น “ ขอบคุณมากน๊าาา เหม่งที่รัก “
“ไม่เป็ไรหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นคงต้องมีสิ่งตอบแทนให้แล้วล่ะเอาเป็...หอมแก้มสักฟอดหนึ่งดีไหม?” พูดจบหญิงสาวก็โน้มหน้าเข้ามาหอมแก้มเหม่งอย่างจังทำให้ชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว ที่มีหญิงสาว สวยและแซ่บเข้าถึงตัวเขาได้มากขนาดนี้
และร้านขายต้นไม้ใกล้ๆกันนั่นเองเหม่งคงไม่รู้ว่าเจียวก็ออกมาซื้อต้นไม้ด้วยเช่นกันเธออยากจะเพิ่มสีสันให้ภายในห้องพักของตัวเอง และดันมาเจอชายหนุ่มข้างห้องโดนมีสาวสวยเดินควงแขนกันมาตลอดทาง
“อู้หูวมีแฟนสวยไม่ใช่เล่นเชียวนะ ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นคงโชคร้ายน่าดูที่มีแฟนเป็ผู้ชายปากจัดน่ะ อิอิ” เจียวพูดด่าเหม่งด้วยเสียงเบาๆ วันนี้เธอมาช็อปปิ้งคนเดียว เพราะเพื่อนๆต้องเข้าเวรและบางส่วนก็ขอใช้วันหยุดให้เป็ประโยชน์ด้วยการหลับพักผ่อน
ทั้งเหม่งและเจียวเดินมาถึงหอพักพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายต่างฝ่ายต่างเห็นว่าถือกระถางต้นไม้เล็กๆเต็มมือ จึงอดไม่ได้ที่จะถาม
“ไปซื้อต้นไม้มาหรอ?”ทั้งคู่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน ถึงกับทำหน้าไม่ถูก
ในที่สุดเจียวก็ตัดสินใจพูดขึ้นมาก่อน “ใช่แล้วล่ะ”
“เหมือนกันอืม...ต้นไม้ก็สวยดีนี่” เหม่งตอบกลับและชะเง้อมองต้นไม้ในกระถางที่เจียวซื้อมาซึ่งมีสีสันสวยสดใส ช่างเหมาะกับผู้หญิงแบบเธอซะจริง
“ฉันไปตลาดซันฟลาวเวอร์มาแหล่ะ”
“-- ! “
“ก็เห็นนายนะแต่ไม่อยากเข้าไปทัก เดี๋ยวจะไปขัดจังหวะสวีทกับแฟน”
เหม่งตาโตขึ้นมาทันที “ เธอพูดบ้าอะไร จีจี้ไม่ใช่แฟนแต่เป็เพื่อนที่เรียนด้วยกันต่างหาก“ เขาอธิบายความจริงให้ฝ่ายตรงข้ามฟังเพราะไม่อยากถูกเข้าใจผิดไปกันใหญ่
“อ้าวอย่างนั้นเองหรอ ก็เห็นมีหอมแก้มกันด้วย “ เจียวยังพูดย้อนมาอีกก็เธอเห็นจริงๆนี่นา หอมแก้มกันกลางร้านดอกไม้ขนาดนั้นเป็ใครก็ต้องเข้าใจว่าเป็แฟนกัน
“เธอจะเข้าใจยังไงมันก็เื่ของเธอละกันฉันเบื่อที่จะอธิบาย เอาเป็ว่าฉันกับจีจี้เราเป็เพื่อนกัน จบมะ ! “
พูดจบเหม่งก็บิดลูกกลอนประตูห้องของตัวเองแล้วเดินเข้าไปทันที ปล่อยให้เจียวยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองคนเดียว
“พูดแค่นี้เองไม่เห็นจะต้องอารมณ์เสียเลยนี่นา”
เจียว ได้แต่งุน งงกับพฤติกรรมของเหม่ง ที่รีบพูดแก้ตัวให้เธอฟังทันทีทั้งๆที่ความจริงเขาจะทำเป็หูทวนลม ไม่จำเป็ต้องอธิบายให้เธอฟังก็ได้นี่นา
เธอจึงบิดกลอนประตูแล้วเข้าไปในห้องของตัวเองเมื่อจัดแจงกระถางต้นไม้แต่ละใบด้วยการไปวางไว้ที่ระเบียงและบนโต๊ะทำงาน/อ่านหนังสือเสร็จแล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรจะมีสิ่งของตอบแทนให้กับเหม่งบ้างเนื่องจากเขายอมให้เธอขี่หลังแล้วเดินไปส่งถึงห้องตรวจนั่นเองจนป่านนี้แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาอะไรให้เขาเลย
แม้ว่าจะอยู่ห้องข้างๆกันแต่การจะได้เจอกันมันก็ไม่บ่อยมากสักเท่าไหร่นักเจียวจึงอยากจะถือโอกาสนี้เลี้ยงข้าวเขาสักหน่อย
ก๊อกๆๆ
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับ
ก๊อกๆๆ
เจียวยืนอยู่หน้าห้องของเหม่ง และเคาะประตูห้องแล้วสองครั้งแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ออกมาซะที เขาไม่รู้ตัวขนาดนั้นเลยรึไงดังนั้นเธอจึงยืนรออยู่หน้าห้องเขา ถ้านานเกินไปก็จะไม่รอแล้ว
เวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งเหม่งจึงเปิดประตูออกมาเพื่อดูว่าใครที่มาเคาะประตูห้องเขา
“ยัยหน้าปลาหมึกนี่เอง”เขาพูดพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมตัวเองที่ยังเปียกหมาด
“ว้าย ! ตาบ้า“ เจียวอุทานด้วยความใและใช้มือปิดตาตัวเองเพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั่นก็คือ ชายหนุ่มที่มีส่วนสูงเกือบ180 เิเ รูปร่างอันแสนจะกำยำ โดยท่อนล่างถูกปกปิดไว้ด้วยการพันผ้าขนหูส่วนทอนบนที่เปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามที่เป็มัดแผงอกกว้างมีซิกแพ็คเป็ลอนคลื่นสวยงาม
ทำให้หญิงสาวถึงกับใจเต้นที่ได้เห็นหุ่นอันแสนจะน่ากอดน่ากินของเหม่ง
“มีอะไรเคาะประตูอยู่นั่นแหล่ะฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ”
เจียวยังคงปิดตาตัวเองอยู่ “ ฉันเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าควรจะตอบแทนนายที่เคยช่วยแบกฉันไปหาหมอที่ห้องตรวจก็เลยอยากจะชวนไปหาอะไรกินกันน่ะ”
เหม่งทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย “ โอ้โห ถึงว่าล่ะวันนี้ท้องฟ้ามันแปลกๆพิกล เพราะเธอจะชวนฉันไปเดตนั่นเอง”เขาเริ่มหลงตัวเองขึ้นมาทันที
“เอิ่มอย่าหลงตัวเองมากไปหน่อยเลย ฉันเองก็ไม่อยากจะชวนนายหรอกไม่อยากถูกมองเป็คนแล้งน้ำใจ ก็แค่ตอบแทนเล็กๆน้อยๆน่ะ ”
“เลิกปิดตาได้แล้วฉันไม่ได้โป๊สักหน่อย “ เหม่งพูดดึงดันให้เจียวหันมามองเขา
“อย่ามาหลอกกันเสียให้อยากเลยฉันเห็นอยู่นะว่านายยังคงสวมแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวรีบๆแต่งตัวได้แล้วเดี๋ยวจะดึกไปมากกว่านี้ งั้นฉันไปรอข้างล่างละกัน” พูดจบหญิงสาวก็เดินออกไปจากหน้าห้องของเหม่งอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มอมยิ้มด้วยความขบขันเธอเป็ผู้หญิงจอมป่วนที่ไม่เหมือนใครจริงๆ
หลังจากที่เหม่งแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็เดินลงมาชั้นล่างของหอพักตามที่เจียวบอกว่าจะนั่งรอ “ ฉันพร้อมแล้ว จะพาไปเลี้ยงข้าวที่ไหนล่ะ แม่สาวเ้าบุญทุ่ม”
เขาทำหน้ากวนประสาททำให้คนฟังหมั่นไส้ขึ้นมาในทันที
“ นี่อย่าเข้าใจผิดว่าฉันพิศวาสอะไรในตัวนายนะ ก็แค่เลี้ยงข้าวมื้อเดียวกินเสร็จก็กลับย่ะ “ เจียว รีบพูดปฏิเสธเป็พัลวัน “ มีร้านก๋วยเตี๋ยวเ้าเด็ด ที่ฉันชอบไปทานบ่อยๆขอบอกเลยนะ ว่าอร่อยมากกก !เดินไปไม่ไกลเท่าไหร่เดี๋ยวก็ถึง”
“โถ่นึกว่าจะชวนไปทานอาหารที่ร้านหรู นี่จะชวนมากินก๋วยเตี๋ยวเนี่ยนะ ! “
“อย่าเื่มากหน่อยเลยถึงจะเป็ร้านธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดานะ นายต้องชอบแน่นอน เชื่อฉันสิ” เธอขยิบตาให้เขาทีนึง แล้วเดินนำหน้าไป
“เฮ้ยรอกันด้วยสิ” เหม่ง รีบเดินตามทันที
โชคดีที่หอพักแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความปลอดภัย แม้ว่าจะดึกดื่นสักแค่ไหน ก็มีแสงไฟส่องสว่างไปทั่วทุกจุดตลอดทางเดินั้แ่ปากซอยยันท้ายซอย อีกทั้งไม่เคยเกิดเื่อันตรายมาก่อน จึงทำให้เจียวและเหม่งรวมถึงแต่ละคนที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ก็รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งแม้ว่าจะกลับถึงที่พักดึกดื่นก็ตาม
“อยากกินอะไรก็สั่งเลยก๋วยเตี๋ยวนี่ที่อร่อยทุกอย่าง” หญิงสาวเอ่ยชวนให้คนตรงหน้าเลือกเมนูตามที่้า
“ฉันไม่รู้แล้วเมนูไหนอร่อยบ้างล่ะ”
“งั้นสั่งตามฉันแล้วกัน”เจียวชะเง้อมองพนักงานร้านเพื่อที่จะสั่งอาหาร” พี่คะ ขอเส้นเล็กต้มยำแห้งนรกสองชามค่ะ”
“เมนูอะไรของเธอน่ะมีคำว่านรกด้วย ฟังแล้วพิลึกชอบกล”
“หึหึเดี๋ยวนายก็รู้เองล่ะ”
สักครู่ก๋วยเตี๋ยวสองชามที่สั่งไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟส่งกลิ่นหอมฉุนทำให้เจียวแทบจะน้ำลายสอ
“อื้อหือ….กลิ่นหอมมาก น่าทานมาก อ่ะ ! นี่ของนาย” เธอยื่นชามก๋วยเตี๋ยวเมนูเดียวกันให้เหม่ง
“ดูเหมือนว่าจะเป็ต้มยำนรกของจริงหน้าตาดูจัดจ้านมาก” เหม่งมองด้วยความสนใจแม้จะแอบลังเลอยู่พักหนึ่งเพราะรสชาติคงจะเผ็ดมากซึ่งเขาเป็คนที่ไม่ค่อยชอบกินอาหารรสเผ็ดสักเท่าไหร่แต่เมื่อเห็นเจียวทานก๋วยเตี๋ยวก่อนแล้วโดยไม่รีรอ เขาจึงตัดสินใจลองทานดูสักครั้ง
เมื่อทานเข้าไปคำหนึ่งชายหนุ่มถึงกับตาโต สีหน้าเบิกบานอย่างเห็นได้ชัด
“เป็ไง?อร่อยล่ะสิ “ หญิงสาวยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นว่าเหม่งดูมีความสุขกับการกิน
“อร่อยมากเลยนี่ฉันแทบไม่ต้องปรุง...ว่าแต่มันเผ็ดจริงๆเลยให้ตายสิ” หน้าของเขาเริ่มแดงขึ้นมาทีละนิดและเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า
เจียวมองหน้าเหม่งด้วยความอึ้งเขากินไปแค่คำเดียวแต่ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้
“นี่นายกินเผ็ดไม่ได้หรอ?”
“ก็กินได้แต่ไม่ต้องเผ็ดมาก”
“ทำไมไม่บอกฉันล่ะจะได้ไม่ต้องสั่งเมนูเผ็ดๆให้”
“บอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้ว่ามันจะเผ็ดขนาดนี้ แต่อร่อยนะ” เขาพูดจาดีตบท้ายทำให้เจียวถึงกับพูดไม่ออก
“งั้นค่อยๆกินละกันถ้าไม่ไหวก็สั่งเมนูอื่นได้ “
“ไม่ต้องห่วงฉันจะกินจนให้เธอล้มละลายเลยล่ะ เพราะหิวมากและวันนี้ก็เพิ่งทานข้าวแค่มื้อเดียวเองแหม่...เธอนี่ชวนถูกเวลาจริงๆ” เขายิ้มเยาะ
“จ้าาาให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ ฉันจะคอยดูละกันนะ “
เหมือนกับแร้งลงเพราะทั้งเหม่งและเจียวกินเก่งมาก ก๋วยเตี๋ยวแต่ละชามถูกเสริ์ฟมาแบบไม่หยุดยั้งทำให้พนักงานในร้านถึงกับมองด้วยความอึ้ง ที่สองคนนี้กินจุกันอย่างกับช้าง