คุณหมอฮอตเนิร์ดของนายมาเฟีย

    ตอนที่4. ไม่อยากนึกถึง

            “ลูกหมิวเห็นข่าวนี้หรือยัง เกิดเ๹ื่๪๫ที่โรงพยาบาลของลูกเหรอ”

               “มีออกข่าวด้วยเหรอคะ” 

                ธีรยาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารทุกเดือนเธอจะหาวันว่างกลับมาเยี่ยม ‘คุณแม่เพ็ญนภา’ ที่บ้านเด็กกำพร้าตะวันฉายคุณเพ็ญนภาทำตาดุใส่แล้วดึงมือให้มานั่งลงข้างๆกันพร้อมทั้งยื่นโทรศัพท์มือถือให้ดู หญิงสาวนั่งลงแล้วมองคลิปต้นเ๹ื่๪๫

                “ใครแอบถ่ายคลิปกันเนี้ยเขาห้ามถ่ายคลิปวีดีโอในโรงพยาบาลกันนะ”

                “อย่ามาเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ถ้าแม่ไม่เห็นข่าวนี้ก็คงไม่รู้ว่าที่โรงพยาบาลมีเ๹ื่๪๫สินะ”

                “ก็เ๱ื่๵๹นิดเดียวเองค่ะคุณแม่อย่าไปใส่ใจเลย อีกอย่างไม่เกี่ยวกับหมิวด้วย”

                เธอไม่อยากปิดบังแต่ก็ไม่อยากให้แม่เพ็ญนภาไม่สบายใจที่บ้านเด็กกำพร้าตะวันฉายมีเ๹ื่๪๫ให้ปวดหัวมากพอแล้วเธอไม่อยากทำตัวเป็๞ภาระให้คุณแม่ต้องเป็๞ห่วง 

                “อย่าทำเหมือนตัวเองไม่มีใครมีอะไรก็ต้องบอกแม่บ้าง” คุณเพ็ญนภาถอนหายใจเบาๆพลางปรายตามองไปยังกรอบรูปที่ตั้งเรียงรายบนตู้เอกสาร

                “วันหยุดก็หัดไปเที่ยวเล่นบ้างไม่ต้องกลับมาช่วยงานที่นี่ก็ได้”

                หญิงสาวชะงักมือไปเล็กน้อยเธอแสร้งเป็๲ดันแว่นตาชิดใบหน้าแล้วยิ้มอ่อนก็เพราะเอาวันหยุดไปเข้ารวมสัมมนาเลยได้อกหักถาวร และยัง...

                เธอทำเ๹ื่๪๫แบบนั้นได้ยังไงนะเพราะเมาเหรอ? เธอถามตัวเองเป็๞ร้อยเป็๞พันครั้งจะเรียกว่าเมาก็พูดได้ไม่เต็มปาก เธอยังมีสติพอตัดสินใจในการกระทำของตัวเองแต่เธอก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าถูกผู้ชายคนนั้นจับพลิกคว่ำพลิกหงายไปกี่รอบและถึงจุดสุดยอดไปกี่ครั้งร้องครางจนเสียงแหบไปเลย แต่เธอกลับจำไม่ได้แน่ชัดว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรเหมือนเขาจะบอกเธออยู่นะ ส่วนเธอก็มั่นใจว่าไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดไว้ให้เขาเธอเพลียจนผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่รู้สึกตัวตื่นตอนที่พี่ก้องภพโทรหาเธอจึงรู้ว่าไม่ได้นอนที่ห้องตัวเอง หลังจากตั้งสติได้ก็รีบพาร่างเปลือยเปล่าสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและหิ้วรองเท้ากับกระเป๋าสะพายออกมาจากห้องนั้น หลังจากกลับมาที่ห้องตัวเองก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับแต่นึกขึ้นได้ เธอไม่มั่นใจว่า...เขาใช้ถุงยางอนามัยหรือเปล่าทำให้เธอต้องตาลีตาเหลือกไปซื้อยาคุมฉุกเฉินป้องกันไว้ก่อน

                นัวเนียกันขนาดนั้นเธอกลับจำหน้าเขาไม่ได้ จะเรียกว่าจำไม่ได้ก็ไม่ใช่ เหมือนมันเลือนรางเสียมากกว่า

                “ลูกหมิว?”

                “คะ!”ธีรยาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ “แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ หมิวทำบัญชีให้เสร็จพอดีนี่หมิวว่าจะไปเช่าชุดใส่ไปงานแต่งพี่หมอก้องนะคะ”

                “หมอก้องจะแต่งงานแล้วเหรอ”คุณแม่เพ็ญนภาถามรู้จักคุ้นเคยเพราะเด็กๆที่นี่เวลามีเ๹ื่๪๫ด่วนไปโรงพยาบาลก็ได้เจอหมอก้องภพอยู่บ่อยๆแต่นางก็ดูไม่แปลกใจกับเ๹ื่๪๫ที่ได้ยินนัก

                “แล้วหมิวละลูก”

                “เ๹ื่๪๫อะไรคะ”เธอถามอย่างงงๆ

                “ไม่มีคนที่อยากแต่งงานด้วยเหรอ”

                “หมิวยังทำงานใช้ทุนอยู่เลยยังไม่อยากคิดเ๹ื่๪๫พวกนี้หรอกค่ะ”

                “ถ้าหมิวไม่มีใครไม่ลองพิจารณาลูกชายของเพื่อนแม่ดูล่ะ”

                “ลูกชายเพื่อนแม่?คนไหนคะ?”  ธีรยาทำหน้างง ตอนเรียนเธอก็ทุ่มเทกับการเรียนไม่ได้สนใจเ๹ื่๪๫อื่นอีกอย่างเพื่อหาเงินทุนมาเป็๞ค่าใช้จ่ายในบ้านเด็กกำพร้าทำให้คุณเพ็ญนภารู้จักคนมากมายหลายระดับ 

               “ก็คนที่เป็๲ลูกครึ่งจีน-ไทยไงล่ะชื่ออะไรนะ โจ โจ อะไรสักอย่าง”

               ธีรยายิ้มแหยส่ายหน้าไปมา “ไม่คุ้นเลยค่ะแม่ แม่ก็อย่าไปเชื่ออะไรมากนะคะพวกต้มตุ๋นหลอกลวงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรืออาจจะเป็๞จีนเทามาหลอกตีสนิทกับเราก็ได้”

               “ไม่หรอก”คุณเพ็ญนภาส่ายหน้าไปมา “อีกอย่างแม่เขาก็เป็๲เพื่อนแม่ด้วยหมิวจำคุณกานดาได้ไหมล่ะ แม่เคยพาไปกินข้าวด้วยกันนะคุณกานดาเป็๲อีกคนที่ให้ทุนการศึกษาของหมิวด้วยนะ ตอนนี้กานดากลับมาเมืองไทยแล้ว”

            “เพื่อนแม่มีตั้งหลายคนหมิวจำไม่ได้ทุกคนหรอกค่ะ” 

             “ถ้าจำไม่ได้งั้นวันนี้ไปข้างนอกกับแม่เดี๋ยวเจอหน้าก็จำได้เอง”

               “อ้าว!แม่จะออกไปไหนเหรอคะ”

               “พอดีเพื่อนแม่โทรมาชวนไปกินข้าวเย็นลูกก็ว่างนี้ ออกไปเป็๲เพื่อนแม่สักชั่วโมงแล้วกัน”

               “แต่แม่คะ...แม่จะไปไหนไม่บอกล่วงหน้าแบบนี้ไม่ได้นะ”

               “ให้แม่ไปคนเดียวหมิวไม่เป็๲ห่วงแม่หรือไง”

              แม่เพ็ญนภาทำท่างอนและเวลางอนจะง้อยากเสียด้วย ธีรยาถอนหายใจแล้วตัดสินใจยอมออกไปพบเพื่อนของคุณแม่ด้วยกัน เธอจัดเก็บเอกสารต่างๆให้เรียบร้อยซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก เช่นเดียวกับคุณเพ็ญนภาที่เหมือนเตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วจะให้ไปคนเดียวเธอก็เป็๞ห่วง แค่นั่งเล่นสักชั่วโมงค่อยกลับก็แล้วกัน

               ธีรยาอาสาขับรถให้บ้านเด็กกำพร้ามีรถเก๋งมือสองอายุสิบปีไว้ใช้งานอยู่หนึ่งคันเธอขับรถไปตามเส้นทางที่แม่เพ็ญนภาบอกแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้นี่มันหมู่บ้านคนรวยนี่ ราคาแต่ล่ะขั้นต่ำหลังล่ะห้าสิบล้านเลยทีเดียว

               “แม่แน่ใจนะคะว่าหมู่บ้านนี้”

               “แน่ใจสินี่ไง เพื่อนแม่ส่งมาให้ดู” แม่เพ็ญนภายื่นมือถือให้ดูรูปในโปรแกรมไลน์

              ธีรยาขมวดคิ้วยุ่งเหยิง แม้ว่าเธอเป็๞หมอก็ไม่ใช่ว่าจะร่ำรวยอะไรยังทำงานใช้ทุนอยู่เลย ยังดีที่ปีนี้ได้ทำงานในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯธีรยาแอบกังวลใจกลัวแม่เพ็ญภาจะถูกหลอกทำธุรกิจผิดกฎหมาย  หรือพวกนั้นเห็นบ้านเด็กกำพร้าเป็๞แหล่งฟอกเงินหญิงสาวแลกบัตรเพื่อขับรถเข้าไปในหมู่บ้านจนเจอบ้านที่เป้าหมายยังไม่ทันลงไปกดกริ่ง ประตูอัตโนมัติก็เปิดกว้างให้ขับรถเข้าไปโดยสะดวก หญิงวัยห้าสิบเศษยืนรออยู่หน้าคฤหาสน์หลังงาม  ธีรยาใจชื้นเพราะคุ้นหน้าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเธอเคยพบเพราะท่านเป็๞คนมอบทุนการศึกษาให้

               “มากันแล้ว”  คุณกานดายิ้มรับคุณเพ็ญนภาเดินเข้าไปจับมือคุณกานดาด้วยความสนิทสนม

               “ขอโทษที่มาเสียเย็นเลย”

               “บ้านฉันเธอจะมาตอนไหนก็ได้” คุณกานดาหัวเราะแล้วอดมองหญิงสาวตัวเล็กน่ารักไม่ได้“นี่หนูหมิวใช่ไหม ไม่เจอกันหลายปี สวยขึ้นเป็๲กอง”

               “สวัสดีค่ะ”ธีรยายกมือไหว้อย่างมีมารยาท

               “เข้าไปในบ้านก่อน”

                คุณกานดาเดินนำเข้าไปในห้องรับแขกธีรยาอดเหลียวมอง ‘บ้านคนรวย’ แบบจับผิด ยังไงเธอก็เป็๞ห่วงกลัวถูกหลอกเธอเองก็ทำแต่งานวุ่นวายทั้งวันเกิดใครชวนแม่เพ็ญนภาไปทำธุรกิจหรือให้เป็๞นอมินีบริษัทขึ้นมาเกรงว่าถึงเวลานั้นจะช่วยไม่ทัน

                “ซื้อบ้านใหญ่โตแบบนี้จะกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วเหรอ”

            คุณเพ็ญนภาถามไม่ได้รู้สึกอิจฉาเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนนี้เลยหากเพื่อนกลับมาอยู่เมืองไทยจริงๆ เธอจะได้มีคนคุยด้วยให้คลายเหงา

                “อืมอยู่ที่ไหนก็ไม่สบายเท่าบ้านเราหรอก” คุณกานดาตอบแล้วมองหน้าธีรยา“เธอนี่โชคดีจริงๆ มีลูกสาวน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ใกล้ๆ ลูกชายฉันสิ บ้างานแทบไม่เคยเห็นหัวเลย”

                “ต่างกันที่ไหนยัยหมิวเป็๞หมอ วันหยุดวันพักก็ไม่ได้เหมือนคนอื่น โชคดีที่ได้ทำงานในกรุงเทพไม่งั้นฉันก็แย่เหมือนกัน”

                เพราะรักและเอ็นดูเด็กทุกคนเหมือนลูกคุณเพ็ญนภาจะเรียกเด็กทุกคนว่าลูกเหมือนกันหมดเพียงแต่มีบางคนที่พิเศษหน่อยก็อย่างธีรยาอาจเพราะธีรยาแม้จะออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านเด็กกำพร้าแต่ยังวนเวียนมาหามาช่วยงานอยู่เสมอรวมทั้งโอนเงินให้เธอเพื่อเป็๲ค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กๆคนอื่นๆในบ้านเด็กกำพร้าอีกด้วย

                “ฉันอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรว่างๆ เธอมาบ้านฉันสิ เรามาทำขนมเหมือนสมัยเรียนดีไหม อ้อ!ถ้าจะมาก็โทรมาบอกได้เลยฉันให้คนขับรถไปรับเองไม่ต้องเป็๞ห่วง”

                “งั้นก็ดีเลยฉันขับรถไม่แข็ง จะไปไหนก็พึ่งลูกๆ ตลอด”

                “ฉันให้แม่ครัวทำอาหารเย็นอยู่อีกสักครึ่งชั่วโมงคงเสร็จ รอหน่อยนะ” คุณกานดาพูดอย่างเกรงใจ “หนูหมิวเบื่อไหมอยากเดินเล่นก็ได้นะจ๊ะ”

                “คะ?”

                ให้เดินเล่นในบ้านคนอื่นนี่นะ?

                “ไม่ต้องเกรงใจคิดว่าเป็๲ตัวเอง หนูอยากเดินดูอะไรก็ตามสบาย อีกครึ่งชั่วโมงมากินข้าวกัน”

                สองคุณแม่ต่างหัวเราะกันคิกคักเหมือนว่าคุณกานดาอยากจะอวดบ้านให้เธอดูยังไงไม่รู้

                “ค่ะ”

                ธีรยาส่งยิ้มหวานแล้วลุกขึ้นยืนไหนๆเ๯้าบ้านก็เปิดไฟเขียวแล้ว ขอเดินสำรวจดูหน่อยเถอะนะเผื่อเจออะไรไม่ดีจะได้รีบดึงแม่ออกมา หญิงสาวเดินออกมานอกห้องรับแขกลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินไปตามทางที่ออกไปสวนด้านนอกแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ริอาจใจกล้าขึ้นไปชั้นบนของคฤหาสน์ เธอจึงเดินดูรอบๆบริเวณบ้านสวนหย่อมขนาดใหญ่ให้ความร่มรื่นจนเธอลืมว่าตัวเองมาสำรวจจับผิดเ๹ื่๪๫อะไรบ้านของเธอหลังเล็กแต่อบอุ่น แต่ถ้ามีบริเวณกว้างๆ แบบนี้ก็คงดีไม่น้อยได้เดินเล่นผ่อนคลายบ้างเสียดายที่เธอมาเอาเสียเย็นย่ำมองไม่เห็นว่ามีต้นไม้อะไรบ้างดูไปดูมาเ๯้าของบ้านอาจจัดปาร์ตี้ที่บ้านบ่อยเพราะบริเวณสามารถจัดงานเลี้ยงขนาดย่อมได้เลย

                จังหวะที่หมุนตัวกลับร่างเล็กก็ปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างจนเกือบล้ม มือใหญ่ยื่นมาประคองไหล่เธอไว้ได้ทันธีรยายกมือขึ้นดันแว่นตาให้เข้าที่แล้วก็ต้อง๻๠ใ๽กับภาพที่เห็น

                “คุณ!”

                “คุณ...”