'มหาเทวาลัย' เทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวชมพูทวีป โดยเชื่อกันว่าเป็ที่สถิตของพระผู้สร้างและเทวาทั้งปวง เทือกเขาอยู่ตอนเหนือสุดทอดยาวั้แ่ตะวันออกถึงตะวันตกกินพื้นที่หนึ่งในสี่ของทวีป ภูมิประเทศสลับซับซ้อนประกอบด้วยยอดเขาสูงนับพัน ทั้งยังเป็ป่าาอาศัยอยู่ด้วยสัตว์อสูรนานาชนิด
สัตว์อสูรเป็สัตว์ในตำนานสืบดำรงเผ่าพันธุ์มาแต่ยุคา พวกมันมีนิสัยดุร้ายและหวงถิ่นที่อยู่อาศัย ยิ่งป่าาลึกเท่าใดสัตว์อสูรยิ่งทรงพลังและยิ่งดุร้ายเท่านั้น
ทางทิศเหนือของแคว้นมัธยะปุราคือยอดเขามหากัสสปะเป็ส่วนหนึ่งของเทือกเขามหาเทวาลัย ยอดเขามหากัสสปะสูงนับโยชน์ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดปี เป็ต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสายของภูมิภาคและยังมีทะเลสาบนับสิบแห่งอยู่รายรอบ
พื้นที่รอบเขามหากัสสปะเป็ผืนป่าามีขนาดหลายพันโยชน์ชุกชุมด้วยสัตว์อสูร ชาวมัธยะปุราถือเป็ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้คนปกติจะไม่กล้าย่างกรายเข้ามา
เมฆาและเดโชในพลังปราณทรงกลมสีทองลอยล่องลงชายป่าา มันกระเด้งกระดอนชนกับต้นสน ปราณทรงกลมหมดความอดทนจนแตกสลายออก
.. โครมมมมม !!! .. กลุ๊กกก กลั๊กกก กลุ๊กกก กลั๊กกก
คนร่วงหล่นกระแทกพื้นกลิ้งหลายตลบไปหยุดที่โคนต้นสน ทั้งคู่นอนแผ่หลาเท้าชี้ฟ้า ต่างหมดแรงพลัง ทั้งยังาเ็บอบช้ำจากการต่อสู้
ผืนป่าามืดทะมึน ต้นสนโบราณสูงชะลูดนับหมื่นต้น แต่ละต้นหยาบใหญ่ราวสิบคนโอบ หากแม้นเป็ยามเที่ยงแสงตะวันยังมิอาจส่องลอดถึงพื้นดิน แลยามค่ำคืนเช่นนี้ยังมองไม่เห็นนิ้วมือทั้งห้า เสียงกู่คำรามของสัตว์อสูรดังแว่วมาแต่ไกล
"ไม่ถูกต้อง !!! ตาแก่เคราขาวนั้นไฉนทรงพลังเยี่ยงนี้ มันคืุ์คนหนึ่งจริงๆ หรือ" เมฆานอนโอดครวญ
"ไม่ถูกต้อง !!! ไฉนถึงสลัดหลุดมันไม่ได้ มารดามันเป็สุนัขดมกลิ่นหรืออย่างไร" เดโชก่นด่า มันถูกราชครูมหาเวทตามติดมาสามเดือนแล้ว
เมฆาคิดอันใดขึ้นได้ คนพลันลุกพรวดขึ้นนั่ง
"ปัญหาอาจอยู่กับสิ่งที่มันทวงถาม .. ท่านอา .. ขอดูผลึกนั้นอีกทีเถิด"
เดโชค่อยๆ ยันกายขึ้นนั่ง
"เ้าหมายความว่ามันตามผลึกนพรัตน์มารึ ..”
"เป็ไปได้อย่างไร ! นั่นคือพลังธาตุบริสุทธิ์จากเทวาา มันจะมาเล่นลวดลายใดได้"
"เอ ..... หรือมันมีของวิเศษที่ใช้ติดตามผลึกนี่ ถ้าเป็เช่นนั้นคงต้องหนีมันจนตายแล้ว"
แล้วจึงล้วงกล่องออกมา มันเปิดออกดูภายในชุดคลุมของตนป้องกันแสงสว่างเล็ดลอด เมฆามองดูจากภายนอกดังจุดตะเกียงภายในกระโจมหลังหนึ่ง
เดโชพลันโพล่งออกมา
"ปัญหามิใช่อยู่ผลึกแก้ว แต่อยู่ที่กล่องใบนี้"
"มนต์ผูกิญญา!!!"
เมฆา "มนต์ผูกิญญา???"
เดโชตรวจสอบพบว่าตัวกล่องลงมนต์อาคมเบาบางปกปิดซ่อนไว้ 'มนต์ผูกิญญา' ถูกร่ายสะกดลงได้ทั้งในตัวคนและสิ่งของ มนต์นี้ต้องใช้เศษเสี้ยวของิญญาดวงเดียวกันผนึกแยกลงในของสองสิ่ง เศษเสี้ยวดวงิญญาเ่าั้จะร้องเรียกหากันและกัน ใช้เป็เบาะแสติดตามกันได้
"แก้ไขได้หรือไม่?" เมฆารีบถาม
"มนต์ผูกิญญาบรรจุไว้ั้แ่ยุคสมัยใด ข้าไม่มมม ..." เดโชกล่าวไม่ทันจบ คนกลับนิ่งเงียบหันมองตามแนวป่ารอบๆ ตัว
"!!!" เมฆาเงยหน้าหันมองตาม
ในความมืดมิดความสว่างเพียงจุดเดียวกลับเป็ที่สนใจทั้งป่า รอบข้างกลับปรากฏแสงดวงตาดุร้ายสีแดงดั่งไฟโลหิตนับร้อยคู่รายล้อมมันทั้งสองไว้
กรรรรรรรรร ...
เมฆา !!! เดโช !!!
ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งพลันลอยเข้ามาใกล้ ด้วยพลังปราณยุทธ์ของทั้งคู่มองฝ่าความมืด เห็นเป็สุนัขป่าตัวใหญ่สูงสามศอกขนสีน้ำตาลแดงเข้ม ั้แ่หัวมีแผงขนสีแดงดำยาวพาดผ่านกลางหลังยาวไปถึงหาง แยกเขี้ยวขาวยาวเห็นเหงือกสีแดงสดน้ำลายยืดไหล มีเปลวอัคคีพวยพุ่งออกมาจากปากและจมูกตามจังหวะการหายใจ มันเดินย่องเข้ามาตั้งท่าพร้อมขย้ำใส่ได้ทุกเมื่อ
สุนัขป่าอัคคีหลังแดง !!!
สุนัขป่าอัคคี สัตว์อสูรที่พบได้ทั่วไปในป่าา ภายในกายไหลวนด้วยพิษอัคคีธาตุ ดวงจิตกล้าแข็ง ร่างกายแกร่งดังหินผา มีเขี้ยวโค้งยาวและกรงเล็บแหลมคม สีขนแตกต่างกันไปตามเผ่าพันธุ์และแหล่งที่อยู่ มีนิสัยดุร้ายหวงอาณาเขตมักอยู่รวมกันและออกล่าเป็ฝูงใหญ่ ตัวเต็มวัยสามารถสูงได้ถึงสามศอก
สุนัขป่าอัคคีหลังแดงหลายสิบตัวล้อมวงค่อยๆ เดินย่องเข้ามา ด้วยลมหายใจที่เป็อัคคีพิษของมันทำอากาศรอบตัวระอุอุ่นขึ้นมาทันที ทุกตัวตั้งท่าพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ ส่งเสียงคำรามดังบาดแก้วหูชวนขนหัวลุกยิ่งนัก
กรรรรรรร... กรรรรรรร... กรรรรรรร...
ทันใดนั้นตัวที่ใกล้สุดห่างเดโชราวสิบก้าวพลันกระโจนพรวดเข้าใส่ ตัวอื่นก็กระโจนพรวดตามเข้ามา
.. ตุ๊บบบบ ! .. ตุ๊บบบบ !
สุนัขป่าอัคคีกระโจนลงงับเต็มเขี้ยว แต่กลับพบเจอแต่พื้นดินว่างเปล่า
.. โครมมมมม !!!
ตัวที่กระโจนเข้ามาตามหลังกระแทกชนตัวก่อนหน้าอย่างจัง ฝูงสุนัขป่าชนกันชุลมุนวุ่นวาย
.. เอ็งงงงง ... กรรรรรรร ... กรรรรรรร ...
.. ทั้งคู่ไวปานลิงลมะโขึ้นยอดสนไปแล้ว สุนัขป่าอัคคีพากันหงุดหงิดเพิ่มความดุร้ายเป็ทวีคูณ เข้าล้อมรอบต้นสนขบตะกุยเปลือกไม้กระจุยกระจาย
เมฆา เดโช ต่างปาดเหงื่อ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองไปด้านล่างเห็นฝูงสุนัขป่านับร้อยตัวรอขย่ำพวกมันอยู่
"เกือบเป็อาหารสุนัขป่าเสียแล้ว .."
เมฆามองไปทางทิศใต้พลางชี้มือบอก
ห่างไปราวยี่สิบเส้นในทิศทางเทวสถานร้าง มีกลุ่มบุคคละโมาตามยอดสน
พวกมันตามมาแล้ว !!! .. นำหน้าด้วยราชครูมหาเวทเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดทำมิติรอบกายแทบฉีกขาด ทิ้งห่างด้วยเหล่าภูตทมิฬนับร้อยตน
ทั้งคู่เพิ่งหลบหนีออกมาได้อย่างเฉียดฉิว พลังฝีมือยังไม่ทันฟื้นฟู ซ้ำยังาเ็บอบช้ำ มิอาจปะทะคู่มือเช่นนี้ได้อีกแล้ว
เดโชเกิดไหวพริบขึ้นมาแวบหนึ่ง
เดโชรีบกล่าว "รอข้าอยู่นี่ ..."
“...” เมฆาจ้องมองอย่างงุนงง .. เห็นเดโชล้วงกล่องผลึกนพรัตน์ออกมา แล้วกระโจนลงหาฝูงสุนัขไป
เดโชและเมฆาเคลื่อนไหวมุ่งขึ้นสู่เขามหากัสสปะหลีกเลี่ยงเหล่าสัตว์อสูรด้วยความระมัดระวัง ราวสองร้อยเส้นก็ผ่านแนวป่าสนโบราณออกมาเป็พื้นทีู่เาหินลาดชัน
มันหันมองกลับไปในทิศป่าสนทางที่จากมา
"มารดามัน ป่านนี้ท่านราชครูคงวิ่งตามสุนัขกันสนุกสนานแล้ว ... ฮ่า ฮ่า ฮี ฮี" เดโชกล่าวอย่างรื่นเริง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... โอ่ยยยยย" เมฆากลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ หัวเราะจนเจ็บอวัยวะภายใน ต้องเดินลมปราณเพื่อบรรเทาความเ็ป
มันสลัดหลุดราชครูมหาเวทมาได้พักใหญ่แล้ว เมื่อครู่เดโชะโอ้อมไปหลังฝูงสุนัขป่าอัคคี มันเลือกตัววัยกระทงจิตอ่อนแอมาตัวหนึ่ง นำกล่องเ้าปัญหายัดเข้าปากลงกระเพาะมัน แล้วใช้มนต์สะกดให้มันวิ่งเตลิดไปทางทิศตะวันออก
ราชครูมหาเวทนำกำลังติดตามไปในทิศทางของสุนัขป่าอัคคีนั้น หากรู้ตัวว่าตนถูกหลอกให้วิ่งตามสุนัข คงต้องอับอายหลบหนีกลับไปฟ้องมารดาที่กรุงการีย์แล้ว
ทั้งสองเร่งเดินทางต่อไม่กล้าหยุดพักแม้แต่น้อย เงาร่างยังคงโลดแล่นต่อเนื่องไต่ความสูงจนถึงระดับร้อยเส้นเหนือพื้นราบไปหยุดยั้งอยู่ริมผา
เดินผ่านดงไม้สูงระดับศีรษะ ภูมิประเทศที่เห็นเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ภาพเบื่องหน้าคือลุ่มทะเลสาบขนาดใหญ่สัณฐานทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางราวยี่สิบเส้น มีแผ่นดินทรงกลมยื่นล้ำไปด้านในมองดูคล้ายเสี้ยวพระจันทร์ ลมบนยอดเขากระโชกรุนแรงทำน้ำในทะเลสาบเป็ระลอกไหวสะท้อนแสงจันทร์ระยิบ
.. ทะเลสาบจันทราเทวา !!!
ทะเลสาบรองรับสายน้ำที่ละลายจากหิมะบนยอดเขามหากัสสปะสะสมเป็แอ่งน้ำในพื้นที่ลุ่มอยู่กลางขุนเขา น้ำในทะเลสาบเย็นสะอาดใสบริสุทธิ์นัก
ป่ารอบทะเลสาบประกอบด้วยไม้พุ่มเป็ส่วนใหญ่ ฝูงกวางเผือกสีขาวยวงนับร้อยตัวนอนพักผ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ ดวงตาสีเขียวดังมรกต ขนตามลำตัวยามต้องแสงจันทร์เป็ประกายละอองแสงสีเงินยวง ที่เด่นชัดคือเขาและกีบกลับเป็ทองคำส่องประกายบริสุทธิ์
นั่นคือ .. 'กวางมารีส'
กวางมารีสเป็สัตว์อสูรชนิดหนึ่ง ว่ากันว่าเป็สัตว์เลี้ยงของเทพผู้สร้าง กวางมารีสตัวผู้จ่าฝูงลำตัวยาวสี่ศอกเขายาวสูงเด่นเป็กิ่งก้านทองคำอร่าม มันโก่งคอยืดตัวส่ายจมูกฟืดฟาดกลางอากาศเหมือนรับรู้การมาของทั้งสอง
เมฆาและเดโชยังขยาดกับสัตว์อสูรในป่าามิหาย มิมีใครรับประกันได้ว่ากวางน้อยที่ดูสวยงามเหล่านี้จะไม่ลุกตื่นขึ้นมากระทืบผู้คนอีก
ทั้งคู่ผ่อนจิตสงบนิ่งรอจนเ้ากวางมารีสตัวจ่าฝูงรูดตัวลงนอนเช่นเดิม จึงเคลื่อนกายลงจากเนินขอบผาอ้อมฝูงกวางไปอย่างเงียบงัน
เพียงอึดใจก็เรียบชายทะเลสาบจนมาถึงส่วนที่เป็แผ่นดินทรงกลม
เดโชเคลื่อนกายมาหยุดกลางลานหินสีดำทรงกลมนั้น เมฆายังคงตามติดมาพร้อมสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
พื้นเป็หินสีดำเรียบลื่นยื่นไปในตัวทะเลสาบเป็ส่วนที่อยู่ติดด้านในตัวขุนเขา ขุนเขาเป็หน้าผาสูงชัน มีสายน้ำเย็นฉ่ำร่วงมาเป็สายเบาบาง
เดโชนำ 'ผลึกนพรัตน์' ออกมา แสงจากผลึกสว่างเจิดจ้ากว่าทุกครา คราวนี้มีประกายรุ้งฉายออกมาด้วย
"ได้เวลาแล้ว" เดโชทำหน้าฉงน "เอ๊ะ !!! มันไม่เคยส่องประกายเช่นนี้มาก่อน"
ตามบันทึกบอกไว้ว่าเป็อิทธิพลจากแสงจันทร์ในคืน 'เทวีดำเนิน' ซึ่งเป็คืนเดือนเพ็ญที่พระจันทร์ดวงโตและแสงจันทร์สว่างมากที่สุดในสี่ร้อยสามสิบสองรอบเดือนเพ็ญ .. ก็คือคืนนี้เอง
นั้นหมายความว่า ผลึกแก้วจะมีประกายแสงสีรุ้งเช่นนี้เพียงในคืนนี้ และจะปรากฏอีกครั้งในอีกสามสิบหกปีข้างหน้า
มันมองลอดผลึกแก้วเห็นจุดสีเงินบนพื้นหิน แล้ววางผลึกแก้วลงตรงจุดนั้นซึ่งเป็จุดกึ่งกลางของลานหินพอดี ผลึกแก้วลอยตั้งอยู่เหนือพื้น มันทั้งสองถอยหลังออกมาสองก้าว
ผลึกแก้วรับพลังจากแสงจันทร์เริ่มหมุนวนช้าๆ ส่องประกายมนต์อักขระโบราณสีเงิน เป็วงกลมรัศมีสองคืบลงบนพื้นหิน และเริ่มหมุนเร็วขึ้น อักขระมนต์ส่องแสงสว่างเจิดจ้า
อักขระมนต์ดุจเดียวกันแต่มีขนาดรัศมีสองศอกปรากฏขึ้นบนผนังผา ตรงกลางเป็อุโมงค์มิติเปิดขึ้นสายหนึ่ง
"ติดตามข้า อย่าให้คลาดกัน ..." เดโชกล่าวกับเมฆา พร้อมฉวยผลึกแก้วกลับคืนคนทะยานเข้าอุโมงค์มิติ เมฆามิรอช้าทะยานร่างติดตามไปในทันใด
ภายในอุโมงค์มิติสีเงินสว่างไสว ลวดลายอักขระโบราณหมุนวนเข้าสู่ภายในอยู่ถ้วนทั่วทั้งอุโมงค์ ทั้งสองลอยหมุนผ่านมิติราวสิบลมหายใจกลับถูกส่งมาอีกโลกหนึ่ง
.. ทั้งคู่ตากระจ่างวาบ !
.. โลกที่มันพบเห็นคือทะเลสาบกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด น้ำใสนิ่งราวกระจก แสงแดดอ่อนอุ่นลอดผ่านหมอกบางส่องเป็สายรำไร ปรากฏสะพานหินขาวโค้งยาวทอดไปวิหารใหญ่ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ
มันยืนอยู่บนพื้นหิน เื้ัเป็ผาหินสูงชันมีอักขระมนต์หมุนวนอยู่ ผืนหินทอดยาวเป็แนวตลิ่ง คลื่นเบาบางสาดคลอเคล้า ชายหาดเป็หินก่อนเล็กๆ มีลักษณะดำมน
แนวตลิ่งมีพันธุ์ไม้แปลกตา ลักษณะคล้ายต้นบ๊วย ลำต้นบ้างตั้งตรงบ้างเอนเอียง กิ่งแตกแขนงยื่นออกมารับกับลำต้นได้สัดส่วน ช่อใบเป็ทรงพุ่มแบน มีรากแข็งแรงแตกรอบต้นทุกทิศทาง แลดูงดงามร่มรื่นยิ่ง
สะพานหินขาวโค้งยาวเชื่อมต่อ บนเกาะมีสวนป่าย่อมๆ และประดิษฐานด้วยวิหารใหญ่โอฬาร
วิหารหินสูงใหญ่ทรงเหลี่ยมลู่มองคล้ายป้อมปราการตั้งตระหง่านอยู่บนเนินสูงกลางเกาะ ตัววิหารลดหลั่นสามชั้นมีบันไดหินขาวเชื่อมตรงจากพื้นชั้นล่างสู่วิหารหลัก ในส่วนชั้นแรกเป็หินอ่อนสีขาว วิหารส่วนกลางยาวนับร้อยวา สูงแปดสิบวา เชื่อมต่อปีกซ้ายขวายาวด้านละร้อยกว่าวา ผนังหินสามส่วนบนจัดเรียงเล่นระดับลึกตื้นเป็ร่องริ้วแนวตั้งลดความทื่อด้านมีมิติดูงดงาม
ชั้นสองเป็หินอ่อนสีขาวเช่นเดียวกันยกสูงจากส่วนกลางยี่สิบวารองรับวิหารประธาน ชั้นบนสุดคือตัววิหารประธานหินสีแดงอิฐตั้งสูงราวห้าสิบวา ตัววิหารขอบหลังคาตกแต่งด้วยเส้นสายสีทอง หลังคาทรงจั่วเล็กสีดำประดับตัวปลาทองคำที่มุมยอดทั้งสองและมุมขอบทั้งสี่ ยามต้องสายแสงจากเบื้องบนขับเน้นประกายระยิบระยับยิ่งนัก
*o* ทั้งสองยืนอึ้ง ั้แ่กำเนิดมาจากท้องมารดายังไม่เคยเห็นสถานที่ใดงดงามโอฬารและให้บรรยากาศสงบเช่นนี้มาก่อนเลย
เมื่อเรียกสติกลับคืนมาก็ชวนกันเดินขึ้นสะพานหิน สะพานกว้างเพียงพอให้ม้าสี่ตัวควบผ่านได้พร้อมกัน ทอดยาวยี่สิบเส้นจึงถึงตัวเกาะกลางน้ำ
ยิ่งเข้าใกล้วิหารเทวา พวกมันรับรู้ถึงขุมพลังอันบริสุทธิ์ไพศาล
บันไดหินขาวทอดตรงขึ้นสู้วิหารประธานชั้นบนสุด เป็บันไดนับพันขั้นแต่ละขั้นสูงนับศอกและชันยิ่งนัก เดโชและเมฆาใช้เวลานับชั่วโมงจึงไต่ขึ้นมาถึง แต่ละคนกลับนั่งหอบลิ้นห้อยดังสุนัขสองตัว
ก่อนเข้าสู่ตัววิหารสีแดงอิฐเป็ลานหินสีขาวพื้นที่โล่งกว้างขวาง อากาศ้าช่างสดชื่นยิ่งนัก มองกลับไปยังตลิ่งสุดสะพานขาวที่มันเข้ามาเห็นเป็เพียงเกาะเกาะหนึ่ง ตั้งด้วยเขาหินมีผาสูงชัน ยันต์มิติวงกลมสีเงินได้อันตรธานหายไปั้แ่เมื่อใดไม่ทราบได้
มองไปโดยรอบ ที่อื่นๆ เป็ผืนน้ำสุดลูกหูลูกตา
ทางเข้าวิหารประธานเป็ประตูสูงนับยี่สิบศอก บนประตูประดับด้วยป้ายบรรจุตัวอักษรสีแดงทองสูงนับสองศอก
เมฆา "ตัวอักษรอันใดกัน ข้ามิสามารถอ่านได้"
เดโช "เป็อักษรมีมาแต่ยุคเทวาา .. นู้นนนนน"
เมฆา "ท่านอ่านออกหรือ? "
เดโช "เป็แน่แท้หลานข้า .. นั่นอ่านว่า .. จารึกแห่งเทวา .. ฮ้า ฮ้า ฮ้า ..."
หางเสียงยังมิทันจางหายกลับมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเคลื่อนมาที่หน้าประตู .. เมฆาและเดโชเหม่อมองจนดวงตาทั้งสองคู่แทบจะหลุดออกมาจากเป้า ..