ผมวางร่างของแพรลงบนเตียง ตัวเราเปียกชื้นด้วยกันทั้งคู่ แววตาหวานเชื่อมของเธอทำให้อารมณ์ของผมปะทุขึ้นมาอีกครั้ง เธอบดเบียดตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นวานิลาจากผิวเธอแทรกซึมเข้าสู่ประสาทััของผมทันที
แกนกายของผมคับแน่นไปด้วยความทรมาน เมื่อริมฝีปากของเราัักัน เรียวลิ้นของผมก็สำรวจเธอไปทั่วทั้งโพรงปากหวาน ผมบีบขยำััเคล้นคลึงทรวงอกอิ่มทั้งสองข้างอย่างไม่คิดจะออมแรง เสียงหายหอบของผมและเธอดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ผมดึงชุดชั้นในสีหวานลงแล้วฟอนแฟ้นทรวงอกอิ่มของเธอด้วยริมฝีปากแล้วดูดเม้มจนมันขึ้นสีกุหลาบ ส่วนอีกข้างก็เคล้นคลึงมันด้วยมือ ทรวงอกของเธอกระเพื่อมตามแรงอารมณ์อย่างฉุดไม่อยู่
ผมดึงเสื้อเธอออกลวก ๆ ในหัวมีแต่ความคิดอยากทำลายพวกมันให้แหลกละเอียดคามือ
“พี่ศิลา…แพร…อื้อเจ็บ” เสียงเรียกชื่อผมจากคนใต้ร่างทำให้ผมได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
“ให้ตายสิ…” ผมสบถเบา ๆ ก่อนจะผละออกจากเธอ แล้วรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างบางเอาไว้
ผมหันหน้าหนี สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกดอารมณ์ทั้งหมดที่กำลังพลุ่งพล่านลงไป
ความโกรธที่มีต่อพวกมันยังไม่จางหาย แต่คนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนที่ทำร้ายผม
แพรไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะตัดสินใจอะไรได้เลย เธอแทบไม่มีสติด้วยซ้ำ…
ถึงผมจะเลวแค่ไหน แต่ผมทำแบบนี้กับเธอไม่ได้ แพรไม่ได้รู้เื่ด้วย
แพรยังคงขยับตัวเข้ามาใกล้ คลอเคลียผมตามสัญชาตญาณ เธอพยายามปลดเสื้อผ้าของตัวเองออกทีละชิ้น ทำให้ผมรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างเธอไว้ทันที
แม้ความรู้สึกที่ค้างคาจะทรมานจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ผมก็ทำได้แค่อดทน ผมเช็ดตัวให้เธอเงียบ ๆ จนเธอเหนื่อยแล้วผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนล้า
ผมมองใบหน้าสวยของแพรที่กำลังหลับใหลก่อนจะสะบัดศีรษะช้า ๆ
ผมเปิดประตูระเบียงออกไปเพื่อสูบบุหรี่ อย่างน้อยควันบุหรี่คงช่วยดับอารมณ์ความวุ่นวายในใจของผมให้เบาบางลงได้
ผมมองควันบุหรี่ที่ลอยหายไปในอากาศช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็ลูกของน้ำผึ้ง เป็น้องของไอ้พีม เธอควรจะเป็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมนี้ของพวกมัน แต่ภาพที่เธอสลับแก้วโดยไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร มันวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หยุด
บางทีคนเราก็แค่ทำสิ่งที่ไม่มีเหตุผล...
ผมบอกตัวเองแบบนั้น แล้วก็พยายามเชื่อมัน
End Sila’s part
Pair ’s part
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยรู้สึกความอ่อนเพลีย พลางลืมตามองไปรอบ ๆ ห้อง นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่ฉันตื่นขึ้นมาในห้องนี้ ข้างเตียงว่างเปล่า
นี่ฉันคาดหวังอะไรอยู่นะ…
ฉันส่ายหน้ากับตัวเองเล็กน้อย เมื่อจะลุกขึ้นยืนก็พบว่าฉันแทบทรุดจนแทบจะล้มไปกองกับเตียงจนต้องพยุงตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียง
เมื่อคืนฉันกับพี่ศิลาเราสองคน…หน้าฉันเห่อร้อนขึ้นมาทันที ฉันมองหาเสื้อผ้าหมายจะเอามาใส่ แต่พบว่าทั้งห้องไม่มีเสื้อผ้าอะไรเลย ฉันจึงคว้าเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวไว้แทน
“โอ๊ย” ความอ่อนเพลียที่ยังคงหลงเหลืออยู่ทำให้ขาฉันอ่อนแรงขึ้นมา พอดีกับที่ร่างสูงของพี่ศิลาเข้ามาประคองฉันไว้ ฉันเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหลุบตามองลงที่พื้น
“ไหวไหม” น้ำเสียงที่ฉันไม่ได้ยินมาหลายปีดังขึ้น แววตาของคนตรงหน้าดูสับสนก่อนจะเปลี่ยนมาเป็เ็าอีกครั้ง
“แพรไหวค่ะ” พี่ศิลาทำตัวเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะประคองฉันไปส่งที่ห้องน้ำ
“ถ้าจะเอาอะไรก็บอก พี่จะรออยู่ตรงนี้” ฉันพยักหน้ารับคำเบา ๆ เขาแทนตัวเองว่า พี่ อีกแล้ว
ฉันเก็บซ่อนความรู้สึกแปลก ๆ นี้ลงไป แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่ดันนึกเื่สำคัญขึ้นมาได้จึงรีบหมุนตัวกลับไปพูดกับคนร่างสูงที่ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ
“พี่ศิลาคะ...แพรไม่มีชุดเปลี่ยนค่ะ”
“พี่ไปซื้อมาให้แล้ว วางไว้ให้ในห้องน้ำ จะเอาอะไรก็เรียก” สิ้นเสียงเข้ม เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังห่างออกไป
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันก็พบว่าขนาดของชุดชั้นในที่พี่ศิลาเลือกมา มันพอดีกับตัวฉันอย่างน่าประหลาด
ภาพฉันกับพี่ศิลาเมื่อคืนทำให้ฉันหน้าแดงขึ้นมา ก่อนจะตั้งสติและบอกให้ตัวเองอย่าคิดถึงมันอีก…
เมื่อฉันออกมาจากห้องน้ำ พี่ศิลาพาฉันมารับประทานอาหาร ฉันยังคงงุนงงกับการกระทำของเขาที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ
“คราวหน้าพี่จะใส่ถุงยาง” พี่ศิลาพูดพร้อมกับมองไปยังรอยตามตัวของฉัน
“คราวหน้า?” ฉันมองใบหน้าหล่อเหลาที่พูดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้เขาแสดงออกมาตลอดว่าไม่อยากยุ่งกับฉัน
“ไม่เข้าใจตรงไหนเหรอ พี่บอกว่าคราวหน้าพี่จะใส่ถุงยาง”
“...”
“...หรือไม่อยากให้ใส่?” เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยใบหน้ากวน ๆ
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือว่าแพร…” คำพูดของฉันถูกกลืนลงคอไปทันที เมื่อสบสายตาเข้ากับคนตรงหน้า
“แพร?” ฉันไม่อยากพูดเื่นี้กับพี่ศิลาอีก สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วจะแก้ไขอะไรได้อีก พี่ศิลารินน้ำแล้วเลื่อนมาวางตรงหน้าฉัน
“แพรไม่ได้อยากให้ศิลามารับผิดชอบแพรค่ะ” ฉันตัดสินใจพูดขึ้นอย่างเด็ดขาด
“...” คนตรงหน้าเพียงแค่มองฉันเงียบ ๆ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลายหลายจนฉันไม่สามารถคาดเดาได้
“ถือว่าเราเต็มใจทั้งคู่แล้วกันค่ะ แล้วก็ลืม ๆ มันไปนะคะ” ประโยคหลังเป็ประโยคที่พยายามบอกตัวเอง ให้ลืมเขาไปเสียเถอะ
“รู้ได้ไงว่าพี่เต็มใจ?”
“...”
“หึ” พี่ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาจ้องมองฉันไม่วางตา นั่นทำให้ฉันยิ่งประหม่ามากขึ้นไปอีก
“แพร ไม่รู้ค่ะ…” ฉันรู้สึกว่าใบหน้าฉันคงแดงอย่างห้ามไม่อยู่แน่ ๆ ฉันแอบรักพี่ศิลามาหลายปีก็จริงแต่ไม่ได้้าใช้เื่นี้มาผูกมัดเขา
“ถือว่าระหว่างเราไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกันนะคะ” ฉัน้าให้เขารับรู้ว่าฉันไม่ได้้าความรับผิดชอบจากเขาจริง ๆ
“...” เขามองฉันด้วยแววตาที่ฉันอ่านไม่ออก
“พี่ศิลาทำตัวกับแพรเหมือนเดิมเถอะค่ะ” พี่ศิลาไม่พูดอะไรอีก แววตานิ่งสนิทจนฉันเดาทางไม่ถูก
หลังจากกินเสร็จฉันจึงเก็บจานไปล้างเงียบ ๆ ตลอดเวลาที่ฉันล้างจาน ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบของเขาที่มองตามแผ่นหลังของฉันอยู่ตลอดเวลา แม้ว่ามันจะไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนตอนแรก แต่มันกลับเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ
ฟุบ
ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงการสวมกอดจากด้านหลัง พี่ศิลาโอบเอวฉันเบา ๆ ริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาจรดลงมาที่แก้มฉันเบา ๆ
“พี่ศิลา!” ฉันครางชื่อเขาออกมาก่อนจะขยับตัวหนี
พี่ศิลาดึงตัวฉันให้หันกลับมา เขาโอบฉันเข้าไปจนชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูฉัน กลิ่นหนังและไม้ซีดาร์ที่คุ้นเคยจากคนตัวสูงลอยมาแตะจมูกฉันทันที
“จำไว้” เสียงเขาแ่เบา
“พี่ไม่ใช่คนดีนักหรอก” ริมฝีปากแตะข้างแก้มฉันอีกหน แขนของเขากอดฉันแน่นขึ้นกว่าเดิม
คนแอบรักอย่างฉัน เพียงแค่ได้รับการกระทำที่แสนอ่อนโยนจากคนตรงหน้า ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกที่พยายามกักเก็บไว้ราวกับจะพุ่งทะลักออกมา
นั่นทำให้ฉันมั่นใจ ว่าตลอดระยะเวลาหกปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยลืมเขาได้จริง ๆ เลยสักครั้ง
ฉันกอดพี่ศิลาตอบเบา ๆ พลางซุกหน้าลงกับอกของเขา อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ขอเก็บเกี่ยว่เวลาที่เขาเป็พี่ศิลาคนนี้ไปก่อนก็แล้วกัน
อีศิลา มันใจอ่อนนนว้าาาาา
ใครอยากอ่านยาว ๆ ไปตำอีบุ๊คได้นะคะทุกคน ยังมีโปรโมชั่นลดราคา 16 วันสุดท้าย ราคาเต็ม 229 ลดเหลือ 159 แนะนำในล็อคอินในเวป หรือ ซาฟารี ซื้อก่อนแล้วค่อยไปโหลดในแอปจะถูกกว่านะคะ จิ้ม ๆ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTQxMzcwNTQiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0NjY2NTkiO30