“ลูกหมิวเห็นข่าวนี้หรือยัง เกิดเื่ที่โรงพยาบาลของลูกเหรอ”
“มีออกข่าวด้วยเหรอคะ”
ธีรยาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารทุกเดือนเธอจะหาวันว่างกลับมาเยี่ยม ‘คุณแม่เพ็ญนภา’ ที่บ้านเด็กกำพร้าตะวันฉายคุณเพ็ญนภาทำตาดุใส่แล้วดึงมือให้มานั่งลงข้างๆกันพร้อมทั้งยื่นโทรศัพท์มือถือให้ดู หญิงสาวนั่งลงแล้วมองคลิปต้นเื่
“ใครแอบถ่ายคลิปกันเนี้ยเขาห้ามถ่ายคลิปวีดีโอในโรงพยาบาลกันนะ”
“อย่ามาเปลี่ยนเื่ถ้าแม่ไม่เห็นข่าวนี้ก็คงไม่รู้ว่าที่โรงพยาบาลมีเื่สินะ”
“ก็เื่นิดเดียวเองค่ะคุณแม่อย่าไปใส่ใจเลย อีกอย่างไม่เกี่ยวกับหมิวด้วย”
เธอไม่อยากปิดบังแต่ก็ไม่อยากให้แม่เพ็ญนภาไม่สบายใจที่บ้านเด็กกำพร้าตะวันฉายมีเื่ให้ปวดหัวมากพอแล้วเธอไม่อยากทำตัวเป็ภาระให้คุณแม่ต้องเป็ห่วง
“อย่าทำเหมือนตัวเองไม่มีใครมีอะไรก็ต้องบอกแม่บ้าง” คุณเพ็ญนภาถอนหายใจเบาๆพลางปรายตามองไปยังกรอบรูปที่ตั้งเรียงรายบนตู้เอกสาร
“วันหยุดก็หัดไปเที่ยวเล่นบ้างไม่ต้องกลับมาช่วยงานที่นี่ก็ได้”
หญิงสาวชะงักมือไปเล็กน้อยเธอแสร้งเป็ดันแว่นตาชิดใบหน้าแล้วยิ้มอ่อนก็เพราะเอาวันหยุดไปเข้ารวมสัมมนาเลยได้อกหักถาวร และยัง...
เธอทำเื่แบบนั้นได้ยังไงนะเพราะเมาเหรอ? เธอถามตัวเองเป็ร้อยเป็พันครั้งจะเรียกว่าเมาก็พูดได้ไม่เต็มปาก เธอยังมีสติพอตัดสินใจในการกระทำของตัวเองแต่เธอก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าถูกผู้ชายคนนั้นจับพลิกคว่ำพลิกหงายไปกี่รอบและถึงจุดสุดยอดไปกี่ครั้งร้องครางจนเสียงแหบไปเลย แต่เธอกลับจำไม่ได้แน่ชัดว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรเหมือนเขาจะบอกเธออยู่นะ ส่วนเธอก็มั่นใจว่าไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดไว้ให้เขาเธอเพลียจนผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้ แต่รู้สึกตัวตื่นตอนที่พี่ก้องภพโทรหาเธอจึงรู้ว่าไม่ได้นอนที่ห้องตัวเอง หลังจากตั้งสติได้ก็รีบพาร่างเปลือยเปล่าสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและหิ้วรองเท้ากับกระเป๋าสะพายออกมาจากห้องนั้น หลังจากกลับมาที่ห้องตัวเองก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับแต่นึกขึ้นได้ เธอไม่มั่นใจว่า...เขาใช้ถุงยางอนามัยหรือเปล่าทำให้เธอต้องตาลีตาเหลือกไปซื้อยาคุมฉุกเฉินป้องกันไว้ก่อน
นัวเนียกันขนาดนั้นเธอกลับจำหน้าเขาไม่ได้ จะเรียกว่าจำไม่ได้ก็ไม่ใช่ เหมือนมันเลือนรางเสียมากกว่า
“ลูกหมิว?”
“คะ!”ธีรยาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ “แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ หมิวทำบัญชีให้เสร็จพอดีนี่หมิวว่าจะไปเช่าชุดใส่ไปงานแต่งพี่หมอก้องนะคะ”
“หมอก้องจะแต่งงานแล้วเหรอ”คุณแม่เพ็ญนภาถามรู้จักคุ้นเคยเพราะเด็กๆที่นี่เวลามีเื่ด่วนไปโรงพยาบาลก็ได้เจอหมอก้องภพอยู่บ่อยๆแต่นางก็ดูไม่แปลกใจกับเื่ที่ได้ยินนัก
“แล้วหมิวละลูก”
“เื่อะไรคะ”เธอถามอย่างงงๆ
“ไม่มีคนที่อยากแต่งงานด้วยเหรอ”
“หมิวยังทำงานใช้ทุนอยู่เลยยังไม่อยากคิดเื่พวกนี้หรอกค่ะ”
“ถ้าหมิวไม่มีใครไม่ลองพิจารณาลูกชายของเพื่อนแม่ดูล่ะ”
“ลูกชายเพื่อนแม่?คนไหนคะ?” ธีรยาทำหน้างง ตอนเรียนเธอก็ทุ่มเทกับการเรียนไม่ได้สนใจเื่อื่นอีกอย่างเพื่อหาเงินทุนมาเป็ค่าใช้จ่ายในบ้านเด็กกำพร้าทำให้คุณเพ็ญนภารู้จักคนมากมายหลายระดับ
“ก็คนที่เป็ลูกครึ่งจีน-ไทยไงล่ะชื่ออะไรนะ โจ โจ อะไรสักอย่าง”
ธีรยายิ้มแหยส่ายหน้าไปมา “ไม่คุ้นเลยค่ะแม่ แม่ก็อย่าไปเชื่ออะไรมากนะคะพวกต้มตุ๋นหลอกลวงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรืออาจจะเป็จีนเทามาหลอกตีสนิทกับเราก็ได้”
“ไม่หรอก”คุณเพ็ญนภาส่ายหน้าไปมา “อีกอย่างแม่เขาก็เป็เพื่อนแม่ด้วยหมิวจำคุณกานดาได้ไหมล่ะ แม่เคยพาไปกินข้าวด้วยกันนะคุณกานดาเป็อีกคนที่ให้ทุนการศึกษาของหมิวด้วยนะ ตอนนี้กานดากลับมาเมืองไทยแล้ว”
“เพื่อนแม่มีตั้งหลายคนหมิวจำไม่ได้ทุกคนหรอกค่ะ”
“ถ้าจำไม่ได้งั้นวันนี้ไปข้างนอกกับแม่เดี๋ยวเจอหน้าก็จำได้เอง”
“อ้าว!แม่จะออกไปไหนเหรอคะ”
“พอดีเพื่อนแม่โทรมาชวนไปกินข้าวเย็นลูกก็ว่างนี้ ออกไปเป็เพื่อนแม่สักชั่วโมงแล้วกัน”
“แต่แม่คะ...แม่จะไปไหนไม่บอกล่วงหน้าแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ให้แม่ไปคนเดียวหมิวไม่เป็ห่วงแม่หรือไง”
แม่เพ็ญนภาทำท่างอนและเวลางอนจะง้อยากเสียด้วย ธีรยาถอนหายใจแล้วตัดสินใจยอมออกไปพบเพื่อนของคุณแม่ด้วยกัน เธอจัดเก็บเอกสารต่างๆให้เรียบร้อยซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก เช่นเดียวกับคุณเพ็ญนภาที่เหมือนเตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วจะให้ไปคนเดียวเธอก็เป็ห่วง แค่นั่งเล่นสักชั่วโมงค่อยกลับก็แล้วกัน
ธีรยาอาสาขับรถให้บ้านเด็กกำพร้ามีรถเก๋งมือสองอายุสิบปีไว้ใช้งานอยู่หนึ่งคันเธอขับรถไปตามเส้นทางที่แม่เพ็ญนภาบอกแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้นี่มันหมู่บ้านคนรวยนี่ ราคาแต่ล่ะขั้นต่ำหลังล่ะห้าสิบล้านเลยทีเดียว
“แม่แน่ใจนะคะว่าหมู่บ้านนี้”
“แน่ใจสินี่ไง เพื่อนแม่ส่งมาให้ดู” แม่เพ็ญนภายื่นมือถือให้ดูรูปในโปรแกรมไลน์
ธีรยาขมวดคิ้วยุ่งเหยิง แม้ว่าเธอเป็หมอก็ไม่ใช่ว่าจะร่ำรวยอะไรยังทำงานใช้ทุนอยู่เลย ยังดีที่ปีนี้ได้ทำงานในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯธีรยาแอบกังวลใจกลัวแม่เพ็ญภาจะถูกหลอกทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือพวกนั้นเห็นบ้านเด็กกำพร้าเป็แหล่งฟอกเงินหญิงสาวแลกบัตรเพื่อขับรถเข้าไปในหมู่บ้านจนเจอบ้านที่เป้าหมายยังไม่ทันลงไปกดกริ่ง ประตูอัตโนมัติก็เปิดกว้างให้ขับรถเข้าไปโดยสะดวก หญิงวัยห้าสิบเศษยืนรออยู่หน้าคฤหาสน์หลังงาม ธีรยาใจชื้นเพราะคุ้นหน้าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเธอเคยพบเพราะท่านเป็คนมอบทุนการศึกษาให้
“มากันแล้ว” คุณกานดายิ้มรับคุณเพ็ญนภาเดินเข้าไปจับมือคุณกานดาด้วยความสนิทสนม
“ขอโทษที่มาเสียเย็นเลย”
“บ้านฉันเธอจะมาตอนไหนก็ได้” คุณกานดาหัวเราะแล้วอดมองหญิงสาวตัวเล็กน่ารักไม่ได้“นี่หนูหมิวใช่ไหม ไม่เจอกันหลายปี สวยขึ้นเป็กอง”
“สวัสดีค่ะ”ธีรยายกมือไหว้อย่างมีมารยาท
“เข้าไปในบ้านก่อน”
คุณกานดาเดินนำเข้าไปในห้องรับแขกธีรยาอดเหลียวมอง ‘บ้านคนรวย’ แบบจับผิด ยังไงเธอก็เป็ห่วงกลัวถูกหลอกเธอเองก็ทำแต่งานวุ่นวายทั้งวันเกิดใครชวนแม่เพ็ญนภาไปทำธุรกิจหรือให้เป็นอมินีบริษัทขึ้นมาเกรงว่าถึงเวลานั้นจะช่วยไม่ทัน
“ซื้อบ้านใหญ่โตแบบนี้จะกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วเหรอ”
คุณเพ็ญนภาถามไม่ได้รู้สึกอิจฉาเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนนี้เลยหากเพื่อนกลับมาอยู่เมืองไทยจริงๆ เธอจะได้มีคนคุยด้วยให้คลายเหงา
“อืมอยู่ที่ไหนก็ไม่สบายเท่าบ้านเราหรอก” คุณกานดาตอบแล้วมองหน้าธีรยา“เธอนี่โชคดีจริงๆ มีลูกสาวน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ใกล้ๆ ลูกชายฉันสิ บ้างานแทบไม่เคยเห็นหัวเลย”
“ต่างกันที่ไหนยัยหมิวเป็หมอ วันหยุดวันพักก็ไม่ได้เหมือนคนอื่น โชคดีที่ได้ทำงานในกรุงเทพไม่งั้นฉันก็แย่เหมือนกัน”
เพราะรักและเอ็นดูเด็กทุกคนเหมือนลูกคุณเพ็ญนภาจะเรียกเด็กทุกคนว่าลูกเหมือนกันหมดเพียงแต่มีบางคนที่พิเศษหน่อยก็อย่างธีรยาอาจเพราะธีรยาแม้จะออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านเด็กกำพร้าแต่ยังวนเวียนมาหามาช่วยงานอยู่เสมอรวมทั้งโอนเงินให้เธอเพื่อเป็ค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กๆคนอื่นๆในบ้านเด็กกำพร้าอีกด้วย
“ฉันอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรว่างๆ เธอมาบ้านฉันสิ เรามาทำขนมเหมือนสมัยเรียนดีไหม อ้อ!ถ้าจะมาก็โทรมาบอกได้เลยฉันให้คนขับรถไปรับเองไม่ต้องเป็ห่วง”
“งั้นก็ดีเลยฉันขับรถไม่แข็ง จะไปไหนก็พึ่งลูกๆ ตลอด”
“ฉันให้แม่ครัวทำอาหารเย็นอยู่อีกสักครึ่งชั่วโมงคงเสร็จ รอหน่อยนะ” คุณกานดาพูดอย่างเกรงใจ “หนูหมิวเบื่อไหมอยากเดินเล่นก็ได้นะจ๊ะ”
“คะ?”
ให้เดินเล่นในบ้านคนอื่นนี่นะ?
“ไม่ต้องเกรงใจคิดว่าเป็ตัวเอง หนูอยากเดินดูอะไรก็ตามสบาย อีกครึ่งชั่วโมงมากินข้าวกัน”
สองคุณแม่ต่างหัวเราะกันคิกคักเหมือนว่าคุณกานดาอยากจะอวดบ้านให้เธอดูยังไงไม่รู้
“ค่ะ”
ธีรยาส่งยิ้มหวานแล้วลุกขึ้นยืนไหนๆเ้าบ้านก็เปิดไฟเขียวแล้ว ขอเดินสำรวจดูหน่อยเถอะนะเผื่อเจออะไรไม่ดีจะได้รีบดึงแม่ออกมา หญิงสาวเดินออกมานอกห้องรับแขกลังเลครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินไปตามทางที่ออกไปสวนด้านนอกแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ริอาจใจกล้าขึ้นไปชั้นบนของคฤหาสน์ เธอจึงเดินดูรอบๆบริเวณบ้านสวนหย่อมขนาดใหญ่ให้ความร่มรื่นจนเธอลืมว่าตัวเองมาสำรวจจับผิดเื่อะไรบ้านของเธอหลังเล็กแต่อบอุ่น แต่ถ้ามีบริเวณกว้างๆ แบบนี้ก็คงดีไม่น้อยได้เดินเล่นผ่อนคลายบ้างเสียดายที่เธอมาเอาเสียเย็นย่ำมองไม่เห็นว่ามีต้นไม้อะไรบ้างดูไปดูมาเ้าของบ้านอาจจัดปาร์ตี้ที่บ้านบ่อยเพราะบริเวณสามารถจัดงานเลี้ยงขนาดย่อมได้เลย
จังหวะที่หมุนตัวกลับร่างเล็กก็ปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างจนเกือบล้ม มือใหญ่ยื่นมาประคองไหล่เธอไว้ได้ทันธีรยายกมือขึ้นดันแว่นตาให้เข้าที่แล้วก็ต้องใกับภาพที่เห็น
“คุณ!”
“คุณ...”