่ห้าโมงเช้าเป็เวลาที่สะใภ้ในบ้านจะกลับมาเอาอาหารไปให้คนในบ้านที่ทำงานในแปลงนา เฉินเฟิ่นอี้ที่ทำอาหารเสร็จพอดีจึงหิ้วตะกร้าไข่เจียวน้ำและข้าวที่หุงไปด้วย เนื่องจากมีสมาชิกที่เยอะอาหารจึงนำไปจำนวนมาก และเป็ย่าเฉินที่บอกให้เธอทำอาหารอย่างไรก็ได้ แม้ตอนแรกจะเอ่ยค้านเพราะคิดว่ามันสิ้นเปลือง
เฉินเฟิ่นอี้รีบเดินก่อนที่จะมีคนกลับมาทำอาหาร ถ้าจำไม่ผิดห้าโมงครึ่งจะเป็เวลาพักกลางวันของคนในหมู่บ้าน และจะลงแปลงนาอีกทีคือบ่ายโมง เฉินเฟิ่นอี้คนก่อนก็เคยลงแปลงนาแต่นั่นก็ตอนที่หล่อนยังไม่ได้ป่วย
ระหว่างทางเดินไปยังแปลงนาเฉินเฟิ่นอี้ก็เจอเข้ากับคนที่กลับมาเอาอาหารมื้อกลางวัน ยังดีที่ไม่มีบ้านเฉินของเธอไม่เช่นนั้นคนที่กลับมาเอาคงเหนื่อยเปล่า ๆ
“นั่นเฉินเฟิ่นอี้ไม่ใช่เหรอ”
เหมือนจะได้ยินชื่อของตนเองเฉินเฟิ่นอี้จึงเดินช้าลงเพื่อฟัง และกลุ่มคนตรงหน้าของเธอเป็เยาวชนหญิงที่ถูกส่งมาพัฒนาหมู่บ้าน แต่มาพัฒนาหรือมาสร้างปัญหาให้ก็ไม่รู้ เพราะคนในหมู่บ้านต้องหาที่พักและแบ่งอาหารให้พวกหล่อน
“ใช่ ๆ หล่อนป่วยไม่ใช่เหรอ” เยาวชนที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่มถามกันด้วยความสงสัย เฉินเฟิ่นอี้ผู้หญิงคนนี้แต่ก่อนก็ลงแปลงนาจึงพอจำชื่อและหน้าได้บ้าง
“คงจะหายแล้ว เหอะ คงไม่อยากลงแปลงนาสินะถึงแกล้งป่วย” เยาวชนหญิงอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูก เป็แค่คนในชนบทแท้ ๆ ยังหวังสูง
“ไม่เอาน่าโม่เหลียน หล่อนก็คงป่วยหนัก อีกอย่างได้ยินว่าถูกคู่หมั้นถอนหมั้นไปไม่ใช่เหรอ หล่อนจะล้มป่วยก็ไม่แปลก” เยาวชนหญิงเซี่ยหลินหวาเอ่ยห้ามเพื่อนของหล่อนเบา ๆ
เฉินเฟิ่นอี้ปล่อยให้พวกหล่อนสนทนากันต่อไปและรีบไปยังแปลงนา ดูจำนวนคนที่กลับมาเอาอาหารแล้ว อีกไม่นานบ้านเฉินคงจะกลับมาเอา
ฤดูเก็บเกี่ยวจะมีทั้งหมดสามฤดู ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน และฤดูหนาว ตอนนี้เป็ฤดูใบไม้ผลิอากาศจึงร้อนมากกว่าอีกสองฤดู ยังดีที่เป็เพียง่เริ่มต้นเท่านั้น เดือนหน้ามันคงร้อนมากกว่านี้ เฉินเฟิ่นอี้มองผู้คนที่เดินสวนทางกันเพื่อเก็บรายละเอียดว่าเธอรู้จักหรือไม่
“ป้าสะใภ้รอง ป้าสะใภ้สาม”
จนกระทั่งเมื่อใกล้ถึงแปลงนาที่บ้านเฉินได้รับมอบหมาย เฉินเฟิ่นอี้ก็เห็นผู้เป็ป้าสะใภ้ทั้งสองกำลังจะเดินกลับไปเอาอาหารมื้อกลางวันพอดี เฉินเฟิ่นอี้ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะถูกทั้งสองรีบแย่งตะกร้าไปถือเอง ทั้งยังต่อว่าเธอที่ตากแดดร้อน ๆ มา
“เฟิ่นอี้หลานมาได้ยังไง! ร้อนขนาดนี้ดูสิ” สะใภ้สามชี้ไปยังเหงื่อที่ไหลจากใบหน้าของหลานสาว
“ฉันเอาอาหารมื้อกลางวันมาให้ค่ะแล้วจะอยู่เอาตะกร้ากลับด้วย” เพราะเธอต้องนำมันกลับไปล้าง ส่วนของในครัวที่ใช้ทำอาหารเธอล้างเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว
“เร็ว ๆ มานั่งพักเร็ว!”
สะใภ้รองรีบดึงหลานสาวให้ไปนั่งพักบริเวณใต้ต้นไม้ที่อยู่ใกล้แปลงนาที่บ้านเฉินได้รับมอบหมาย อีกทั้งใกล้ ๆ กันยังมีชาวบ้านอีกหลายกลุ่มที่นั่งพักกันอยู่ แต้มค่าแรงจะมีั้แ่หนึ่งแต้มถึงสิบแต้ม ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าจะรับกี่แต้มและต้องทำงานตามแต้มที่ได้รับมอบหมาย
เช่น ผู้หญิงบ้านเฉินที่เก็บเกี่ยวข้าวโพดรับห้าแต้มก็จะได้พักก่อนผู้ชายที่รับสิบแต้มและทำงานที่หนักกว่า หลาย ๆ บ้านก็เป็แบบนี้เพราะ่พักกลางวันผู้หญิงต้องกลับไปทำอาหาร อีกอย่างบางคนก็ตั้งครรภ์หรือมีเรี่ยวแรงที่น้อย ยิ่งบ้านไหนมีจำนวนสมาชิกที่เยอะผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ต้องทำงานด้วย
สะใภ้สี่และสะใภ้ใหญ่ที่นั่งพักอยู่มองสองสะใภ้ที่ลากเฉินเฟิ่นอี้เข้ามานั่งด้วย สะใภ้สี่มีท่าทีที่ใและรีบใช้หมวกสานพัดให้ลูกสาวของนางที่มีเหงื่อไหลและหน้าแดง
“คุณแม่นั่งพักเถอะค่ะ ฉันไม่เป็อะไรจริง ๆ” เฉินเฟิ่นอี้ได้แต่ยิ้มแห้งที่ต้องให้คนทำงานพัดให้
“ร้อนขนาดนี้หลานจะมาทำไม”สะใภ้ใหญ่บ่น
“ฉันเอาอาหารมื้อกลางวันมาให้ค่ะ ไหน ๆ ก็ว่าง อีกอย่างคุณย่าก็กลัวว่าทุกคนจะเหนื่อยกัน” การเก็บเกี่ยวฤดูนี้เป็การเก็บเกี่ยวที่หนักที่สุด
และคนในหมู่บ้านจะได้รับส่วนแบ่งแค่สองครั้งเท่านั้น นั่นก็คือหลังการเก็บเกี่ยวครั้งนี้และก่อนปีใหม่เพื่อให้ชาวบ้านได้ฉลองกัน หากบ้านไหนได้รับส่วนแบ่งที่น้อยต้องรัดเข็มขัดให้ดี ไม่อย่างนั้นก็อดอาหารตาย
“แหม่ แค่เอาอาหารมาส่ง สะใภ้บ้านเฉินก็ทำเหมือนหลานสาวจะตาย”
เฉินเฟิ่นอี้หันไปมองตามเสียงที่พูด เธอต้องเพ่งมองว่าสตรีวัยกลางคนตรงหน้าเป็ใคร เพราะใบหน้าคุ้น ๆ อีกทั้งความทรงจำก็ขาด ๆ หาย ๆ
“สะใภ้ร้องอี้มีปัญหาหรือ?” สะใภ้ใหญ่ถือตัวว่าตนเองใหญ่ที่สุดในบรรดาสะใภ้บ้านเฉิน หันไปถามสะใภ้รองบ้านอี้ที่เป็บ้านเดิมของสะใภ้สี่ หล่อนไม่ถูกกับบ้านอี้มาั้แ่แต่งเข้าสกุลเฉิน พอเกิดเื่เฉินเฟิ่นอี้หล่อนก็ยิ่งเกลียดชังบ้านอี้เข้าไส้
“สะใภ้ใหญ่เฉิน เฉินเฟิ่นอี้เป็เด็กสาวขี้โรคบ้านเฉินยังจะเก็บหล่อนไว้อีกเหรอ หากเป็บ้านอี้ของพวกฉัน ฉันไม่เอาไว้แน่ ๆ เลี้ยงไว้ก็ไร้ประโยชน์ทั้งยังเป็ภาระ” หล่อนหันไปหัวเราะกับเหล่าสะใภ้บ้านอี้ ผู้ใดก็รู้ว่าเด็กสาวบ้านอี้น่ะเต็มไปด้วยคนมีความสามารถ ต่างจากเด็กสาวบ้านเฉินที่ป่วยใกล้ตาย
“ใช่ อีกอย่างนะตอนนี้ิหลานฮุ่ยก็จะให้ครอบครัวิมาหมั้นหมายอี้เหม่ยเฟิ่งของพวกเราแล้ว ต้องโทษเฉินเฟิ่นอี้แล้วแหละที่ไม่มีวาสนาได้แต่งงานกับิหลานฮุ่ย” สะใภ้ใหญ่อี้ผู้เป็แม่แท้ ๆ ของอี้เหม่ยเฟิ่งเอ่ยอย่างดูแคลนที่ลูกสาวของหล่อนสามารถแย่งชิงคู่หมั้นที่ร่ำรวยมาจากเฉินเฟิ่นอี้ได้
“แม่คะอย่าไปสนใจเถอะค่ะ”
สะใภ้สี่ที่กำลังจะตอบโต้ถูกลูกสาวห้ามปราม หล่อนกำมือแน่นมองไปยังบ้านอี้อย่างโกรธแค้น ที่ผ่านมาเวลาสามีของหล่อนได้ของดี ๆ มา หรือพี่ชายสามนำของมาให้เหล่าพี่สะใภ้ น้องสะใภ้นำไปให้บ้านเดิม สะใภ้สี่ก็นำไปให้บ้านอี้ทุกครั้ง แต่ดูทุกคนทำกับครอบครัวของหล่อนสิ แม้แต่พ่อแม่และพี่ชายทั้งสามยังเห็นดีเห็นงามไปด้วย
เฉินเฟิ่นอี้มองสะใภ้บ้านอี้ที่ยังหัวเราะไม่หยุด บ้านอี้เป็บ้านเดิมแม่ของเธอ และมองดูแล้วแม่ของเธอก็ไม่ได้ยอมบ้านอี้ขนาดนั้น คงเป็เพราะป้าสะใภ้ใหญ่ชอบบ่นแน่
“หรือมันไม่จริง ฮ่า ๆ”
ระหว่างนั่งรอผู้ชายบ้านเฉินพักกลางวันเฉินเฟิ่นอี้ก็หันมองรอบ ๆ ว่ามีใครที่รู้จักบ้าง ซึ่งก็คุ้นหน้าคุ้นตาไม่น้อยเลย ยังดีที่เฉินเฟิ่นอี้เป็เด็กสาวที่เรียบร้อยเธอจึงไม่ต้องปวดหัว
“อ้าว เฟิ่นอี้มาทำอะไรเหรอ” เฉินเต๋อิที่มาถึงก่อนคนอื่นร้องถามลูกสาวคนโตที่นั่งอยู่
“ฉันเอาอาหารกลางวันมาส่งค่ะพ่อ” เฉินเฟิ่นอี้ตอบ เธอมองพ่อของเธอเล็กน้อย แม้จะแปลก ๆ ที่ต้องเอ่ยคำว่าพ่อบ้างก็ตาม อย่างที่รู้กันว่าชีวิตก่อนเธอมีเพียงแม่ จึงไม่เคยเอ่ยคำว่าพ่อเลยสักครั้ง
“ลำบากแล้ว”
เฉินเฟิ่นอี้ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตักข้าวใส่จานให้ทุกคน มีหลายบ้านต่างมองมาเพราะปกติบ้านเฉินจะมีเพียงแผ่นแป้ง ส่วนข้าวขาวนาน ๆ ทีจะได้รับประทาน ซึ่งทุกบ้านก็เป็เช่นนี้
“ข้าวขาวเหรอ!” สะใภ้สามใ เพราะข้าวขาวบ้านเฉินจะเก็บไว้รับประทานมื้อเย็น ทำงานเหนื่อย ๆ พอได้รับประทานข้าวขาวก็มีแรงขึ้นมาก อีกอย่างเพราะไม่้าให้คนในหมู่บ้านสนใจจึงเลือกที่จะกลมกลืนไป
“ใช่ค่ะ วันนี้คุณย่าอนุญาตให้ฉันทำค่ะป้าสะใภ้สาม”
“สิ้นเปลืองเปล่า ๆ” ลุงใหญ่โบกมือแต่ก็ไม่ได้ว่าหลานสาวเพราะมีคนอื่นอยู่ด้วย
เฉินเฟิ่นอี้ไม่ได้ว่าอะไรต่อเธอตักข้าวส่งให้ทุกคนที่ทยอยนั่งลง ผู้ชายจะได้เยอะกว่าผู้หญิงเพราะต้องใช้พลังงานเป็อย่างมาก ส่วนเฉินเฟิ่นอี้ที่ไม่ได้ทำงานเธอจึงตักข้าวให้ตัวเองนิดเดียว
“นี่คืออะไร” ปู่เฉินชี้ไข่เจียวน้ำอย่างสงสัย
“ไข่เจียวน้ำค่ะคุณปู่” เฉินเฟิ่นอี้ยื่นมือไปตักไข่เจียวน้ำใส่จานของปู่เฉินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพราะจำนวนสมาชิกที่เยอะเธอจึงได้ใส่ผักลงไปหลายอย่าง แต่ก็มีเอกลักษณ์ของไข่เจียวน้ำที่เคยทำรับประทาน ซึ่งรสชาติก็ต่างกันอยู่บ้างเนื่องจากมีเครื่องปรุงไม่เยอะ
“หอมมาก”
เฉินเฟิ่นอี้มองทุกคนรีบตักไข่เจียวน้ำยิ้ม ๆ มีแต่คนเอ่ยปากชมว่ามันอร่อยมาก ซึ่งเธอก็ทำเพียงพยักหน้า ทุกคนจะรีบรับประทานอาหารและใช้เวลาที่เหลือนอนพักเอาแรงก่อนไปทำงานต่อ
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเฉินเฟิ่นอี้ก็เก็บจานและของที่นำมาใส่ตะกร้า ผู้ใหญ่บ้านเฉินต่างหาที่นอนพักกลางวันแล้วเธอจึงจะกลับบ้านพักผ่อนเหมือนกัน อาหารที่นำมาส่งหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ข้าวสักเม็ด สร้างความพึงพอใจให้เฉินเฟิ่นอี้เป็อย่างมาก ข้าวหมดก็หมายความว่ามันอร่อย อีกอย่างเธอก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารด้วย
หลังกลับมาจากแปลงนาเฉินเฟิ่นอี้ก็เห็นย่าเฉินและเฉินชิงชิงนอนหลับอยู่แคร่หน้าบ้าน ข้างในบ้านมันคงจะร้อนทั้งสองจึงนอนที่ด้านนอก ก่อนจะรีบนำของไปล้างและเก็บไว้ที่เดิม
เมื่อจัดการอะไรเสร็จเฉินเฟิ่นอี้ก็เข้าไปในห้องนอนของเธอ เปิดหน้าต่างออกให้กลิ่นในห้องจางลง แสงแดดเริ่มส่องเข้ามาในห้องนอนเธอจึงนั่งลงบนเตียง มองกระดานใสตรงหน้าที่ได้ทำการกดตกลงยืนยันภารกิจไปเมื่อครู่
[คะแนนรวม : 10 แต้ม]
เดี๋ยวนะ? เมื่อวานเธอได้หนึ่งแต้มและเจ็ดแต้ม ภารกิจในวันนี้อย่าบอกนะว่าเธอได้เพียงสองแต้ม! ระบบนี้คงรวนแน่ ๆ เฉินเฟิ่นอี้จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก จะร้องไห้ก็ร้องไห้ไม่ได้ ระบบเส็งเคร็ง! แล้วรางวัลพิเศษล่ะ
“แป้ง?” เฉินเฟิ่นอี้มองถุงแป้งจำนวนสองชั่งที่เธอกดรับรางวัลการทำภารกิจ แป้งขาวจำนวนสองชั่งก็หล่นลงบนเตียงทันที
แม้แต่รางวัลพิเศษเธอก็ยังได้แค่แป้งหรือ! ไม่มีเนื้อหมูหรือพวกเงินให้หน่อยเหรอ เฉินเฟิ่นอี้ถอนหายใจถ้ารู้อย่างนี้ั้แ่แรกคงไม่ยอมเชื่อมต่อระบบแน่ ๆ เธอนึกว่ามันจะช่วยอะไรได้แต่นี่ช่วยทำให้เหนื่อยมากกว่า
เฉินเฟิ่นอี้ถือถุงแป้งที่ได้รับมาไปเทใส่โหลแป้งเอาไว้ เธอไม่ได้ไปซื้อมาจะมีคนสงสัยเอาได้ แต่ถ้ามีคนสังเกตว่าจำนวนมันเพิ่มขึ้นก็คงหาสาเหตุไม่ได้ซึ่งเหตุผลหลังมันดีกว่า
คงต้องทำเกี๊ยวผักให้บรรดาเด็กที่ไปโรงเรียนเป็ของว่าง ซึ่งเหลืออีกหลายชั่วโมงที่พวกเขาจะกลับมา เฉินเฟิ่นอี้จึงตัดสินใจนอนพักกลางวันก่อนเพื่อเอาแรง ตื่นอีกทีเด็ก ๆ คงใกล้จะกลับแล้ว