“ขอบคุณมากนะคะ ค่ะ ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ” ภัคธีมาวางสายไปด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าพอใจที่สุด หลังจากบริษัทน้ำหอมของตุลธรโทร.มาบอกว่าจะรับเธอเข้าทำงานและนัดวันสัมภาษณ์งานพร้อม
ตุลธรตอบรับเธอเร็วกว่าที่คิด ก็ดีเหมือนกันเธอจะได้ไม่ต้องรอ แผนการแก้แค้นกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็การหว่านเสน่ห์ให้อีกฝ่ายหลงรักจนหัวปักหัวปำ นั่นคือแผนที่เธอวางไว้กับรวิสรา
“วิ ตุลธรรับฉันเข้าทำงานแล้ว เขาตอบรับฉันเร็วกว่าที่คิดแน่ะ แต่ก็ดีนะ แผนการแก้แค้นมันจะได้ดำเนินการอย่างเร็วที่สุด” ภัคธีมาพูดพร้อมกับยิ้มร้าย
“แล้วถ้าเกิดเธอยั่วยวนเขาจนเขาทนไม่ได้ล่ะ เธอก็รู้นี่ว่าสันดานดิบของผู้ชายมันมีเยอะ” รวิสราอดที่จะเป็ห่วงเพื่อนไม่ได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มราวกับไม่กลัวอะไรเลย ก่อนจะบอกว่า
“ฉันจะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด คนอย่างฉันไม่ยอมเสียตัวให้ไอ้ฆาตกรที่ขับรถชนพี่ชายของตัวเองหรอก และฉันท่องไว้เสมอว่าหน้าที่ของฉันคือแก้แค้น ไม่มีทางที่จะทำเกินหน้าที่แน่นอน”
“ก็ขอให้มันจริงเหอะ ไม่ใช่ว่าแก้แค้นไปแก้แค้นมาสุดท้ายก็หลงรักเขาเสียเอง เหมือนในละครที่ฉันเคยดูน่ะ”
“ไม่มีทาง! ฉันไม่มีวันเคลิบเคลิ้มและหลงใหลนายตุลธรหรอก สิ่งที่ฉันจะมอบให้เขาได้คือความเ็ปเท่านั้น เขาต้องเจ็บกว่าพี่พงศ์หลายเท่าคอยดู” น้ำเสียงบวกกับท่าทางที่แสดงออกมาช่างดูแข็งกร้าวเสียเหลือเกิน จนทำให้ผู้เป็เพื่อนถึงกับสะดุ้งทีเดียว
คนอะไร…แค้นน่ากลัวจริงๆ เชียว!
“แล้วถ้าเกิดเขาตกหลุมรักเธอ สมมุติว่าถ้าเขาพาเธอย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของเขาล่ะ” รวิสราถามต่อไปอีก
“ก็ดีน่ะสิ” ภัคธีมาตอบแบบไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้นพร้อมกับยิ้มกริ่ม “ฉันจะได้เข้าไปอยู่ในบ้านของเขาเพื่อที่จะหาหลักฐานเอาผิดเขาได้ง่ายขึ้น บางทีเขาอาจซ่อนหลักฐานบางอย่างไว้ที่บ้านของเขาก็ได้ มันอาจจะมีอะไรที่บ่งชี้ว่าเขาคือคนที่ขับรถพี่ชายของฉัน ซึ่งถ้าเขาจะชวนฉันเข้าไปอยู่ในบ้านฉันก็ยอม”
“เธอแน่ใจแล้วเหรอ”
“แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งเสียอีก แล้วแผนการแก้แค้นมันก็ยังคงดำเนินการไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้หลักฐานหรือจนกว่าฉันจะแก้แค้นจนสะใจแล้ว ให้รู้เสียบ้างว่าความเ็ปมันเป็ยังไง ส่วนเธอก็คอยช่วยเหลือฉันอยู่ห่างๆ ถ้าฉันมีเื่ให้ช่วยเดี๋ยวจะติดต่อมาเอง”
“แต่ฉันเป็ห่วงเธอนะ ฉัน…” หญิงสาวทำหน้าเศร้าเมื่อนึกเป็ห่วงเพื่อนขึ้นมา ทว่าอีกฝ่ายกลับส่ายหน้าแบบไม่ยี่หระ
“ขอบคุณมากค่ะเพื่อน แต่ฉันคิดว่าฉันเอาตัวรอดได้ค่ะสาว ไม่ต้องเป็ห่วงฉันนะ ฉันจะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด”
“เธอสัญญานะ”
“สัญญาจ้ะ” เธอพูดพร้อมกับปลอบประโลมเพื่อน “เธอไม่ต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้น ฉันไม่ได้จะไปตายเสียหน่อย ทำยังกับฉันจะไปออกสนามรบอย่างนั้นละ”
“ก็ชีวิตนี้ฉันมีเธอคนเดียวนี่ ครอบครัวของฉันก็ตายไปหมดแล้ว ฉันไม่มีใครนอกจากเธอเท่านั้น”
“ชีวิตนี้ฉันก็มีแค่เธอคนเดียวเหมือนกัน ฉันสัญญาว่าฉันจะระวังตัวให้มากที่สุด จะไม่ทำให้เพื่อนคนนี้ต้องเป็ห่วง”
“สัญญาแล้วนะ”
“ค่ะ เพื่อน”
แล้วสองเพื่อนรักก็กอดกันด้วยความรัก ส่วนรวิสรานั้นก็รู้สึกเป็ห่วงเพื่อนที่สุดที่ต้องไปเสี่ยงอันตรายอยู่ใกล้ฆาตกรเพื่อหาหลักฐานเอาผิดเขา แถมยังต้องแต่งตัวยั่วยวนหว่านเสน่ห์อีก ก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทว่าภัคธีมากลับบอกว่าเธอจะระวังตัวที่สุด ถึงจะพูดเช่นนั้นแต่ก็รู้ว่าเมื่อน้ำมันอยู่ใกล้กับไฟมันจะเป็อย่างไร เพียงแค่คิดก็อดที่จะหวั่นใจแทนไม่ได้แล้ว