ห้องโถงกว้างนั้น ฝาผนังตกแต่งด้วยไม้วอลนัท ประดับเป็ลวดลายที่งามวิจิตร แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในห้องทางหน้าต่างที่เปิดโปร่งขึ้นจรดเพดานของอพาร์ตเม้นท์ ผ่านม่านโปร่งใสที่ประดับไว้อย่างประณีต ผนังทั้ง 4 ด้านที่โอบล้อมห้องนี้ไว้ ต้องแสงอาทิตย์เป็ประกาย ตรงมุมหนึ่งของห้องคือตู้หนังสือซึ่งมีลักษณะเป็ตู้ติดผนัง สูงจากพื้นจรดเพดาน หนังสือแต่ละเล่มที่บรรจุอยู่ในตู้นี้ เป็หนังสือที่เกี่ยวกับอาวุธปืนและการล่าสัตว์ทั้งสิ้นและมีบางเล่ม ที่แม้จะดูเก่าไปบ้างเนื่องจากถูกหยิบออกมาอ่านบ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งของตู้หนังสือถูกแบ่งออกเป็ชั้น ใช้ตั้งวางของที่ระลึกต่างๆ รวมทั้งภาพของพรานไพรที่ถ่ายคู่กับสัตว์ที่เขาสังหารชีวิต สัตว์ป่าตัวเล็กๆ ถูกประดับไว้ชั้นบนๆ ขณะที่งูจงอาง ที่สตัฟฟ์และเคลือบไว้ด้วยแลคเกอร์วางอยู่บนชั้นใกล้พื้นห้อง
สัญลักษณ์แห่งความมีชัย มันคือหัวกวางมูสและกวางเอลค์ถูกแขวนไว้บนฝาผนังห้อง ไม่ไกลกันคือนอแรดหัวละมั่ง เสือูเาที่ยืนอยู่ในท่วงท่าองอาจสง่าผ่าเผยเหนือเตาผิงที่ก่อด้วยอิฐแดง ราวกำลังจะล่าเหยื่อ ส่วนไก่ฟ้าพระยาลอยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง บนชั้นเหนือเตาผิงมีงาช้างหลายคู่ ขดโค้งเป็วงโอบนกอินทรีสีทอง ที่กำลังกางปีกกว้าง ราวจะพิทักษ์เ้ากระรอกสีเทาที่ไร้ชีวิตไว้อีกชั้นหนึ่ง และบนพื้นห้องเบื้องหน้าเตาผิงนั้นคือหนังหมีขนหยาบสีน้ำตาล ดวงตาสีน้ำตาลและปากที่อ้ากว้างแสยะจนเห็นเขี้ยววาววับ ท่าทางคุกคามอยู่เงียบๆ
อีกด้านหนึ่งของผนังคือตู้ขนาดใหญ่แข็งแรง เป็ตู้สำหรับเก็บปืนโดยเฉพาะ มองเห็นปืนแต่ละกระบอกในตู้เป็เงาวาววับด้วยการขัดถู หยอดน้ำมันอย่างประณีต แต่ตรงพานท้ายปืนแสดงให้เห็นว่า ปืนเ่าั้ถูกนำออกมาใช้อยู่เสมอ โต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องนั้น ไม่ได้เป็ที่ตั้งของงานเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากจะประดับไว้ใต้ตู้กระจกด้วยรูปภาพต่างๆ อันแสดงถึงชัยชนะในการล่าสัตว์ต่างๆ
โซฟาคู่หนึ่ง ซึ่งหุ้มด้วยหนังสัตว์สีบรอนซ์ตั้งเผชิญหน้ากันอยู่แต่ละฟากของพรมหนังหมี เด็กหนุ่มวัย 14ปี สวมเสวตเตอร์สีฟ้าใสกับกางเกงสีเข้มนั่งอยู่บนโซฟาตัวหนึ่ง นิ้วมือเรียวยาวกำลังเคลื่อนไหวทำความสะอาดปืนไรเฟิลอย่างพิถีพิถัน ปอยผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำปรกลงปิดหน้าผากขณะที่เขาก้มหน้าก้มตาอยู่กับงานตรงหน้า เด็กหนุ่มมีผิวพรรณผ่องใส ราวกับเกิดมาเพื่อเป็ศิลปินมากกว่า ขนตายาวงอน หลุบลงปกคลุมอยู่เหนือดวงตาคู่สีน้ำตาล ซึ่งขณะนี้กำลังจรดจ้องอยู่แต่กับปืนในมือเท่านั้น
ผู้ที่นั่งอยู่ในโซฟาฟากตรงข้าม คือเด็กหญิงวัย 12ปี เธอกำลังทำความสะอาดปืนกระบอกที่เบากว่าอยู่เช่นกัน ความคล้ายคลึงของเด็กหนุ่มสาวทั้งสองคนนี้ ไม่ต้องพูดถึงผิวพรรณอันอ่อนเยาว์นั้น ถูกบดบังไว้ด้วยกางเกงบลูยีนเก่าๆ ตัวหนึ่ง กับเสื้อเชิ้ตสีเทาตัวหลวม พวงผมสีทองแดงปล่อยเปลือยลงมาประไหล่ และเมื่อมันปรกลงยังบ่าด้านหน้าเป็การรบกวนการทำงาน เธอก็ปัดมันไปทางด้านหลังอย่างไม่พอใจ
ด้วยวัยที่กำลังสดชื่นและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ทำให้ท่าทางของสาวน้อยดูทะมัดทะแมงยิ่งนัก เพียงแต่ส่วนโค้งของริมฝีปากที่อ่อนเยาว์เท่านั้นที่บอกให้รู้ว่า เธอก็ยังเป็เพศที่อ่อนแอ เช่นเดียวกับความอ่อนไหวที่ประทับอยู่บนใบหน้าของพี่ชาย ดวงตาคู่กลมโตของเธอเป็ประกายสีเขียวเรืองๆ ซึ่งอาจจะรุ่งโรจน์ขึ้นในยามที่อยู่ในอารมณ์โกรธหรือตื่นเต้นได้ หรือมิฉะนั้น ก็เป็ประกายลึกลับเหมือนความดำมืดแห่งท้องทะเล
บนเก้าอี้พนักสูง เบาะหุ้มด้วยหนังสีน้ำตาลซึ่งบัดนี้สีได้เปลี่ยนเป็อ่อนลงด้วยเวลาที่ผ่านไป บุรุษหนึ่งนั่งควบคุมการทำงานของเด็กหนุ่มสาวคู่นี้อยู่เงียบๆ มือของเขาขัดถูพานท้าปืนวินเชสเตอร์บนตัก เป็ลักษณะที่เด็กทั้งคู่คอยชำเลืองมองด้วยความสนใจและเคารพรักอย่างยิ่ง อันที่จริงปืนกระบอกนี้ได้รับการทำความสะอาดมาแล้วหลังจากที่เขาใช้เสร็จ จากประสบการณ์อันยาวนาน ทำให้เขาสามารถจะทำความสะอาดได้เสร็จก่อนที่เด็กทั้งสองที่เขาเฝ้าจับตามองอยู่
ก้านไปป์ยังคาอยู่ในระหว่างฟัน แม้ว่ายาเส้นในกล้องจะดับไปนานแล้ว แต่กลิ่นหอมหวนก็ยังอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ บุรุษผู้นี้สวมแจ็คเก็ตกับกางเกงสีน้ำตาล มีลักษณะของความเป็พรานไพรปรากฏอย่างชัดเจนในบุคลิกของเขา เรือนผมสีน้ำตาลบัดนี้มีสีเทาขึ้นแซมอยู่ประปราย โดยเฉพาะตรงแนวขมับ เป็สุภาพบุรุษที่มีลักษณะสมเป็ชายชาตรียิ่งนัก มีความคล่องแคล่วที่ส่อให้เห็นอย่างชัดเจน นานนับปีมาแล้ว ที่เขาได้ฝึกตัวเองให้คุ้นชินกับการที่จะสงบระงับทุกอารมณ์และความรู้สึกไม่ให้ปรากฏออกมานอกหน้าและรวมไปถึงในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น
ขณะนี้มีเสียงเปิดและปิดประตูห้องดังมาจากห้องโถงภายนอก เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น ปืนกระบอกที่กำลังทำความสะอาดอยู่ถูกวางลงข้างตัวทันที ขณะที่เธอถลันลุกขึ้นยืน
“แม่มาแล้ว..หนูต้องไปบอกแม่ให้รู้ก่อนนะคะ”
“จอร์ดันน่า..เดี๋ยว..”
ขณะที่บุรุษผู้นั้นดึงไปป์ออกจากปากเพื่อเรียกเธอไว้ เด็กหญิงก็วิ่งออกไปนอกห้องเสียแล้ว เขาเม้มริมฝีปากลงขณะวางไปป์ลงบนกล่องยาเส้น ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเก้าอี้ที่นั่ง ลุกขึ้นยืนช้าๆ เหมือนไม่มีอะไรจะต้องรีบเร่ง เดินตรงไปยังตู้เก็บปืน หลังจากวางปืนลงในที่ของมันแล้วเขาก็หันมาและสบตาลูกชายเช่นที่คาดคิดไว้
“ทำความสะอาดปืนต่อให้เสร็จนะคิท เดี๋ยวพ่อจะตรวจก่อนเอาเข้าตู้”
มีรอยยิ้มจางๆ ฉาบอยู่บนใบหน้าขณะออกคำสั่ง
“ครับพ่อ”
เด็กหนุ่มหันไปสนใจกับงานตรงหน้า โดยไม่ได้แสดงความย่อท้อหรือเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ผู้เป็พ่อเดินออกไปจากห้อง
เขาเดินออกไปยังห้องนั่งเล่นที่ประดับด้วยโคมระย้าและผ้าม่านดอกปักลวดลายงดงาม พื้นห้องปูด้วยพรมกำมะหยี่เนื้อนุ่มสีเขียวใส ทำให้ห้องกว้างนั้นดูโอ่อ่าภูมิฐานยิ่งนัก ภาพวาดที่ประดับผนังห้อง ส่วนใหญ่จะเป็งานชิ้นเอกฝีมือจิตรกรชาวอิตาเลี่ยน ทั้งที่เป็ภาพฝีมือจริงและภาพจำลองราคาแพง ทุกภาพใส่กรอบขนาดใหญ่ประดับอยู่เหนือผนังห้องที่ฉาบไว้ด้วยสีขาว
โซฟาขนาดใหญ่ในห้องนี้บุด้วยผ้าดิ้นยกดอกเดินลายทอง โคมไฟคริสทัลตั้งอยู่บนโต๊ะแบบอิตาเลี่ยนซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างของโซฟา มีโต๊ะรับแขกรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่ด้านหน้าเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนคลุมด้วยผ้าลูกไม้สีเขียวอ่อนเข้ากับพรมปูพื้น และอีก 2ตัว ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าเตาผิงหินอ่อนสีเขียวอ่อนระยับ ทั้งสีเขียวยังเลยไปถึงขอบผ้าระบายที่ใช้คลุมส่วนบนของเตาผิงอีกด้วย ในแจกันทุกใบประดับด้วยไม้ดอกที่เพิ่งตัดมาจัดแต่งไว หอมอบอวลไปทั่วทั้งห้อง สีของดอกไม้ในห้องนี้จะเป็สีชมพูเพียงสีเดียวเท่านั้น
และตรงกลางห้อง ท่ามกลางเครื่องประดับทุกชิ้นอันบ่งบอกถึงความอัครฐานนี้ สตรีผู้มีเรือนผมราวสีขนกาน้ำกำลังยืนเด่นเป็สง่าอยู่ เธอมีลักษณะของผู้ที่มีความทระนง มีสติปัญญารู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้คนและเยือกเย็นยิ่งนัก สาวใช้คนหนึ่งยืนรอรับคำสั่งอยู่ใกล้ๆ มีเสื้อคลุมของนายหญิงคล้องอยู่กับแขน ขณะเธอถอดถุงมือสีดำที่สวมอยู่ออกช้าๆ
“ขอบใจมากเทสซ่า”
เธอกล่าวขณะส่งถุงมือให้สาวใช้ ในน้ำเสียงที่ไว้ตัวแฝงคำสั่งให้ออกไปได้แล้วด้วย
สาวใช้ถอยออกจากห้องเงียบๆ ซึ่งเป็ขณะเดียวกันกับที่เด็กหญิงผมสีทองแดงวิ่งถลันเข้ามา
“เดาซิคะแม่..ว่าหนูมีเื่อะไร?”
น้ำเสียงของสาวน้อยราวท้าทายมารดา
“นี่มันเื่อะไรกัน หนูถึงได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สกปรกเหมือนผ้าขี้ริ้วอย่างนี้ จอร์ดันน่า?”
ดวงตาของเธอเป็ประกายเขียวเข้มราวสีมรกตขึ้นมาทันทีด้วยความไม่สบอารมณ์ ชุดที่เธอสวมใส่อยู่ขณะนี้ ได้รับการออกแบบตัดเย็บอย่างประณีตและทันสมัยที่สุด เข้ากันกับเครื่องประดับทุกชิ้น ซึ่งทำให้ดูภูมิฐานยิ่งขึ้น
“แม่คิดว่าแม่สั่งเทสซ่าแล้วนะ ว่าให้เอาชุดพวกนี้ไปโยนทิ้ง หนูมีเสื้อผ้าสวยๆ ที่แม่ซื้อให้ออกเต็มตู้ ถึงเวลาแล้วนะลูกที่หนูจะต้องเลิกทำตัวเป็คนใส่อะไรก็ได้เสียที..!”
“ก็เรากำลังซ้อมยิงเป้ากันอยู่นี่คะแม่”
ความคิดบางอย่างพุ่งออกมาจากสมองของเด็กหญิง
“พ่อบอกว่าจะอนุญาตให้หนูตามไปล่าสัตว์กับพ่อด้วย ตอนวันหยุดที่จะถึงนี่แหละค่ะ ตอนที่พ่อพาคิทไปไงคะแม่”
จอร์ดันน่าประกาศก้อง ไม่อาจบิดบังความยินดีปรีดาไว้ได้