การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 30 คุณชายแมวขาว

    ภายนอกเมืองอสูรหมีเพลิง
           “เราน่าจะอยู่ห่างจากเมืองอสูรหมีเพลิงมากพอแล้ว เจ้ากลับไปใช้ความเร็วในแบบปกติก็พอ” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเฟิงเป้าในร่างราชาแมวป่าอสูรวายุ
           “ขอรับนายท่าน”
           เฟิงเป้าได้กล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นได้ปรับลดความเร็วกลับมาเป็นปกติ ซึ่งความเร็วของเฟิงเป้าแบบปกติ มีความเร็วที่มากกว่าเฟิงเค่อราชาหมูอสูรเขี้ยวตันถึงเท่าตัว
           “สมแล้วที่เผ่าของเจ้าเป็นหนึ่งในห้าเจ้าแห่งความเร็ว เวลาที่ข้าเร่งรีบเดินทางหากข้าให้เจ้ามาเป็นพาหนะ ข้าจะเดินทางได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเลยทีเดียว” 
           “ขอบคุณที่กล่าวชมข้าขอรับนายท่าน” เฟิงเป้ายิ้มหน้าบานด้วยความดีใจเมื่อได้รับคำชมจากหวังเหว่ย
           “เฟิงเป้า อีกนานหรือไม่? กว่าเราจะไปถึงป่าสัตว์อสูรที่เจ้าเคยบอกข้าไว้” 
           “ด้วยความเร็วของข้า คาดว่าราวหนึ่งวันขอรับนายท่าน”
           “เข้าใจแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ใช้ความเร็วปกติของเจ้าก็พอ เก็บแรงของเจ้าเอาไว้ต่อสู้กับสัตว์อสูรภายในป่าแห่งนั้น”
           “รับทราบขอรับนายท่าน” 
           เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ขณะที่หวังเหว่ยกำลังชมวิวทิวทัศน์ข้างทาง หวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นมาว่า
           “เฟิงเป้าเจ้าไม่สงสัยเลยรึว่าผลึกหินลึกลับที่พวกนั้นต้องการมีไว้ใช้ทำอะไร”
           “ข้าย่อมสงสัยแน่นอนอยู่แล้วขอรับ”
           “เช่นนั้นทำไมเจ้าถึงไม่ถามข้าว่าผลึกหินลึกลับก้อนนี้มันคืออะไร” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเฟิงเป้าพร้อมกับนำผลึกหินลึกลับออกมาจากแหวนมิติ
           “ที่ข้าไม่ถามนายท่าน เพราะข้ารู้ว่าเมื่อถึงเวลานายท่านจะเป็นคนบอกข้าเองขอรับ”
           “ฮ่า ฮ่า ถูกของเจ้า” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเฟิงเป้าในขณะกำลังมองผลึกหินลึกลับที่อยู่ภายในมือ จากนั้นได้กล่าวขึ้นมาอีกว่า
           “ผลึกหินลึกลับก้อนนี้ คืออุปกรณ์ระดับตำนานที่มีชื่อว่า "อุปกรณ์ผลึกหินศาสตราวุธ" อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นจากสุดยอดปรมจารย์นักประดิษฐ์ในยุคสมัยโบราณ จากที่ข้าดู ผลึกหินลึกลับก้อนนี้ คงกำลังเฝ้ารอผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายของมันอยู่” 
           “ถ้าเช่นนั้นนายท่านสามารถเป็นนายของอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้หรือไม่ขอรับ ?”
           “แน่นอนข้าสามารถทำได้ เฟิงเป้าเราจะหยุดพักกันก่อนครู่หนึ่ง เจ้าช่วยมองหาที่พักใกล้ๆแถวนี้ให้ข้าที”
           “ขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าได้เดินไปหยุดพักตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง จากนั้นหวังเหว่ยได้ลงจากหลังของเฟิงเป้าและกล่าวว่า
           “เจ้ามองดูให้ดีล่ะ ข้าจะทำการปลุก "อุปกรณ์ผลึกหินศาสตราวุธ" ให้ตื่นขึ้น !” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เขียนอักษรรูปแบบพิเศษ "อักษรปลุกศาสตราเทพเจ้าในตำนาน" ลงบน "อุปกรณ์ผลึกหินศาสตราวุธ" 
           วิ้ง วิ้ง วิ้ง
           "อุปกรณ์ผลึกหินศาสตราวุธ" ได้เปล่งแสงสว่างสีแดงออกมา จากนั้นได้ล่องลอยออกจากมือของหวังเหว่ย และได้เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นดาบสีแดงเพลิง ที่มีขนาดพอดีมือของหวังเหว่ยราวกับว่าเป็นความตั้งใจของศาสตราวุธเล่มนี้
           “นายท่าน... ลวดลายบนดาบเล่มนี้ ช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก” เฟิงเป้ากล่าวกับหวังเหว่ยขณะกำลังจ้องมองไปยังดาบสีแดงเพลิง
           หวังเหว่ยยิ้มออกมาเล็กน้อยขณะมองสำรวจลวดลายบนตัวดาบ “ช่างน่าสนใจ ข้าจะตั้งชื่อให้เจ้าว่า "ดาบเพลิงโลหิต" นับแต่นี้เป็นต้นไปเจ้าคือศาสตราวุธของข้าหวังเหว่ย” 
           วิ้ง วิ้ง 
           "ดาบเพลิงโลหิต" ได้เปล่งแสงสีแดงออกมาเล็กน้อย ราวกับกำลังตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ยและได้กลายเป็นลำแสงสีแดงเข้าไปอยู่ภายในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
           เฟิงเป้าแสดงท่าทีตกใจออกมาขณะที่เห็น "ดาบเพลิงโลหิต" หายเข้าไปอยู่ภายในร่างกายของหวังเหว่ย
           “ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่ต้องแปลกใจไปเฟิงเป้านี่คือหนึ่งในความสามารถพิเศษของอุปกรณ์ชิ้นนี้”
           “ข้าเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน” 
           หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ขึ้นขี่หลังของเฟิงเป้า และได้ออกเดินทางไปยังป่าสัตว์อสูรตามแผนการเดิม
    ภายในจวนเจ้าเมืองอสูรหมีเพลิง
           “เรียนท่านเจ้าเมืองขอรับ ข้าได้ส่งคนออกไปสืบหาข้อมูลของชายหนุ่มอายุ15ปี ทุกคนภายในเมืองตามที่ท่านต้องการแล้วขอรับ”  หัวหน้าผู้ดูแลจวนเจ้าเมืองได้กล่าวกับเจ้าเมือง
           “อืม... ข้าได้ลองใช้กระจกสื่อสารระยะไกลติดต่อสอบถามเพื่อนของข้าที่อยู่ภายในเมืองหลวงแล้ว สามสุดยอดอัจฉริยะของเมืองหลวงยังอยู่ที่เมืองหลวงกันครบทุกคน” 
           “จริงหรือขอรับท่านเจ้าเมือง !”  หัวหน้าผู้ดูแลจวนเจ้าเมืองได้มีสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินที่หลี่ซั่วเจ้าเมืองอสูรหมีเพลิงกล่าว
           “เป็นเรื่องจริงแน่นอน ข้าได้ตรวจสอบที่อยู่ของสามสุดยอดอัจฉริยะของเมืองหลวงอย่างละเอียดแล้ว แต่ละคนกำลังฝึกฝนตนเองอยู่ภายในที่พัก”
           “เช่นนั้น ชายหนุ่มอายุ15ปี คนที่เรากำลังตามหาอยู่ ก็ต้องเป็นสุดยอดนักอัญเชิญอสูรอัจฉริยะของอาณาจักรมนุษย์คนที่สี่ ที่สามารถก้าวข้ามระดับเลเวล30 ได้ตั่งแต่อายุยังไม่ถึง16ปี มิหนำซ้ำยังสามารถต่อสู้เอาชนะท่านลู่หลินและท่านลู่เจ๋อ ซึ่งเป็นนักสู้ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงอีกทั้งยังมีระดับเลเวล40 กันทั้งคู่อีกด้วย !”
           “ถูกแล้ว! ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องตามหาชายหนุ่มผู้นี้ให้เจอให้ได้ หากเราสามารถดึงตัวเขา มาเข้าร่วมตระกูลของเราได้ ในอนาคตตระกูลของเราอาจจะได้กลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรแห่งนี้ !”  
           “ทราบแล้วขอรับท่านเจ้าเมือง ข้าจะกำชับคนของเราให้ออกตามหาชายหนุ่มผู้นี้อย่างสุดความสามารถขอรับ”
           “ตามที่ทหารรักษาเมืองได้แจ้งเข้ามา ชายหนุ่มผู้นี้คงออกจากเมืองไปทางประตูหลังด้านหลัง ภายหลังจากการต่อสู้กับท่านลู่หลินและท่านลู่เจ๋อ แต่หากเราลองตามสืบเรื่องของเขาให้ดี เราอาจจะพอได้รับเบาะแสอะไรมาบ้าง เจ้าจงบอกให้คนของเราตามสืบเรื่องของชายหนุ่มผู้นี้อย่างสุดความสามารถ” 
           “ทราบแล้วขอรับท่านเจ้าเมือง ข้าจะให้คนทั้งหมดของเราออกตามสืบเรื่องของชายหนุ่มผู้นี้ขอรับ !” 
           หลังจากที่ทุกกลุ่มอำนาจภายในเมืองอสูรหมีเพลิงได้รับรู้ว่า มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ไม่ใช่สามสุดยอดอัจฉริยะของเมืองหลวง แต่กลับสามารถก้าวข้ามระดับเลเวล30 ได้ตั่งแต่อายุยังไม่ถึง16ปี อีกทั้งยังสามารถต่อสู้เอาชนะนักสู้ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงอย่าง ลู่หลิน ลู่เจ๋อ ทำให้แต่ละกลุ่มอำนาจภายในเมืองอสูรหมีเพลิง ส่งคนทั้งหมดที่มี ออกสืบหาเบาะแสของชายหนุ่มปริศนา ทำให้ภายในเมืองอสูรหมีเพลิงเกิดความปั่นป่วนขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
    ภายนอกเมืองอสูรหมีเพลิง
           เวลาห้าชั่วโมงผ่านไป ด้วยความเร็วของเฟิงเป้าทำให้ในตอนนี้หวังเหว่ยได้เดินทางมาถึงยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
           “ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ มีนักสู้จากเผ่าพันธุ์มังกรระดับเลเวล35ถึง42 อยู่นับสิบคน เจ้าระวังตัวด้วยเฟิงเป้า”
           “ขอรับนายท่าน” เฟิงเป้าในร่างราชาแมวป่าอสูรวายุได้เดินเข้าไปภายในหมู่บ้านอย่างระมัดระวัง โดยมีหวังเหว่ยนั่งอยู่บนหลัง
           “ฮ่า ฮ่า ฮ่า หญิงสาวเผ่าพันธุ์มนุษย์ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีหน้าตาที่งดงามผิดกับหมู่บ้านอื่นจริงๆ พวกเจ้าช่วยกันจับหญิงสาวภายในหมู่บ้านแห่งนี้กลับไปให้หมด” หลวนหลงรองหัวหน้ากลุ่มมังกรอัสนีได้กล่าวกับลูกน้องของตน ซึ่งกลุ่มมังกรอัสนี  เป็นหนึ่งในกลุ่มเผ่าพันธุ์มังกรที่มาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ภายในอาณาจักรมนุษย์ และมีบางคนภายในกลุ่มต่างๆ ที่ชอบใช้กำลังกดขี่ข่มเหงเผ่าพันธุ์มนุษย์
           “ขอรับท่านรองหัวหน้า” เหล่าลูกน้องของหลวนหลง ได้กล่าวตอบรับหลวนหลง
           “ฮื้อ ฮื้อ นายท่านได้โปรดเมตตาพวกข้าด้วย ได้โปรดเมตตาพวกข้าด้วย” เหล่าหญิงสาวเผ่าพันธุ์มนุษย์ภายในหมู่บ้าน ได้พากันร้องขอความเมตตา จากเหล่าลูกน้องของหลวนหลง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลนองหน้า
           “ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าไม่ต้องกลัว เมื่อกลับไปถึงถ้ำที่พักของข้า ข้าจะดูแลพวกเจ้าอย่างดีแน่นอน”
           หวังเหว่ยที่ได้เห็นเหตุการณ์จากระยะไกล จึงได้รู้สึกเศร้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในยุคนี้ 
           “เฮ้อ เห็นทีในวันนี้ ข้าคงต้องสั่งสอนคนของเผ่าพันธุ์มังกรพวกนี้เพื่อระบายอารมณ์ของข้าสักเล็กน้อย "ดาบเพลิงโลหิต" จงแสดงอานุภาพของเจ้าให้พวกนั้นได้เห็น” หวังเหว่ยได้เรียก "ดาบเพลิงโลหิต" ออกมา
           วิ้ง วิ้ง
           "ดาบเพลิงโลหิต" ได้ปรากฏขึ้นที่มือของหวังเหว่ยพร้อมกับเปล่งพลังออร่าสีแดงออกมา เพื่อตอบรับคำกล่าวของหวังเหว่ย
           “เฟิงเป้าเจ้าจงใช้ความเร็วของเจ้าพุ่งเข้าไปหาเหล่าคนจากเผ่าพันธุ์มังกรกลุ่มนั้น ข้าจะสังหารพวกมันทั้งหมด” หวังเหว่ยได้ปลดผนึกระดับเลเวลให้กลับมาอยู่ในระดับเลเวล34ทันที หลังจากกล่าวจบ
           เฟิงเป้าได้ใช้ความเร็วในระดับสูงสุดจนกลายเป็นลำแสงสีขาว พุ่งตรงไปยังกลุ่มคนของเผ่าพันธุ์มังกร
           ฟิ้ววว ฉวะ 
           “อ๊ากกก” หนึ่งในลูกน้องของหลวนหลงที่มีระดับเลเวล38 ได้ล้มลงทันทีหลังจากถูก "ดาบเพลิงโลหิต" ฟันจนขาดเป็นสองท่อน
           “กรี๊ดดด”  เหล่าหญิงสาวภายในหมู่บ้านนับสิบคน ได้พากันกรีดร้องเสียงดังหลังจากที่ได้เห็นภาพตรงหน้า
           “เจ้า! เผ่าพันธุ์มนุษย์มีเด็กหนุ่มที่มีความสามารถสูงส่งเช่นนี้อยู่ด้วยงั้นรึ !?” หลวนหลงรองหัวหน้าของกลุ่มมังกรอัสนี ได้กล่าวถามหวังเหว่ยด้วยความตกตะลึง
           “หืม? เจ้ามองเห็นข้าเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจหรือ? คำถามของเจ้าช่างน่าตลกขบขันเสียจริง”
           “ดี เช่นนั้นวันนี้ข้าจะสังหารอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเจ้า เพื่อไม่ให้เจ้าได้มีโอกาสเติบโตจนกลายมาเป็นเสี้ยนหนามของเผ่าพันธุ์มังกรของข้า” 
           “สังหารข้า? หากเจ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู” หวังเหว่ยได้ให้เฟิงเป้าพุ่งเข้าไปโจมตีหลวนหลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลวนหลงต้องนำศาสตราวุธระดับล้ำค่าประเภทหอกของตน ออกมาจากแหวนมิติ เพื่อป้องกันการโจมตีของหวังเหว่ย
           เคร้ง เคร้ง เคร้ง 
           “ฮืม!” หลวนหลงได้ก้าวถอยหลังกลับไปหลายก้าวหลังจากที่เห็นศาสตราวุธระดับล้ำค่าของตนพังเสียหาย ภายหลังจากปะทะกับศาสตราวุธของหวังเหว่ย
           “นี่มัน! เป็นไปไม่ได้ศาสตราวุธของข้าไม่เคยได้รับความเสียหายเช่นนี้มาก่อน เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่”
           หวังเหว่ยได้แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาเมื่อได้ยินคำถามนี้อีกครั้ง จากนั้นหวังเหว่ยได้ใช้ทักษะ "คนและพาหนะรวมเป็นหนึ่ง" กับเฟิงเป้า เพื่อเพิ่มระดับของพลังปราณอสูรภายในร่างกายของหวังเหว่ยให้มากขึ้น ทำให้ระดับเลเวลของหวังเหว่ยเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล45ในทันที
           “เป็นไปไม่ได้! เจ้ามีระดับเลเวลมากกว่าข้าตั่งแต่อายุเพียงเท่านี้ได้อย่างไร เพื่อป้องเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์มังกรในอนาคต วันนี้ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องสังหารเจ้าให้ได้” หลวนหลงกล่าวพร้อมกับรวบรวมพลังออร่าทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าโจมตีหวังเหว่ย
           “เจ้าไม่มีโอกาสนั้นหรอก” หวังเหว่ยกล่าวขณะให้เฟิงเป้าพุ่งเข้าไปหาหลวนหลงด้วยความเร็วสูงสุดราวกับลำแสงสีขาว 
           ฟิ้ววว ฉวะ ฉวะ ฉวะ
           ร่างกายที่แข็งแกร่งของหลวนหลงได้ถูก "ดาบเพลิงโลหิต" ตัดขาดเป็นชิ้นๆในพริบตา
           “กรี๊ดดดด”
           “พอแล้วพวกเจ้าจะร้องอะไรกันเยอะแยะ น่าจะเริ่มชินกันได้แล้ว” หวังเหว่ยกล่าวออกมาเสียงดังทำให้เหล่าหญิงสาวภายในหมู่บ้านพากันเงียบเสียงลงอย่างพร้อมเพรียงกันในทันที หลังจากเสียงร้องของเหล่าหญิงสาวเงียบลง หวังเหว่ยได้หันไปมองทางกลุ่มคนของเผ่าพันธุ์มังกรด้วยสายตาที่เย็นชา และในขณะที่เขากำลังจะเริ่มทำการสังหารหมู่ได้มีเสียงของหญิงสาวดังขึ้น
           “ได้โปรดช้าก่อนคุณชาย” หญิงสาวเผ่าพันธุ์มังกรที่งดงามราวกับเทพธิดาและกลุ่มผู้ติดตามของนางได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วหลังจากกล่าวจบ
           หวังเหว่ยที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่ามีคนจากเผ่าพันธุ์มังกร จำนวนหลายร้อยคนกำลังเข้ามาใกล้ตนเอง แต่เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีระดับเลเวลเพียง30ต้นๆ ทำให้หวังเหว่ยไม่ได้ใส่ใจการมาถึงของกลุ่มคนเหล่านี้มากนัก
           เมื่อเห็นสายตาที่เย็นชาของหวังเหว่ย หญิงสาวจึงได้เผยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรออกมาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ข้าชื่อว่าหนิงเซียนเป็นบุตรสาวของหัวหน้ากลุ่มมังกรอัสนีที่ปกครองพื้นที่แถบนี้ คุณชายได้โปรดไว้หน้าข้าสักครั้งปล่อยพวกเขาเหล่านั้นไปได้หรือไม่ ?”
           หนิงเซียนหญิงสาวเผ่าพันธุ์มังกร อายุ18ปี มีใบหน้าที่สวยคมและรูปร่างที่สมส่วนดูเข้ากันกับชุดเกราะสีแดงที่นางสวมใส่ นางเป็นนักสู้ระดับเลเวล31 คลาสอาชีพนักรบฝึกหัดขั้นสูง 
           “หืม? ทำไมข้าถึงต้องปล่อยพวกมันไป พวกมันมีความคิดที่จะกระทำไม่ดีกับเหล่าหญิงสาวภายในหมู่บ้านแห่งนี้ เจ้าที่เป็นหญิงสาวเหมือนกันไม่รู้สึกเห็นใจพวกนางบ้างรึ ?” 
           “แน่นอนข้ารู้สึกเห็นใจพวกนาง ในทันทีที่ข้าได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้าน ข้าได้เร่งรีบเดินทางมาเพื่อห้ามปราม แต่เมื่อมาถึงข้าก็ได้พบว่าท่านได้สังหารท่านหลวนหลงรองหัวหน้ากลุ่มของพวกเราไปเสียแล้ว... เอาล่ะ ในเมื่อเรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว และนั่นถือว่าเป็นผลของการกระทำของท่านหลวนหลง หลังจากนี้ข้าให้สัญญาว่าจะห้ามปรามคนเหล่านี้ไม่ให้กระทำไม่ดีกับเหล่าหญิงสาวภายในพื้นที่แถบนี้อีก” 
           “อืม... ข้าเข้าใจแล้ว หากเจ้ากล่าวเช่นนั้น ข้าก็จะไว้ชีวิตพวกมันสักครั้ง”  หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เก็บ "ดาบเพลิงโลหิต" เข้าไปไว้ภายในร่างกายของเขาเช่นเดิม แต่สิ่งที่คนภายนอกได้เห็นคือหวังเหว่ยได้เก็บ "ดาบเพลิงโลหิต" เข้าไปไว้ภายในแหวนมิติ
           “ขอบคุณ คุณชาย ข้าขอทราบชื่อของคุณชายได้หรือไม่ ?” 
           “ข้ามีชื่อว่านิรนาม ข้าขอตัวเดินทางไปทำธุระส่วนตัวของข้าต่อ ไว้พบกันใหม่”
           “ไว้พบกันใหม่ คุณชายนิรนาม” หนิงเซียนได้ยิ้มให้กับหวังเหว่ยอย่างเป็นมิตรอีกครั้ง จากนั้นหนิงเซียนได้สั่งให้คนของนางเปิดทางให้กับหวังเหว่ย
           ก่อนออกเดินทางหวังเหว่ยได้หันหน้าไปกล่าวกับเหล่าหญิงสาวภายในหมู่บ้านว่า “เอาล่ะ พวกเจ้าบอกให้เหล่าผู้ชายภายในหมู่บ้านที่หลบซ่อนตัวกันอยู่ ให้ออกมากันได้แล้ว ข้ามีธุระต้องไปทำต่อไว้มีเวลาข้าจะกลับมาเยี่ยมเยียนพวกเจ้า”
           “ขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเราเจ้าค่ะ” หวังเหว่ยพยักหน้าเล็กน้อยตอบรับคำขอบคุณของพวกนาง
           “เฟิงเป้าออกเดินทางต่อได้เลย” หวังเหว่ยกล่าวกับเฟิงเป้าผ่านการสื่อสารทางจิต
           “ขอรับนายท่าน”  เฟิงเป้าตอบหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต
           คนจากเผ่าพันธุ์มังกรหลายร้อยคนได้เปิดทางให้หวังเหว่ยตามคำสั่งของหนิงเซียน ทำให้หวังเหว่ยเดินทางออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ได้โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ
           “คุณหนู คุณชายท่านนี้ได้สังหารท่านหลวนหลงรองหัวหน้าของพวกเรา พวกเราปล่อยเขาไปแบบนี้จะดีหรือขอรับ ?”
           “ฮืม พวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าหลายร้อยคนสามารถเอาชนะผู้ที่สามารถสังหารท่านหลวนหลงภายในดาบเดียวได้งั้นรึ ?”
           “คือว่า พวกเรา... ”
           “พวกเจ้าควรเลือกที่จะผูกมิตรกับบุคคลเช่นนี้เอาไว้ จงจำไว้ในอนาคตอย่าได้เป็นศัตรูกับบุคคลเช่นนี้เป็นอันขาด พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”
           “พวกข้าทราบแล้วขอรับคุณหนู” 
           “เช่นนั้นก็ดี พวกเราจะเดินทางกลับที่พักกันแล้ว พวกเจ้าช่วยกันเก็บศพคนของเราที่ถูกเขาสังหารกลับไปด้วย”
           “ขอรับคุณหนู” จากนั้นคนจากเผ่าพันธุ์มังกร กลุ่มมังกรอัสนี ได้เริ่มทำการเก็บซากศพของหลวนหลงและลูกน้องของหลวนหลงที่ถูกหวังเหว่ยสังหาร และได้ออกเดินทางกลับไปยังที่พักของตนเองในทันที
           หลังจากที่หวังเหว่ยและคนจากเผ่าพันธุ์มังกร กลุ่มมังกรอัสนี ได้เดินทางออกไปจากหมู่บ้านแล้วเหล่าชาวบ้านผู้ชายภายในหมู่บ้านได้พากันออกมาจากที่หลบซ่อน จากนั้นชาวบ้านภายในหมู่บ้านได้ส่งคนไปแจ้งกับทางเมืองอสูรหมีเพลิง ว่ามีชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่านิรนาม อายุราว15ปี ได้ขี่หลังสัตว์อสูรแมวสีขาว ลงมือสังหารหลวนหลง รองหัวหน้ากลุ่มมังกรอัสนีรวมถึงลูกน้องของหลวนหลงไปหลายคน อีกทั้งคนจากเผ่าพันธุ์มังกร กลุ่มมังกรอัสนี หลายร้อยคนยังปล่อยให้เขาจากไปอย่างง่ายดาย ทำให้ภายในเมืองอสูรหมีเพลิงได้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้ทราบข่าวเรื่องนี้ และได้พากันเรียกขานนามของหวังเหว่ยว่าคุณชายแมวขาว