ยัยรุ่นน้องบ้านี่ พูดซะฉันเกือบคีพลุคเอาไว้ไม่อยู่จนต้องรีบเดินหนีไปจากตรงนั้นเลยทีเดียว
ชี~~ ฉันทำได้แค่คิดไปว่าทำไมตัวเองถึงได้หวั่นไหวกับมันได้ขนาดนี้กันนะ พึ่งรู้จักได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเองแท้ๆ หรือว่าฉันจะชอบมันจริงๆเข้าซะแล้วกันนะ และฉันก็รีบยกมือทั้งสองของขึ้นมาจับหน้าตัวเองด้วยความคิดแบบนั้น
“อ่าาา..นี่ รุ่นเพ่....! เดินหนีเร็วจังเลยน้าา!!”
นั่นไง ตามมาอีกแล้ว จะตามมาทำไมกันนักกันหนาวะเนี่ย ตามอยู่ได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ โฮ้ยย!!
เมื่อมันเดินตามฉันมาแล้วฉันก็พร้อมจะเดินหนีในทันที แต่ก็ดันนนน...ข้อเท้าพลิกจนล้มเข้าซะได้ จะซวยอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้
อ๊ะะ!! คิดว่ามันจะช่วยฉันเหมือนกับในละครน่ะสิ ที่พระเอกจะต้องรีบช่วยนางเอกใช่มั้ย เห้อะ!! โนเลยจ้ะ มันไม่ได้รีบช่วยอะไรฉันเลยจ้ะ
“เอ้านั่น..! เดินหนีอีกละ”
พิชญากล่าว แต่เมื่อกล่าวจบนัทธมนก็สะดุดล้มลงไปกับพื้นหญ้า
“โอ้ยย..!!”
เธอร้องเสียงหลงเพราะความเจ็บที่โลดแล่นเข้ามา
“ฮะ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆ โตจนหมามันเลียก้นไม่ถึงแล้วยังเดินหกล้มอยู่อีก ฮ่าๆๆๆๆ”
“ย่าห์ นี่..ถ้าไม่ช่วยก็อย่าซ้ำเติมกันดิวะ”
“ก็มันตลกนิ่”
“เงียบไปเลย เห็นคนอื่นเจ็บมันน่าตลกนักรึไง นิสัยไม่ดีเอาซะเลย คนอื่นล้มแทนที่จะช่วยแต่กลับยืนหัวเราะเค้า ไร้น้ำจริงๆ..”
เงยหน้าขึ้นไปต่อว่าอีกฝ่ายที่ไม่ช่วยแล้วยังยืนหัวเราะตัวเองอีก ต่อว่าจบก็จับข้อเท้าตัวและแสดงสีหน้าเจ็บออกมา แต่ก็พยายามที่จะลุกขึ้นยืนแต่ก็ยืนแทบจะไม่ขึ้นจนแทบจะล้มลงอีกครั้ง
“อ้าวว..!! นี่เจ็บจริงหรอ”
รีบเข้าไปประคองด้วยความเป็ห่วง เพราะก็รู้สึกว่าตัวเองก็เกินไปจริงๆ เห็นเค้าหกล้มแท้ๆแทนที่จะรีบช่วยแต่กลับยืนหัวเราะเค้าซะงั้น
“ก็เออน่ะสิ”
“ขอโทษนะรุ่นพี่..ไม่คิดว่าจะเจ็บอ่ะ”
“อือ..! รู้แล้วก็ไม่เป็ไร”
“แล้วเดินไหนมั้ยล่ะเนี่ย”
“ไหว..”
พูดจบก็ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องหยุดทั้งที่ยังไม่ได้ก้าวไปไหน
“นั่นไง ไม่ไหวก็บอกไม่ไหวสิ จะบอกไหวทำไม อ่ะนี่..”
พิชญาเดินไปข้างหน้านัทธมนแล้วย่อตัวลง
“จะทำอะไร..”
“เอ้าา..! ถามได้..ก็จะให้ขี่หลังไง”
“ไม่เอา..ไม่ขึ้น พี่ไหวจะเดินไปเอง”
“โฮ๊ะะ!!”
พิชญาอุทานแล้วยืนขึ้นหันหน้าไปมองหน้านัทธมน
“จะขึ้นหลังดีๆหรือจะต้องให้ฉันอุ้มดีล่ะคะรุ่นพี่..”
“จะไม่เหลือทางเลือกให้กันเลยใช่มั้ย”
“นี่แหละทางเลือก..ขี่หลังกับอุ้ม จะเลือกอันไหน ถ้ารุ่นพี่ไม่เลือกฉันเลือกอุ้มให้นะ”
“ก็ได้..! ขี่หลังก็ได้..”
“ให้ได่แบบนี้สิคะรุ่นพี่ที่รัก..”
“ใครที่รักเธอ..”
“ก็มีอยู่คนเดียว”
หันหลังกลับแล้วย่อตัวลงอีกครั้ง
“จะยืนทำไรให้ตัวเองเจ็บอยู่นานๆล่ะคะ รีบขึ้นมาสิคะรุ่นพี่..”
“อือๆ”
ขึ้นขี่หลังพิชญาอย่างเก้ๆกังๆ
“จะยืนละนะ”
“อืออ..”
พิชญาค่อยๆยืนขึ้นตามที่ได้บอกกับนัทธมนเอาไว้
“อื้อออ...!! หนักก..”
“ยาห์ ถ้าจะพูดแบบนี้ก็วางฉันลงเลยนะ ให้เกียรติกันบ้างสิ”
“ขอโทษจ้าขอโทษ ฉันก็แค่พูดไปตามความรู้สึกเองอ่ะ ไม่ได้อยากเสแสร้งเหมือนใครหลายๆคนนี่นา”
เดินไปข้างหน้าเพื่อพาไปนั่งข้างในบ้าน
“มันก็จริงอย่างที่เธอว่า..จะเสแสร้งไปทำไมรู้สึกยังไงก็ให้พูดมาอยู่นั้นสิ แต่ก็ควรพูดให้ถูกที่ถูกเวลาหน่อยมั้ย”
ถึงจะพูดเห็นด้วยกับพิชญาแต่ก็ยังไม่วายยังกลับมาต่อว่าพิชญาอีกอยู่ดี
“เคๆ คราวหน้าจะระวังคำพูดก็แล้วกัน”
พูดพร้อมกับเดินเ้าไปข้างในบ้านแล้วพาไปนั่งที่โซฟา
“นี่จะทำอะไร..”
นัทธมนรีบกล่าวถามเมื่อเห็นว่าพิชญานั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วทำท่าเหมือนจะยืนมือลงมาจับเท้าตัวเอง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมาแต่อย่างใด
พิชญายกเท้าข้างที่นัทธมนเจ็บขึ้นมาเพราะสังเกตจากตอนที่เธอยืนมือไปจับ แล้วจับดูตรงบริเวณข้อเท้าแบะค่อยๆบรรจงนวดให้อย่างเบามือที่สุด
“ดีนะที่แค่ข้อเท้าพลิก..”
เธอพูดจบก็เปลี่ยนท่านั่งเป็ขัดสมาดแล้วนวดข้อเท้าให้อีกฝ่ายและก็ยังคงนั่งนวดข้อเท้าให้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ
“พอแล้วเอิร์ท..ไม่ได้เป็ไรมากหรอก”
“แน่ใจนะ”
“อืออ..”
“หาผ้าพันไว้ดีกว่ามั้ย ตอนพลิกน่าจะพลิกแรงด้วย เพราะตอนยืนขึ้นน่ะรุ่นพี่แทบจะยืนขึ้นไม่ได้..”
“ไม่ต้องง..!!”
“อย่าดื้อน่าา..ทำตัวเป็เด็กไปได้”
“นี่! ฉันอายุเยอะกว่าเธอนะ เธอเป็น้องฉัน..กรุณาพูดจาให้มันดีๆหน่อย”
นัทธมนกล่าวเสียงเข้ม
“ก็แค่ห่างกันปีเดียวเองป้ะ แล้วอีกอย่าง..ฉันไม่ได้อยากเป็แค่น้อง แต่ฉันอยากเป็ผัวรุ่นพี่ต่างหาก..”
ลุกขึ้นจากที่นั่งอยู่แล้วโน้มตัวลงและยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กับหน้าของนัทธมนแล้วจ้องอยู่อย่างนั้น
“จะ จะทำไร..เธอ เธอบ้ารีเปล่า”
นัทธมนกล่าวน้ำเสียงติดๆขัดๆ
“คิดว่าจะทำไรล่ะ”
พูดจบก็ค่อยๆเผยยิ้มออกมาอย่างช้าๆ
“นี่..! หยุดเลยนะ”
ผลักดันอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ผลที่ได้กลับมาคืออีกฝ่ายนั้นใช้มือทั้งสองข้างจับพนักพิงของโซฟาเอาไว้โดยที่ตัวเธอนั้นนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างแขนคู่นั้น
”ถอยออกไปนะ อย่ามาทำแบบนี้นะ ฉันไม่ได้ง่ายแบบคนอื่นนะ จะทำอะไรก็ให้เกียรติสถานที่และให้เกียรติคนอื่นเค้าด้วย”
“แล้วคิดว่าฉันจะทำไรล่ะ”
เธอยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยิ่งยุเข้าไปใหญ่ เพราะพิชญานั้นยื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมเสียอีก ใกล้จนปลายจมูกจะชนกันได้อยู่แล้ว
“ไม่จูบหรอกนะ จะไม่จูบ..จะไม่ล่วงเกินจนกว่าว่ารุ่นพี่จะรับรัก และต่อให้รับรักแล้วก็จะให้เกียรติจนกว่าจะถึงวันแต่งของเราจริงๆ”
ผละตัวออกมาจากนัทธมนหลังจากที่พูดจบประโยค
“ให้เกียรติบ้าอะไร ให้เกียรติแล้วทำแบบนี้ทำไม”
“แหมมม...!! ก็แค่หยอกเล่นนิดหน่อยเอง เอ๊ะ หรือว่าาา.....เขินฉันกันนะ ชอบเข้าแล้วอ่ะเด้..”
“ชอบห่งชอบห่าอะไรกันห๊ะ จะไปสิงสถิตอยู่ที่ไหนก็ไปเลยไป..”
“หุ่วว..!! แรงงง..ว่าฉันเป็ผีเลยงั้นหรอ”
“ไม่ได้พูดว่าเธอเป็ผีสักหน่อย”
“แต่คำว่าสิงสถิตน่ะ มันบ่งบอกชัดๆเลย ฉันก็อุตส่าห์เป็ห่วงนวดข้อเท้าให้ ยังจะมาว่ากันเป็ผีอีก”
“งอนดิ! โอ๋ๆไม่งอนนะเด็กน้อย..พูดแค่นี้เองทำเป็งอนเป็เด็กๆไปได้”
“แหมมม..! ย้อนหรอ เด็กกว่านี้ยอมรับนะ แต่ถึงเด็กกว่าก็สูงกว่าละกัน”
“น๊อยยย..!! นี่ว่าฉันเตี้ยหรอห๊ะ เธอกับฉันต้องมีใครสักคนได้ตายกันไปข้างนึงแน่”
ขว้างหมอนที่โซฟาใส่พิชญาแล้วยืนขึ้นมาเพื่อจะเล่นงานพิชญา แต่มีหรอที่คนอย่างพิชญาจะยอมให้เล่นงานเอาง่ายๆ รีบวิ่งไปหลบหลังโซฟาในทันที และนัทธมนก็วิ่งไล่พิชญา
“มานี่เลยนะ”
“ไปก็โง่อะดิ”
วิ่งไล่กันไปรอบๆโซฟาจนกระทั่งถึงข้างนอก
“แน่จริงก็วิ่งตามให้ทันเด้..”
ทั้งวิ่งทั้งหันกลับไปร้องะโบอก แต่ทว่า..
“โอ้ยย..!!”
เสียงของนัทธมนสะดุดล้มอีกรอบ
“อะ อ้าวว..นั่นไง เฟอะฟะอีกแล้ว”
เดินกลับเข้าไปหานัทธมนเพื่อที่จะดูข้อเท้าให้ด้วยความห่วงใย แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันกลับผิดคาด นัทธมนแกล้งทำเป็หกล้มเพื่อให้พิชญาเข้ามาหา และก็เป็เช่นนั้นจริงนัทธมนจึงรีบฉวยโอกาสล็อคคอพิชญาเอาไว้แน่น
“อ้าา..! นี่หลอกกันนี่นา อ้าาห์”
“เป็ไงล่ะ”
ออกแรงงัดคอหนักกว่าเดิม
“อ้าา.."
“จะบอกไรให้นะ อย่าเชื่อแต่ภาพที่เห็นให้มากนักเข้าใจมั้ย”
“อ้าๆ เข้าใจแล้ว ปล่อยๆ ฉันหายใจไม่ออก”
พยายามแกะแขนของนัทธมนออก
“ไม่ปล่อยโว้ยย..!!”
ออกแรงหนักยิ่งกว่าเดิม แต่สุดท้ายแล้วพิชญาก็แกะแขนนัทธมนออกได้ แล้วพลิกเกมกลับให้มาเป็ของตัวเองแทน ในท่าค่อมบนตัวของนัทธมนท่ามกลางบรรยากาศในสวนองุ่น
“คิดหรอว่าแรงแค่นี้จะสู้แรงฉันได้อ่ะ”
จ้องตาอีกฝ่ายแล้วยิ้มออกมา
“จะทำไรก็เกรงใจสถานที่หน่อยมั้ยเอิร์ท”
“ม้าา..!!/คุณอา..”
รีบลุกออกจากตัวรุ่นพี่สาวทันทีที่มีบุคคลที่สามเข้ามาแทรกและทำให้ทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว
“ถึงกับทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว”
พูดแล้วก็ยิ้มให้ทั้งสองคนตรงหน้า
“ถ้าม้าไม่มาเห็นก่อนจะเกิดไรขึ้นมั้ยเนี่ย”
ส่งสายตายิ้มจ้องมองทั้งสองคนด้วยความรู้ทัน
“เกิดแน่ๆ และก็คงจะดีกว่านี้..ม้านะม้า มองแบบนี้ต้องรู้ทันแน่ๆ”
พิชญาคิดพร้อมทั้งชายตามองแม่ตัวเองแบบไม่สำนึกผิดแต่อย่างใด
“ม้าไปดูพวกคนงานต่อละ ตามสบายเลย แต่ม้าแนะนำว่าถ้าเป็ข้างในบ้านจะดีกว่านะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคุณอาา..”
นัทธมนรีบพูดปฏิเสธแก้ตัวให้กับตัวเองให้ทันที
“ไม่ต้องอายย..! เื่ปกติของวัยรุ่น..”
ผู้เป็แม่ของพิชญากล่าวแล้วเดินจากไปทิ้งให้ทั้งสองคนต้องยืนอยู่ด้วยกัน
“ฮื้ออ..!!”
นัทธมนพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เห็นมั้ยทำม้าเธอเข้าใจผิดอีกจนได้ ฮื้ยยย!!”
แสดงท่าทางอารมณ์เสียใส่พิชญาแล้วรีบเดินหนีไปในทันที