บทที่ 32 ความเจ็บปวด
มาถึงห้องครัว หลิงเหยาหยิบผักและเนื้อที่ซื้อมาออกจากตะกร้าไม้ แล้วไปล้างมือที่บ่อน้ำข้างนอก
เธอเดินไปที่เตาไฟ เปิดฝาหม้อ เห็นข้างในมีชามหมูสามชั้นตุ๋นแดง มีมะเขือม่วงย่างและซุปมะเขือเทศไข่ กลิ่นหอมน่ารับประทาน ทำให้น้ำลายสอ เธอยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหยิบอาหารวางบนโต๊ะ
หลิงเหยาตักข้าวใส่ชาม คีบอาหารใส่ปาก หมูสามชั้นตุ๋นแดงมีมันแทรกสลับเนื้อนุ่มฉ่ำ กลืนง่าย มะเขือนิ่มอร่อย ดูดซับรสชาติเนื้อ ซุปมะเขือเทศหวานอมเปรี้ยว สดชื่น กระตุ้นความอยาก รู้สึกมีความสุขกับรสชาติคุ้นเคย
หลังทานอาหาร หลิงเหยาเตรียมจะไปอ่านหนังสือในห้อง อีกหนึ่งอาทิตย์เธอจะเริ่มเรียน เธอต้องใช้เวลาอ่านทบทวนหนังสือให้ดี
"หลิงเหยา มาช่วยหน่อย" เสียงของหลิงเสวี่ยเม่ยดังมาจากข้างนอก
"ค่ะ กำลังไปเดี๋ยวนี้" หลิงเหยารีบเดินอย่างรวดเร็วไปยังห้องพยาบาล
ในห้องพยาบาล หลิงเสวี่ยเม่ยกำลังยุ่งกับการฉีดยาและจ่ายยาให้กับชาวบ้าน หลิงเหยาเห็นเข้าก็รีบเข้าไปช่วยทันที
"คุณหมอ ช่วยลูกชายของฉันด้วย เขามีถั่วลิสงติดคอ" ป้าหม่าอุ้มหลานด้วยความกังวล น้ำตาไหลพรากวิ่งเข้ามา
"หลิงเสวี่ยเม่ยกำลังฉีดยาให้ชาวบ้านอยู่ "รอสักครู่นะ"
"แม่ ให้หนูทำเองนะ" หลิงเหยาเดินเข้าไปข้างหน้า ยื่นมือออกไป "ป้าหม่า ให้หนูอุ้มเขาเถอะ"
"ได้" ป้ามารีบส่งชุนจื้อให้ หลิงเหยา
หลิงเหยารับเด็กชายมา แล้วรีบทำการปฐมพยาบาลด้วยวิธีไฮม์ลิค
เธอใช้มือทั้งสองกอดชุนจื้อจากด้านหลัง มือหนึ่งกำเป็นหมัด อีกมือจับมือที่กำ แล้วใช้โคนนิ้วหัวแม่มือวางที่บริเวณเหนือสะดือของชุนจื้อ เธอออกแรงกระชากขึ้นอย่างรวดเร็ว หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง...
ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละของหลิงเหยา ในที่สุดเด็กชายก็สามารถคายเม็ดถั่วออกมาได้
หลิงเหยาส่งเด็กชายคืนให้ป้าหม่า "ป้าหม่า เขาหายดีแล้วค่ะ"
ป้าหม่ารู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหล กล่าวด้วยความขอบคุณ "ขอบคุณคุณ ขอบคุณหลิงเหยา ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ป้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เธอเป็นผู้มีพระคุณกับครอบครัวของเรา"
หลิงเหยายิ้มบาง ๆ และส่ายหน้า "ป้าหม่า ไม่ต้องเป็นห่วง นี่เป็นสิ่งที่ฉันควรทำ"
หลิงเสวี่ยเม่ยมองดูหลิงเหยาด้วยความสงสัย ครุ่นคิดอยู่ในใจ ลูกสาวของเธอเรียนรู้วิธีช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไร เธอรู้สึกว่านับแต่วันที่ลูกสาวล้มที่ภูเขาก็เปลี่ยนไปมาก แต่ไม่ว่าลูกสาวจะเปลี่ยนไปอย่างไร เหยาเหยาก็ยังเป็นลูกสาวของเธอ และตราบใดที่ลูกสาวมีความสุข เธอก็มีความสุขเช่นกัน
หลิงเหยาสังเกตเห็นสายตาของหลิงเสวี่ยเม่ย แต่เธอไม่คิดจะปกปิด เธอต้องการให้แม่รู้ว่าเธอโตแล้ว และมีความสามารถที่จะดูแลตัวเองได้
ตอนกลางคืน หลิงเหยาอ่านหนังสือสักพักหนึ่งก็เข้าสู่มิติพิเศษ
นับตั้งแต่มีมิติพิเศษ เธอจะเข้ามาทุกคืน
หลิงเหยาเดินวนรอบแปลงสมุนไพร รู้สึกสดชื่นโปร่งโล่ง ราวกับรูขุมขนทั้งหมดเปิดกว้าง กำลังหายใจอย่างเต็มที่กับอากาศรอบข้าง
เธอพบว่าบนตัวเองมีคราบสีดำปรากฏขึ้นอีก คราบสีดำเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งสกปรกที่ถูกขับออกจากร่างกาย
เธอเคยอ่านนิยายมามาก ในนิยายส่วนใหญ่มักมีน้ำพุวิเศษ น้ำพุคือน้ำที่มีพลังวิเศษที่สามารถชำระล้างและฟื้นฟูร่างกาย แม้ในมิติพิเศษของเธอจะไม่มีน้ำวิเศษ แต่ดูเหมือนจะมีผลลัพธ์คล้ายกัน มิเช่นนั้นสิ่งสกปรกในตัวเธอคงไม่ถูกขับออกมา
คิดถึงตรงนี้ หลิงเหยาก็มีรอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏบนใบหน้า
จี้หยวนหมิงกลับมายังกรุงปักกิ่ง และรีบกลับไปที่บ้านตระกูลจี้ทันที เขามอบโสมที่ซื้อมาจากร้านหัวอี้ถังให้กับทหารรักษาการณ์ และสั่งให้ตัดโสมเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทุกวันเพื่อให้จี้เหยียนถิงดื่มชา แม้เขาจะรู้ดีว่าโสมคงไม่สามารถรักษาขาของจี้เหยียนถิงให้หายได้ แต่หากมีผลบ้างก็ถือว่าดี
"พ่อ!" จี้หยวนหมิงเดินเข้ามาในห้องของจี้เหยียนถิง
จี้เหยียนถิงวางรูปถ่ายลงในกล่อง แล้วมองไปที่จี้หยวนหมิง "กลับมาแล้วหรือ มีข่าวของพวกเธอบ้างไหม?" ดวงตาของเขามีประกายแห่งความหวัง
จี้หยวนหมิงส่ายหน้า "ผมให้คนสืบหาแล้ว แต่ยังไม่พบข้อมูลใด ๆ อย่างไรก็ตาม ผมได้ให้สถานีโทรทัศน์ประกาศตามหาแล้ว น่าจะได้ข่าวเร็ว ๆ นี้"
แสงในดวงตาของจี้เหยียนถิงดับลงทันที มองรูปถ่ายในกล่องด้วยสายตามัวหม่น "เสวี่ยเม่ย คุณอยู่ที่ไหนกัน?"
เขาคิดถึงเธอเหลือเกิน
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!" เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ
สักครู่ หลังจากนั้นทหารรักษาการณ์ก็ถือถ้วยชาเดินเข้ามา เขาเดินไปหาจี้เหยียนถิง "ท่านผู้บังคับการ! นี่คือชาโสมของท่าน"
ก่อนหน้านี้โสมรากเดิมได้ชงหมดแล้ว เขาจึงตัดโสมรากใหม่ที่คุณชายได้มอบให้ใส่ลงในถ้วย
"วางไว้เลย" จี้เหยียนถิงตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะดื่มชา เขาเพียงอยากรู้ว่าภรรยาและลูกสาวของเขาอยู่ที่ไหน
"พ่อ ดื่มชาโสมก่อนเถอะ จะต้องมีข่าวแน่" จี้หยวนหมิงพูดเตือน เขาก็อยากช่วยพ่อหาข่าวภรรยาและลูกสาวโดยเร็ว แต่เขารู้ว่าโอกาสหวังนั้นเบาบาง
"รอก่อน เดี๋ยวค่อยดื่ม ลูกออกไปก่อน" จี้เหยียนถิงต้องการอยู่คนเดียวเพื่อคิดอะไรสักหน่อย
จี้หยวนหมิงพยักหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้อง
จี้เหยียนถิงหยิบรูปขึ้นอีกครั้ง มองหญิงสาวที่ยิ้มอย่างน่ารักในรูป สายตาของเขาค่อย ๆ อ่อนโยงลง "เสวี่ยเม่ย ผมคิดถึงคุณจังเลย คุณอยู่ที่ไหนกันนะ"
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนรูป ทำให้ภาพของหญิงสาวเปียกชื้น
จี้เหยียนถิงรีบเช็ดน้ำตาออกจากรูปอย่างตื่นตระหนก แต่การกระทำของเขากลับเบามือราวกับว่ากำลังสัมผัสสมบัติล้ำค่า
ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น จี้เหยียนถิงตื่นขึ้นมาจากความฝันด้วยความเจ็บปวด เขาลืมตาขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ นับตั้งแต่ขาได้รับบาดเจ็บ ขาทั้งสองของเขาสูญเสียความรู้สึก แม้ใครจะใช้มีดแทงขา เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บ แต่วันนี้เขากลับรู้สึกเจ็บ หรือว่าขาของเขายังมีหวัง?
"พ่อ ตื่นแล้วหรือครับ?" เสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงของจี้เหวินหมิงดังมาจากข้างนอก ทุกเช้า ถ้าจี้เหวินหมิงอยู่บ้านและอากาศดี เขาจะเข็นพ่อออกไปรับแดดข้างนอก
"เข้ามาเถอะ" จี้เหยียนถิงรู้สึกว่าขาของเขาเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีคนกำลังตีด้วยค้อน
จี้หยวนหมิงผลักประตูห้อง และสังเกตเห็นสีหน้าไม่ดีของจี้เหยียนถิงทันที "พ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"
เขาวิ่งเข้าไปใกล้เตียงอย่างรวดเร็ว และถามด้วยความกังวล
"ขาของพ่อเจ็บมาก" จี้เหยียนถิงชี้ไปที่ขาของตน เขาไม่รู้เหมือนกันว่าอาการปวดขาจะดีหรือร้าย
"ผมจะโทรเรียกหมอ" จี้หยวนหมิงรีบหยิบโทรศัพท์บนตู้หัวเตียงและโทรออกไปทันที
แพทย์มาถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากตรวจอย่างละเอียด แพทย์มีสีหน้าไม่น่าเชื่อ "ขาของผู้บังคับการจี้ดีขึ้น อาจจะรักษาหายได้ คุณได้ให้ยาอะไรกับคุณจี้หรือเปล่า"
"ยา?" จี้หยวนหมิงคิดครู่หนึ่ง "ผมแค่ให้พ่อดื่มชาที่ชงจากโสมเท่านั้น"
"ชาที่ชงจากโสม?" แพทย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดชั่วครู่แล้วกล่าวว่า "โสมมีคุณสมบัติอุ่น บำรุงกำลังอย่างมาก ตามปกติจะไม่เกิดฤทธิ์ยาที่รุนแรงแบบนี้ คุณให้ผมดูรากโสมนั้นได้ไหม?"