“อื้อ อูย ซี้ด แรงอีกค่ะบรู๊คขา อ่าส์” คุณหนูไฮโซรุ่มร้อนไปหมดทั่วทั้งร่างกายยามที่คนรักขับเคลื่อนอยู่บนร่างของเธอ
วือ วือ วือ ฟู่ ฟู่ ฟู่ ซ่า ซ่า ซ่าท่ามกลางเสียงลม เสียงคลื่นที่พัดผ่านชาลิตาปรือตามองชายฝั่งที่ประดับประดาด้วยแสงไฟสวยงาม
มันสวยงามมากแล้วแต่สิ่งที่หล่อนกำลังจะเผชิญนี่สิ...สวยงามมากกว่าหลายเท่า
“โอ้ววว/กรี๊ดดดด” บดีศวรโหมเเรงใส่ไม่หยุดหย่อนจนในที่สุดน้ำขาวขุ่นพุ่งหลั่งไหลแทบล้นออกมาจากถุงยางสีใสที่ห่อหุ้มตัวตนขนาดใหญ่ของเขา
จ๊วบ จ๊วบชาลิตาคว้าคู่หมั้นมาบดจูบดูดดื่ม ตอบแทนในสิ่งที่เขาทำให้หล่อนมีความสุขหฤหรรษ์แตะ์ชั้นเจ็ดที่สวยงาม
“ทีหน้าทีหลังบรู๊คห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับแม่ผู้หญิงไร้สกุลลุนชาติพวกนั้นอีกนะคะ”ชาลิตาเอาร่างเปลือยของหล่อนกอดรัด ออดอ้อนอยู่ไม่ไกลยิ่งคบหาเธอเองก็ยิ่งรู้สึกผูกผันกับเขา...จนตอนนี้พูดได้เต็มปากเลยว่าไม่ยอมแบ่งเขาให้ใครหน้าไหนเด็ดขาด
หนุ่มฮอตหมื่นล้านอย่างบดีศวรคู่ควรกับคุณหนูไฮโซหมื่นล้านอย่างเธอ...คนเดียวเท่านั้น
“ไม่เอาน่า ลิต้าก็รู้ว่าผมเกลียดพวกผู้หญิงหน้าเงินผู้หญิงต่ำๆพวกนั้นแค่ไหน” ครอบครัวเขา เพื่อนสนิทเขาทุกคนล้วนทราบเื่ราวทั้งหมดดี
“ขนาดเกลียดนะคะ ยังไปกลั้วกับพวกมันตั้งหลายครั้งหลายคราแล้ว ลิต้าเบื่อๆๆ เข้าใจไหม ว่าเบื่อๆๆๆ” ต้องมีงอนกันบ้าง
ฟอด ฟอด ฟอด ไม่ได้หอมแก้มเท่านั้นตอนนี้มือไม้ของหนุ่มหล่อที่เปลือยเปล่าเริ่มอยู่ไม่นิ่งด้วยเช่นกัน
“อ่าส์” หนุ่มเ้าเล่ห์พ่อปลาไหลทำให้หญิงสาวสั่นพร่าอีกครั้งหนึ่งจนได้
“เกลียดก็เื่ของเกลียดนะครับ ผมเป็ผู้ชายน่ะก็ต้องมีเล่นๆ หยอกๆไปบ้างตามประสา แต่ถ้าเราทั้งสองแต่งงานกันผมขอสัญญาว่าผมจะหยุดที่คุณคนเดียวที่รัก อื้มม” เขารู้ตัวดีหรอกน่าการคบหาเพื่อนฝูงหรือแม้แต่เลือกผู้หญิงสักคนมาเป็ภรรยา ก็ต้องหาที่เหมาะสมกันเกื้อกูลกันทางธุรกิจ ให้มันต่อยอดยิ่งๆขึ้นไปอยู่แล้วหากเลือกคนจนหรือคนที่ด้อยกว่ามาคงเป็ภาระยิ่งกว่าเดิม...อีกอย่างหนึ่งคุณย่าเเละบิดาของเขาคงไม่ยอม
“อ่าส์ คุณพูดแล้วนะบรู๊ค อือ” ชาลิตาชื่นชอบััจากคู่หมั้นของเขาหล่อนเหลือเกิน
“ว้ายย” ชาลิตาร้องใ เมื่ออยู่ๆคนร้ายกาจชีเปลือยแบกอุ้มเธอมาพิงพาดหัวเรือที่โยกแรงเพราะคลื่นโถม...บ้าที่สุดหื่นตลอด ท่ายากสำหรับบดีศวรต้องมี
“เป็โรมิโอแอนด์จูเลียตสักรอบนะคนสวย” วายร้ายเริ่มสนุกกับเซ็กส์โลดโผนที่นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้ง...มันเป็รสชาติชีวิตอย่างหนึ่งที่เขาขาดไม่ได้
“เฮ้ย!” คลื่นลูกใหญ่ปะทะกลางลำเรือ
พลัก!โรมิโอหนุ่มหล่อเสียหลักล้มหัวกระแทกขอบเรืออย่างแรง
ตูม!ซ้ำร้ายกว่านั้นร่างของเขาพลัดจมหายลงไปกลางทะเลสีดำ
“กรี๊ดดด บรู๊คค่ะ บรู๊ค ฮือ ฮือ ฮือ ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย” ชาลิตาร้องไห้แทบสิ้นสติ เธอโยนห่วงที่มีทุกอันลงไปหวังว่ามันจะช่วยคนรักหนุ่มขึ้นมาได้แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นบดีศวรโผล่ขึ้นมาจากแนวคลื่นที่โหมแรง
“ฮือ ฮือ ใครก็ได้ช่วยบรู๊คที” ะโให้เส้นเสียงแตกก็ไม่มีใครได้ยินเมื่อตอนนี้เรือลำน้อยทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งหลายร้อยเมตร หญิงสาวเพียงคนเดียวแต่งกายให้เรียบร้อยนอกจากนั้นชาลิตาเองก็ทำอะไรไม่ถูกเลย สตาร์ทเครื่องยนต์ก็ไม่เป็ทำอย่างไงเครื่องยนต์ก็ไม่ติด ยกสมอเรือออกก็ทำไม่ถูก ซ้ำร้ายยิ่งกว่าเวลาผ่านไปหลายนาที เธอหมดหนทางที่จะช่วยเหลือคนที่จมหายไปในทะเล
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด”
เสียงลมแรงมากผิดปกติใน่ใกล้รุ่งนาลินตื่นขึ้นมาหลังจากนอนเต็มตื่นตลอดคืนเธอต้องรีบเร่งไปเก็บฟืนไฟที่อยู่ใต้ถุนบ้านขึ้นมาข้างบน...ถ้าฝนตกหนักมากวันนี้ทั้งวันก็อาจจะไม่มีงานอื่นทำนอกจากไปเก็บกวาดบ้านเ้านายจากกรุงเทพในเวลาบ่ายโมงตรง
เก็บฟืนจำนวนหนึ่งขึ้นมาเเล้วสาวน้อยยังมีกระจิตกระใจไปเก็บพืชผักสำหรับทำเเกงเลียงใน่เช้าไหนๆก็ไม่มีงานเเน่เเล้วก่อนที่ฝนห่าใหญ่จะเกิดขึ้น...เช้านี้ทานข้าวกับเเกงเลียงร้อนๆก็คงจะดี
"เอ๊ะ! นั่นใครคะ?" ท้องฟ้าสลัวๆทำให้นาลินมองไม่ชัดว่าใครมานอน มานั่งอยู่ริมชายหาดข้างบ้านของเธอกันเเน่
“นั่นใครคะ?” กลัวก็กลัวน่ะแต่ฝีเท้าของนาลินค่อยๆขยับเข้าไปโขดหินเรื่อยๆ
“ว้ายยย” ใกว่าร่างเปลือยเปล่าตรงหน้าก็เพราะเห็นผู้ชายคนนี้ซีดเหมือนคนตายความในั้นทำให้เธอพาตัวเองเข้าไปเตะจมูกของเขาโดยเร็ว
“ยังไม่ตายนี่” เป็ลมหายใจเบาๆที่ร้อนผ่าวเต็มทีใบหน้าน้อยเหลียวซ้ายมองขวา มองขวาเหลียวซ้าย
เธอจะทำอย่างไงต่อไปดี?
“ห่าวว”
“นอนหลับทั้งคืนแล้วยังง่วงหาวงานการไม่ทำแต่มีเงินใช้จ่ายนี่มันดีจริงๆ” มาลีกล่าวกระทบกระทั่งสามีที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนนางสิต้องรับจ้างรีดผ้า ซักผ้าอยู่งกๆตามลำพัง
“ก็นางมันกตัญญูต่อพ่อมันนี่หว่าเอ็งก็อย่าพูดให้มากเลยนังมาลี” เสริมชักจะไม่ยอมสงบปากสงบคำด้วยเช่นกัน
“ฉันก็ไม่อยากพูดมากหรอกพี่แต่พี่เสริมก็ควรขอเงินลูกสาวพี่มันมาจุนเจือครอบครัวเราบ้าง ทั้งบ้านก็มีฉันทำงานงกๆอยู่คนเดียวนังมิวมันก็ไม่ช่วยอะไร” เหนื่อยก็เหนื่อยยังมีปัญหาไม่พอจะแดกอีก
“แล้วมันธุระกงการอะไรที่ข้าจะแบกหน้าไปขอลูกสาวเอาเงินมาปรนเปรอลูกสาวของแกด้วยนังมาลีนางเองมันก็ทำงานงกๆ วันนึงก็ได้ไม่กี่ร้อยบาทเหมือนกันล่ะหว่า” ไม่เอาหรอก แค่นี้ลูกสาวก็ลำบากมากพออยู่แล้ว ขืนไปเบียดเบียนนาลินอีกแล้วเมื่อไรมันจะมีเงินไปเรียนต่ออย่างที่มันหวัง
เสริมไม่เคยสอบถามเื่เล่าเรียนต่อหรอกน่ะแต่เขารู้ เขาดูออก...ก็มีลูกสาวอยู่กับเขาแค่คนเดียว
“นังมิวมันเป็ลูกฉันก็เหมือนเป็ลูกพี่ด้วยนะพี่เสริม” เพียงแต่ลูกสาวพี่ฉันไม่นับมันเป็ลูกเท่านั้น มาลีขบคิดในใจ
“แล้วลูกมิวเทวดาของแกอยู่ไหนนังมาลี 7 โมงกว่าแล้วมันหายหัวไปไหน?” ไม่เห็นตั้งเเต่เมื่อวานเย็น
“มันก็นอนน่ะสิ เพิ่งจะกลับเข้ามาบ้านก็ตี 3 กว่าแล้ว”
“โธ่เอ้ย!” เป็แบบนี้แล้วน่าช่วยเหลือเสียที่ไหนนาลินและมาลินีเื่หน้าตาเด็กทั้ง 2 คนนี้กินกันไม่ขาดแต่ถ้าพูดถึงเื่เรียน เื่ขยันทำงานแล้วล่ะก็ ทั้งเกาะสีครามไม่มีใคร เด็กสาววัยรุ่นคนไหนเกินนาลินลูกสาวของเขาไปได้หรอก
บ๊อก บ๊อก บ๊อก
“บุญเติม อย่าวิ่งเซ” แล้วคนเ้าปัญหาของบ้านก็เดินหาววอดออกมาจากห้องนอนตัวเอง
“นั่นหมาที่ไหนของแกว่ะนังมิว?” มารดาถาม เพราะบ้านของนางไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน
“ของขวัญที่เพื่อนรวมเงินกันซื้อให้น่ะแม่ตัวตั้งหลายพันน่ะ บุญเติมลูกแม่ มาหาแม่มา ฉู่ ฉู่ ฉู่” มาลินีเรียกสัตว์สี่ขาตัวเล็กๆป้อมๆ
“อะไรกัน เรียกหมาว่าลูกแล้วข้ากับนังมาลีไม่กลายเป็ตาเป็ยายของมันเหรอว่ะ” นายเสริมทำหน้าตาพิลึกรับไม่ได้กับพฤติกรรมของลูกเลี้ยง
“ก็ใช่นะสิพ่อ บุญเติมบุญเติมลูกอ้อนตาขอซื้อนมหน่อย” จำนวนเงินที่เธอขโมยพ่อเลี้ยงไปเมื่อคืนนั้นเหรอ?...ตอนนี้นอกจากยอดในกระเป๋าเหลือ 0 บาทแล้วยังเป็หนี้เพื่อนฝูงอีกเป็ร้อย
“โว้ะ! ข้าไม่บ้าไปกับพวกเอ็งด้วยหรอก” เสริมหุนหันออกจากบ้านอย่างรวดเร็วไปหาข้าวปลาทานที่บ้านของลูกสาวตัวเองที่บ้านริมหาดดีกว่าขืนอยู่ที่นี่ต่อไป...คงได้เป็ตาของไอ้ลูกหมาบ้านั่นพอดี
การเเบกผู้ชายร่างใหญ่จากริมหาดมาบนบ้านเล่นเอานาลินเหนื่อยเเทบเเย่เธอจัดการเช็ดคราบสกปรกเเละหาเสื้อผ้าเก่าๆของบิดามาปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าให้มิดชิด
"เห้อ! ค่อยยังชั่ว"การเช็ดตัวของเขาไปด้วย แล้วเธอปิดตาตัวเองไปด้วยไม่ใช่เื่ง่ายเลย
หนุ่มหล่อ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาคนนี้เป็ใครกันนะทำไมถึงได้มานอนหมดสติอยู่ใกล้ๆกระท่อมของเธอในสภาพค่อนข้างทุเรศทุรังเเบบนี้
ไม่สิ ไม่...สำหรับนาลินเเล้วมันทั้งทุเรศทั้งอุจาดตามากเลยต่างหาก
"ปล่อยไว้เเบบนี้คงไม่ดีเเน่ไปบอกตาผ่องกับยายมะลิดีกว่า" พวกท่านอาจให้คำเเนะนำที่ดีได้ หรือไม่ก็ให้ทางผู้ใหญ่บ้านเข้ามาจัดการดูเเล
“นาง นางจะไปไหนลูก?” เกือบคลาดกับลูกสาวแล้วไม่ล่ะแต่ที่นายเสริมจับสังเกตได้เหมือนว่าลูกสาวของเขากำลังรีบร้อนออกไปไหนสักที่
“พ่อจ๋า พ่อมาพอดีเลย” นาลินยินดีเป็อย่างยิ่งฝ่ายนายเสริมคิ้วขมวดเกร็ง รับฟังเื่เล่าต่างๆที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่ชอบใจนัก
ฝนฟ้าตกหนัก เทกระหน่ำ นาลินหุงหาอาหารให้บิดาอยู่ด้านหลังของกระท่อมส่วนตัวเขาเองกำลังนั่งมองเพ่งพิจพินิจไอ้หนุ่มหน้าหล่อแปลกหน้าผิดตาไปจากชาวบ้านเกาะสีคราม
มันไม่ใช่คนที่นี่อย่างแน่นอน...นี่คือสิ่งที่นายเสริมมั่นใจแต่สิ่งที่เขายังไม่แน่ใจนั่นก็คือนาฬิกาเรือนสีทองที่มันใส่อยู่นั่นต่างหาก
ของจริงหรือของปลอมว่ะ?
หากเขาลองเอาไปขายบนแผ่นดินใหญ่คงจะได้รู้ความจริงข้อนี้แน่ๆว่าแล้วนายเสริมก็รีบปลดนาฬิกาข้อมือที่หนุ่มแปลกหน้ามีติดตัวมาเพียงชิ้นเดียวทันทีจับหยัดใส่กระเป๋าตัวเองหน้าตาเฉย
นาลินเล่าว่าเจอไอ้หนุ่มคนนี้สภาพเปลือยอยู่ใกล้ๆกระท่อมเมื่อเช้าตรู่แล้วมันเป็ใครมาจากไหนล่ะว่ะเนี่ย แม้แต่เสื้อผ้าสักชิ้นก็ไม่มีติดกายเอาเข้าจริงๆ เกาะสีครามเเห่งนี้ก็ไม่ค่อยมีคนนอกเข้ามาสักเท่าไร่...นายเสริมกำลังคิดว่าเขาน่าจะออกไปสืบความจริงข้างนอกดู เผื่อมันเป็โจรเป็อาญกรที่ตำรวจหมายหัวเอาไว้ เขาและลูกสาวจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนไปด้วยอย่างไงล่ะ
"ซูดด"
นายเสริมซดแกงเลียงและปลาทอดฝีมือของลูกสาวอย่างเอร็ดอร่อยฝ่ายแม่ครัวนั้นไม่ได้รับประทานคล่องคอแต่อย่างใดนาลินต้องทานข้าวไปสลับกับการหันไปมองคนแปลกหน้าที่นอนหลับไม่รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลด้วย
“แล้ววันนี้เอ็งไม่ต้องไปทำงานเหรอนาง?” นายเสริมชวนคุย
“ตอนบ่ายต้องไปเก็บกวาดบ้านใหญ่ของนายค่ะพ่อ”เหลือเวลาอีก 2-3 ชั่วโมง พ่อจะเอาอย่างไงกับชายหนุ่มคนนี้กันแน่ตอนแรกที่หล่อนบอกกล่าว เธอถูกบิดาต่อว่ายกใหญ่ว่าไปช่วยเขาไว้ทำไม
"มันไม่ตายริมชายหาดก็จริง แต่ถ้ามาตายบนบ้านของลูกก็จะกลายเป็เื่ใหญ่โตเปล่าๆรู้มั้ยนาง?"
“บ้านใหญ่ของเ้านายที่กรุงเทพนั่นน่ะเหรอ? คุณๆเขามาพักผ่อนกันเหรอลูก” เห้ย!แล้วแบบนี้ไอ้หนุ่มคนนี้จะเป็สมัครพรรคพวกพวกคนรวยเ่าั้หรือเปล่าน่ะ
“คุณอัฐลูกของคุณนายค่ะ เห็นว่าพาเพื่อนๆหลายคนเข้ามาจัดเลี้ยงปาร์ตี้เมื่อคืน”เล่าไปตามที่ตนรู้
โป๊ะแชะ!ดูท่าทางแล้วนายเสริมไม่ต้องไปหาข้อมูลของชายนิรนามคนนี้ไกลอีกแล้ว...ไปบ้านหลังใหญ่ก็น่าจะจบสิ้นกระบวนความ
“ถ้าอย่างนั้นนางเฝ้าไอ้หนุ่มนี้ไว้ให้ดีๆน่ะเอาพาราให้มันกินสัก 2 เม็ด เดี๋ยวพ่อจะเป็คนไปทำความสะอาดบ้านใหญ่เเทนนางเอง”
“แต่ว่า...”
“เอาน่าลูก พ่อก็ว่างๆงานอยู่ทำงานนี้ได้เงินเยอะอีกต่างหาก พ่อจะได้ไม่ต้องรบกวนเงินของนางมากยังไงล่ะลูกน่ะส่วนไอ้หนุ่มคนนี้ช่วยมันมาแล้วจะปล่อยให้มันอยู่คนเดียวตามมีตามเกิดได้อย่างไงเกิดมันตายห่าขึ้นมาจริงๆ พวกเราสองคนพ่อลูกซวยแน่นอนเลย” สภาพเเบบนี้ปล่อยให้อยู่กับลูกสาวได้สบายๆมันไม่มีปัญหาทำร้ายอะไรนาลินได้อยู่เเล้ว
“ถ้าอย่างนั้นฝากพ่อบอกเื่ผู้ชายคนนี้กับตาผ่องด้วยนะคะพ่อ”
“ได้ๆ ไม่ต้องเป็ห่วงลูก เดี๋ยวพ่อจะรีบไปรีบกลับจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง นางพักผ่อนสักวันนะลูกนะทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเลยนี่น่า พ่อเป็ห่วง” นายเสริมพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือจากคนไม่ค่อยเต็มใจรับไอ้หนุ่มแปลกหน้าเมื่อสักครู่นี้ เวลาผ่านไปแค่นิดเดียวอยากจะแลดู ใส่ใจมากจนนาลินคิดว่าผิดปกติ
กลายเป็ว่าตลอด่เที่ยงลากยาวจนเย็นย่ำนาลินคอยเช็ดตัวป้อนยา ป้อนน้ำให้ชายแปลกหน้าที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามตลอดทั้งวัน
“นะ น้ำหน่อย” เสียงแหบเรียกร้องเพราะคอแห้งอย่างหนัก
“นี่ค่ะ” หญิงสาวรีบดิ่งจากการเย็บผ้าเพื่ออำนวยสะดวกเขาทันที...เขาฟื้นแล้วเท่ากับว่าเขาไม่ตาย เธอและพ่อจะไม่เดือดร้อนในการช่วยเหลือครั้งนี้
“พ่อกลับมาแล้วโว้ย” เป็่เวลาที่บิดากลับมาในยามพลบค่ำพอดี
“พ่อจ๋า เขาฟื้นแล้วค่ะพ่อ” ลูกสาวร้องเรียกทันทีเช่นกันนายเสริมรีบดิ่งมาหาเป้าหมาย เมื่อหนุ่มลูกชายเศรษฐีคนนี้จะทำให้เขาเเละลูกสาวได้ลาภก้อนโตในไม่ช้า!
“ที่นี่ที่ไหนครับ?” หนุ่มนิรนามปรือตามองไปรอบๆกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ถ้ามีคนอยู่ 5-6 คงแน่นไปขนัด
“นางเอ้ย!เอากับข้าวที่พ่อซื้อมาไปต้มยำทำแกงไปลูกไป เดี๋ยวตรงนี้พ่อจัดการเอง” ลูกสาวเป็คนช่วยหนุ่มมหาเศรษฐีนี้ไว้ให้รอดชีวิต อย่างน้อยๆนายเสริมคิดว่าน่าจะตกลงราคากันสักหน่อย ห้าหมื่น เผลอๆต่อรองให้ได้หลักแสนแต่นั้นเขาจะต้องตกลงกับไอ้หนุ่มคนนี้ตามลำพังเท่านั้นนาลินไม่ควรมายุ่งเกี่ยวด้วย
“มีอะไรเรียกนางได้น่ะพ่อ” สายตาของชายหนุ่มแปลกหน้าที่นาลินได้เห็นแวบแรกเธอไม่ไว้ใจชายหนุ่มคนนี้สักเท่าไรเลย...เป็ห่วงก็แต่บิดาเท่านั้น
“เออน่า...ไปๆลูก ทำให้อร่อยๆล่ะเดี๋ยวจะได้ทานข้าวทานปลาพร้อมหน้ากัน”
ย้อนไปสัก 5-6ชั่วโมงที่แล้ว
“ลุงผ่อง ผมมาช่วยงานแทนนางมันครับมันไม่ค่อยสบายนิดหน่อย” ขอโทษน่ะลูก ที่พ่อกล่าวอ้างถึงหนูแบบนี้
“เอ็งมาก็ดีเหมือนกัน ข้าเกณฑ์ชาวบ้านมาได้ 3-4คนแล้ว ถ้าได้เอ็งมาเพิ่มก็ดีไอ้เสริม” ตาผ่องดูร้อนใจกระวนกระวายจนผู้มาใหม่สังเกตได้ยิ่งพอมองไปยังกลุ่มหนุ่มๆ สาวๆ ที่ทั้งสวยทั้งหล่อทั้งดูดีมากมายคนพวกนั้นดูกระวนกระวายมากกว่า
“มีเื่อะไรเหรอลุง?” นายเสริมลุ้นระทึก
“ก็เพื่อนเ้านายพลัดตกลงทะเลหายไปเมื่อคืนว่าก็ว่าเถอะน่ะ หายไปหลายชั่วโมงมากแล้วข้าอยากให้เอ็งช่วยค้นหา “ศพ” ช่วยๆกัน มาตามมา” พูดกันตามจริงโอกาสรอดมันเเสนริบหรี่ตาผ่องเดินนำทีม ชาวบ้านที่นายเสริมก็สนิทคุ้นเคยดีอีกหลายคนตามอีก 3-4 คน การค้นหาเป็ไปอย่างราบรื่นขาดก็แต่ว่า...จนแล้วจนรอดก็ยังหาพ่อหนุ่มลูกชายมหาเศรษฐี นามว่าคุณบรู๊ดบดีศวรไม่เจอสักที
“คุณอัฐจะเอายังไงต่อไปดีครับนี่ก็หามาจวนเจียนจะค่ำแล้ว” ตาส่องสอบถามนายเสริมอยู่ติดตามไม่ยอมห่าง เก็บข้อมูลทุกอย่างเอาไว้กับตัว
“พอแล้วครับตา” อัฐกรตาแดงกล่ำเมื่อรู้ชะตากรรมที่น่าเศร้าของเพื่อนรัก เพื่อนซี้มาั้แ่เด็กเขากับบดีศวรต่างเป็ลูกคนเดียวบ้านที่มีรั้วติดกันทำให้สนิทเหมือนเป็พี่น้องก็ไม่ปาน
เ้าของบ้านพักตากอากาศไม่มีหน้ากลับบ้านเพื่อไปบอกข่าวร้ายแก่ครอบครัวของเพื่อนรักได้บ้านพงษ์ไพบูลย์เกีรยติที่หลงเหลือสมาชิกแค่คุณหญิงย่าบัวแย้มและคุณบดินทรเพียงเท่านั้น
“ไอ้บรู๊ค มึงมันไม่น่าเลยจริงๆ ฮือ ฮือ” เสียงเพื่อนๆร้องไห้ระงมด้วยความโศกเศร้าต่ออุบัติเหตุที่คร่าชีวิตชายหนุ่มอนาคตสดใสไปทั้งคนท่ามกลางความโศกเศร้าเ่าั้ นายเสริมคือคนเพียงหนึ่งคนที่มีแต่ความยินดี
แน่ชัด 100เปอร์เซ็นต์แล้วว่าคุณบรู๊ค ลูกชายคนรวยนั้นยังไม่ตาย...และก็ไม่ได้อยู่ไกลที่ไหนเลย
ใต้จมูกของเขานั่นเอง...มึงจะรวยแล้วโว้ยไอ้เสริมจะได้มีเงินใช้จ่ายไม่ต้องพึ่งพาบุตรสาวนอกจากนั้นนาลินจะสมหวังได้ร่ำเรียนต่อมหาลัยในปีการศึกษาถัดไปอย่างแน่นอน
“ทานน้ำก่อนมั้ยครับคุณ?” นายเสริมเริ่มปรนนิบัติพัดวีทำอย่างไงก็ได้ให้หนุ่มคนนี้ประทับใจที่สุด...เงิน เงิน เงิน รอเขาและลูกอยู่
“ผะ ผม ผมเป็ใคร?” ใบหน้าซีดเซียวมีแต่คำถามและสับสนคำถามที่มีไม่คำตอบมากมายเวียนวนอยู่ในหัว
“ผมเป็ใคร อย่าบอกน่ะว่าคุณจำอะไรไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?” ไอ้หนุ่มนี่มันความจำเสื่อมหรือเปล่าว่ะตัวเองหายออกไปทะเลกับแฟนสาว แล้วก็ทำอีท่าไหนพลัดจมหายไปในทะเลคลื่นแรงโหมซัดมาเกยชายฝั่งหน้ากระท่อมลูกสาวของเขาก็จำไม่ได้
“ผม ผมจำอะไรไม่ได้เลยครับ แล้วคุณ คุณคือพ่อของผมเหรอครับ?”ผู้ชายผอมเกร็งมีอายุตรงหน้าจะใช่บิดาของเขาหรือเปล่าน่ะ...แล้วหญิงสาวหน้าหวานบอบบางที่เขารู้สึกคุ้นๆเธอเป็ใครมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอย่างไรกับเขากันแน่?
ตุบ! "เอาว่ะ" นายเสริมตบฉาดเข้าบริเวณหัวเข่าของตัวเอง
“ไม่ใช่พ่อแท้ๆหรอกแต่กำลังจะเป็พ่อตาของเอ็งไง...ไอ้บรู๊คเออ...ไอ้บุญ มึงชื่อไอ้บุญเติม” นายเสริมยกยิ้มร้ายเขากำลังคิดอะไรอยู่...ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้เลย
“พ่อว่าอะไรนะจ๊ะ?” นาลินแทบไม่อยากเชื่อหูมองบิดาที่นั่งรับประทานอาหารเย็นฝีมือเธออยู่หน้าชานบ้านสลับกับมองชายหนุ่มที่ส่งสายตากริบๆมองเธออยู่จากด้านในกระท่อมเช่นเดียวกัน
เขานะเหรอชอบเธอ?ชอบได้อย่างไรในเมื่อเราทั้งคู่ไม่เคยเห็นหน้าตาไม่เคยรู้จักมักจี้กันมาก่อน ขนาดชื่อเสียงเรียงนามของเขาเธอก็เพิ่งรู้จักเมื่อสักครู่นี้
...พี่บุญเติม...
“ตอนแรกพ่อก็ไม่แน่ใจ แต่พอลองนึกดีๆก็คุ้นตาว่ามันมาจากฝั่งกระโน้นจากแผ่นดินใหญ่ใกล้ที่ทำงานเก่าของพ่อนั่นแหละนางเอ้ยไอ้นี่น่ะมันเป็กำพร้าแต่ขยันขันแข็งทำงาน นิสัยก็ดี หน้าตาไม่ต้องพูดถึงนางก็เห็นๆกันอยู่ พ่อเองไม่รังเกียจหากลูกกับมันจะลงเอยกัน” นั่นยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง 3 ใบเสียอีก
ถ้าทั้งคู่ตกลงปลงชิ้นเป็ผัวเมียกันเท่ากับว่านาลินได้เป็ภรรยาของมหาเศรษฐี ส่วนนายเสริมนะเหรอ?ได้อนิสงค์จากบุตรสาวเป็พ่อตาของเศรษฐีนะสิ
สบายไปทั้งชาติ
“แต่พ่อก็รู้ว่านางยังไม่คิดเื่ความรักตอนนี้”เวลานี้นาลินคิดแต่เื่ทำงานให้ได้เงินทำงานเยอะๆเพื่อการเล่าเรียนต่อในคณะที่วาดหวัง เธออยากเป็ครูอยากเป็แม่พิมพ์ของชาติที่ได้มอบความรู้ ความเข้าใจกับเด็กๆยิ่งเป็เด็กๆที่เกาะสีครามนี่แล้วด้วย...นาลินผูกพันจนเธอไม่อยากไปไหนไกลๆเลย
“มันชอบเอ็งมากก็จริงลูก แต่ถ้านางไม่รักไม่ชอบพ่อก็ไม่บังคับหรอกนะ แต่เมื่อ์ลิขิตมาแล้วไอ้บุญเติมมันทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ความจำเสื่อม จำแม้แต่ชื่อจริงไม่ได้เราช่วยมันแล้วก็ควรช่วยมันต่อๆไปดีมั้ย?” เสริมไม่บังคับจิตใจลูกหรอกถ้าท้ายที่สุดลูกไม่ยอม เขาก็ว่าตามนั้น
“ช่วยยังไงจ๊ะ?” เขาก็ดูอาการดีขึ้นคงใกล้จะหมดหน้าที่ของเธอแล้วกระมัง
“ยังไงก็ให้มันอยู่อาศัยกับนางไปสักพักก็แล้วกันลูกจนกว่ามันจะความจำกลับคืนมายังไงนางก็ลองพิจารณาไอ้บุญเติมมันดูก็แล้วกัน...พ่อขอรับประกันไอ้นี่มันเกิดมาเพื่อคู่กับนางแน่นอนลูก” ว่าที่พ่อตาเศรษฐีเชียร์ลูกเขยในอนาคตอันใกล้หมดหัวใจวันนี้ลูกสาวอาจจะยังสับสนและใแต่รับรองว่าวันต่อไปไปเธอต้องใจอ่อนให้มันอย่างแน่นอน
มีเขาเป็พ่อแท้ๆและเป็พ่อสื่อพ่อชักเสียขนาดนี้...แล้วดูนั่นสิพอบอกเข้าหน่อยว่ามันชอบ มันหลงลูกสาวของเขาถึงขั้นจริงจังตอนเเรกใบหน้าหล่อเหลาเหมือนไม่ค่อยเชื่อ แต่สายตาที่มันใช้มองสายเืเพียงคนเดียวของเขาในตอนนี้นั้น
ดูไม่ธรรมดาเลย...สายตาแบบนี้หนุ่มใหญ่ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานแล้วอย่างนายเสริม
ยิ้มกรุ้มกริ้ม!
บ่ายวันถัดมานายเสริมหอบข้าวของพะรุงพะรังส่วนใหญ่ก็เป็เสื้อผ้าสวยงาม แฟชั่นที่เขาซื้อมาจากแผ่นดินใหญ่...สาเหตุเพราะไอ้นาฬิกาสีทองเรือนสวยเขาไม่คิดเลยว่ามูลค่าของมันจะมากมายหลายหมื่นแบบนี้
เงินห้าหมื่นบาทเขาเเยกกันไว้เเละถูกโอนเข้าบัญชีของนาลินเป็ที่เรียบร้อยแล้วมันคงพอสำหรับค่าเทอมค่าลงทะเบียนเรียนต่อในชั้นมหาลัยได้หลายเทอมของบุตรสาวในอนาคตอันใกล้
“อ้าวเ้าบุญเติม เอ็งหายดีแล้วเหรอ?”
“หายดีแล้วครับคุณ...เออคุณพ่อ” ท่านให้เขาเรียกว่าพ่อั้แ่เมื่อวาน ชายหนุ่มนามว่าบุญเติมรู้สึกไม่ค่อยชินกับคำคำนี้สักเท่าไร
“ไม่ต้องเรียกคง คุณหรอก ฟังแล้วมันกระดากหูเรียกว่าพ่อหรือพ่อเสริมก็แล้วกันเ้าบุญ” คงเป็ผู้ดีมากสินะแต่ละคำมีคุณ มีครับไม่ขาดปากแม้แต่น้อย
“แล้วนางมันไปไหนแล้วล่ะ? ยังไม่เห็นเลย”
“ไปทำงานครับ ออกไปั้แ่ 7 โมงเช้า”เขาตื่นมา่เวลาที่เธอกำลังจะออกไปพอดีค่ำคืนที่ผ่านมาผู้หญิงคนนั้นนอนอยู่อีกมุมหนึ่งของกระท่อม โดยฟูกนุ่ม ที่นอนใหม่ผ้าห่มผืนหนาเธอเสียสละให้เขาทั้งหมด
ไหนจะเป็มื้ออาหารเช้า เที่ยงที่ทำเสร็จสรรพยกใส่ปิ่นโตมาตั้งไว้ใกล้ๆที่นอนอีกล่ะ
ถึงเธอพูดน้อยคำไปหน่อย...แต่บุญเติมก็เห็นถึงการกระทำที่ใส่ใจเป็อย่างดี
“ลูกข้าน่ะมันน่าสงสาร แม่ก็ตายไปหลายปีแล้วเพราะไปช่วยพวกคนรวยที่ถูกวิ่งราว สุดท้ายก็ตายเปล่าไม่เห็นมีใครมาดูดำดูดีคนข้างหลังที่ลำบากเลย” นายเสริมเองก็เป๋ไปพักใหญ่เมื่อเสียนารีรัตน์แม่ของลูกไปในตอนนั้น
คนเราทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั่นก็โกหกทั้งหมดทั้งเพ
นายเสริมไม่เชื่อหรอก...เขาเชื่อว่าคนเราทำอะไรได้อย่างนั้นต่างหากล่ะอย่างเช่นเขาที่หมายหมั้นปั้นมือหนักหนาว่าชาตินี้เขากับลูกสาวจะมีเงินทองและความสุข
สิ่งเ่าั้...ก็คงมาจากคนความจำเสื่อมตรงหน้านี่เเหละเงินหลายหมื่นในบัญชีของลูกสาวและที่ตุงๆอยู่ในกระเป๋าของเขาขณะนี้พิสูจน์สำเร็จลงแล้วในด่านแรก
เสริมสาธยายประวัติสู้ชีวิตของนาลินให้ว่าที่ลูกเขยในอนาคตต่อไปยาวๆแต่ละอย่างที่เอ่ยออกมาไม่มีอะไรเกินจริงเลยแม้แต่น้อย...นอกจาก
“เพราะอย่างนี้ไง...เอ็งถึงได้หลงรักลูกสาวของข้าหัวปลักหัวปรำไอ้บุญ”หากไอ้หนุ่มลูกเศรษฐีตรงหน้าได้รู้จักเนื้อแท้จิตใจของบุตรสาวคนเดียวมาจริงๆนายเสริมก็เชื่อว่ามันจะตกหลุมรักไม่ยาก...นาลินนะเหรอลูกน้อยสวยงามทั้งกายวาจาและจิตใจ
“ครับพ่อเสริม” บุญเติมผู้ไร้ความทรงจำพยักหน้ารับพร้อมคิดตามจากการได้อยู่ด้วยกันไม่กี่ชั่วโมง เขาก็พอจะรับรู้ได้ว่าทุกอย่างที่พ่อเสริมเล่ามาน่าจะเป็จริงดังนั้น
เธอสวย เขาเองก็แอบมองแอบชื่นชมอยู่บ่อยครั้ง แต่หากครั้งใดที่เผลอไปสบตากับดวงหน้าหวานๆเข้าแล้วไซร์หัวใจดวงใหญ่ดวงนี้มันเต้นแรงแทบทะลักออกมาให้ได้
ให้ตายสิ!แค่นี้เขาก็รู้สึกชอบเธอจะแย่อยู่แล้ว...ยิ่งได้อยู่ด้วยกันตามลำพังแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆเกรงว่า
“ข้าอนุญาตให้เอ็งอยู่ที่นี่กับลูกสาวข้าแต่ไม่ได้หมายความว่าให้เอ็งทำรุ่มร่ามหรือรังแกนางมันนะเว้ย ถ้าข้ามารู้ทีหลังหัวเอ็งแตกหมอไม่รับเย็บแน่ไอ้บุญเติม” ต้องขู่เอาไว้ก่อนอย่างน้อยจนกว่าเสริมจะมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายรักชอบกันจริงๆไม่ใช่แค่เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นที่รู้สึก
หากลูกจะเป็ฝั่งเป็ฝาทั้งทีพ่ออย่างเขาต้องมั่นใจว่าชีวิตคู่จะเป็ไปอย่างราบรื่น มีความรัก ความเข้าใจห่วงใยหล่อหลอมเป็พื้นฐานที่แสนมั่นคง...ส่วนความมั่งคั่งนั้น ไอ้หนุ่มคนนี้มันมีพร้อมพลักมหาศาลอยู่แล้วฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า แค่คิดก็มีความสุขแล้วโว้ย
“คะ ครับ พ่อเสริม” บุญเติมกลืนน้ำลายลงคอเขาแค่คิดไปเล่นๆเอง ไม่อยากเชื่อว่าหนุ่มใหญ่ตรงหน้าจะดักทางเขาเอาไว้หมดแต่เอาเถอะ...ยามนอนได้จ้องดูดวงหน้าพินิจ ยามตื่นมีนวลนางอรชรอยู่ในสายตา ไหนจะกับข้าวรสมือแสนอร่อยที่ทำให้เขาได้อิ่มท้องทุกมื้อยิ่งเสียงหวานๆที่เธอเปล่งออกมาแต่ละคำ
หัวใจเเกร่งก็เฝ้าเพ้อหาแต่นวลนางทุกยามเวลาคล้ายคนบ้าอยู่แล้ว...เฮ้อ!เมื่อไรน้องนางจะเลิกงานแล้วกลับบ้านน่ะพี่บุญคิดถึงจะแย่อยู่แล้วรู้หรือเปล่าคนดี?
บุญเติมเริ่มรู้สึกซึ้งความรู้สึกของเขานับชั่วโมงมันทวีหนักขึ้น หนักขึ้นเรื่อยๆจนเ้าตัวก็ไม่สามารถควบคุมได้แล้ว
“มา มาวันนี้ต้องเริ่มด้วยการที่ข้าได้ตัดผมให้เอ็งก่อนเ้าบุญทรงผมอะไรของเอ็งว่ะดูไม่เป็ผู้เป็คน” ทรงผมอย่างกับดารานายแบบพวกเกาหลีเทือกนั้นที่เห็นในทีวี หากใครบนเกาะมาพบเห็นเข้าคงจับได้กันพอดีว่ามันเป็คนเมืองไม่ใช่คนธรรมดาอย่างเราๆ นายเสริมเริ่มแผนปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของลูกมหาเศรษฐีทันทีอย่างไงวันนี้เขาก็ว่างอยู่แล้ว
เออ...ว่างทุกวันนั้นแหละ
นาลินกระพริบตาปริบๆ มองสมาชิกใหม่ของบ้านอย่างงงๆ
“พี่เองนาง บุญเติม เออ...พอดีพ่อเสริมตัดผมให้นะ”บุญเติมก็เขินอายเหลือแสน ทั้งเขินที่ถูกสาวน้อยในดวงใจจ้องมองทั้งรู้สึกไม่คุ้นกับทรงผมเกรียนเหมือนทหารแบบนี้
“แล้วพ่อล่ะจ๊ะ” นาลินเลิกงานกลับมา่5 โมงเย็นก็ไม่เห็นบิดาแล้ว
“พ่อเสริมมา่สายแล้วเพิ่งกลับไปเมื่อสักครู่นี้เองครับนางเหนื่อยหรือเปล่า? พี่เตรียมกับข้าวเอาไว้รอแล้ว” นี่ก็เป็อีกอย่างที่นายเสริมสั่งสอนให้เขาทำ หากพอมีแรงหยิบโน้นทำนี้ได้ก็ให้ช่วยๆกันไป บุญเติมก็เห็นดีเห็นงามด้วยหญิงสาวตรงหน้าของเขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
“กับข้าวพวกนี้...” เธอไม่ค่อยอยากเชื่อ
“เออ...เออไม่ใช่ฝีมือพี่หรอกครับพ่อเสริมซื้อมาจากบนฝั่งโน้น พี่แค่จัดใส่จานและก็หุงข้าวเท่านั้นเอง” ไม่เลย...การหุงข้าวไม่ใช่เื่ง่ายเลยสำหรับคนสมองเสื่อมอย่างบุญเติมมันยากจนนายเสริมแนะนำโน้นแหละ ข้าวร้อนๆจึงออกมาเปียกๆแฉะๆแต่พอจะรับประทานถูกไถไปได้อย่างที่เห็น
พรุ่งนี้น่ะพรุ่งนี้พี่จะแก้ตัวให้ข้าวสวยร้อนๆดีขึ้นกว่าเดิม
“อ่อ...จ๊ะ” บุญเติมยิ้มกว้างกับอีแค่เห็นน้องนางคนงามพยักหน้าแล้วกล่าวคำว่า อ่อ...จ๊ะ
หัวใจพี่บุญเต้นหนักหน่วงอีกแล้วอาการแค่นี้ก็ว่าหนักหนา ถ้าเกิดเขาฟื้นฟูความจำขึ้นมาได้จริงๆสิ่งที่พ่อเสริมเล่าขานให้ฟัง...เขาคงรักผู้หญิงตรงหน้าหัวปลักหัวปลำจริงๆไม่มีวันหายใจเพื่อตัวเองได้อีกเชื่อเหลือเกินว่าต้องหายใจเข้า-หายใจออกเป็เธอแน่
นาลิน นาลิน นาลิน นาลิน นาลินลมหายใจของบุญเติมคงมีเเต่นาลินคนนี้คนเดียว
ครอบครัวพงษ์ไพบูลย์เกรียติที่ประกอบด้วยคุณบดินทรและผู้าุโอย่างคุณหญิงบัวแย้มต่างไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรนอกจากการตามข่าวการหายตัวไปของทายาทรุ่นที่ 3 ที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
“ตาบรู๊ดหลานย่า โธ่ๆ” คุณหญิงเป็ลมรอบแล้วรอบเล่าโศกเศร้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
“คุณแม่ครับ เข้มแข็งไว้หน่อยเถอะครับการที่เรายังไม่ได้เห็นศพตาบรู๊คก็เท่ากับว่าลูกของผมอาจมีชีวิตอยู่ก็ได้” บดินทรพยายามมองโลกในแง่ดีที่สุดแล้ว เขาสั่งให้ลูกน้องนับสิบสายสืบจากหลายสำนักงาน รวมถึงเ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ติดตาม ค้นหา เร่งรัดตามบดีศวรที่พลัดตกลงกลางทะเลเมื่อหลายคืนก่อน...ผลลัพธ์คือยังไม่มีใครเจอในสภาพคนเป็หรือคนตาย
“แม่ก็พยายามแล้ว แต่มันทำยากเย็นจริงๆลูก ฮือ ฮือ”สองคนแม่ลูกกอดซบให้กำลังใจซึ่งกันและกันนี่เป็ความทุกข์ระทมที่สุด เมื่อไม่อาจทราบชะตากรรมของลูกหลานผู้เป็ที่รักได้
...ตาบรู๊ค ลูกอยู่ที่ไหนน่ะรีบๆกลับมาหาพ่อกับคุณย่าน่ะลูก...
บดินทรได้แต่ภาวนาในใจเขาเชื่อเหลือเกินว่าบุตรชายคนเดียวยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้
“ว่าไงน่ะ อยากจะทำงาน” นายเสริมร้องทักเสียงหลงเมื่อไอ้หนุ่มชาวกรุงเข้ามาขอคำแนะนำจากเขา
“ครับพ่อเสริม ผมอยากทำงานครับ” นาลินทำงานทุกวันไม่มีหยุดพัก ปล่อยให้เขาอยู่บ้านเหงาๆตามลำพังมา 3-4วันแล้วยังโชคดีอยู่บ้างที่ว่าที่พ่อตามาอยู่เป็เพื่อนใน่เวลากลางวันแต่กระนั้นเขาก็รู้สึกเป็คนไร้ค่า ไร้ราคาในสายตาของเธออยู่ดี
เพราะฉะนั้นบุญเติมคิดว่าเขาควรเริ่มทำงานทำการให้มีประโยชน์นาลินอาจจะหันมามองเขาบ้างในเร็วๆนี้
“แล้วจะทำอะไร เอ็งทำอะไรได้บ้างล่ะเ้าบุญพูดก็พูดเถอะนะ หุงข้าวก็ห่วยแตก ทำกับข้าวก็ไม่เป็ ยิ่งตอนกวาดบ้านถูบ้านดูเก้งๆกังๆซะเหลือเกิน” ลูกคนรวยคงไม่เคยทำงานลำบากล่ะซิท่า
“เออ...เออ แต่ผมอยากทำงานจริงๆนะครับพ่อเสริมงานอะไรก็ได้ที่ได้เงิน ผมอยากจะช่วยเหลือนางบ้าง ไม่อยากเป็ตัวภาระแบบนี้”
“เอาก็เอาว่ะเดี๋ยวข้าจะฝากไต๋ก๋งเรือเล็กให้เอ็งออกไปหาปลา” ให้ทำงานบนเกาะตอนนี้คงไม่ดีหนักคนต่างถิ่น ตำรวจ มาสำรวจตามหาบุคคลสูญหายเมื่อหลายวันก่อนกันให้ควักคงต้องรอเวลาอีกสักระยะหนึ่งก่อน
“ขอบคุณครับพ่อเสริม” บุญเติมยกยิ้มยินดีนายเสริมจ้องแววตาของบุคคลที่ตนเพิ่งรู้จักได้ไม่กี่วันนิสัยเ้านี่มันดีพอใช้ได้เลย เสริมสั่งให้มันทำงานบ้าน มันก็ทำอย่างเต็มด้วยความเต็มใจแม้จะเก้กังไปบ้างก็เถอะมาถึงตอนนี้ยังมีกระจิตกระใจ อาสาทำงานเพื่อช่วยเหลือนาลินอีก
“เอ็งชอบลูกสาวข้าแล้วหรือยังเ้าบุญ” ผู้ใหญ่ผ่านร้อนผ่านหนาวถามในคำถามที่ตนมั่นใจดีในคำตอบ
“ก็ เออ...เออ” บุญเติมถึงกลับไปไม่เป็แก้มขาวๆของเขาแปรเปลี่ยนเป็สีแดงลามถึงใบหู
“ชอบครับ ผมชอบนางครับพ่อเสริม” มัวแต่เขินอายคงได้อดกันพอดีพ่อเสริมก็มีท่าทีเอ็นดูเขาอยู่ไม่ใช่น้อย...เข้าทางพ่อนี้แหละเป็หนทางที่ดีที่สุด
“ให้มันได้อย่างนี้สิว่ะ ไอ้ลูกเขยในอนาคต ฮ๋า ฮ๋าฮ่า” เสริมหัวเราะลั่นด้วยความถูกใจ แบบนี้เขาจะเชียร์มันสุดแรงไปเลย